"ท่าน มันจำเป็นขนาดนั้นเลยงั้นหรือ?"เสียงชายผู้หนึ่งถามขึ้นเสียงดัง
"ข้าสั่งให้ทำก็จงทำตามไป"อีกเสียงที่เยือกเย็นตอบกลับ
"แต่นั่นก็มากพอให้เมืองหลวงหายไปเลย ท่านคิดจะลบเมืองหลวงทั้งเมืองเลยงั้นหรือ? แล้วประชาช-" เสียงของชายคนเดิมถามต่อแต่ยังไม่ไม่ทันพูดจบ
ฟึบ
ดาบมาหยุดที่ปลายคางของชายที่เอยปากถาม ก่อนเสียงเยือกเย็นจะกล่าวต่อ"เงียบแล้วทำตามไป" หลังจากกล่าวจบเจ้าของเสียงเยือกเย็นจึงดึงมือกลับพร้อมกับเตรียมเดินจากไป
"ดะ...เดี๋ยวก่อนครับ แล้วเรื่องตระกูลเสวี่ยงจะทำยังไงครับ?"ชายคนเดิมกลั้นใจถาม เจ้าของเสียงเยือกเย็นหยุดเดินแต่ไม่หันกลับมา"ส่ง ผู้อาวุโส 11 และ ผู้อาวุโสที่ 12 ไป"
.
.
.
.
.
.
.
.
4 วันต่อมาตอนนี้เดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว
การอ่านนิทานให้ลินลี่ ฟังก็กลายเป็นสิ่งที่ทำทุกวันไปแล้วพอถึงเวลาฟ้าใกล้มืด ผู้กล้าจะเข้ามาในที่พักเพื่อหาหนังสือนิทานมาเตรียมไว้ จากนั้นพอฟ้ามืดทั้งสามสาวก็จะเข้าที่พักมาเพื่อรอฟังนิทานที่ผู้กล้าจะอ่านให้ฟัง แต่จริงๆแล้วผู้กล้าก็ไม่เข้าใจโรส กับแองเจล่าที่ดูจะถูกใจการเล่านิทานของตัวผู้กล้าซะงั้น?
แต่ผู้กล้าก็ไม่ได้ถามอะไร ผู้กล้าคิดว่าถ้าชอบก็ดีแล้วนี้ไม่เห็นต้องถามเหตุผลเลย เมื่อประจำที่แล้วกันแล้วผู้กล้าก็ลูบหัวลินลี่กับโรส อย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงมองไปใบหน้าที่งดงามของแองเจล่าทำให้ผู้กล้าไม่รู้จะขำหรือสงสารดี เพราะแองเจล่าตอนนี้ทำแก้มป่องแล้วจ้องผู้กล้าอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ จากท่าทางของแองเจล่าทำให้โรสกับลินลี่หลุดขำออกมา
ด้วยเหตุนั้นผู้กล้าจึงเรียกแองเจล่าเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน จากนั้นจึงเริ่มอ่านนิทาน ในตอนที่เสียงการอ่านนิทานออกมาจากปากของผู้กล้าคำแรก ราวกับมีมนพิเศษทำให้เสียงภายในที่พักเงียบลงทันที มีเพียงเสียงของผู้กล้าเท่านั้นที่ยังคงสามารถได้ยินได้จากภายในที่พัก
.
.
.
