บทที่24 : การแข่งขันปริศนา
“ที่พูดนั่นคือคดียาเสพติดโยงคดีฆาตกรรมนี่เข้าไปอีกใช่ไหม”
ไตรวิชญ์ถามพลางเหลือบมองบริณัยแล้วกลั้นหัวเราะในลำคอชัชวาลพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
“ใช่ครับ”
“ไหนลองเล่าที่เข้ารู้มาให้ฟังหน่อยซิ”
“จากการตรวจสอบศพแล้วเราพบสารเสพติดน่ะครับแต่พบในปริมาณที่น้อย และที่มาของสารเหล่านี้ดูเหมือนจะมาจากขนมศพที่พี่หมอเจอก็มีครับถึงสาเหตุการตายจะเป็ขนมปังถั่วแดงติดคอแต่ก็พบรอยช้ำจากการถูกทุบตีคิดว่าคนร้ายคงยัดขนมเข้าปากแล้วทำร้ายร่างกายจนขนมติดต่อแล้วก็จากไปครับ”
“ฮึ... หึๆ ฮ่าๆๆๆ”
ลีเวลหัวเราะล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นในขณะที่ผู้ตายที่กำลังถูกวิเคราะห์นั่งหน้าเครียดยกมือขึ้นปิดหน้าไม่พูดไม่จาคนอื่นๆ ในบ้านก็ยิ้มๆไม่พูดอะไรต่อและไม่มีใครอธิบายสาเหตุการหัวเราะให้กับชัชวาลที่กำลังทำหน้างุนงงฟังสักคน
“ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก มันบ้า นายเล่าต่อเลย”
พี่หมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ชัชวาลเลยพูดต่อ
“เกิดเหตุแบบนี้กับอีกหลายคนครับแต่ไม่มีใครขนมติดคอตายมีแค่ถูกทุบตีที่ศีรษะอย่างหนักแล้วเสียชีวิต ทางตำรวจคาดการณ์ว่าเป็กลุ่มคนร้ายเดียวกันเป็การฆ่าชิงทรัพย์ครับ และชิงขนมด้วย เลยเป็เหตุให้เราตรวจสอบขนมของร้านนั่นน่ะครับ”
“ชิงทรัพย์ด้วยเหรอ”
ลีเวลหยุดหัวเราะแล้วหันไปมองน้องถั่วที่เหมือนจะอยากมุดหนีไปจากตรงนี้
“เปล่า”
“งั้นแล้ว...”
“เลิกถามสักทีได้ไหม ผมอายเว้ย!”
ที่พูดมาถูกแค่สาเหตุการตายที่ว่าขนมติดคอไอ้ชิงทรัพย์หรืออะไรนั่นไม่มีหรอก เพราะเขาไม่ได้ถูกทำร้ายจนตายที่ตายก็เพราะถูกวัยรุ่นที่กำลังตีกันวิ่งผ่านแล้วชนเขาเป็ลูกหลงพร้อมกับไม้บังเอิญฟาดมาโดนทีหนึ่งก็เลยขนมติดคอตายต่างหาก ไม่ได้ไปเชื่อมโยงกับคดีทำร้ายร่างกายเลยสักนิด!
พูดแล้วก็โกรธ ฮึ่ย! อย่าให้เจอนะไอ้เด็กที่ถูกชาวบ้านไล่ตีนั่นน่ะวิ่งทางไหนไม่วิ่ง มาวิ่งชนชาวบ้านสร้างความเดือดร้อนเป็วงกว้าง!
“ดูแล้วน้องโชคดีมากที่พี่หมอมาเจอก่อนไม่อย่างนั้นคงถูกชิงทรัพย์ไปด้วย”
ชัชวาลเอ่ยปลอบใจ บริณัยเบ้ปากถลึงตาใส่
“ไม่ถูกชิงทรัพย์แต่ต้องตายแบบนี้เรียกว่าโชคดีของนายเหรอเ้าคนมากชื่อเรียกไม่ถูกทั้งปีทั้งชาติ!”
“...”
