ตอนที่ 54
ทักษะห้าพิษปั่นป่วน
โลหิตสีแดงสดได้กระอักออกมาจากปากของหมิงเหอหลิงอย่างเป็นปริศนา พลังวิญญาณภายในร่างกายของเขากำลังปั่นป่วนเป็นอย่างมากถึงขณะที่เข่าทั้งสองข้างลงไปทรุดอยู่กับพื้น
ใบหน้าของหมิงเหอหลิงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเขาประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นยามแรกที่เขากับหลิวหวังจิงแลกกระบี่กันเขามั่นใจว่าเขาไม่ได้โดนคมกระบี่ของอีกฝ่ายเลยสักครั้งแล้วเหตุใดเขาถึงบาดเจ็บได้
หมิงเหอหลิงที่กำลังคุกเข่าอยู่ได้ใช้สมองทั้งหมดของตนเองตรองดูถึงความเป็นไปได้
“ หรือว่า!!! ” เหอหลิงอุทานออกมาราวกับนึกบางอย่างออก
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหมิงเหอหลิงที่แสดงใบหน้าอันตื่นตระหนกออกมาหลิวหวังจิงก็ยกยิ้มอันเจ้าเล่ห์ “ ใช่แล้วทักษะห้าพิษปั่นป่วน!!! ”
ทักษะ 5 พิษปั่นป่วนเป็นทักษะที่จะส่งผ่านพิษไปตามวัตถุต่างๆมันจัดเป็นทักษะระดับสีม่วง เพราะว่าการจะรับมือกับผู้ที่ฝึกฝนทักษะพิษชนิดนี้จำเป็นต้องไม่โดนหรือเข้าใกล้ผู้ที่ใช้ทักษะนี้เลย
หมิงเหอหลิงตระหนักได้ว่าเขาปะทะกระบี่กับหลิวหวังจิงหลายครั้งอีกฝ่ายคงจะส่งผ่านพิษมาทางกระบี่เป็นแน่ ที่เหอหลิงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีนี้เพราะว่าทักษะห้าพิษปั่นป่วนเป็นทักษะที่ไม่น่าจะมีผู้เรียนรู้อยู่แล้วภายในใต้หล้า
“ ท่าน...เหตุใดท่านถึง ”
“ เหตุใดข้าถึงมีมันงั้นรึ เจ้าดูจากทักษะนี้แล้วเจ้าก็น่าจะรู้นะว่าอาจารย์ของข้าเป็นผู้ใด ” หลิวหวังจิงกล่าวออกมาอย่างหยิ่งยโส
“ อย่างบอกนะว่า มู่ซานหลิว งั้นรึ!!! ” หมิงเหอหลิงกล่าวออกมาอย่างแทบจะไม่ต้องคิดเลยสักนิด มีผู้เดียวที่รู้เกี่ยวกับทักษะพิษทั่วทั้งใต้หล้า หนึ่งในแปดราชันย์ห้าขุนเขาสี่สมุทร จอมมารพิษ มู่ซานหลิว ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับ เซียน
ทั่วทั้งห้าแคว้นสี่สมุทรมีผู้ที่ถูกยกย่องว่าเป็นแปดราชันย์ห้าขุนเขาอยู่แปดคนโดยพวกเขามีระดับพลังวิญญาณอยู่ในระดับเซียน ยอดฝีมือแต่ละคนก็ต่างถนัดสายวิถีแห่งการฝึกตนไปคนละอย่าง มู่ซานหลิวก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาคือจอมมารพิษที่ทุกคนเกรงกลัว
ถ้าหลิวหวังจิงผู้นี้เรียนทักษะ 5 พิษปั่นป่วนมาจากมู่ซานหลิวผู้นั้นก็ไม่แปลกเลย
“ เจ้าพลาดแล้วเหอหลิง!!! ” หลิวหวังจิงกล่าวเยาะออกมา
แม่ทัพใหญ่เว่ยที่อยู่ไกลๆก็ถึงกับกัดฟันแน่นภายในใจของเขาตอนนี้เปรียบดังกองเพลิงที่กำลังลุกไหม้ บัดนี้ภายในใจของเขาพุ่งเข้าไปช่วยไท่จื่อเรียบร้อยแล้วแต่ถ้าเขากระทำเช่นนั้นจริงๆคนแคว้นหลิวคงจะหัวเราะไท่จื่อของพวกเขาว่าเป็นคนขาดเขลา และแม่ทัพใหญ่เว่ยก็รู้ใจจริงของไท่จื่อของตนดีว่าคงจะไม่อยากให้ตนยื่นมือเข้าไปช่วย
“ ท่านแม่ทัพใหญ่เช่นนี้จะเอายังไงดีขอรับ ” รองแม่ทัพใหญ่ที่ขี่อาชาอยู่ข้างกายได้ถามขึ้นด้วยความตระหนก