"ในตอนนั้นเอง ที่ปีศาจร้ายได้ใช่พลังปีศาจอันน่าผวาของมัน-"
"ลินลี่ยังตื่นอยู่หรือไม-"
ในขณะที่ผู้กล้ากำลังอ่านนิทานอยู่นั้นเองก็มีเสียงของเสวี่ยงหนิงก็ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงก็พรวดพราดที่พักของผู้กล้าเข้ามา แต่เสียงของเธอก็หยุดลงหลังจากรู้สึกถึงสายตาทั้ง 2 ที่กำลังมองเธอเพราะรู้สึกไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ ใช่แล้วเจ้าของสายตาทั้งสองคือโรส กับ แองเจล่า ส่วนลินลี่กำลังหลับฝันดีอยู่บนตักของผู้กล้า
"ชู่วว"
ผู้กล้ายกนิ้วชี้ขึ้นตรงกับปาก ก่อนจะส่งเสียงออกมา การกระทำนี้ของผู้กล้าทำให้ทุกอย่างกลับมาสงบอีกครั้งแต่มันก็อยู่ได้ไม่นานนักก่อนที่ จะมีเสียงชายชราคนนึงดังขึ้น
"หนิงเอ๋อ เจ้าอยากไปรบกวนผู้มีพระคุณสิ"
เป็นเสวี่ยงไป๋เปิดที่พักเข้ามาอีกคนนึง เตรียมจะดึงเสวี่ยงหนิงกลับไปทีี่ที่พักของเธอ แต่ในตอนนั้นเอง โรส แองเจล่า และเสวี่ยงไป๋รู้สึกถึงอะไรบ้างอย่างทั้ง สามมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าให้กันเล็กน้อย
"ห้ามทำเสียงดัง ข้าไม่อยากให้ลินลี่ตื่น"
ผู้กล้าพูดขึ้นราวกับไม่สนใจสิ่งอื่นรอบตัวเลยสักนิดเดียว แต่ภาพนี้กลับคุ้นตาเสวี่ยงหนิงมากเพราะมันเหมือนกับตอนที่โรสนอนหลับในรถม้าเลย
.
.
.
"ทั้งค่าย มีผู้ฝึกตนระดับฝืนกฎฟ้าแค่คนเดียวเท่านั้นที่เหลือก็แค่ขยะจริงหรือไม่ ท่านผู้อาวุโสที่ 12"
ในเงามืดบนเนินสูงใกล้กับจุดที่คนในตระกูลเสวี่ยงกำลังพักผ่อนอยู่นั้น เสียงของชายที่ถูกเรียกว่า ผู้อาวุโสที่ 11 กำลังคุยกับชายอีกคนด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลนอย่างมาก
"ใช่แล้วท่านผู้อาวุโสที่ 11 ที่เหลือมันแค่ขยะเท่านั้น ข้าคิดว่าแค่ข้า เจ้า กับลูกศิษย์อีกสิบคนที่พวกเราพามาด้วยก็เกินพอแล้ว"
ผู้อาวุโสที่ 12 พูดพร้อมกับหันไปมองลูกศิษย์ของเขาอย่างย่ามใจทำให้ผู้อาวุโสที่ 11 มองเขาอย่างดูแคลน
"หึ อย่าได้วางใจไป เจ้าคิดว่าผู้นำของพวกเราโง่งั้นหรือ ถ้ามีผู้ฝึกตนระดับฝืนกฎฟ้าเพียงแค่คนเดียวละก็ทำไมต้องส่งพวกเรามาถึง 2 คน ด้วย"
ผู้อาวุโสที่ 11 ต้องกล่าวเตือนอย่างเสียไม่ได้เพราะตนไม่ต้องการให้ภารกิจครั้งนี้ผิดพลาด
"ท่านคงจะระแวงมากเกินไป ยังไงก็ตามศัตรูของเราครั้งนี้ มีผู้ฝึกตนระดับฝืนกฎฟ้าเพียงคนเดียว ส่วนที่เหลือแค่ระดับ ปฐพี ขั้นต่ำถึงกลาง เท่านั้น มีระดับสูงอีกเพียงหนึ่งคนเท่านั้น เท่านั้น ไม่ว่าคิดยังไงทางเราก็ได้เปรียบยิ่งกว่ามาก"ได้ยินดังนั้นความกังวลสุดท้ายของผู้อาวุโสที่ 11 ก็หมดไป"ฮะฮะ ใช่แล้วสงสัยว่างานนี้คง ง่ายกว่าที่คิดมากเลย เริ่มกันเถอะ ผู้อาวุโสที่ 12"
