ตอนที่ 19 หนิงอ๋องผู้ไร้ยางอาย (2)
เว่ยเส่าเจี๋ยพยักหน้าก่อนจะหมุนตัวจากไปพลันได้ยินเสียงเว่ยเยียนหรานดังมาจากด้านหลังว่า “อารอง เว่ยโหวเป็นคนอย่างไรท่านคงรู้ดีแก่ใจท่านหาโอกาสแยกบ้านกับเว่ยโหวมาใช้ชีวิตของตนเองเถอะ ทรัพย์สินที่ท่านสะสมมาตลอดหลายปีนี้ล้วนมอบให้จวนเว่ยโหวทั้งสิ้นแต่พวกเขาไร้น้ำใจเช่นนี้ ในอนาคตใช่ว่าจะยอมช่วยเหลือท่าน!”
เว่ยเส่าเจี๋ยชะงักแยกบ้านหรือ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย คำสั่งเสียของท่านแม่คือให้เขากับเว่ยโหวร่วมกันรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้แต่เรื่องที่จวนเว่ยโหวปฏิบัติต่อพี่สะใภ้และบุตรสาวแท้ๆ ทำให้เขาผิดหวังเป็นที่สุดแล้วบุตรจากอนุภรรยาที่ไม่ได้มีความสำคัญอย่างเขาเล่า
หลุมศพของท่านหญิงอิ๋นจูอยู่ในสวนดอกซิ่งอย่างโดดเดี่ยวเว่ยเยียนหรานเกลี้ยกล่อมหวังเล่อซาน และส่งเว่ยเส่าเจี๋ยกลับไปอย่างยากลำบาก เมื่อหันกลับมาก็พบกับหวังฉีที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นเขาก้มหน้าไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เว่ยเยียนหรานครุ่นคิดแล้วจึงเดินเข้าไปหา
“ลุงหวัง!” เว่ยเยียนหรานเอ่ยปาก ฉุดหวังฉีออกจากภวังค์ความคิด
“ท่านแม่ของเจ้าพูดจริงๆหรือว่านางชอบสวนดอกซิ่งแห่งนี้ที่สุด” หวังฉีจ้องไปที่หลุมฝังศพด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับกำลังมองสตรีที่เขารักสุดหัวใจ
“ใช่แล้ว!” เว่ยเยียนหรานกล่าว “ท่านแม่มักจะกล่าวเตือนข้าว่า ทุกคนล้วนทำผิดพลาดกันได้ความผิดพลาดบางอย่างไม่ได้ร้ายแรงอะไรจึงสามารถแก้ไขได้ทัน แต่บางอย่างจะติดตัวไปตลอดชีวิตอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง!เมื่อนางอายุยังน้อย นางทั้งอิจฉาและชื่นชมบัณฑิตผู้มีคารมคมคายเป็นที่สุดดังนั้นเพียงแวบแรกที่นางได้เห็นเว่ยเส่าชิง นางก็ถูกรัศมีบัณฑิตบนตัวเขาดึงดูดและคิดว่านั่นคือความรักจึงยอมสมรสกับเขาโดยไม่สนใจอะไร แต่นางต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิต ถึงได้รู้ว่าการรักใครสักคนนั้นมีความหมายอย่างไรน่าเสียดายที่นางไม่ทันได้แก้ไขความผิดพลาดนี้”
หวังฉีฟังอย่างตั้งใจแต่คล้ายว่าเขาไม่ได้ยินอะไรเลย
เว่ยเยียนหรานมองเขาแวบหนึ่งแล้วกล่าวต่อว่า“ท่านแม่กล่าวว่า นางชอบสวนดอกซิ่งแห่งนี้เพราะที่นี่มีความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของนาง!”
เว่ยเยียนหรานทำราวกับไม่เห็นว่าร่างของหวังฉีที่แข็งเกร็งขึ้น“ลุงหวัง ท่านกลับจวนไปก่อนเถอะ!”
ขณะที่เว่ยเยียนหรานมุ่งหน้าไปยังจวนเซียวเหยาโหวก็พบกับหนิงอ๋อง เจียงอวิ่นจือที่ยังไม่จากไป
“คารวะหนิงอ๋อง!” เว่ยเยียนหรานค้อมตัวให้เขาน้อยๆ เพื่อแสดงความเคารพ
“กลับวังกันเถิด!” เจียงอวิ่นจือเห็นเว่ยเยียนหรานไม่มีทีท่าจะไปจึงกล่าวกับนาง
“ขอบพระทัยท่านอ๋องมากเพคะหม่อมฉันคิดว่าขออยู่ที่จวนท่านน้าจะดีกว่า!”เว่ยเยียนหรานปฏิเสธอ้อมๆ
“วันนี้ข้ากล่าวต่อหน้าผู้คนมากมายว่าเจ้าเป็นคนของวังหนิงอ๋องแล้วเจ้าคิดจะข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพาน[1]ให้ข้ากลายเป็นคนที่พูดอะไรไม่น่าเชื่อถืออย่างนั้นหรือ” เจียงอวิ่นจือขมวดคิ้ว
“...”เว่ยเยียนหรานมองเจียงอวิ่นจือ พลันรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เดาใจยากจริงๆ จะรับมือกับเขาก็ยากวันนี้นางรู้สึกเหนื่อยล้ามากจึงไม่อยากโต้เถียงกับเขา แต่ก็ไม่อยากกลับไปที่วังหนิงอ๋องเช่นกันอย่างน้อยที่จวนเซียวเหยาโหวก็ยังมีท่านน้าที่ปฏิบัติต่อนางอย่างจริงใจใครจะรู้ว่าวังหนิงอ๋องอาจจะเป็นถํ้าพยัคฆ์วังมังกร นางไม่มีกำลังไปสู้รบตบมืออีกครั้งแล้ว
“เด็กน้อย!” เจียงอวิ่นจือกล่าวกับเว่ยเยียนหรานสองคำ ทว่าเป็นเพียงการขยับปากโดยไม่ได้ส่งเสียงออกมานางชะงักไปชั่วขณะ กัดริมฝีปากแล้วถลึงตาใส่เขาอย่างเย็นชา หนิงอ๋องเช่นเขาช่างหน้าด้านไร้ยางอายยิ่งนัก!
ตั้งแต่ตอนที่20 เป็นต้นไป ติดตามต่อได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c296c31b0765291b1e1f03a511502655
[1] ข้ามแม่น้ำ รื้อสะพาน หมายถึง พอบรรลุเป้าหมายก็ทอดทิ้งผู้ช่วยเหลือ