The Possible Man

    ตอนที่ 128 : เอามันกองทิ้งไว้หน้าร้านซะ !!

    “ร้านนี้เหรอคะ พี่นัท” ฝ้ายถามขึ้นด้วยความไม่มั่นใจ เมื่อได้เห็นร้านหรูที่อยู่ตรงหน้า
    “ใช่ ร้านนี้แหละ เข้าไปกันเถอะ” นัทเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปในร้านอย่างไม่ลังเล
    ฝ้ายมีท่าทีลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามนัทเข้าไป
    ‘ถึงร้านจะหรู แต่ราคาอาจจะไม่ได้แพงมากหรอกมั้ง’ เธอคิดขึ้นในใจ..หลังจากที่เปิดเมนูดูจนครบทุกหน้า ฝ้ายก็เหงื่อตกในทันที
    “พี่นัท เราเปลี่ยนร้านดีกว่าไหมคะ?” ฝ้ายเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางลำบากใจ
    เธอได้ดูเมนูครบทุกหน้าแล้ว ขนาดเมนูที่ถูกที่สุดก็ยังราคาหลักพัน เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าต่อให้เอาเงินที่เธอได้ในแต่ละเดือนมาจ่ายมันจะพอรึเปล่า
    แม้มันจะเป็นการเลี้ยงฉลอง แต่เธอก็ไม่ได้ต้องการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปให้พี่รหัสเธอมากขนาดนี้ ไปเลี้ยงชาบูหัวละไม่กี่ร้อยเธอยังคิดว่ามันคุ้มค่ากว่าด้วยซ้ำ
    นัทที่เห็นท่าทีของฝ้ายก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
    ‘ไม่ต่างจากเราตอนนั้นเลยจริงๆ’ นัทคิดขึ้นในใจ แต่ยังไงก็ตาม ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ฝ้ายทำผิดพลาดเหมือนเขาในอดีต
    “ฝ้าย ฟังพี่ดีๆ นะ” นัทเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง
    “มื้อนี้ เราไม่ได้จ่าย ดังนั้นเราต้องสั่งให้เต็มที่”
    “แต่ฝ้ายเกรงใจพี่หิน...” ฝ้ายเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ
    “อย่าไปเกรงใจมัน อย่าทำผิดพลาดแบบพี่!”
    “คะ?” ฝ้ายมีท่าทีสงสัยกับคำพูดของนัท
    “เอ่อ...พี่หมายถึง...หินมันเต็มใจเลี้ยง ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องเกรงใจ ความเกรงใจทั้งหมดที่ฝ้ายมี เอาไปกองไว้นอกร้านให้หมด อย่าเอาเข้ามาด้วยแม้แต่นิดเดียว”
    “เอ่อ...” ยิ่งได้ฟังคำพูดของนัท ฝ้ายยิ่งรู้สึกงงหนักเข้าไปอีก เพื่อนสนิทกันปกติมันต้องช่วยเหลือกันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นว่า มาวางแผนกับเธอผลาญเงินเพื่อนเอาซะได้
    “เชื่อพี่ ไอ้หินมันรวยและมันก็รวยมาก รวยจนฝ้ายคิดไม่ถึงเลยล่ะ แต่พี่พูดอะไรมากไม่ได้ ถ้าฝ้ายได้อยู่กับมันไปนานๆ ฝ้ายจะเข้าใจเอง” ขณะที่นัทพูด มันก็อดนึกถึงทรัพย์สมบัติของหินที่มันเคยเห็นไม่ได้
    ไร่ฟาร์มพันไร่ รถซูเปอร์คาร์อีกสี่ห้าคัน ภาพวาดราคา 5000 ล้านในบ้าน แถมจะยังบัตร Royal King First MasterCard นั่นอีก ระดับความรวยของหิน เกินกว่าที่นัทจะเข้าใจได้และนัทก็ยังเชื่อว่า นี่ไม่ใช่ทั้งหมดที่หินมีอีกด้วย
    ฝ้ายได้ยินที่นัทพูดก็ยังมีสีหน้าไม่เชื่ออยู่บ้าง เธอคิดว่านัทพูดเวอร์เกินไป พี่รหัสของเธอก็เป็นนักศึกษาคนหนึ่ง จะรวยขนาดไหนกันเชียว แม้หินจะขับรถ BMW ก็จริง แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าจะสามารถจ่ายค่าอาหารมื้อเดียวในราคาหลักหมื่นได้อย่างสบายๆ สักหน่อย เผลอๆ BMW ที่หินขับอยู่ ก็อาจจะผ่อนยังไม่หมดเลยด้วยซ้ำ
    ถ้าหากหินได้รู้ความคิดของฝ้ายที่คิดว่ารถของเขาเป็นรถที่ยังผ่อนไม่เสร็จ หินคงได้กระอักเลือดช้ำใจตายเป็นแน่
    “เอาแบบนี้ เดี๋ยวตอนที่สั่งอาหาร ฝ้ายคอยดูนะว่ามันจะพูดอะไรรึเปล่า ถ้ามันไม่ได้ห้าม ฝ้ายก็สั่งแบบไม่ต้องเกรงใจเลย โอเคนะ”
    มีโอกาสได้เอาคืนบ้างมีเหรอนัทจะปล่อยไป แม้เขารู้ว่าการผลาญเงินของหินในครั้งนี้มันแทบจะไม่ได้ทำให้หินรู้สึกอะไรเลย แต่อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้นัทรู้สึกสบายใจ ที่ได้ระบายออกไปบ้าง
    ไม่นานนัก หินก็เดินเข้ามาในร้าน
    “เป็นยังไงบ้าง จอดได้ป่ะ?” นัทถามขึ้น
    “จริงๆ ฉันจอดได้นานแล้ว แต่เมื่อกี๊แค่แวะไปเข้าห้องน้ำ” หินตอบขึ้น
    “สาบาน?” นัทไม่เชื่อแม้แต่น้อย
    “สั่งอาหารกันรึยัง?” หินเปลี่ยนบทสนทนาทันที
    ฝ้ายที่เห็นการกระทำของทั้งคู่ก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ เธอไม่คิดว่าพี่รหัสของเธอจะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วย
    “ยัง รอมึงอยู่” นัทเอ่ยขึ้น
    หินได้ยินแบบนั้นจึงหันไปเรียกบริกรให้มารับออเดอร์
    “สั่งได้เลย” หินพูดขึ้น
    นัทจำได้ครั้งนั้นที่มา หินมันสั่งอาหารโดยเลือกจาก 3 เมนูแรกที่ราคาแพงที่สุด ตอนนั้นหัวใจเขาแทบวายที่มันสั่งของแพงขนาดนั้น แต่ในตอนนี้เขาได้เรียนรู้แล้ว ไม่มีทางทำผิดพลาดเหมือนครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน
    “เอา 10 เมนูแรกที่แพงที่สุดของร้าน” นัทสั่งขึ้นอย่างไม่เกรงใจ
    ฝ้ายได้ยินแบบนั้นถึงกับอ้าปากค้างในทันที เธอจำได้ว่านัทบอกกับเธอว่าให้สั่งแบบไม่ต้องเกรงใจ แต่การสั่งแบบนี้มันโคตรของโคตรของโคตรของการไม่เกรงใจเลยนะ!
    พอฝ้ายได้มองตามราคาที่ระบุอยู่ถึงกับร้องขึ้นมาในใจ
    ‘บ้าไปแล้ว สั่งอาหารครั้งเดียวราคา 6 หมื่นกว่าบาท!!’ ฝ้ายอดเหลือบสายตาไปมองหินไม่ได้ เธออยากรู้ว่าพี่รหัสของเธอจะมีท่าทียังไง ต้องตกใจมากอย่างแน่นอน
    แต่ที่เธอเห็นกลับผิดคาด พี่ของเธอกลับทำเพียงแค่เหลือบสายตาไปมองนัทเท่านั้น แต่ไม่ได้เอ่ยห้ามอะไร แถมไม่มีท่าทีตกใจใดๆ แม้แต่น้อย
    ที่หินเหลือบไปมองนัท เขาไม่ได้ตกใจที่นัทสั่งอาหารราคาแพงมาตั้งมากมาย แต่เขากลับสงสัยว่า สั่งมามากขนาดนี้ มันจะกินหมดรึเปล่า เท่านั้นเอง
    “เอ่อ…ลูกค้าสั่ง 10 เมนูแรกที่แพงที่สุดของร้าน ใช่ไหมครับ” บริกรชายถามย้ำขึ้นอีกครั้ง
    “ตามนั้น!!” นัทตอบขึ้นอย่างมั่นใจ
    “ฝ้ายไม่สั่งอะไรเหรอ?” หินถามขึ้น เมื่อเห็นว่าฝ้ายยังคงนั่งเงียบ ไม่ยอมสั่งอะไร
    “เอ่อ…” ฝ้ายมองหินครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบสายตาไปมองนัท ที่ตอนนี้กำลังพยักหน้าให้กับเธอ
    “งั้นฝ้ายเอาเป็นข้าวห่อสาหร่ายรวมมิตรที่หนึ่งก็ได้ค่ะ” ฝ้ายจำใจเอ่ยสั่งออกมา
    “...” หินแปลกใจเล็กน้อยเพราะฝ้ายดันสั่งเมนูเดียวกับนัท เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่มาที่นี่กับนัท นัทก็สั่งเมนูนี้เช่นกัน