ชัชวาลอยากจะกระอักเือัดหน้าเขานัก ด่าด้วยคำอื่นยังไม่เจ็บเท่านี้เลยบริณัยไม่สนใจเดินหนีออกไปแล้ว ลีเวลชั่งใจว่าจะตามไปด้วยดีไหมแต่ก็อยากรู้เื่ของทางนี้อยู่เหมือนกัน นิสัยสอดรู้สอดเห็นนี่ก็แก้ยากจริง
“ตามไปเถอะ เดี๋ยวไปนั่งมุดมุมมือซะก่อน”
ไตรวิชญ์เอ่ยไล่ผีหัวแดงใกล้ๆ ลีเวลเลิกคิ้ว นานๆจะเห็นพี่หมอเป็ห่วงคนอื่น
“ถ้าเป็ห่วงล่ะก็จะตามไปดูให้ก็ได้”
“ไม่ได้ห่วงเว้ยเพราะยังไงถั่วบนหัวมันก็เป็โล่ชั้นดีอยู่แล้ว”
“หา?”
“จะไปก็รีบไป”พี่หมอไม่คิดจะอธิบายอะไรต่อแล้วหันไปมองหน้าชัชวาล “เราต่อเลยชานมไข่มุกเมื่อกี้เราถึงไหนแล้วนะ?”
“ผมชื่อชัชวาล!” เรียกชานมไข่มุกนี่หิวเหรอ“อะแฮ่ม! งั้นมาต่อเื่ของกลุ่มคนร้ายและจากปากคำของหมอผีที่รับสารภาพมานะครับ”
ชัชวาลคุยกับไตรวิชญ์ต่อเื่คดีลีเวลฟังสักพักแล้วไม่มีอะไรน่าสนใจยังไงคนร้ายเขาก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่คงเอาผิดอะไรมากไม่ได้หรอกเมื่อรู้ว่าถูกไล่ล่าพวกนี้จะเก็บหางกันเร็วมากและหาหลักฐานเท็จมาเสริมให้ตัวเองไม่มีส่วนผิดและสั่งปิดปากทุกคนที่จะสืบสาวตัวมาถึงได้
มันก็เป็วิธีการของพวกเื้ัถ้าให้เซียร์ลงมือก็คงเป็วิธีการไม่ต่างกัน อาจจะเงียบเชียบกว่านี้และไม่มีใครสามารถทราบชื่อของเธอจากปากพยานคนไหนได้
ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วเดินตามบริณัยไปแล้วคิดอย่างสงสัยถึงต้นไม้บนหัวน้องถั่วแต่ถ้าพี่หมอไม่บอกใครถามก็คงไม่บอกนั่นแหละ จนกว่าเซียร์จะกลับมาถามเอง
ลีเวลปรับสีหน้าแล้วรีบวิ่งออกไปพร้อมรอยยิ้มสดใส
“น้องถั่ว อยู่ไหนอ่า!”
หลังจากฟังที่สืบสวนคดีมาถึงบทสรุปโดยที่ไม่มีใครแทรกซึ่งสำหรับคนร้ายแท้จริงเป้นใครจะจับได้หรือไม่และเอาผิดอย่างไรไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะต้องใส่ใจที่เขาสนใจตอนนี้มีแค่เื่เดียว
“ว่าแต่ได้ถามหมอผีนั่นหรือเปล่าว่าเข้ามาในประเทศไทยทำไมกัน”
“ก็ถามครับ อีกฝ่ายก็ทำหน้างงใส่บอกว่าเป็คนมีพลังิญญาของประเทศนี้ทำไมถึงไม่รู้เื่การแข่งขันใกล้เข้ามาแล้ว”
“แข่งขันบ้าอะไรล่ะนั่น”
ไตรวิชญ์ขมวดคิ้ว เขาไม่เห็นรู้เื่เลยว่าหมอผีมีการแข่งขันอะไรเทือกนั้นด้วยชัชวาลเองก็เหมือนเพิ่งรู้เช่นกัน
“เห็นว่าเป็การแข่งขันของผู้มีพลังิญญาทั่วโลกโดยสนามแข่งขันจะจัดขึ้นที่ประเทศไทยนี้ครับ มีตระกูลเก่าแก่เป็กรรมการตัดสินซึ่งเขาก็ส่งเทียบเชิญไปหาหมอผีทั่วโลกก่อนแล้วที่งงก็คือทำไมหน่วยราพณ์ของเราไม่ได้ ทั้งที่จะจัดอะไรแบบนั้นก็ต้องติดต่อเราสิ”
