“เรียบร้อยแล้วขอรับคุณหนู” หงเป่าจัดฟูกและผ้าสำหรับคลุมตัวให้เสี่ยวไป๋ในตะกร้าไม้ไผ่สานที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเสี่ยวไป๋นิดหน่อย โดยเขาวางตะกร้าไว้ห่างจากเตียงของลดาเล็กน้อย
“ขอบใจมากนะอาเป่า แล้วเสี่ยวไป๋ต้องเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนไหม หรือร้องบ่อยหรือเปล่า”
“ไม่ขอรับ ข้าฝึกเสี่ยวไป๋มาอย่างดี มันเข้าห้องน้ำตามเวลาที่กำหนด และไม่เห่าหอนตอนกลางคืนแน่นอนขอรับ” หงเป่าอธิบายพร้อมกับมองไปที่เสี่ยวไป๋และยิ้มอย่างเอ็นดู
“ดีมากเลย เ้าเก่งมากนะอาเป่า” ลดาบอกยิ้มๆ
“หยางเอ๋อร์ เ้าเป็อย่างไรบ้าง” เสียงทุ้มดังมาจากหน้าห้องพร้อมกับประตูไม้ที่ถูกผลักออก ก่อนที่ร่างท้วมของชายวัยกลางคนจะก้าวเท้าเร็วๆเข้ามาหาลดาที่นั่งอยู่ที่เตียง
ลดาส่งเสี่ยวไป๋ให้กับเฟยเจินที่ยื่นมือมารับไว้ ก่อนที่ร่างบางจะถูกดึงเข้าไปกอดไว้ด้วยความตื่นเต้น ลดาใเล็กน้อย แต่ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ได้ คนนี้น่าจะเป็พ่อของเ้าของร่าง
“อาเป่า คุณหนูสั่งให้เ้าทำอะไรแผลงๆอีก” มารดาปัจจุบันของลดาหันไปดุหงเป่าที่ยืนอยู่หน้าประตูเบาๆ ถึงคำพูดจะฟังเหมือนตำหนิ แต่น้ำเสียงกลับยังแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนเหมาะกับใบหน้าสวยหวาน และกิริยางดงามของผู้พูด
“อาเป่าแค่จัดที่นอนให้เสี่ยวไป๋เ้าค่ะท่านแม่ ข้าคิดถึงมัน ไม่เจอมันหลายวัน ข้าอยากให้เสี่ยวไป๋นอนด้วย” ลดาบอกผู้ที่ตอนนี้เป็มารดาของเธอ และหันไปยิ้มให้อาเป่าที่ยืนเจี๋ยมเจี้ยมอยู่หน้าประตู ชายหนุ่มมองสบตาพร้อมกับยิ้มขอบคุณลดาก่อนจะค่อยๆเลี่ยงออกจากห้องไป
“ไหนให้ข้าดูหน่อย เ้าไม่เป็อะไรแล้วแน่นะ” ผู้ชายตรงหน้ามองสำรวจลดาไปทั่วร่าง พร้อมกับบีบไปตามต้นแขนเบาๆ
“ข้าดีขึ้นแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ ไม่เป็อะไรแล้ว”
“ข้าเป็ห่วงเ้าแทบแย่ ทีหลังอย่าทำอะไรอันตรายแบบนี้อีกนะหยางเอ๋อร์ ถ้าอาเป่าไม่ได้ยินเสียงเ้า ต้องแย่แน่ๆ แล้วข้าจะทำยังไง” เขาบอกเสียงสั่นเครือ บางลูบแขนลดาด้วยความเป็ห่วง
ความห่วงใยที่ถ่ายทอดมาถึงลดานี้ ทำให้เธอหวนนึกถึงพ่อกับแม่ในโลกที่เธอจากมา ลดาจึงโผเข้ากอดกระชับร่างท้วมตรงหน้าไว้ พลางหลับตาซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพ่อที่เพิ่งพบกันเป็ครั้งแรก ฝ่ามือหนาลูบผมที่ยาวสลวยของเธออย่างรักใคร่พร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รู้ว่าเธอปลอดภัย
“ท่านพี่ ลูกเราไม่เป็อะไรแล้ว ท่านกลับมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำเถอะ ข้าให้คนเตรียมสำรับไว้ให้แล้ว”
“ได้ๆ หยางเอ๋อร์ เ้าก็ไปอาบน้ำด้วยนะ เดี๋ยวเราจะได้กินข้าวกัน” เขาคลายอ้อมแขนออก และบีบไหล่บางเบาๆ ก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไปพร้อมกับผู้เป็มารดาในปัจจุบันของเธอ
“คุณหนู ท่านอาบน้ำไหวไหมเ้าคะ ให้ข้าช่วยอาบให้ท่านไหม” เฟยเจินที่ยังอยู่ในห้องเอ่ยถามขึ้น
“ข้าอาบได้ แต่น้าเจินช่วยข้าแต่งตัวหน่อยแล้วกัน” นั่นคือสิ่งที่ลดา้าความช่วยเหลือที่สุด ชุดจีนโบราณที่มีลวดลายสวยงามนี้ ลดาไม่รู้วิธีใส่มันเลยด้วยซ้ำ ถ้าให้แต่งเองคงไม่รอดแน่
