ตอนที่ 52 จุดจบของลี้เอียง
คำเตือน :หากผู้อ่านท่านใดกำลังรับประทานอาหารอยู่ แนะนำว่าอย่าพึ่งอ่านความอเนจอนาถจากตอนนี้อาจทำลายความโอชะของอาหารท่านได้ ถถถ+
"อ๊ากกกกกกก"
ลี้เอียงนอนดิ้นพล่านร้องโหยหวนอยู่มุมขอบเวทีประลองพลางเอามือซ้ายกุมที่หัวไหล่ขวาแขนขวาของมันกระดูกได้แหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทิ่มแทงกล้ามเนื้อความเจ็บปวดที่ได้รับจึงสุดจะพรรณนา
เล้งซานยืนมองแสยะยิ้มอย่างพอใจจากนั้นมันก็ค่อยๆเดิน...ลงจากเวทีประลองซึ่งนั่นหมายความว่ามันเสียสิทธิ์ในการต่อสู้ครั้งนี้แล้ว!!
"ข้าขอฝากผลการประลองไว้ที่ซาวอี้กุน!!" เล้งซานประกาศออกมา และเดินลงจากเวทีอย่างสง่างาม
สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ชมทั้งหมดในการประลองเป็นอย่างมาก!!เล้งซานผู้กำชัยชนะไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว ยอมถอนตัวและฝากผลการแข่งไว้ที่ซาวอี้กุน ผู้มีพลังต่ำที่สุดในการประลอง!!
ใบหน้าซูซ่งหยูถึงกับบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เสียงกระดูกที่แตกหักของลี้เอียงมันสามารถคาดเดาอาการบาดเจ็บได้ทันทีว่ารุนแรงเพียงใดความอัปยศของศิษย์เปรียบดังความอัปยศของพรรค มันลุกจากเก้าอี้หันไปมองทางอี้หลงหู่ ทันที
"อี้หลงหู่!!ศิษย์พรรคเจ้า ทำร้ายศิษย์พรรคข้าถึงเพียงนี้เจ้าจะอธิบายยังไง!!"
อี้หลงหู่คล้อยตามองเล็กน้อยพลางแสยะยิ้ม
"ท่านซูเด็กมันตีกัน มันย่อมต้องมีบาดเจ็บกันบ้างเหตุใดท่านไม่คิดละว่าเป็นความอ่อนหัดของศิษย์ท่านเอง ท่านกลับมาโทษว่าศิษย์ข้าทำเกินกว่าเหตุ?ข้าว่ามันออกจะไม่ถูกต้องนักนะหากท่านยังต้องการทวงถามความยุติธรรมจากการประลองเอาเป็นว่าหลังจบการประลองข้าจะจัดส่งยาสมานกระดูกที่ดีที่สุดไปให้ที่พรรคท่านก็แล้วกัน"
"ท่าน!!!"ซูซ่งหยูเถียงไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
อี้หลงหู่แอบหัวร่อในใจ กำลังของพรรคกระบี่เหินและพรรคป้อมอัคคีไม่ได้เป็นรองกันแม้แต่น้อยไม่มีทางที่ซูซ่งหยูจะใช้เหตุผลนี้กล้าก่อสงครามขึ้นกับมันอีกทั้งนี่ยังเป็นการประลองแบบยุติธรรมที่มีชาวบ้านทั่วทั้งเมืองเป็นพยานการที่มันจะใช้เหตุผลเช่นนี้มีต่อว่าพรรคกระบี่เหินนั้นย่อมไม่อาจทำได้แม้แต่น้อยมันกลับปลื้มใจเสียอีกที่เล้งซานแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าศิษย์พรรคมันแข็งแกร่งกว่าศิษย์พรรคป้อมอัคคี
เล้งซานมายืนที่ข้างเวทีประลองแววตาฉายความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
"ซาวอี้กุนทำตามที่ข้าบอก ต่อจากนี้ที่นี่คือเวทีแสดงของเจ้า!!"เล้งซานตะโกนที่ข้างเวที
ซาวอี้กุนที่ยืนแสดงสีหน้าเหยเก อยู่ด้านบนเวทีมองมาทางเล้งซานเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้าแววตามันเปลี่ยนแปลงเป็นความมุ่งมั่น ตั้งแต่ขึ้นเวทีรอบแรกจนถึงบัดนี้มันไม่เคยได้โจมตีผู้ใดแม้แต่ครั้งเดียว!! มันทำใจไว้ตั้งแต่ลงสมัครแล้วว่าตนนั้นเป็นเพียงตัวประกอบที่ถูกส่งมาเพื่อให้ครบจำนวนเท่านั้นไม่เคยใฝ่ฝันว่ามาถึงจุดนี้แม้แต่น้อย ซาวอี้กุนกำหมัดแน่น พลางมองดูบนเวทีบัดนี้เหลือเพียงฉีซ่ง ที่บาดเจ็บที่ขาทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก และ ลี้เอียงที่แขนขวาไม่สามารถใช้การได้ นี่คือโอกาสของมัน!!