หน่วยราพณ์คือหน่วยของรัฐถ้ามีการแจ้งประสานงานล่วงหน้าพวกเขาอาจจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วยซ้ำแต่นี่กลับไม่มีแจ้งมา... มันผิดวิสัยเกินไป
“งั้นเหรอ เป็อย่างที่คาดไว้จริงๆเ้าหมอผีพวกนี่มีปัญหา”
พี่หมอนั่งพิงเก้าอี้แล้วหลับตาลงคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองคิมที่มีสีหน้าครุ่นคิดไม่ต่างกัน
“ผมว่าตระกูลที่จัดนั่นก็อาจจะมีปัญหาด้วยเหมือนกันล่ะนะครับ”คิมเสนอความเห็น“ถ้าเป็งานจัดทั่วโลกไม่มีทางที่จัดขึ้นโดยไม่มีผู้สนับสนุนได้ต่อให้เป็ตระกูลใหญ่แค่ไหนก็ตาม...ว่าแต่คุณรู้ไหมครับครับว่าการแข่งขันจะจัดขึ้นเมื่อไหร่”
“เดือนหน้าครับวันคัดเลือกจะจัดขึ้นในคืนที่พระจันทร์เต็มตัว”
“มีคัดเลือกก่อนด้วย?”
“ใช่ครับพี่หมอ เหมือนจะแบ่งเป็ขั้นๆ เพื่อหาจ้าวแห่งโลกิญญาในแดนมนุษย์นี่แหละครับ”ชัชวาลถอนหายใจด้วยสีหน้าดูถูก “แต่ในโลกนี่ยังจะมีใครเหมาะไปกว่าพี่หมออีกเป็ได้กระทั่งจ้าวนรกด้วยซ้ำมั้ง”
“...”
พี่หมอกลอกตาทำหน้าเบื่อหน่าย ไอยรินทร์หัวเราะหึๆ ในลำคอส่วนคิมก็ถอนหายใจเฮือก จากนั้นก็ไม่อยู่ฟังต่อเดินไปที่ห้องครัวเพื่อจัดของว่ามื้อดึกไว้ให้ไตรวิชญ์ที่อาจจะต้องนั่งคุยอีกยาว
“พวกหมอผีพวกนี้ที่เข้ามาในประเทศบางคนก็ไม่ได้มีฐานะมากพอจะใช้ชีวิตในไทยอย่างสบายๆน่ะครับก็เลยรับงานที่นี่ผมคิดว่า่นี้เราอาจจะต้องรับมือกับงานที่มีความเกี่ยวข้องกับผีสางกันอีกเยอะเลยล่ะครับพี่หมอ”
“อ้อ กะว่าจะมาจ้างฉันด้วยเลยระยะยาวว่างั้น?”
“ถ้าพี่หมอยอมลดๆ ค่าจ้างลงบ้างก็จะดีใจมากครับ”
่นี้พี่หมอค่าตัวแพ๊งแพงงบประมาณเพื่อการปราบผีต่อปีมันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นด้วยตอนนี้ก็ใช้ไปเกือบครึ่งแล้ว
“เสียใจด้วย ฉันเรียกเงินตามอารมณ์ ก็รู้ๆ กันอยู่”ไตรวิชญ์ตอบอย่างไร้เยื่อไย“แต่พวกตระกูลอะไรนั่นที่มาจัดการแข่งขันในประเทศฉันก็คงต้องสืบดูก่อนอยู่แล้วถ้าเกี่ยวข้องกับงานของฉันด้วย... พวกนายก็ได้ผลบุญไป”
“เอ่อพี่หมอมีงานอื่นนอกจากขายประกันกับฟรีแลนซ์หมอผีด้วยเหรอครับ”
“ก็มีสิ นี่เห็นฉันเป็คนว่างงานหรือไง”
“ไม่ๆ ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ ก็แบบ... ธุรกิจอื่นๆคุณเซียร์ก็เป็คนดูแลไงครับ แล้วงานหลักๆ ของพี่หมอก็คือขายประกันกับรับงานปราบผีแบบครั้งคราว...”
