[จบ] ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ

    บทที่ 44 ความอัปยศของเงินทอง

    บทที่ 44 ความอัปยศของเงินทอง


    กะ…เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?


    หานชิงอวี่เหมือนกลายเป็นฟางที่กำลังล่องลอยอยู่ในทะเลสาบ ราวกับถูกคนดึงเข้ามาในน้ำที่ลึกจนไม่มีที่สิ้นสุดอย่างกะทันหัน

     

    จนกระทั่งไป๋ปิงออกแรงดึงแขนเสื้อของเขาเล็กน้อย ชายหนุ่มก็หันกลับมามองสายตาข่มขู่และเจือปนขอร้องของไป๋ปิงที่ส่งมาให้ หานชิงอวี่ถึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นตรงหน้า

     

    ที่แท้ไป๋ปิงก็มองตนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยเธอ  และตอนนี้กำลังขอความช่วยเหลือจากตน อยากให้พาตัวเธอออกไปจากความอึดอัดในสถานการณ์นี้

     

    แต่ว่า…เมื่อพิจารณาถึงการกระทำหลาย ๆ อย่างก่อนหน้านี้ของไป๋ปิง หานชิงอวี่ยังคงต้องฉุดคิดให้ดีก่อน ว่าจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือไป๋ปิงดีหรือไม่

     

    หากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับหมอหรือพยาบาลคนอื่น ๆ ที่เขารู้จัก หานชิงอวี่คงเลือกที่จะให้ความช่วยเหลือโดยไม่มีความลังเลแน่นอน

     

    แค่แสดงละคร สำหรับเขาแล้วไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

     

    แต่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คนมาขอความช่วยเหลืออยู่ตรงหน้านี้คือไป๋ปิง ตนคงต้องพิจารณาให้ดีก่อน

     

    อย่างไรก็ตาม การกอดงูที่ถูกแช่แข็งเหมือนไอติมบนข้างถนนไว้ในอ้อมแขน หลังจากที่เขาได้ให้ความอบอุ่นร่างกายแล้วก็หนีไปแถมยังกลับมาแว้งกัดอีกแบบนี้ เป็นเรื่องที่เขาจะไม่ทำแน่นอน

     

    ต้องรู้ไว้ก่อนว่า การแสดงเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าแสดงได้ไม่เนียน ก็จะทำให้อึดอัดได้

     

    ขณะที่หานชิงอวี่กำลังลังเลอยู่นั้น ในอีกด้านหนึ่งเป็นโจวเจียหาวที่ใส่ชุดดูมีฐานะดี ขณะที่กำลังมองไปที่หานชิงอวี่ด้วยสายตารังเกียจ ก็เปิดปากแล้วพูดว่า


    “พี่ไป๋ปิงครับ พี่คงไม่มีทางชายตามองคนแบบนี้หรอกใช่ไหม?”


    “เชื่อผมเถอะครับ ผู้ชายที่ดูยากจนคนนี้ ไม่คู่ควรที่จะทำให้พี่ต้องเสียเวลานะครับ”

     

    เขาสวมชุดที่ดูเรียบง่าย ซึ่งเป็นการแต่งตัวตามปกติของหานชิงอวี่ เดิมทีก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องมารยาทมาก

     

    จะว่าไปก็ถูก คนที่หยิ่งยโสแบบผู้ชายคนนี้เป็นถึงคุณชายของครอบครัวที่ร่ำรวย ในสายตามีเพียงเรื่องเงินทองกับผู้หญิง สำหรับคนอย่างหานชิงอวี่ที่ต้องไปทำงานหาเงินด้วยตัวเองแล้ว เป็นเรื่องปกติที่จะโดนดูถูก

     

    แต่ว่าคำพูดนี้ของเจ้าตัว ก็ได้เปลี่ยนความคิดของหานชิงอวี่เข้า

     

    แพทย์หนุ่มที่เมื่อสักครู่ยังคงลังเลอยู่ว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยไป๋ปิงดี พอได้ฟังคำพูดของโจวเจียหาว เขายื่นแขนออกทันทีและรวบเข้ากับแขนไป๋ปิงอย่างเป็นธรรมชาติ

     

    เดิมทีตนคิดว่าจะทำเพียงยืนดูอยู่ที่ข้างสนามเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กที่อยู่ตรงหน้าถึงกับกล้าจุดไฟในตัวเขาขึ้นมา ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่าหาว่าเขาไม่เกรงใจแล้วกัน

     

    เขาขมวดคิ้วขึ้น พูดกับไป๋ปิงที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “เสี่ยวปิง คนนี้คือใครเหรอครับ?”