ซูซ่งหยูไม่อาจนั่งติดเก้าอี้การที่ศิษย์ของมันบาดเจ็บเพราะคนของพรรคกระบี่เหินนั้นมันยังพอรับได้เพราะชื่อเสียงพรรคกระบี่เหินไม่ได้เป็นรองพรรคมันแม้แต่น้อยแต่ถ้าหากว่า!! ผู้ที่มอบความพ่ายแพ้ให้แก่ศิษย์มันเป็นเพียงตัวประกอบจากหมู่บ้านเล็กๆมันไม่อาจยอมรับได้โดยเด็ดขาด มันตะโกนขึ้นไปบนเวทีด้วยเสียงดังสนั่น
"ลี้เอียง!!แม้ว่าพรุ่งนี้จะต้องสละสิทธิ์ แต่วันนี้เจ้าต้องเอาชนะให้ได้ไม่เช่นนั้นไม่ต้องกลับมาเหยียบพรรคป้อมอัคคีอีกต่อไป!!"เสียงที่เปี่ยมไปด้วยโทสะดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณ
ลี้เอียงหน้าซีดเผือดมันฝืนทนเจ็บลุกขึ้นยืน กระจายพลังลมปราณสีครามขั้น 5 ออกมาอีกครั้งมันมั่นใจว่าแม้จะใช้แขนข้างเดียวแต่ก็นับว่าเพียงพอสำหรับล้มซาวอี้กุนที่มีเพียงลมปราณสีครามขั้นที่ 1 ฉีซ่งเมื่อเห็นลี้เอียงลุกขึ้นเช่นนี้มันก็มีพลังฮึดขึ้นมาอีกครั้ง
ในตอนนี้ผู้ชมต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ
"หม่าเฉินมันทำเช่นนี้เท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ ถึงแม้ลี้เอียงกับฉีซ่งจะบาดเจ็บแต่เจ้าขยะอย่างซาวอี้กุน มันจะไปทำอะไรได้"
"นั่นสิยังไงการโจมตีอ่อนหัดของมันก็ผ่านปราณคุ้มกันของลี้เอียงไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้ยืนเฉยๆให้มันต่อยมันยังต้องเจ็บมือยอมแพ้ไปเองเลย ฮ่าๆ"
"เฮ้อ..อัจฉริยะดันฝากความหวังไว้กับขยะมันช่างโง่เง่าดีแท้"
เล้งซานไม่ได้สนใจคำพูดของผู้ชมรอบข้างแต่อย่างใดแววตามันยังคงฉายความมั่นใจเปี่ยมล้นออกมา ซาวอี้กุนหลังจากถูกกดดันจากทุกสิ่งก็มีท่าทีอิดออดไม่กล้าขึ้นมาแต่เมื่อหันไปพบกับสายตาของเล้งซาน เสียงวิจารณ์รอบข้างสำหรับมันก็พลันเงียบหายไป
เวลานั้นเองฉีซ่งก็กัดฟันทนเจ็บพุ่งเข้าใส่ซาวอี้กุนทันที!!