“เออ ก็รู้เื่นี่หว่า”
“แล้วงานอื่นที่ว่า...”
“ทำไมฉันต้องบอกด้วย นี่กำลังสืบสวน?”
“เปล่าคร้าบบบบ”
ชัชวาลยกมือขึ้นสูงยอมแพ้ก่อนที่พี่หมอจะปรายตามองเสียอีกไตรวิชญ์พ่นลมหายใจออกอย่างหงุดหงิดนิดหน่อยแล้วไล่แขกทันที
“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม เชิญกลับได้”
“อยู่ๆ ก็ไล่กลับกันอย่างนี้เลยเหรอครับ”
“เออ ก็ไม่มีธุระแล้วนี่นายน่ะ ส่วนฉันยังมีธุระอยู่”ไตรวิชญ์ลุกขึ้นยืนบิดี้เีเล็กน้อยไล่อาการเมื่อยขบจากการนั่งนานๆ“นี่ก็จะเที่ยงคืนแล้วด้วย กลับไปได้แล้ว... ไม่ใช่งานสังสรรค์จะอยู่ดึกไปทำไมกัน”
ไม่รู้ว่าท่อนสุดท้ายนี่พูดกับใครแต่พี่หมอก็ไม่ได้อยู่รอคำตอบอะไรจากชัชวาลเดินเข้าห้องไปเก็บของเพื่อที่จะออกไปข้างนอก
“เอ่อ วันนี้พี่หมอมีงานเหรอครับคุณไอย?”
ชัชวาลหันมาถามไอยรินทร์ที่ยั่งคงนั่งยิ้มอ่อนเขาชักสงสัยแล้วว่าชายหนุ่มผู้มีภาพลักษณ์อ่อนโยนนี้มีแค่หน้ายิ้มๆหน้าเดียวหรือเปล่าเนี่ย เจอทีไรก็แสดงสีหน้าเดิมตลอด
“ก็คงออกไปตามหาคนสำคัญของบ้านนั่นแหละ”
“เอ๋ ใครเหรอครับ”
“ก็ตู้เอทีเอ็มของบ้านไง”
ปกติไตรวิชญ์ไปไหนมักใช้ในเดินเท้ามากกว่าขึ้นรถเพราะถนนภายในกรุงเทพนั้นรถติดมากเดินเท้าเอายังเร็วกว่าแต่เพราะนี่เป็เวลากลางคืนถนนไม่ค่อยมีรถแล้วเขาถึงเอารถออกมาขับเพื่อไปรับใครบางคนที่ต้องกลับบ้านั้แ่สี่ทุ่มแล้วแต่ตอนนี้...จะเที่ยงคืนแล้วยังไม่เห็นตัว ทั้งยังไม่ติดต่อมาบอกด้วย
‘เพราะมีเครื่องรางเลยไม่น่าห่วงมาก แต่ไม่ติดต่อมาเลยมันก็แปลกเกินไป’
พี่หมอครุ่นคิดพลางเร่งเครื่องไปถึงความเร็วร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วคลื่นิญญาที่จับได้ระยะไกล เมื่อหักเลี้ยวมาก็เจอเข้ากับโรงพยาบาลไตรวิชญ์ขมวดคิ้วด้วยความงุนงงแต่ก็เข้าไปหาที่จอดรถแล้วเดินตรงไปหาคลื่นิญญาที่ััได้ทันที
“คงไม่ใช่อย่างที่คิดนะเว้ย”
ไตรวิชญ์ภาวนา มันต้องไม่ใช่สิน่า...
“อุ๊! คุณคะ เดินดูทางด้วยค่ะ”
เสียงหวานเ็าดังขึ้นไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยแต่คลื่นิญญานั้น...
“เธอ...”
เป็หญิงสาวนักศึกษาแพทย์ที่เห็นเมื่อวันนั้นไตรวิชญ์ขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียดและสำรวจอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“อะไรของคุณ มองแบบนี้เสียมารยาทจริง”
เธอชักสีหน้าเล็กน้อยท่าทางเ็านี้เหมือนเซียร์ไม่มีผิด เขาพ่นลมหายใจระบายอารมณ์ที่ขุ่นมัวออกไปแล้วตอบอีกฝ่ายด้วยท่าทีห่างเหิน
“ขอโทษที เธอเหมือนคนรู้จักฉันน่ะและตอนนี้กำลังหาตัวอยู่ ป่านนี้ยังไม่กลับบ้านเลย”
“อ้อ เพื่อนคุณยังไม่กลับบ้าน เพื่อนทำงานเป็หมอเหรอคะ?”