ผู้อาวุโสที่ 11 พูดในขณะที่ออกตัวลอยตรงไปที่ที่พักที่ใหญ่ที่สุดพร้อมกับพูดและส่งสัญญาณให้ของตนลูกศิษย์ห้าคนที่ตนพามาด้วยให้ตามหลังของตนไปพร้อมกับสั่งให้เตรียมพร้อมโจมตีทันทีที่ตนสั่ง ทางผู้อาวุโสที่ 12 เห็นแบบนั้นทำตาม พร้อมกับลอยตามไปด้วยความเงียบงัน
มีผู้อาวุโสที่ 11 กับ 12 นำทัพ ทำให้ศิษย์ทั้ง สิบไม่ไร้ความกลัวเคลื่อนไหวราวภูติผีตามผู้เป็นอาจารไปตามหลังคาของที่พัก อย่างรวดเร็วและรอสัญญาณอย่างจดจ่อโดยไม่รู้เลยว่าหนทางข้างหน้าต้องพบเจอกับอะไรบ้าง
เมื่อมาถึงที่พักขนาดใหญ่ที่สุด ผู้อาวุโสที่ 11 และ ผู้อาวุโสที่ 12 ทั้งสองมองหน้าก่อนก่อนจะส่งสัญญาณมืออีกครั้ง ให้ทุกคนหยุด และเตรียมพร้อม ทั้งสองผู้อาวุโสไม่รีบร้อน ส่งสัญญาณให้ศิษย์เป็นผู้ลงมือก่อน เพื่อให้อีกฝ่ายตายใจและเช็คการป้องกันที่ศัตรูได้เตรียมเอาไว้
ผู้อาวุโสที่ 11 ที่อยู่ทางขวาของที่พัก ส่งสัญญาณให้ศิษย์ทั้งห้าของตนลงมือก่อน เมื่อได้รับสัญญาณศิษย์ทั้งห้าไม่รอช้ากระโดดเข้าโจมตีเต็มแรงเข้าใส่ฝั่งขวาของที่พักทันที
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง
เกิดเสียงไม่ดังไม่เบากระทบกับเกราะป้องกันสีแดงในชั่วพริบตา ศิษย์ทั้งห้าของผู้อาวุโสที่ 11 ถูกดันให้กระเด็นถอยหลังอย่างง่ายดายทางเกราะสีแดงก็เลือนหายไปในทันทีที่รับแรงกระแทกทั้งห้าเรียบร้อย ผู้อาวุโสที่ 12 เล็งเห็นว่าเกราะป้องกันมีเพียงฝั่งขวาเท่านั้นจึงสั่งให้ศิษย์ทั้งห้าของตนลงมือในทันที ที่เห็นว่าเกราะป้องกันสีแดงเลือนหายไป
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง
แต่ก็ยังคงมิอาจฝ่าเข้าไปได้ เพราะมีเกราะสีขาวขุ่นปรากฎขึ้น อีกครั้งพร้อมทั้งดันลูกศิษย์ทั้งห้าของ ผู้อาวุโสที่ 12 กระเด็นถอยไปไกล เห็นดังนั้นผู้อาวุโสทั้งสองไม่รอช้าสั่งให้ศิษย์ทั้งหมดลงมือเต็มที่อีกครั้งเห็นดังนั้นศิษย์ทั้งสิบจึงพร้อมใจกันกระโดดเข้าโจมตีอีกครั้งอย่างเต็มแรง พร้อมกับทั้งสองด้าน
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง อั๊ก อั๊ก
และเป็นอีกครั้งที่พลาดเหมือนกับสองครั้งก่อนม่านเกราะป้องกันทั้ง สองสีปรากฎขึ้นพร้อมกันและดีดศิษย์ทั้งสิบ กระเด็นออกพร้อมกระอักเลือดจากแรงสะท้อนมีบางคนทนแรงสะท้อนไม่ไหวทำให้ง่ามนิ้วมือฉีกขาดทำให้มีเลือดออก แม้แต่ดาบที่ศิษย์ทั้งสิบใช้ยังหักครึ่งจากแรงสะท้อน นี้ทำให้รู้ว่าม่านป้องกันทั้งสองนั้นมีพลังในการสะท้อนกลับที่น่ากลัวแค่ไหน ราวกับว่าครั้งแรกแค่เตือนส่วนครั้งที่สองคือการเอาจริง