     

    ไป๋ปิงที่ได้ยินคำเรียกของหานชิงอวี่ ร่างกายก็ราวกับถูกบางอย่างกระแทกอย่างแรงจนสั่นไปหมด


    ตั้งแต่เธอโตมาจนป่านนี้ ก็เป็นหญิงแกร่งที่ไม่ยอมให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้ ชื่อเสี่ยวปิงนี้ นอกจากผู้อาวุโสในบ้านตนแล้ว ก็ยังไม่เคยมีใครเรียกเธอแบบนี้เลย

     

    พอวันนี้มาได้ยิน มันเลยทำให้ไป๋ปิงรู้สึกมึนงงอยู่พักหนึ่ง

     

    แต่ไป๋ปิงก็กลับมาตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เสียงของตนอ่อนหวานขึ้นเล็กน้อยก่อนพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่เคยเป็นคนไข้ในความดูแลน่ะ เขาเอาแต่พูดว่าจะจีบฉัน ฉันปฏิเสธเขาไปแล้วแต่เขาก็ไม่ไปสักที”

     

    “ทั้งที่ฉันพูดไปแล้วนะว่ามีแฟนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เชื่อ”

     

    ฟังน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นมากของไป๋ปิงแล้ว โจวเจียหาวก็โกรธจนแทบจะระเบิด

     

    แต่ตอนนั้นเอง หานชิงอวี่ก็ใช้สายตามองไปที่ร่างของโจวเจียหาว ด้วยสายตาที่เย็นเยียบแล้วพูดว่า “ตอนนี้คุณก็เห็นแล้วนี่? ว่าเธอมีแฟนแล้วจริง ๆ ทีนี้คุณก็ไปได้แล้ว”


    หานชิงอวี่ไม่เคยมีความรักมาก่อน แต่ด้วยรูปร่างหน้าตาของเขา ในสมัยที่ยังเป็นนักเรียนอยู่ ทุกคนต่างก็มองเขาเป็นไอดอลของโรงเรียน

     

    วันหยุดทุกครั้ง ก็มักจะได้รับของขวัญกับจดหมายจากนักเรียนสาวรุ่นพี่และรุ่นน้องอยู่เสมอ แถมบางที่ก็ยังมีนักเรียนสาวรุ่นพี่และรุ่นน้องมาชวนเขาออกไปเที่ยวอีกด้วย

     

    พูดให้ถูกก็คือ นัดเดต

     

    ดังนั้นแม้ชุดของหานชิงอวี่จะเป็นเพียงชุดที่ดูเรียบง่าย แต่เมื่อยืนข้างไป๋ปิง ก็ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกจริง ๆ

     

    คนรอบ ๆ ที่ผ่านไปมาได้เห็น ก็ยังต้องเหลือบมอง

     

    เพราะเป็นที่หน้าประตูของโรงพยาบาล การเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจึงเป็นเรื่องที่พบเจอไม่บ่อยนัก


    ที่สำคัญคือ สายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาดูเหมือนจะเปลี่ยนไป เมื่อพวกเขาจ้องมองไปที่หานชิงอวี่กับไป๋ปิง มันเป็นสีหน้าที่มีความอิจฉาและการอวยพร

     

    แต่เมื่อสายตาเหล่านั้นมองไปที่โจวเจียหาว ก็เหลือเพียงแค่สายตาที่ดูถูก

     

    ท้ายที่สุดแล้วพวกคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเหล่านี้ก็ยังมีความยุติธรรม จากบทสนทนาของทั้งสามคนที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ เมื่อได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสามคร่าว ๆ แล้ว บางคนก็มีจินตนาการที่เหนือขึ้นไปอีก และยังคงจินตนาการถึงละครไอดอลที่มีเนื้อเรื่องซับซ้อนอยู่ในใจ

     

    อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะจินตนาการแบบไหน ตัวละครของโจวเจียหาวในเรื่องราวพวกนั้น ก็ล้วนแต่ได้รับบทเป็นตัวร้าย

     

    ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาในฐานะผู้ที่ผ่านไปมาและไม่มีหนทางที่จะลงโทษคนร้ายได้ แต่ก็ยังเอาแต่จ้องมองไปที่โจวเจียหาวด้วนแววตาที่ลุกเป็นไฟ

     