เฟยเจินช่วยเธอแต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ด้านในคือชุดขาวทั้งชุด จากนั้นคลุมด้วยชุดคลุมผ้าพลิ้วสีฟ้าอ่อน และคาดทับด้วยผ้าคาดเอวอีกหนึ่งชั้น เนื่องจากเนื้อผ้าค่อนข้างใส่สบาย ถึงจะต้องสวมหลายชิ้นลดาจึงไม่รู้สึกอึดอัดนัก จากนั้นเฟยเจินช่วยตบแต่งทรงผมยาวสลวยให้ดูเรียบร้อยตามทรงที่ผู้หญิงสาวสมัยนี้นิยมกัน และประดับด้วยปิ่นปักผมสีทองเป็ขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเปิดลิ้นชักตรงโต๊ะไม้ที่ลดานั่งอยู่ และหยิบกระจกขนาดเท่าฝ่ามือรูปทรงกลมมีด้ามจับส่งให้ลดา
“คุณหนูหน้าตาสดใสขึ้นมากเลย”
ลดารับกระจกมา และทำใจอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเธอกำลังจะเห็นหน้าเ้าของร่างที่เธออาศัยอยู่ในตอนนี้ ก่อนที่จะค่อยๆยกกระจกให้อยู่ระดับเดียวกับสายตา แล้วดวงตาก็เบิกกว้างอย่างใสุดขีด
“นี่มัน… ทะ ทำไมหน้าถึงเหมือนเราเลย” ลดาอุทานออกมา พลางยกมือลูบคลำไปบนใบหน้าตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น เงาในกระจกที่สะท้อนอยู่นี้คือหน้าตาของลดาในชาติปัจจุบันไม่มีผิดเพี้ยน
“คุณหนู คุณหนูใอะไรหรือเ้าคะ หรือมีอาการไม่สบายตรงไหนอีก” เฟยเจินใทรุดลงนั่งข้างๆลดา
“น้าเจิน เอ่อ ข้า ข้าหน้าตาแบบนี้มาตลอดเหรอ” ลดารู้ว่ามันเป็คำถามที่แปลกมาก แต่เธอก็อยากจะยืนยันสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้
เฟยเจินมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็ยิ้มอย่างเอ็นดู
“เ้าค่ะ คุณหนูของข้าหน้าตาสวยน่ารักแบบนี้มาั้แ่เกิด ยิ่งโตก็ยิ่งสวย” เธอตอบคำถามลดาและลูบผมยาวสลวยที่แผ่เต็มแผ่นหลังอย่างรักใคร่
“ข้าว่าตอนนี้นายท่านกับนายหญิงน่าจะรอคุณหนูอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว เราไปกันเลยไหมเ้าคะ ถ้าออกไปผิดเวลาท่านทั้งสองจะเป็ห่วงและให้คนมาตามคุณหนูอีก”
“ข้าเข้าใจแล้ว เราไปกันเถอะ เสี่ยวไป๋ เ้ารอข้าที่นี่ก่อนนะ ข้าไปกินข้าวกับท่านพ่อท่านแม่ แล้วจะกลับมาอยู่เป็เพื่อนเ้านะ” ลดาก้มลงไปลูบหัวเล็กๆของเสี่ยวไป๋ที่มันนั่งแหงนหน้ามองอยู่ พร้อมกับถัดตัวเข้ามาหาอย่างแสนรู้
บนโต๊ะอาหารกลมตัวใหญ่กลางห้อง สองสามีภรรยาประมุขของบ้านนั่งรอลดาอยู่แล้ว เมื่อลดาเดินเข้าไปหา เจียลี่ ก็รีบลุกมาประคองแขนเธอให้นั่งบนเก้าอี้ประจำของหลิวหยาง ลดายิ้มให้ทั้งสองก่อนจะกวาดตามองอาหารหลายอย่างที่วางเรียงรายบนโต๊ะ ส่วนใหญ่เป็จำพวกเนื้อสัตว์อย่างไก่ หมู และผัดผักที่เยิ้มไปด้วยน้ำมัน บางจานก็มีแต่ผักใบเขียว บางจานก็มีแต่พริกแดงไปทั้งจาน ถึงเธอจะเคยได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ปักกิ่งถึง 2 ปีระหว่างศึกษา และมีความคุ้นเคยกับอาหารจีนเป็อย่างดี แต่บนโต๊ะอาหารตรงหน้านี้มีอาหารหลายอย่างที่ลดาไม่เคยเห็น และไม่เคยกินมาก่อน เนื่องจากกรรมวิธี และวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารเป็แบบจีนโบราณซึ่งก็แตกต่างกันไปตามยุคสมัย
“หยางเอ๋อร์ เ้าผอมไปเยอะเลย ตอนที่หลับไปสามวันสามคืนไม่ได้กินอะไรเลย วันนี้แม่เ้าให้คนเตรียมแต่ของที่เ้าชอบไว้เต็มไปหมด กินเยอะๆนะ” จางหลิวเหว่ยคีบเนื้อไก่ในจานที่สีสันไม่จัดนักวางบนข้าวให้ลดา
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”