    “...” นัทเองก็พูดไม่ออกเช่นกัน ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าฝ้ายคิดอะไรอยู่ ที่เธอเลือกสั่งเมนูนี้ไม่ใช่เพราะว่าเธออยากทานแน่ๆ แต่เป็นเพราะมันเป็นเมนูที่มีราคาถูกที่สุดของร้านต่างหาก นัทเข้าใจฝ้ายเป็นอย่างดีเพราะเคยผ่านจุดนี้มาแล้วเช่นกัน
    “รับเครื่องดื่มเป็นอะไรดีครับ?” พนักงานถามขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งหมดสั่งอาหารเสร็จแล้ว
    “น้ำเปล่..” ขณะที่ฝ้ายกำลังจะสั่งเครื่องดื่มที่ราคาถูกที่สุดออกมา เธอก็เห็นว่านัทกำลังจ้องมาที่เธอพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
    ฝ้ายเห็นแบบนั้นจึงได้เปลี่ยนตัวเลือกใหม่เป็นน้ำชาธรรมดา ที่ถูกรองลงมาเป็นอันดับสอง
    “เอ่อ...งั้นเอาเป็น...น้ำชาธรรมด...”
    “น้ำชาที่ดีที่สุดของร้าน ใช่ไหมฝ้าย” นัทเอ่ยขึ้นเสียงเย็น
    “ชะ ชะ ใช่ค่ะ” ฝ้ายพยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงและท่าทีของนัททำให้ฝ้ายไม่กล้าปฏิเสธแม้แต่น้อย
    ‘น่ากลัวเกินไปแล้ว’ ฝ้ายคร่ำครวญขึ้นในใจ ปกติพี่นัทที่เธอรู้จักจะเป็นคนขี้เล่นและตลก แต่เธอกลับไม่คิดว่า แค่เรื่องสั่งอาหารจะทำให้นัทจริงจังได้มากขนาดนี้
    “ฝ้ายชอบกินของหวานไหม?” นัทถามต่อไม่หยุด
    “ชอบค่ะ” ฝ้ายตอบโดยไม่ต้องคิด
    “เอาของหวานที่แพงที่สุดในร้าน เพิ่มอีก 3” นัทหันไปเอ่ยกับบริกร
    “ครับผม รับอะไรเพิ่มอีกไหมครับ? ” บริกรถามขึ้น ซึ่งทุกคนต่างก็ส่ายหน้าปฏิเสธ
    “งั้นผมขออนุญาตทวนรายการอาหารนะครับ อาหารที่แพงที่สุดในร้าน 10 อย่างแรกและข้าวห่อสาหร้ายรวมมิตรอีก 1 น้ำชาที่ดีที่สุดในร้าน 3 ที่และของหวานที่แพงที่สุดในร้าน อีก 3 ที่นะครับ” บริกรทวนรายการอาหารขึ้นด้วยความรู้สึกประหลาด เขาสาบานได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมา เขายังไม่เคยทวนรายการอาหารแบบนี้มาก่อน อีกทั้งยังไม่เคยเห็นใครทำเลยด้วย
    “ตามนั้น!” นัทคอนเฟิร์มออเดอร์
    จากนั้นบริกรก็ได้จากไป
    ในขณะที่หินและนัทมีท่าทีผ่อนคลายสบายๆ แต่คนที่รู้สึกอึดอัดที่สุดกลับเป็นฝ้าย เธออยากจะถามออกไปเหลือเกินว่า สั่งขนาดนี้จะจ่ายไหวหรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นฝ้ายกลับไม่กล้าถามออกมาเพราะมันดูเสียมารยาท
    นัทที่เห็นว่าฝ้ายมีท่าทีเคร่งเครียด จึงได้ชวนคุยเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ของฝ้าย ระหว่างที่รออาหาร ซึ่งมันก็ได้ผลดีทีเดียว ฝ้ายเริ่มมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น
    กระทั่งอาหารได้ถูกยกมาเสิร์ฟ
    หินก็รับประทานอาหารอย่างผ่อนคลาย ส่วนนัทก็กินอย่างสะใจประหนึ่งโหยหามานาน มีเพียงฝ้ายที่รับประทานอาหารไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
    หินเองก็จับสังเกตตรงนี้ได้จึงได้เอ่ยขึ้น
    “ฝ้าย กินให้เต็มที่เลยนะ มื้อนี้พี่จ่ายเอง” หินยิ้มขึ้น