"รีบๆจบเรื่องซะไอ้อ่อนหัด!!" หมัดขวาของฉีซ่งที่อัดไว้ซึ่งพลังลมปราณสีครามขั้นที่ 3สิบส่วนเปล่งประกายสาดแสงออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น
ซาวอี้กุนกัดฟันโคจรพลังสีครามขั้นที่ 1 สิบส่วนใส่เข้าไปในหมัดขวาพลางง้างออกสุดแรง และเข้าปะทะทันที
ตูมมมมมมม
เสียงการปะทะของหมัดทั้งสองดังสนั่นพื้นลั่นลานประลองราวกับนี้ไม่ใช่การปะทะของพลังของลมปราณชั้นสีครามขั้นต้น ฝุ่นฝุ้งกระจายปกคลุมเวทีเล้งซานที่ยืนอยู่ติดขอบสนาม ฉีกยิ้มกว้างขึ้น หลังจบการปะทะมีร่างหนึ่งกระเด็นออกไปหลายสิบเมตรล่วงหล่นตกจากขอบเวทีอย่างไม่มีทีท่าว่าจะตั้งหลักได้แม้แต่น้อย!!ก่อนจะนอนแผ่หลาอาการสาหัสอยู่ตรงหน้าเหล่าผู้ชม และคนผู้นั้นคือ ฉีซ่ง!!
ฝุ่นที่ฝุ้งกระจายค่อยๆจางลงภาพที่เห็นคือซาวอี้กุน ยืนค้างอยู่ในท่าปล่อยหมัด ไม่ได้ขยับเขยื่อนแม้แต่น้อย!!
"เฮ้ย!!อะไรวะหน่ะ!!"
"บัดซบ!!เจ้าขยะมันปิดซ่อนฝีมือไว้หรือนี่"
"หมู่บ้านเมฆาล่อง ส่งสัตว์ประหลาดมาอีกแล้ว!!"
"กรรมการรีบไปดูอาการฉีซ่ง เร็วเข้า!!"
กรรมการทะยานร่างไปอย่างรวดเร็วเมื่อตรวจอาการแล้วถึงกับม่านตาเบิกกว้าง โบกมือเรียกแพทย์สนามมาอย่างเร่งด่วน!ฉีซ่งบาดเจ็บสาหัสอาการครึ่งตาย!!
แม้แต่เสวียนอู่จิงฉานยังเบิกตากว้าง ลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว
'บ้าน่า!!นั่นมันพลังหมัดของชั้นลมปราณสีน้ำเงินชัดๆ"
เล้งซานแสยะยิ้มอย่างพอใจในความจริงก่อนการประลอง มันได้กระซิบบอก ซาวอี้กุนว่า จะจี้จุดเพิ่มพลังให้มันสามารถเข้าปะทะโดยตรงได้เลย แต่มีข้อแม้ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครจากนั้นพอเริ่มการประลอง เล้งซานก็ใช้วิชา สุริยันเจิดจรัสบดบังสายตาของทุกคนโดยรอบ และใช้ชั่วเวลานั้น ถลกแขนเสื้อของซาวอี้กุนขึ้นและเขียนอักขระร่างกายลงบนร่างของมัน!!พลังของอักขระที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยอักษรสีน้ำเงินนั้นจะแสดงพลังของชั้นลมปราณสีน้ำเงินออกมาจากนั้นก็รีบถลกแขนเสื้อกับปกปิดร่องรอยอักขระ เมื่อจบการประลองหลังผ่านไป 1 ชั่วยามร่องรอยก็จะหายไปเองโดยเล้งซานไปต้องทำอะไร
ซาวอี้กุนร่างนั้นสั่นสะท้านไปด้วยความตื่นเต้น ในคราแรกมันเพียงเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งจากคำพูดของเล้งซาน แต่หลังจากการปะทะเมื่อครู่ ความมั่นใจของมันกลับมาเต็มเปี่ยมมันไม่เคยรู้สึกแข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน มันชำเรืองไปมองเล้งซานเล็กน้อยเล้งซานพยักหน้าให้มันเบาๆในตอนนี้ซาวอี้กุนรู้สึกราวกับเล้งซานเป็นพระเจ้าผู้มอบพลังให้แก่มัน!!
ซาวอี้กุนหันหน้าไปมองทางลี้เอียง ที่สีหน้าซีดเซียวราวกับไร้ซึ่งโลหิตไหลเวียนเนื้อตัวสั่นเทาจากความหวาดหวั่นที่เห็นการปะทะเมื่อครู่ และจู่ๆลี้เอียงก็รู้สึกถึงอาการผิดปรกติบางอย่างของร่างกาย...
ซาวอี้กุนค่อยๆเดินเข้ามาหาลี้เอียงอย่างช้าๆหมัดขวาของซาวอี้กุนกำแน่น แผ่ขยายออร่าบางอย่างเปล่งประกายความน่ากลัวจางๆที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ลี้เอียงหน้าตาบิดเบี้ยวอัปลักษณ์มากขึ้นทุกที ส่วนหนึ่งคือความหวาดหวั่นจากซาวอี้กุนที่ค่อยๆเดินเข้ามาส่วนหนึ่งคือความเจ็บปวดจากแขนขวาที่กระดูกแหลกละเอียดและอีกส่วน...คือความปั่นป่วนราวกับเกิดคลื่นทะเลขนาดย่อมขึ้นในท้องของมัน!!