ลดาใช้ตะเกียบค่อยๆคีบเนื้อไก่ส่งเข้าปาก แต่เธอก็รู้สึกลำคอตีบตันจนแทบกลืนมันไม่ลง เธอก้มหน้ามองถ้วยข้าวอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจพูดบางอย่างที่เตรียมมาออกไป
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากจะบอกอะไรกับพวกท่าน” ลดามองหน้าจางหลิวเหว่ย และเจียลี่สลับกัน
“เ้ามีอะไรในใจหรือ บอกข้ามาเถอะ”
“ข้ารู้ว่าั้แ่ข้าฟื้นขึ้นมา ข้ามักจะจำเื่ที่เกี่ยวกับตัวเองไม่ได้ และทำอะไรแปลกๆไปบ้าง ข้าไม่อยากให้พวกท่านเป็กังวลมากไป และอย่าถือสาข้าเลย ข้ารับปากว่าข้าจะรีบปรับตัวเพื่อให้เป็ปกติเร็วที่สุด” ลดาเอ่ยกับบิดามารดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เ้าคิดมากไปแล้วหยางเอ๋อร์ ข้าไม่เคยถือสาเ้าเลย ต่อให้เ้าจะทำอะไรแปลกแค่ไหน เ้าก็คือลูกข้า” จางหลิวเหว่ยบีบไหล่บอบบางของบุตรสาวเพื่อให้กำลังใจ
“ใช่แล้ว เ้าคือสิ่งสำคัญที่สุดของพ่อกับแม่ ต่อให้เ้าจะทำในสิ่งที่พวกเราไม่เข้าใจไปบ้าง หรือซุกซนแค่ไหน พ่อแม่ก็ไม่ถือโทษโกรธเ้า” เจียลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ลดา ยื่นมือไปจับมือของจางหลิวเหว่ย และเจียลี่ไว้คนละข้าง เธอรับรู้ถึงความรักของพ่อกับแม่ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้พ่อกับแม่ในโลกที่เธอจากมา แม้เธอจะเฝ้าภาวนาให้ได้มีโอกาสกลับไปยังโลกเดิมของเธอซึ่งไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงไหม หรือโอกาสนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่อย่างไรเสีย เธอก็ยังต้องดำเนินชีวิตต่อไป เธอต้องอยู่ต่อไปด้วยความหวังบนโลกที่แปลกใหม่ และผู้คนที่ไม่คุ้นเคยใบนี้ ลดาขอบคุณความโชคดีบนความโชคร้าย ถึงแม้เธอจะข้ามภพข้ามชาติมา แต่อย่างน้อยเธอก็ยังได้มาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับความรักจากคนรอบข้างมากมาย ปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับเธอนี้จึงไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสียทีเดียว
ลดาตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตในร่างของหลิวหยาง หญิงสาวที่มีหน้าตาเหมือนเธอราวกับแกะให้ดีที่สุด เธอจะปรับตัวให้เข้ากับที่แห่งนี้ และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ จนกว่าโชคชะตาจะพาเธอย้อนกลับไปหาครอบครัวที่แท้จริงของเธอ และถ้าหากว่าหลิวหยาง ต้องมีชะตากรรมเดียวกับเธอ ได้ไปอยู่ในร่างของเธอในโลกปัจจุบัน ลดาก็ขอให้หลิวหยางเข้มแข็ง ขอให้รักพ่อแม่ และพี่ชายของเธอเหมือนที่เธอรัก แต่หากในโลกปัจจุบันลดาไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว เธอก็หวังว่าพ่อกับแม่ และพี่ชายจะไม่โศกเศร้าจนเกินไปนัก จะมีจิตใจเข้มแข็ง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป
“ขอบคุณท่านพ่อกับท่านแม่ที่เมตตาข้า ข้ารับปากท่าน ข้าจะเป็หลิวหยางที่น่ารักของพวกท่าน และจะไม่ทำให้ท่านต้องเป็กังวลอีก” ลดาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ต่อไปนี้เธอคือหลิวหยาง เธอจะใช้ชีวิตของหลิวหยางให้ดีที่สุดจนกว่าโชคชะตาจะนำพาชีวิตเธอให้พบกับความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง