“เป็นกระบี่ที่แปลก...” ฉินเฉาประหลาดใจ เขารู้สึกว่าจิตใจของเขาเหมือนกับถูกดูดเข้าไปในกระบี่
“เจ้านี่ถูกเรียกว่า กระบี่ราชันมาร” โรซี่ควบคุมกระบี่ ปล่อยให้มันลอยอยู่ตรงหน้าฉินเฉาอย่างช้าๆ กระบี่นี้เหมือนประดับด้วยกระดูกที่ชั่วร้ายจำนวนมาก ราวกับวิญญาณร้ายที่ขึ้นมาจากหลุม เหมือนต้องการจะกลืนกินวิญญาณของเขา
“กระบี่ราชันมาร...” ฉินเฉาพึมพำ และแทบจะยื่นมือไปจับด้ามกระบี่อย่างไม่รู้ตัว แสงสีดำพลันเปล่งออกมาจากกระบี่ และเปลี่ยนเป็นกลุ่มควันสีดำ และจากนั้นก็คลุมร่างฉินเฉาไว้อย่างรวดเร็ว
ในจักรวาลเล็กๆ ของฉินเฉา ร่างมหึมาปีนขึ้นมาจากพื้น มันเป็นโครงกระดูกสีดำขนาดมหึมา แต่งกายด้วยเกราะสีดำ ราวกับเป็นกระดูกของยักษ์โบราณ ตาของมันเปล่งแสงสีแดงอย่างชั่วร้ายออกมา
มันคำรามเสียงดัง ซึ่งภายในจักรวาลเล็กๆ นี้ มันเต็มไปด้วยเสียงโหยหวนของโครงกระดูกนับพัน ท้องฟ้าเปลี่ยนสี ตามมาด้วยสายลม และหมู่เมฆ
“นายเป็นใคร?” ฉินเฉากลัวจริงๆ ชายคนนี้ทำให้เขากดดันมากกว่าเทพปีศาจหลัวเต๋อเสียอีก
“ข้าคือเทพมาร!” โครงกระดูกนั้นพลันคำรามออกมา เสียงของมันเต็มไปทุกที่ทั่วจักรวาลเล็กๆ นี้ “ข้าอยากให้เจ้าเป็นร่างกายของข้า!”
พร้อมกันนั้น เขาพลันยื่นแขนสีดำออกมา จับไปที่มือของฉินเฉา
“เป็นร่างให้ข้า....หรือตาย!”
เทพมารพูด และบีบร่างฉินเฉาแน่นขึ้น
“อ๊าก!” ฉินเฉาพลันรู้สึกว่าร่างของเขากำลังจะแหลก เขาร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด “เวรเอ๊ย โรซี่ ของอะไรที่เธอเอามาให้ฉัน! ถ้าฉันออกไปจากนี่ได้ ฉันจะฆ่าเธอ!”
“เป็นร่างให้ข้า!” เทพมารพลันยื่นอีกมือออกมา และบีบร่างของเขาด้วยมือทั้งสองข้าง ฉินเฉาถูกบีบด้วยมือของโครงกระดูกจนหายใจไม่ออก
“ฉันจะไม่ตายที่นี่...” ฉินเฉาไม่พอใจที่ต้องมาตายที่นี่ แต่เงาร่างของซูจีพลันปรากฏขึ้นในใจ ทันใดนั้นใจเขาก็สงบลง
“ฉันไม่ยอมรับ...ฉันจะไม่ตายที่นี่!” ร่างของฉินเฉาเปลี่ยนไป จากร่างมนุษย์ เขาก็กลายร่างเป็นอรหันต์ปีศาจทองคำ
รัศมีพุทธะสีทอง และวิญญาณร้ายสีดำ โจมตีกรงเล็บกระดูกของเทพมารอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าเขาจะเป็นเทพมาร แต่เมื่อถูกโจมตีด้วยพลังสองอย่างที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันก็เกินกว่าที่เขาจะรับได้ แขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างของเขา พลันเริ่มยุบและหักไป
ไม่นาน แขนของเขาก็หายไปอย่างสมบูรณ์ ฉินเฉาใช้โอกาสนี้กระโดดขึ้นไปอยู่บนหัวกะโหลก
ขณะเดียวกัน ขวานสองอันปรากฏในมือของฉินเฉา หนึ่งดำ หนึ่งทอง เขาเหวี่ยงขวานคู่ และฟันเข้าที่หัวของเทพมาร
ควันสีดำพลันปรากฏออกมาจากรอยแตกของกะโหลกของเทพมาร และหายไปจากจักรวาลเล็กๆ เทพมารร้องโหยหวน กุมหัวตัวเองไว้ คุกเข่าลงกับพื้น
“เป็นแบบนี้ได้ยังไง...” เทพมารคำรามอย่างโศกเศร้า กุมหัวตัวเอง และปากของเขาก็พร่ำบ่นออกมา “นี่มันเป็นไปไม่ได้....ข้าเป็นเทพ แล้วจะแพ้ให้กับมนุษย์ธรรมดาได้ยังไง”
“เทพกับลุงเอ็งสิ!” ฉินเฉาโมโห รู้สึกว่าขวานทั้งสองเล่มหนักอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ “ดูแกสิ แกน่ะเป็นวิญญาณที่ตายไปแล้ว!”
“วิญญาณที่ตายไปแล้ว...?” เทพมารพลันตะลึงและหยุดโหยหวน เขาตรึงสายตาแดงก่ำของเขามาที่ฉินเฉา และพูดอย่างช้าๆ
“หลังจากพันปีผ่านไป...ในที่สุด ข้าก็ได้พบกับอรหันต์ปีศาจ ดีมาก เมื่อนี่เป็นความตั้งใจของสวรรค์ ข้าก็จะยินยอมเป็นอาวุธให้เจ้า เพื่อทำลายล้างสวรรค์ และกวาดล้างปฐพี!”
พร้อมกันนั้น ร่างยักษ์ของเทพมาร พลันกลายเป็นมวลแสงสีดำ และค่อยๆ จมลง และจากนั้นก็กลายเป็นกระบี่
กระบี่ราชันย์มาร
ในเวลานี้ ตัวกระบี่เหมือนจะไม่มีจิตสังหารอยู่แล้ว กลับกัน สำหรับฉินเฉา มันเหมือนกับน้ำที่คอยหล่อเลี้ยง กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของเขา
ตอนนี้ ฉินเฉายื่นมือออกไป และจับเข้ากับกระบี่ราชันย์มาร
มือของเขาสั่น ตัวกระบี่ราชันย์มารเหมือนจะให้ความคุ้นเคยกับเขาอย่างมาก ทำให้เขาอยากเอามันใส่ไว้ในร่าง
แสงสีดำจากกระบี่กระพือออกมา และกระบี่ราชันย์มารสั่นอยู่สองครั้ง เหมือนจะแสดงความภักดี
ภายหลัง ฉินเฉาก็ถูกผลักออกมาจากจักรวาลเล็กๆ ของเขา เมื่อเขาลืมตา เขาก็เห็นว่าโซฟาตรงหน้าเขา นั่งไว้ด้วยปีศาจสาวสวย ขาขาวๆ ที่เปล่งแสงออกมา ทำให้อะดรีนาลีนของเขาพลุ่งพล่าน
“โรซี่!” ฉินเฉาคำรามออกมา และเหวี่ยงกระบี่ราชันย์มารในมือของเขา
“ใจเย็น...” โรซี่โบกมือเบาๆ และหายไปจากโซฟา หนีจากกระบี่ฉินเฉา
วูบบบ! กระบี่ราชันย์คมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เพียงแค่การเหวี่ยงธรรมดาของเขา โซฟาก็ถูกตัดเป็นสองเสี่ยง
“ไม่เลว สมกับที่เป็นลูกค้าของฉันจริงๆ นายสามารถทำให้กระบี่ราชันย์มารในตำนานนี้ยอมรับได้จริงๆ” น้ำเสียงโรซี่ดังมาจากข้างหลัง ฉินเฉาหันกลับไป และเห็นปีศาจสาวนั่งอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่นเรียบร้อยแล้ว
“เธอพยายามจะใช้กระบี่นี่เอาชีวิตฉันใช่มั้ย?” น้ำเสียงของฉินเฉาเต็มไปด้วยความโกรธ
“คำพูดนี้ทำร้ายความรู้สึกฉันจริงๆ ...” น้ำตาไหลลงมาจากตาโรซี่ พร้อมกับดวงตาที่ชุ่มฉ่ำ เธอพูดกับฉินเฉา “นายรู้มั้ย ว่ามีใครเท่าไหร่สู้กันเพื่อกระบี่เล่มนี้! เพื่อที่จะได้รับกระบี่ราชันย์มารเล่มนี้ ชายหนุ่มนับไม่ถ้วนต่างพากันกลายเป็นซากศพ นายรู้มั้ยว่านายเพิ่งจะได้รับโชคครั้งใหญ่เนี่ย?”
พร้อมกันนั้น โรซี่ก็กลอกตา และไขว้ขา เผยให้เห็นขาอ่อนขาวๆ ของเธอ
“ถ้ามันไม่ใช่ของดี ทำไมฉันถึงต้องเอามาให้นาย! ให้ฉันบอกนายนะ กระบี่ปีศาจในตำนานเล่มนี้ ยิ่งกว่านั้น ยังมีคนเคยพูดเอาไว้ว่า ใครก็ตามที่ได้รับกระบี่ราชันย์มารนี้ จะสามารถปกครองโลก!”
“ฮึ่ม!” เมื่อได้ยินอย่างนี้ ความโกรธของฉินเฉาก็กลายเป็นบางเบา เขาถือกระบี่ขวางอยู่ตรงหน้า และมองมันด้วยความรู้สึกมีความสุขอย่างมาก
ฉัน ฉินเฉา ตอนนี้ ได้อาวุธเทพมาครอบครองแล้ว! แต่...เหมือนระดับของกระบี่ราชันย์มารเล่มนี้จะต่ำ มันเป็นแค่อาร์ติแฟคระดับ 5 ขั้นมนุษย์
“นายคิดว่าระดับของมันต่ำงั้นสิ ใช่มั้ย?” โรซี่เหมือนจะอ่านใจฉินเฉาได้ เธอยิ้มอย่างมีเสน่ห์ “กระบี่ราชันย์มารนี้อ่อนไหวต่อวิญญาณของเจ้าของ มันรู้ว่าระดับปัจจุบันของนาย ใช้ได้แต่ของเกรดต่ำอย่างนี้เท่านั้นถึงจะไม่ทำร้ายตัวนายเองตอนใช้”
ปีศาจสาวพูด และจากนั้นก็แตะน้ำตาตัวเองอย่างขมขื่น
“ไอ้หยา เราก็คิดว่านายจะชมเชยฉัน ยิ่งกว่านั้น ฉันยังเตรียมวิชากระบี่ที่ทรงพลังมาให้นายอีก แต่ ไม่คิดว่านายจะใจร้ายอย่างนี้ นายยกอาวุธ และต้องการจะฟันเราเป็นสองเสี่ยง ดีมาก ฉันจะกลับแล้ว”
“อ๊า! รอก่อน!” เมื่อได้ยินคำว่า ‘วิชากระบี่’ ตาของฉินเฉาเบิกกว้าง แม้ว่าเขาจะมีกระบี่ที่ทรงพลัง แต่กับความสามารถปัจจุบันของเขา มันก็ยังยากอยู่ดีที่จะจัดการมัน ถ้าเขามีวิชากระบี่ล่ะก็ มันจะต่างออกไป
“โรซี่...” ฉินเฉาพลันเดินเข้าไป และกอดปีศาจสาวไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน มือทั้งสองข้างของเขาลูบหลังของเธอ
“ฉันรู้ แม้ว่าเธอจะเป็นปีศาจนอกรีต แต่ใจของเธอก็เปรียบดั่งนางฟ้า อย่าโกรธไปเลย ฉันมันตาบอดไปเพราะจิตสังหารของกระบี่ราชันย์มาร ในใจฉัน เธอนั้นบริสุทธิ์และสำคัญเสมอ”
“ฮึ่ม!” เมื่อถูกฉินเฉากอด หน้าโรซี่แดง แต่เธอรีบกำจัดความอายของเธอ และผลักฉินเฉาออกไป
“นาย สมแล้วที่ไปเรียนเรื่องวิธีกล่อมผู้หญิงจากเมืองตงชวนมาจริงๆ!”