เมื่อผู้อาวุโสทั้งสองเห็นดังนั้นไม่รอช้าอีกต่อไป พุ่งเข้าใช้ดาบโจมตีเต็มแรงพร้อมกันทั้งสองคน พลังจากการโจมนี้สามารถผ่าภูเขาลูกเล็กๆให้ขาดเป็นสองท่อนได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผู้อาวุโสทั้งสองถึงกับทำตัวไม่ถูก เพราะคราวนี้มีม่านพลังสีขาวใสปรากฎขึ้นแทน และการโจมตีเมื่อครู่นี้ไม่สามารถทำอะไรม่านพลังนี้ได้เลย ไม่แม้จะสร้างเสียงของดาบที่กระทบเข้ากับม่านพลังด้วยซ้ำ
"นี่มันบ้าอะไรกัน?"
จากความปั่นป่วนของพลังที่เกิดขึ้นติดต่อกันหลายครั้งทำให้นักรบในตระกูลเสวี่ยงคนอื่นๆ ในที่พักรีบออกมาอย่างเร่งร้อนเพื่อล้อมผู้บุกรุกทั้งสิบสองคนเอาไว้ตรงกลางอย่างรวดเร็ว ศิษย์บางคนที่ถูกแรงสะท้อนส่งไปไกลเกินไปไปก็ถูกไปบ้างแล้ว ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองที่ตั้งใจจะถอยก่อนยังถอยไม่ได้เพราะลูกศิษย์ของเขาถูกจับอยู่จึงตั้งใจรอเพื่อหาจังหวะในการช่วยเหลือ ส่วนศิษย์คนอื่นที่ไม่ได้ถูกดีดไปไกลนักก็กลับมายืนเคียงข้างอาจารย์ของตัวเองอย่างภาคภูมิ
ตัวแทนของนักรบตละกูลเสวี่ยงผู้หนึ่งได้พูดตะโกนเสียงดัง
"อย่าขยับผู้บุกรุก ยอมจำนนซะ!"
"หึ....ให้แข็งแกร่งออกมาคุย!"ผู้อาวุโสที่ 11 พูดพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันของผู้ฝึกตนระดับฝืนกฎฟ้าออกมา ทำให้เหล่านักรบของตระกูลเสวี่ยงนั้นเกือบจะยืนไม่อยู่แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้ ยอมตายไม่ยอมคุกเข่า
ฮากกก
นักรบตระกูลเสวี่ยงทั้งหลายรีดเค้นพลังปราบอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียเกียรแห่งตระกูล แต่เพียงไม่นานก็มีคนออกมาจากที่พักขนาดใหญ่ตรงหน้านั่นคือเสวี่ยงไป๋นั้นเอง
"ข้าเสวี่ยงไป๋ บรรพชนตระกูลเสวี่ยง เป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้"
ผู้นำตระกูลเสวี่ยงเดินออกมาด้วยท่าทางที่สบายๆ ราวกับไม่อาจสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ผู้อาวุโสที่ 11 กำลังปลดปล่อยออกมาเลย นั่นทำให้ขวัญกำลังใจของเหล่านักรบประจำตระกูลเพิ่มขึ้นนับสิบเท่า
"หึ....เจ้าคือผู้ฝึกตนระดับฝืนกฎฟ้าขั้นกลาง ถือว่าเป็นยอดฝีมือท่านหนึ่งแต่ด้วยพลังของเจ้าในตอนนี้ไม่อาจรับมือกับพลังของพวกข้าได้อย่างปลอดโปร่งขนาดนี้แน่ ให้ผู้แข็งแกร่งตัวจริงออกมาเถอะ"ผู้อาวุโสที่ 11 กล่าวอย่างดูแคลน ต่างจากในใจที่กำลังรู้สึกกังวลอย่างมากเพราะถ้าเสวี่ยงไป๋เรียก ผู้แข็งแกร่งท่านนั้นออกมามีความเป็นไปได้สูงที่ตนและผู้อาวุโสที่ 12 ต้องทิ้งศิษย์แล้วหนีไป