    เมื่อได้ยินแบบนั้นฝ้ายจึงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ต่อให้เครียดไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร มาถึงขั้นนี้แล้ว กินให้เต็มที่เลยแล้วกัน หลังจากนั้นฝ้ายจึงทานอาหารโดยไม่มีท่าทีลังเลหรือเครียดอีกต่อไป
    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดอาหารพร้อมกับของหวาน 14 อย่างก็ถูก พวกเขา 3 คนทานจนหมด แม้มันจะฟังดูน่าเหลือเชื่อแต่มันได้เกิดขึ้นแล้ว
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งหินกับนัท ที่ตอนนี้ต่างก็มีท่าทีนิ่งอึ้งกับภาพที่เห็นตรงหน้า ถ้าอาหารถูกแบ่งออกเป็น 10 ส่วน ส่วนที่หินทานไปนั้นมีเพียงแค่ 2 ส่วน ส่วนนัททานไป 3 ส่วน ที่เหลืออีก 5 ส่วนกลับถูกฝ้ายทานไปคนเดียวทั้งหมด
    “เอ่อ...ฝ้ายอิ่มรึเปล่า จะสั่งอะไรเพิ่มไหม?” หินถามขึ้นเมื่อเห็นอาหารจานสุดท้ายถูกฝ้ายจัดการจนหมดจด
    เขาและนัท อิ่มกันตั้งแต่ 20 นาทีแรกแล้ว พวกเขาจึงได้นั่งมองฝ้ายทานอาหารคนเดียว และมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกอึ้งมากที่ฝ้าย สามารถทานอาหารทั้งหมดที่เหลือได้ด้วยตัวเองคนเดียว
    เขาทั้งสองต่างเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ เอาอาหารทั้งหมดไปเก็บไว้ตรงส่วนไหนของร่างกายกัน
    “อะแฮ่ม...ฝ้ายอิ่มแล้วค่ะ” ฝ้ายตอบขึ้นด้วยความเขินอาย เธอไม่คิดเลยว่าจะได้แสดงความสามารถในการกินจุให้หินและนัทได้เห็น
    ฝ้ายเองก็เป็นคนกินจุมาแต่ไหนแต่ไร และเธอก็ยอมรับเลยว่าอาหารที่นี่อร่อยสมกับราคาของมันจริงๆ เธอถึงกินแบบไม่ยั้งขนาดนี้
    “โอเค งั้นเช็คบินเลยละกัน” หินพูดขึ้นก่อนจะเรียกบริกรมาเช็กบิล
    “ทั้งหมด 92,850 บาทครับ” สิ้นเสียงของบริกร ฝ้ายที่พึ่งมีความสุขไปกับการกินเมื่อครู่แทบอยากจะล้วงเอาอาหารออกมาคืนในทันที
    ‘ราคาบ้าบออะไรกัน อาหารมื้อเดียวราคาเกือบแสน!!’ ฝ้ายร่ำร้องขึ้นในใจ
    หินไม่ได้เอ่ยอะไร เขาเพียงหยิบบัตรเครดิตสีดำใบหนึ่งขึ้นมายื่นให้บริกร
    บริกรชายจากไปเพียงครู่เดียวก็กลับมาพร้อมใบเสร็จให้หินเซ็น
    “ขอบคุณลูกค้าที่มาใช้บริการครับ” บริกรเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
    “ป่ะ กลับกันเถอะ” หินพูดขึ้นก่อนจะเดินนำออกจากร้านไปโดยไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนแม้แต่น้อย มีเพียงแค่ฝ้ายเท่านั้นที่ยังตกตะลึงไปกับการใช้เงินของหิน เธอไม่คิดเลยว่าพี่รหัสของเธอคนนี้จะสามารถจ่ายค่าอาหารราคาเกือบแสนได้อย่างสบายๆ
    นัทที่เห็นอาการของฝ้ายก็รู้สึกเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี
    “พี่บอกแล้ว ว่ามันรวย ฉะนั้น ครั้งหน้า เอาความเกรงใจกองทิ้งไว้ที่หน้าร้าน เชื่อพี่” นัทเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินตามหินออกไป
    “ฝ้ายเข้าใจแล้ว ทำไมพี่นัทถึงมีท่าทีแบบนั้นตอนสั่งอาหาร ฝ้ายเข้าใจแล้วจริงๆ” ฝ้ายเอ่ยขึ้นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินตามนัทออกไป
    ---------------------------------------------------------------
    คนมันรวยอ่ะเนาะ คนธรรมดาอย่างเรา จะสั่ง pizza ยังต้องคิดแล้วคิดอีก