“เปล่า”
“หรือเป็พยาบาล?”
“ก็ไม่ใช่”
“...แล้วมาที่นี่ทำไม”
เธอเริ่มพูดเสียงแข็ง รู้สึกเหมือนโดนกวนประสาทจะพูดออกมาตรงๆ ก็ไม่ได้ ซ้ำยังแสดงสีหน้ายียวนใส่อีกต่างหาก ถึงจะหงุดหงิดแต่กลับไม่โกรธ...น่าแปลก
“ก็... คิดว่าน่าจะอยู่ที่นี่น่ะ”
พี่หมอจะบอกกับคนธรรมดาได้ยังไงว่าตามคลื่นิญญามาแถมมาพูดในโรงพยาบาลอีก พวกหมอคงจับเขาส่งจิตแพทย์พอดี
“แค่คิด แล้วไม่โทรหาล่ะคุณ”
“เฮ้อ เอาเถอะ พูดไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอกโทษทีที่ทำให้เสียเวลา”
ไตรวิชญ์เดินผ่านไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้หญิงสาวยืนมองเขาอย่างงุนงงก่อนจะหันมากุมขมับแล้วบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างเสียมิได้
“เฮ้อ... อย่างกับคนบ้า พูดไม่รู้เื่”
“ขอโทษแล้วกันที่พูดไม่รู้เื่”
“อ๊ะ! ยังไม่ไปอีกเหรอ!”
หญิงสาวร้องอย่างใหันขวับไปมองอีกฝ่ายก็เห็นว่าเดินไปไกลแล้วทำไมยังกลับมาอีก แถมใช้เวลาเพียงแค่สั้นๆ เองขาจะยาวไปไหนกัน
“ก็ว่าจะไปแล้วแต่ก็ยังข้องใจอยู่นิดหน่อย”
“อะไรอีกล่ะ ขอบอกก่อนเลยนะ เราไม่รู้จักเพื่อนคุณ”
“อ้อ เื่นั้นฉันรู้ ถ้าเธอรู้จักอีกฝ่ายก็คงแย่”ไตรวิชญ์หัวเราะอย่างขบขัน “แค่อยากถาม เธอชื่ออะไร”
“...”
“ไม่ได้จะจีบหรอก ไม่ใช่มิจฉาชีพด้วยแค่อยากรู้ชื่อเท่านั้น เผื่อบังเอิญเจอกันคราวหน้าจะได้เรียกถูก”
ที่จริงก็เหมือนจะรู้ชื่อไปแล้วแต่เขาก็จำไม่ได้ สงสัยเพราะถูกเื่น้องถั่วที่ดวงกุดได้อย่างน่าสมเพชและน่าสงสารเลยลืมชื่อเธอไปซะสนิท...ถามใหม่เอาก็ได้ แต่เหมือนจะชื่อเป็ดอกไม้นะ
หญิงสาวเบ้ปากใส่อย่างเผลอไผล
“ยังคิดว่าเราจะเจอกันอีกเหรอ”
“ก็เคยเจอกันก่อนหน้านี้แล้วนี่ ตอนทำคดีเมื่อวานไง”
“...” เธอทำหน้านึก ครู่หนึ่งก็นึกออก “คุณเป็...ตำรวจ?”
“เปล่า คนขายประกันน่ะ”
“...”
เธอทำหน้าไม่เชื่อถือคนขายประกันที่ไหนจะไปอยู่ในทีมตำรวจได้ จะบอกว่าเรียกมารอเครมของระหว่างเ้าหน้าที่ปฏิบัติงานหรือไงหญิงสาวมองแต่ไม่พูดต่อปล่อยให้พี่หมอพล่ามไป
“เอาเป็ว่าเราอาจจะมีโอกาสได้เจอกันอีกถ้าเธอยังทำคดีอยู่และอาจจะเจอกันอีกในอนาคตถ้ายังคิดจะเข้ามาเป็แพทย์ของโรงพยาบาลนี้เพราะงั้น... บอกชื่อเธอมาหน่อย”
“...”