วิชาปรุงยาที่เล้งซานศึกษาจากเฟรย่าร่วมครึ่งปีนั้นไม่ได้ศึกษาเฉพาะวิชาปรุงยาเพิ่มพลัง และยารักษาโรค แต่รวมถึงการปรุงยาพิษและยาสร้างความผิดปรกติทางร่างกายบางอย่างอีกด้วย!!เนื่องจากเล้งซานรับรู้ถึงความน่ากลัวของยาพิษว่าหากถูกนำมาใช้ร่วมกันกับวิชาแปลงโฉมเพื่อใช้แทรกซึมแล้วล่ะก็มันจะกลายเป็นการลอบสังหารที่สมบูรณ์แบบ!!
ยาที่เล้งซานดีดเข้าไปในปากของลี้เอียงนั้นมันคือยาถ่าย ยิ่งเร่งลมปราณในร่าง ฤทธิ์ยายิ่งถูกกระตุ้น!!และด้วยฤทธิ์ยานี้รวมกับอักขระร่างกายของ ซาวอี้กุนเล้งซานถึงได้มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมและกล้าเดินลงจากเวทีประลอง...
ลี้เอียงพยายามยกมือซ้ายไว้ด้านหน้า คล้ายห้ามปรามมิให้ ซาวอี้กุนเดินเข้ามาแต่ก็ไม่สามารถกล่าวสิ่งใดออกจากปากของมันได้เพราะกำลังพยายามควบคุมคลื่นทะเลในท้อง มันในตอนนี้อยากขอยอมแพ้เป็นที่สุดอยากออกไปจากที่นี้ให้ไวที่สุดแต่...เสียงจากข้างเวทีทำให้มันต้องฝืนยืนบนนี้ต่อไป
"ลี้เอียงแสดงเกียรติภูมิของศิษย์พรรคป้อมอัคคีออกมา!! กระจายปราณอัคคีห่อหุ่มร่างไว้อย่าให้ขยะเช่นนั้นเข้าใกล้ตัวได้" ซูซ่งหยู ตะโกนขึ้นด้วยท่าทีร้อนรนมันไม่สามารถนั่งลงบนเก้าอี้ได้อีกต่อไป
ลี้เอียงใบหน้าซีดเผือดอย่าว่าแต่กระจายปราณอัคคีเลย แม้แต่จะกระจายเสียงพูดตนเองมันยังไม่อาจทำได้ ผิดกับซาวอี้กุนที่ขยับเท้าย่างกายมาด้วยแววตามุ่งมั่น คนที่ถูกเรียกว่าตัวประกอบในการแข่งกลับสามารถกดดันตัวแทนของ หนึ่งในสามพรรคใหญ่ของเมืองได้มันไม่เคยรู้สึกเปี่ยมล้นเท่านี้มาก่อนในชีวิต
"กะ..กรรมการข้าขะ...ขอยอม..."
ลี้เอียงพยายามส่งเสียงออกไปแต่ยังไม่ทันได้กล่าวจบหมัดขวาที่แฝงพลังอักขระชั้นสีน้ำเงินก็วิ่งเข้าชนที่ท้องของมันอย่างจัง
ตูมมมมมม
ไม่มีแม้แต่ปราณคุ้มกันไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะพูดสิ่งที่มันพยายามทำก่อนหน้านี้คือการสร้างเขื่อนขึ้นมาป้องกันคลื่นทะเลภายในท้องของมันแต่บัดนี้...
หมัดขวาของ ซาวอี้กุนทำลายเขื่อนของมันอย่างไม่มีชิ้นดี...
ร่างของลี้เอียงลอยสูงขึ้นกว่า 5 เมตรสิ่งปฏิกูลมากมายล้นทะลักออกมาจากกางเกงของมัน กระเซ็นเต็มพื้นเวทีประลองกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทิศทาง ใบหน้าของผู้ชมทั้งหมด บิดเบี้ยว!!จนมีคนร้องออกมาว่า...
"มะ...มัน ขี้แตก!!"