ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 151 ผู้นำทาง
จินถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เห็นว่าพลังงานสะสมในแกนกลางไม่ได้ลดลงไปมาก
จริงๆ แล้วพื้นที่ที่มีความผันผวนสูงมีอยู่มากมายหลายแห่ง แต่ก็ไม่ได้พบเห็นได้บ่อยนัก และหุบเขาสายฟ้าฟาดก็เป็นหนึ่งในนั้น
อาจจะเป็นเพราะพลังงานอันรุนแรงของธาตุสายฟ้าเข้มข้นได้สร้างความผันผวนให้กับชั้นบรรยากาศ มันแทรกซึมอยู่ในความว่างเปล่าเบื้องหลัง ทำให้มิติประดิษฐ์ซึ่งเคลื่อนตัวอยู่ภายในมิติความว่างเปล่ามาตลอดเจอกับอุปสรรคที่ร้ายแรงเป็นครั้งแรก
พลังงานธาตุสายฟ้าที่แสนดุดันรายล้อมทั่วทุกพื้นที่ภายในความว่างเปล่า ไม่แปลกที่มิติประดิษฐ์จะได้รับอันตราย ไม่อาจทะลุผ่านไปได้ง่ายๆ เหมือนที่แล้วๆ มา
ร่างวิญญาณตรวจสอบโครงสร้างของมิติประดิษฐ์รวมถึงแกนกลางอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมั่นใจว่าไม่ได้มีอะไรเสียหายจึงค่อยๆ ละความสนใจออกจากหน้าจอแสดงผล
จินจ้องมองไปที่โกเลมหินทั้งสองและซากศพในชุดสีทอง หลังจากนั้นก็ส่ายหัวน้อยๆ
ไม่ต้องพิจารณาอะไรให้มาก โกเลมหินที่สูงกว่าสามเมตรไม่เหมาะที่จะนำออกไปแสดงตัวต่อหน้าสาธารณชนอยู่แล้ว ส่วนซากศพเดินได้ แม้จะมีความคล้ายคลึงมนุษย์แต่ก็มีหลายอย่างที่ทำเหมือนมนุษย์ไม่ได้ หากพาไปด้วยก็รังแต่จะเป็นภาระเปล่าๆ
สุดท้ายจินจึงเลือกที่จะไม่พาผู้ติดตามไปเลยแม้แต่ตนเดียว อย่างมากพวกมันก็มีประโยชน์ในการต่อสู้และแบกหามสิ่งของ ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น
เส้นทางเบื้องหน้าจำเป็นต้องผ่านชุมชน เขาไม่คิดว่าความสามารถในการต่อสู้ของพวกมันจะจำเป็น เพราะเขาที่สวมเกราะอ่อนเทพอัสนีก็สามารถป้องกันตัวเองได้ดีอยู่แล้ว
ร่างวิญญาณโปร่งแสงเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดู เลื่อนไปที่รายการสิ่งของที่เขาครอบครองอยู่ จากนั้นจึงหยิบกายวิสุทธิ์ออกมาหนึ่งร่าง
ตอนนี้กายเนื้อของจินเหลือเพียงแค่กายวิสุทธิ์ประเภทเดียว ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสองร่าง และด้วยระยะเวลาในการใช้งานที่นานถึงเจ็ดวัน จึงเหมาะสมแก่การใช้งานในตอนนี้พอดี
ร่างวิญญาณของจินสวมทับด้วยกายวิสุทธิ์ ประกายแสงสีขาวเจิดจ้าค่อยๆ ประกอบกันเป็นร่างของชายหนุ่มรูปงามที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง ผิวขาวราวกับหิมะ กล้ามเนื้อทั่วร่างดูแข็งแรงได้สัดส่วน
ร่างของชายหนุ่มอยู่ในท่าคุกเข่าข้างหนึ่ง ส่วนขาอีกข้างใช้เท้ายันอยู่กับพื้น
ชายหนุ่มสำรวจร่างกายของตนเองก็พบว่าเขาเปลือยเปล่าอยู่ในท่าทางเช่นนี้ ดูเหมือนว่ากายวิสุทธิ์จะไม่ได้มอบเครื่องแต่งกายมาให้ด้วยเหมือนกับกายเทียม แต่นั่นก็เป็นปัญหาเพียงเล็กน้อย โชคดีที่สมบัติบางอย่างซึ่งยึดมายังไม่ได้เอาออกไปจนหมด ของจำพวกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่นักเนื่องจากความหรูหราที่มากเกินไปของพวกมัน มาคัสจึงไม่ได้นำมันออกไปขาย
บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์รีบส่งกระแสจิตสั่งให้ซากศพคุ้ยกองเสื้อผ้าที่เคยเป็นของตระกูลหวงหลงมาให้ตนเองใส่ทันที โดยเลือกชุดที่ดูสะดุดตาน้อยที่สุด
แต่อย่างไรก็ขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลหวงหลง จะมีเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาได้อย่างไร ถึงแม้จะเป็นชุดที่ดูหรูหราน้อยที่สุด แต่ก็ยังดูโดดเด่นกว่าที่คนทั่วไปใส่อยู่มากโข
ผิวขาวราวกับหิมะของชายหนุ่มส่งเสริมเข้ากันดีกับชุดคลุมสีทองอร่าม ทุกอย่างยิ่งขับเน้นให้จินในตอนนี้ดูกลายเป็นคุณชายรูปงามผู้มากไปด้วยกำลังทรัพย์
จินสำรวจตนเองอยู่ครู่หนึ่ง แม้เขาจะดูดีมากในเครื่องแต่งกายเช่นนี้ แต่พูดตามตรงว่าเขาไม่ชินกับอะไรแบบนี้เลย เสื้อผ้าที่ดูหรูหราฟู่ฟ่าช่างขัดกับนิสัยที่ไม่ชอบความวุ่นวายของเขาเป็นอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะดึงเกราะอ่อนเทพอัสนีในคลังของระบบมาสวมทับลงไป
มันช่วยอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้เขามีเพียงแค่ชุดพวกนี้ให้สวมใส่ หากรู้ล่วงหน้าว่าต้องเป็นเช่นนี้เขาอาจจะให้มาคัสเตรียมเสื้อผ้าขนาดพอดีตัวเอาไว้ให้เยอะหน่อย
ชายหนุ่มชุดทองเลิกสนใจรูปลักษณ์ของตนเอง อย่างไรเขาก็มีจุดมุ่งหมายคือการใช้พลังงานธาตุสายฟ้าอันเข้มข้นมาขัดเกลาจิตวิญญาณอยู่แล้ว เรื่องอื่นไม่ใช่สิ่งที่ต้องนำมาคิดให้ปวดหัว
เมื่อจัดชุดเกราะให้พอดีตัวเรียบร้อย คว้าเหรียญทองจำนวนหนึ่งติดมือมาด้วย ก็ถึงเวลาที่จินจะต้องออกไป เขาว่าจะเดินผ่านเขตชุมชน ปะปนกับผู้คนเพื่อความกลมกลืน รวมถึงพยายามหาข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับอาณาจักรฮาฟแลนดิสและหุบเขาสายฟ้าฟาดแห่งนี้ การมีข้อมูลให้มากเข้าไว้ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า
ยามนี้เขามีเวลาทั้งสิ้นเจ็ดวัน ใช้ครึ่งวันแรกไปกับการสืบหาข้อมูลก่อนไม่ได้สร้างปัญหาอะไร หากทะเล่อทะล่าเข้าไปนี่สิ มีแต่จะล้มเหลวผิดพลาดเหมือนก่อนหน้านี้
ประตูมิติสีดำค่อยๆ แหวกเปิดออกตามคำสั่งของชายหนุ่มชุดทอง พื้นที่รอบด้านสั่นสะเทือนเล็กน้อย แต่จินได้วางตำแหน่งของมิติประดิษฐ์ไว้ห่างไกลเขตชุมชนตั้งแต่แรกแล้ว จึงไม่ได้กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนนัก หลังจากที่เดินออกมาพ้นช่องทางสีดำ ประตูมิติก็ปิดตัวลงทันทีเพื่อไม่ให้ใครฉวยโอกาสเข้าไปด้านในได้
จินสำรวจรอบด้านจนแน่ใจว่าไม่มีใคร แล้วจึงมุ่งหน้าตรงไปยังเขตชุมชนที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
เงาสีทองพุ่งผ่านเนินเขามากมายไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเขาก็มาเขตชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่ง พวกมันมีทั้งส่วนที่พักอาศัย โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และตลาด ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา ดูเหมือนสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่นิยมพอตัว
ผู้แสวงโชคส่วนใหญ่ที่มาที่นี่อย่างน้อยที่สุดก็เป็นอเวกระดับกลาง ส่วนใหญ่เป็นอเวกระดับสูง และคงมีอีโวลที่แทรกตัวปะปนกับผู้คนอยู่บ้าง
ชายหนุ่มในชุดสีทองมาถึงก็มองไปรอบข้างด้วยความพิศวง ผู้คนมากมายมาจากทั่วทุกสารทิศ ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากอีกด้วย และสิ่งที่ทุกคนมีร่วมกันคือพลังธาตุสายฟ้า! ไม่ว่าจะมากจะน้อย แต่แทบทุกคนล้วนมีกลิ่นอายของสายฟ้ากระจายออกมาให้จินได้สัมผัส
ต้องรู้ก่อนว่าอเวกที่ฝึกฝนพลังธาตุไม่ได้มีมากมาย โดยเฉพาะธาตุที่ค่อนข้างพิเศษอย่างเช่นธาตุสายฟ้า แต่ที่นี่กลับมีคนจำพวกนั้นเต็มไปหมด จินเบิกตากว้างมองผู้คนที่นี่ด้วยความสนใจ