    โจวเจียหาวที่ถูกคนมองด้วยสายตาแบบนั้นก็รู้สึกรับไม่ได้ แม้ว่าครอบครัวเขาจะร่ำรวย แต่หากมีเรื่องอื้อฉาวในด้านลบออกมา ก็ใช่ว่าจะสามารถใช้เงินมาจัดการได้

     

    ตอนนั้นเองที่โจวเจียหาวนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงไฟที่ไม่รู้จักในใจของเขา อย่างไรก็ตามไฟที่ไร้ชื่อนี้ไม่กล้าที่จะปล่อยออกมากับคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเหล่านี้ได้ง่าย ๆ


    ดังนั้นมีทางเดียวเท่านั้นที่จะระบายความโกรธที่ระงับอยู่ในใจมานาน นั้นก็คือการเปลี่ยนเป็นสร้างความกดดันให้กับหานชิงอวี่แทน


    โยนความผิดทุกอย่างให้เป็นของผู้ชายคนนี้ซะ

     

    ในความคิดของโจวเจียหาว ถ้าไม่ใช่เพราะการมีอยู่ของหานชิงอวี่ ไป๋ปิงก็คงไม่ปฎิเสธเขาง่าย ๆ แบบนี้ ไหนจะตอนนี้ที่กำลังถูกผู้คนที่เดินผ่านไปมามองด้วยสายตาอวยพรอีก ควรต้องเป็นเขากับไป๋ปิงถึงจะถูก

     

    เขาที่คิดไปมากขนาดนี้ มีเพียงอย่างเดียวที่คิดไม่ถึงก็คือ ไป๋ปิงที่ตนคิดถึงอยู่ทั้งวันทั้งคืน แต่ไหนแต่ไรก็อาจไม่ได้มีความรู้สึกกับเขาเลยแม้แต่น้อย

     

    ทหารฝึกหัดหลงรักครูฝึก ผู้สอบใบขับขี่หลงรักโค้ช คนไข้หลงรักคุณหมอ เจ้าสาวหลงรักพิธีกร

     

    นี่ล้วนเป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษา

     

    แต่คนที่ป่วยหนักแล้วอย่างโจวเจียหาว ตอนนี้คงไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว

     

    เขาหยิบเช็คเงินออกมาจากกระเป๋า และสุ่ม ๆ เขียนตัวเลขบนเช็ค เมื่อเขียนเสร็จเขาก็วางปากกาลง แล้วเดินอย่างมั่นใจไปหาหานชิงอวี่ และยื่นกระดาษแผ่นนั้นไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายอย่างแรง


    จากนั้นเขาก็ลดเสียงลง น้ำเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธที่ควบคุมไม่ได้


    “รับเช็คใบนี้ไว้ แล้วรีบไสหัวไปให้ไกลจากไป๋ปิงซะ”

     

    คนรอบ ๆ ที่เห็นดังนั้นก็ต่างตกตะลึง พวกเขาคิดไม่ถึงว่า เรื่องราวที่มักจะเกิดขึ้นแค่ในละครไอดอลนั้น ตอนนี้ก็ได้เกิดขึ้นในชีวิตจริงแล้ว

     

    ที่แท้ ในชีวิตจริงมีคนที่พกเช็คอยู่จริง ๆ ด้วย

     

    สายตาของทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็มองไปที่หานชิงอวี่ด้วยความอิจฉาอีกแล้ว

     

    ไม่เพียงแต่มีแฟนสาวที่สวยเท่านั้น แต่ยังมีคนโง่แบบนี้เอาเงินมาให้ตัวเองด้วย โชคลาภแบบนี้ เกรงว่าถ้าเป็นคนอื่นเกิดใหม่อีกแปดชาติก็คงไม่มีเรื่องดี ๆ เช่นนี้

     

    แต่ว่าในสายตาของคนพวกนี้ยังแฝงความหมายอื่นอีก สิ่งที่อยากเห็นจริง ๆ คือ หานชิงอวี่ที่ต้องเผชิญหน้ากับความอัปยศอดสูของเงินทอง จะมีการตอบสนองอย่างไรบ้าง

     

    จะยอมรับมันด้วยความอัปยศอดสู หรือจะเลือกความรักที่แสนจะโรแมนติก?

     

    ยังไม่ทันที่ทุกคนจะมีคำตอบที่คิดไว้ในใจ วินาทีต่อมา หานชิงอวี่ก็ได้รับเช็คมาไว้ในมือแล้ว


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ ที่คุณอ่าน