“เอาน่า ฉันไม่เอาชื่อเธอไปข่มขืนหรอกสาวน้อย”
“ถ้าทำได้ก็อุบาทว์เกินทนแล้วย่ะ!” หญิงสาวมองค้อนอย่างอดไม่ได้ก่อนจะกระแอมไอปรับอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ขุ่นไปมากว่านี้ “เราชื่อทิวลิปค่ะชื่อจริง...”
“ชื่อจริงไม่ต้อง ถึงรู้ไปก็เรียกไม่ได้”
“?”
“ชื่อเป็ดอกไม้จริงๆ ...ขอบใจ ไปล่ะ”
เมื่อรู้ในสิ่งที่้าแล้วก็ไม่อยู่ต่อนึกจะไปก็ไปดื้อๆ อีกเหมือนเคย หญิงสาวที่เริ่มจะคุ้นกับตัวพี่หมอแล้วก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไรมากไปกว่าความเอาแต่ใจของเขาดูท่าทางแล้วเหมือนพวกคุณชายบ้านรวยจอมเสเพลไม่มีผิด
ถึงหน้าตาจะหล่อเหลาจนพูดได้ว่าไม่มีใครกล้ามองข้ามแต่หน้าก็บอกยี่ห้อความหล่อร้ายออกมาชัดเจนไม่น่าไว้ใจจนไม่กล้าเข้าใกล้หมือนกัน...แต่บรรยากาศรอบตัวเขาแปลกมากจริงๆ นะ
“มีไอความตายลอยฟุ้งแต่กลับไม่เป็อะไรเลยแถมยังเป็ไอความตายที่สงบมากด้วย เหมือนไม่ใช่มนุษย์เลย” ทิวลิปวิเคราะห์แล้วเดินกลับไปยังห้องตรวจของอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งดวงตาสีดำมืดคู่นั้นเริ่มมีประกายขึ้นมาบ้าง “แต่ร่างกายเป็มนุษย์แน่ ดวงตาคู่นี้...ไม่มีทางมองพลาด”
ร่างกายมนุษย์แต่เต็มไปด้วยไอความตาย...
ไอความตายที่มีเฉพาะยมทูตกับิญญาเท่านั้น
พิเศษมาก เป็สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่พบเห็นได้ยากจริงๆถึงนิสัยจะเหลือรับก็เถอะ แต่ว่า...
“อยากผ่าพิสูจน์ดูจังเลยนะ...”
ไตรวิชญ์รู้สึกเสียวสันหลังอย่างไม่มีเหตุผลก่อนจะหันซ้ายหันขวาเพื่อหาว่ามีใครคิดปองร้ายเขาอยู่หรือไม่ แต่ก็ไม่พบใครแม้กระทั่งพยาบาลก็ไม่เจอ...
คนที่เขาตามหาก็ยังไม่เจอ
“อยู่ไหนนะเซียร์”
“ข้างหลังไตรนี่ไง”
“!!!”
พี่หมอสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยในระยะประชิดเพิ่งไปหลอกทำให้สาวน้อยใมาคนไม่ทันไรกรรมตามทันเขาแล้วรึไตรวิชญ์ร้องโอดครวญในใจ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแห้งๆ
หญิงสาวในคราบหนุ่มหล่อเ็าเลิกคิ้วมองเขาด้วยความสงสัยและความหวัง
“ออกมาตามหาเราเหรอ? เป็ห่วงเราสินะ”
“เอ่อ...”
“ไม่ต้องห่วงหรอก เราไม่เป็ไร กลับกันเถอะ”เซียร์ไม่เอ่ยคาดคั้นอีกฝ่ายเพียงยิ้มอย่างอารมณ์ดีเท่านั้น“ระหว่างทางเราจะเล่าให้ฟังเองว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้มาอยู่ที่นี่”
“เป็เื่ดีหรือเื่ไม่ดีล่ะ?”
พี่หมอถามพลางถอนหายใจเบาๆ เซียร์เปลี่ยนหน้าเล็กน้อยแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังอย่างมากว่า
“เื่ไม่ดี... มากด้วย”