'อาณาจักรในเขตสหพันธรัฐเองก็เป็นแค่กะลาใบหนึ่ง โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่จริงๆ เราไม่สามารถใช้มุมมองเล็กๆ นั่นมามองโลกกว้างแห่งนี้ได้ทั้งหมด' จินคิดในใจขณะจ้องมองผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่เดินขวักไขว่ไปมา
แม้จินจะสวมใส่ชุดที่ดูโดดเด่นสะดุดตา แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจเขามากนัก เพียงมองครั้งหรือสองครั้งก็ถอนสายตาจากไป
เนื่องจากทุกคนในที่แห่งนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือ ใครแข็งแกร่งใครอ่อนแอสามารถมองเห็นกันได้ภายในปราดเดียว ผู้ใดที่แข็งแกร่งก็ล้วนเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ไม่มีใครอยากจะสร้างปัญหาให้ตัวเองโดยการเผลอดูหมิ่นอีกฝ่าย
จินเองก็นับเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่ง หากไม่นับกลุ่มอีโวลที่ปะปนอยู่ในหมู่ชน ก็นับว่าเขาแข็งแกร่งที่สุด แค่ร่างกายหยางบริสุทธิ์อย่างเดียวก็แสดงถึงพลังอำนาจและพรสวรรค์อันสูงส่งแล้ว ไหนจะพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างนั่นอีก เหล่าอเวกระดับสูงที่พบเห็นต่างก็หลีกทางให้เพราะไม่สามารถมองความแข็งแกร่งของจินได้ทะลุปรุโปร่ง
จินพึงพอใจมากที่กลุ่มคนภายในชุมชนไม่ได้ให้ความสนใจเขามากนัก เขาค่อยๆ เดินทอดน่องมองดูสิ่งต่างๆ ตามรายทาง และเนื่องจากมาถึงที่นี่เป็นครั้งแรก ท่าทางของเขาจึงดูแปลกใจกับทุกสิ่งไปหมด
“ขออภัยพี่ชายท่านนี้...ไม่ทราบว่าท่านมาที่นี่เป็นครั้งแรกใช่หรือไม่” เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นมาที่ด้านข้างของจิน
อาจจะเป็นเพราะอาการของจินที่ดูใหม่กับที่นี่มาก อีกฝ่ายจึงมองออกได้ไม่ยากว่านี่เป็นครั้งแรกของจินที่เดินทางมายังที่แห่งนี้
ชายหนุ่มชุดทองค่อยๆ ปรายตามองไปยังต้นเสียง อีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุไม่น่าจะเกินสิบห้าปี สวมใส่ชุดผ้าป่านสีเหลืองซีดดูธรรมดาอย่างยิ่ง และจากพลังงานที่ผันผวนอยู่ภายใน ก็ทำให้รู้ว่าเด็กหนุ่มเป็นเพียงอเวกระดับห้าเท่านั้น แม้เทียบได้กับอัจฉริยะในดินแดนของจิน แต่เมื่ออยู่ที่นี่ ตัวตนเพียงอเวกระดับห้าไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก
น่าแปลกที่คนอื่นพยายามหลีกเลี่ยงมนุษย์ผู้แข็งแกร่งอย่างจิน แต่กับเด็กหนุ่มที่เป็นเพียงอเวกระดับห้ากลับเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มชุดทองไม่ได้ตอบรับกลับมา เพียงจ้องมองตนเองอยู่เงียบๆ เด็กหนุ่มชุดเหลืองก็ยังคงยิ้มแย้ม ประสานมือเอาไว้ที่เบื้องหน้าพร้อมกับพูดต่อไป
“เรียกข้าว่ากาวิลก็ได้ เป็นคนพื้นถิ่นของที่นี่ รับจ้างเป็นผู้นำเที่ยวภายในเขตชุมชน ภายในพื้นที่แถบนี้ไม่มีร้านรวงใดที่ข้าไม่รู้จัก จ้างข้าเพียงสิบเหรียญเงิน ข้าสามารถพาท่านเดินชมที่นี่ได้ทั้งวัน” เด็กหนุ่มชุดเหลืองพูดจาไหลลื่นฉะฉาน ดูเหมือนว่าจะคุ้นเคยกับการพูดคุยกับคนแปลกหน้าอยู่ไม่น้อย
จินยังคงมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ อยู่พักหนึ่งก่อนจะเปิดปากพูดขึ้น “ข้าไม่มีเหรียญตราของอาณาจักรฮาฟแลนดิส ถ้าเป็นเหรียญชนิดนี้เจ้ารับหรือไม่เล่า?”