พร้อมกันนั้น โรซี่ก็พลิกมือ และดึงเอาหนังสือวิชากระบี่เล่มบางออกมา จากนั้นก็โยนมันไว้ที่เท้าฉินเฉา
ที่หน้าปกของมัน มีแถวของตัวหนังสือขนาดใหญ่ อ่านว่า
‘เพลงกระบี่ติงจิน’
“เพลงกระบี่ติงจิน!” ฉินเฉาตกใจหน่อยๆ ก่อนหน้านี้ เขาได้ฟังมาจากซูจีว่าที่สำนักเทพยุทธ์เขาซูซาน (สำนักฝ่ายธรรมะที่แข็งแกร่งที่สุด) มีวิชาที่ทรงพลัง ต้องเป็นนี่แน่ๆ 11 กระบี่ติงจิน
เมื่อกระบี่ติงจินแล่นออกไป เทพและภูตผี ต่างพากันหนีหาย สวรรค์จะถูกตัด และปฐพีจะแยกออก
ความสามารถของโรซี่ไม่ใช่เล็กๆ เลย เธอถึงกับมีวิชากระบี่จากสำนักเทพยุทธ
ฉินเฉาตื่นเต้นมากจริงๆ เขาใช้พลังความคิดให้วิชากระบี่นั้นลอยมาบนมือเขา
เมื่อเขาเปิดหนังสือ เขาเห็นเพลงกระบี่ เพียงแค่ 3 ท่าแรก พิมพ์อยู่บนนั้น
แต่มันมีเพียงแค่ 3 ท่า อีก 8 ท่าที่เหลือไม่มี!
“ทำไมมีแค่ 3ล่ะ?” โดยไม่ละสายตาไปจากหนังสือ ฉินเฉาถามอย่างมึนงง
“นายคิดอะไรอยู่?” โรซี่จ้องฉินเฉาด้วยดวงตาคู่งามของเธอ “นายคิดว่าสมบัติของสำนักเทพยุทธเป็นแค่การ์ตูนเด็กราคา 5 หยวนหรือไง? เพื่อที่จะให้ได้กระบี่ 3 ท่านี้มา มันก็ยากมากแล้ว นายควรจะพอใจด้วยซ้ำ!”
โรซี่พูดพร้อมกระโดดลงจากโต๊ะ “แล้วก็นี่เป็นของขวัญส่วนตัวของฉันให้นาย ฉันหวังว่านายน้อยฉินคงจะไม่ใช่พวกรับของไปแล้วลืมคนหรอกนะ! จำไว้ นายต้องห่วงกิจการของฉันด้วย ผลงานของฉันขึ้นอยู่กับนายนะ”
พร้อมกันนั้น โรซี่ก็โบกมือและกลายเป็นควันสีดำ และจากนั้นก็หายไปจากห้อง
“โอ้ แล้วก็อีกอย่าง อย่าลืมล่ะ ห้ามฝึกคาถาอะไรก็ตาม จนกว่านายจะไปถึงขั้นสร้างรากฐาน...”
พร้อมกันนั้น ห้องก็กลับเป็นปกติ นอกจากโซฟาที่ถูกตัดเป็นสองเสี่ยง ก็ไม่มีร่องรอยของปีศาจสาวตนนี้อีก
“ถ้าจะพูดทั้งหมดแล้ว ฉันคงต้องขอบคุณเธอ” เมื่อมองไปที่กระบี่ที่เขาเพิ่งได้มา ฉินเฉาพึมพำ จากนั้นเขาก็หันไปมองหนังสือวิชากระบี่ในมือและพูด
“ดี มีสามท่าก็ยังดีกว่าไม่มี ถึงยังไงท่าโจมตีหลักของฉันก็ยังเป็นเพลิงหยินเก้าเร้นลับ ฉันจะใช้เพลงกระบี่ติงจิน 3 ท่านี้ เป็นวิชาประกอบ”
เมื่อฉินเฉาจะอ่านวิชากระบี่ซ้ำอีกรอบ ก็พลันมีคนเคาะประตู
เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ และรีบเก็บหนังสือและกระบี่ไว้ในแหวน
“พี่ฉินเฉา พี่อยู่มั้ย?”
น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากประตู ฉินเฉาพลันรู้ว่าคนที่เคาะเป็นใคร
หลี่นา! ฉันไม่ได้เจอน้องสาวข้างบ้านที่น่ารักคนนี้มานานแล้ว ความทรงจำเมื่อครั้งที่เขาและซูจีไปงานพบผู้ปกครองในฐานะผู้ปกครองของเธอ ผุดขึ้นมาในใจของเขา
ครูของเธอบอกว่าเธอมีแฟน แต่ฉินเฉาไม่รู้ว่าชายโชคดีคนนั้นเป็นใคร
เอิ่ม ไว้ฉันลองให้เธอพาเด็กคนนั้นมาที่นี่ดู เพื่อที่ฉันจะได้ตรวจสอบเขาได้
รอก่อน หลี่นายังเรียนมัธยมอยู่เลย ในฐานะพี่ชาย ฉันต้องไม่ช่วยรักครั้งแรกของเธอ
พร้อมกับความรู้สึกที่ผสมปนเป ฉินเฉาก็เดินออกไป และเปิดประตู
จบตอน