แต่ถ้าไม่ยอมเรียกออกมาก็หมายความว่าเสวี่ยงไป๋มีสมบัติบางอย่างที่มีความสามารถในการป้องกันสูงซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นละก็ ผู้อาวุโสที่ 11 ลอบยิ้มเย็นในใจ
"ถ้าข้าบอกว่าไม่ละ"เสวี่ยงหนิงตอบน้ำเสียงที่แฝงด้วยความเป็นศัตรูอย่างไม่ปิดบัง
"ถ้าเจ้าตอบว่าไม่ ข้าว่าชีวิตของเจ้ากับนักรบของตระกูลเจ้าคงจะน่าสนใจกว่า"ผู้อาวุโสที่ 11 กล่าวอย่างมั่นใจ
"ถ้าเจ้าว่าอย่างนั้นข้าคงไม่มีทางเลือก"คำพูดนี้ไม่ดังไม่เบาแต่สามารถดึงดูดสายตาทุกคนได้เป็นอย่างดีทุกสายตามองไปที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา นัยตาสีฟ้าครามที่เดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวสองคนข้างกายเป็นตาเดียว
ก่อนหน้านี้ไม่นาน
[ไม่คิดจะช่วยเขาหน่อยหรอผู้กล้า?]
"ไม่จำเป็นต้องช่วย"
[หืม? แย่จังข้าอยากได้เด็กน้อยที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านคนเดิมคืนจังเลย]
"วันนี้เจ้าพูดมากจริงนะจอมมาร"ผู้กล้าตอบด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
[หึ เจ้าจะสวมหน้ากากอันแสนเย็นชาของเจ้าได้อีกนานเท่าไหร่กัน ผู้กล้า ข้าหนะรู้จักเจ้าดีที่สุดนะผู้กล้า]
"..."
[ข้าแค่คิดถึง เอสรา คนนั้นเหลือเกิน]
"เงียบ!"ผู้กล้าตะโกนออกมาอย่างลืมตัว
[นิสัยหนะมันเปลี่ยนกันได้ แต่สันดานมันเปลี่ยนยาก ยิ่งเป็นเจ้า หึ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าตอนที่เจ้าอยู่ที่บ้านเจ้าแอบทำอะไรให้เมืองนั่นไว้บ้าง คนอย่างเจ้าไม่ว่าจะพยายามใส่หน้ากากแค่ไหน ตัวตนจริงๆของเจ้าก็ไม่เปลี่ยนหรอก ผู้กล้า ไม่งั้นข้าคงไม่ยอมรับเจ้าเป็นเพื่อนจากใจหรอก]
ผู้กล้าจิปากเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา"ปิดเจ้าไม่ได้จริงๆนะจอมมาร"
[แน่นอนคิดว่าข้าเป็นใครกัน ข้าคือจอมมารเชียวนะ ไปๆ ไปทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าได้แล้วไป๊!]
ปึง
อยู่ๆผู้กล้าก็ปิดหนังสือนิทานลงทำให้แองเจล่าและโรสตกใจเล็กน้อยก่อนที่คำพูดของผู้กล้าจะทำให้พวกเธอยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้
"ไปจัดการพวกที่มาสร้างความรำคาญให้พวกเจ้าดีไหม?"
ผู้กล้านำลินลี่ไปที่เตียงอย่างนุ่มนวลให้ ก่อนจะเดินตรงไปทางออกของที่พักที่มีเพียงผ้าผืนหน่าปิดไว้เท่านั้น
___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________