จินโยนเหรียญทองที่ได้จากตระกูลหวงหลงไปให้อีกฝ่าย
“โอ้! เหรียญจากสหพันธรัฐ ท่านมาจากที่นั่นรึ? ชุมชนแห่งนี้มีผู้คนมาจากทั่วทุกสารทิศ เงินอย่างไรก็คือเงิน ไม่มีปัญหาเรื่องการใช้จ่าย หรือหากท่านต้องการความสะดวก ข้าสามารถพาท่านไปหาคนที่รับแลกเปลี่ยนเงินตราได้” เด็กหนุ่มรับเหรียญทองที่อีกฝ่ายโยนมาให้ พลิกหมุนสองสามทีก่อนจะพูดแนะนำอีกฝ่ายออกไป
“งั้นเหรียญนั่นเป็นของเจ้า พาข้าไปแลกเงินตราแล้วแนะนำชุมชนแห่งนี้ให้ข้าฟัง” จินกล่าวด้วยท่าทางนิ่งๆ แต่ความหมายคือเขาตกลงจ้างเด็กหนุ่มให้เป็นผู้นำทางเรียบร้อยแล้ว
“ขอบคุณพี่ชายมาก ข้อจะรีบนำท่านไปเดี๋ยวนี้” เด็กหนุ่มชุดเหลืองฉีกยิ้มด้วยความยินดีก่อนจะเดินนำจินไปยังที่แห่งหนึ่ง
หลังจากจินแลกเหรียญทองทั้งหมดออกไป ก็ได้รับเหรียญสีทองที่ประทับตราของอาณาจักรฮาฟแลนดิสกลับมาหลายสิบเหรียญ
“ข้าอยากจะดูแผนที่สักหน่อย ที่นี่มีแผนที่หุบเขาสายฟ้าฟาดขายหรือไม่?” จินถามสิ่งที่เขาต้องการรู้มากที่สุดออกไปทันทีหลังจากที่แลกเปลี่ยนเงินตราทั้งหมดมาเป็นของอาณาจักรฮาฟแลนดิสแล้ว
“แน่นอนว่าต้องมี เพียงแต่มันเป็นแผนที่อย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น ไม่มีใครสามารถเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ทุกตารางเมตรได้จริงๆ เพราะสายฟ้าอันทรงพลังรายล้อมอยู่ทั่วทุกพื้นที่” เด็กหนุ่มรีบกล่าวเตือนเพราะกลัวลูกค้าของเขาจะผิดหวัง
“อืม ข้าเข้าใจ” จินตอบรับกลับไปด้วยอาการเคร่งขรึม เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครสามารถตรวจสอบพื้นที่ทั่วทั้งหุบเขาสายฟ้าฟาดได้หรอก หากมีคนทำเช่นนั้นได้จริงก็คงเป็นอีโวลที่ทรงพลังอย่างยิ่ง...แล้วคนเช่นนั้นจะเป็นคนที่เงินขาดมือ เที่ยวเขียนแผนที่ออกมาขายหรือ?
เด็กหนุ่มนำจินไปยังร้านขายของที่สะสมแผนที่ไว้มากที่สุดภายในชุมชนแห่งนี้
สิ่งที่จินซื้อมาก็เป็นแผนที่หุบเขาสายฟ้าหนึ่งชุด และแผนที่ที่ครอบคลุมทั้งอาณาจักรฮาฟแลนดิสอีกหนึ่งชุด ใช้จ่ายไปทั้งสิ้นสามเหรียญทอง
เนื่องจากแผนที่ที่เมอร์ดิสวาดขึ้นมานั้นมีรายละเอียดน้อยเกินไป จินอยากจะตรวจสอบโดยละเอียดว่าอาณาจักรแห่งนี้มีสถานที่อื่นที่น่าสนใจอีกหรือไม่ เขาจึงได้ซื้อแผนที่อีกฉบับติดตัวไว้ด้วย
หลังจากเก็บแผนที่ทั้งสองชุดไว้ด้านในเกราะอ่อนเทพอัสนี จินก็ปล่อยให้เด็กชายมัคคุเทศก์แนะนำสิ่งต่างๆ ตามรายทางต่อไป