“ รอไปก่อน!!! ” หมิงเว่ยกัดฟันตอบกลับไป
“ แต่ว่า!!! ”
“ รอไปก่อน!!! ไท่จื่อยังไม่มีคำสั่ง!!! ”
หมิงเหอหลิงที่นั่งคุกเข่าอยู่กลางสนามรบเขากระอักโลหิตออกมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด ตอนนี้ทักษะ 5 พิษปั่นป่วนมันเริ่มทำร้ายร่างกายของเขามากขึ้น
“ คราวนี้แหละเจ้าได้ตายแน่หมิงเหอหลิง!!! ” หลิวหวังจิงกล่าวออกมาพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปหาเหอหลิงที่คุกเข่าอยู่กับพื้นอย่างช้าๆเพื่อหวังจะปิดชีวิต
ในขณะที่คิดว่าตนเองกำลังจะได้รับชัยชนะหลิวหวังจิงไม่สังเกตุเลยว่าเหอหลิงแม้จะถูกพิษไปเขายังคงสงบนิ่งเพื่อรอจังหวะนี้อยู่ นิ้วมือทั้งห้าของหมิงเหอหลิงจับด้ามกระบี่สีทองในมือแน่น ก่อนที่คมกระบี่สีทองจะแผ่ออร่าพลังวิญญาณมหาศาลออกมา
“ ทักษะกระบี่ราชันย์ กระบวนท่าที่ห้า ”
“ กระบี่ตัดราชันย์!!! ”
เหอหลิงได้ตวัดกระบี่สีทองในมือของตนเองออกไปอย่างสุดแรง คลื่นดาบพลังวิญญาณสีทองพุ่งออกจากกระบี่ตรงเข้าไปใส่ร่างของหลิวหวังจิงที่ก้าวเข้ามาด้านหน้า
ฉึบ!!! คลื่นกระบี่พลังวิญญาณได้ฟันเข้ากลางร่างของหลิวหวังจิงเกิดเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ โลหิตสีแดงสดกระจายออกมาเป็นจำนวนมากเพียงแค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวบัดนี้สติของไท่จื่อแห่งแคว้นหลิวก็ได้หลุดหายออกไปจากร่างเรียบร้อยแล้ว “ อ๊าก!!! ”
หลังจากการปล่อยการโจมตีนั้นไปหมิงเหอหลิงก็ถึงกับกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ทักษะกระบี่ราชันย์กระบวนท่าที่ 5 มันใช้พลังวิญญาณมากเกินไปสำหรับเขาในตอนนี้ ในร่างกายที่ปกติต่อ 1 วันเหอหลิงสามารถใช้มันได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น แล้วยิ่งบัดนี้ร่างกายโดนพิษเข้าไปการใช้มันเพียงครั้งเดียวก็ทำให้พิษกำเริบขึ้นอีกครั้ง
“ ไท่จื่อ!!! ” ทหารของแคว้นหลิวตะโกนดังลั่นพร้อมกับพวกมันเรียบควบอาชาเข้าประจัญบานทันที
แม่ทัพใหญ่หมิงเว่ยที่เห็นเช่นนั้นไม่รอช้าเขาได้ชักกระบี่ที่เอวของตนเองออกมาแล้วกล่าวอย่างดังลั่น “ ปกป้องไท่จื่อ!!!! ”
ทหารทั้ง 2 แคว้นพุ่งตรงเข้าไปเพื่อเข้าปะทะกันทันที ตอนนี้หมิงเหอหลิงกำลังบาดเจ็บอาชาคู่กายของเขามันได้พุ่งเข้ามาใช้ปากจับชายเสื้อของนายแล้วโยนขึ้นมาที่หลังของมันทันที
อาชาตัวนั้นได้พาร่างของหมิงเหอหลิงวิ่งผ่านฝูงคนเพื่อออกจากสนามรบไป ในขณะที่ทหารร่วมแสนนายกำลังปะทะกันอยู่กลางสมรภูมิอันดุเดือดในการนำทัพของแม่ทัพใหญ่หมิงเว่ย ยามแรกเขาจะมาพาตัวไท่จื่อกลับไปพักรักษาตัวแต่ว่าอาชาตัวนั้นได้พาร่างขององค์ไท่จื่อวิ่งหายไปจากสายตาเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางสมรภูมิที่มีทหารอยู่มากกว่า 100,000 การจะหาไท่จื่อคนเดียวที่วิ่งหายไปในฝูงคนมันทำได้ยากเย็น
จบตอน