ซือเฟิงหลง ภาคทะยานสู่เซียนเจี้ย

    ตอนที่ 19 กระบี่อยู่ในกาย ตำราอยู่ที่ใจ รูปเป็นบัณฑิต ใจดุจกระเรียน (2)


    ตอนที่ 19 กระบี่อยู่ในกาย ตำราอยู่ที่ใจ รูปเป็นบัณฑิต ใจดุจกระเรียน (2)



            ภายในหมอกขาวกลับเป็นอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งแตกต่างจากภายนอกอย่างสิ้นเชิง ซือเฟิงหลงตะโกนเรียกเฉินเจียหลางอยู่หลายครั้งก็ไม่ได้ยินเสียงตอบจึงเริ่มสำรวจรอบตัว ตอนนี้ภาพตรงหน้าของเขาคือศาลาริมทะเลสาบซึ่งปรากฏขึ้นอย่างแปลกประหลาด

            เด็กชายค่อยๆ เดินไปที่ริมน้ำจุ่มมือลงไปวักน้ำขึ้นล้างมือแล้วนิ่งอยู่มองเงาสะท้อนของผิวน้ำก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า แล้วจ้องอยู่แบบนั้นคนราวกับไก่ไม้

             

            เฉินเจียหลางขึ้นมาถึงยอดเขาก็พบว่าตอนนี้ศิษย์สายตรงของอาจารย์ทั้งหลายต่างรวมตัวกันอยู่ที่นี่นั่งแหงนหน้ามองภาพจากม้วนภาพที่ลอยอยู่กลางอากาศอาจารย์ใหญ่และปรมาจารย์ล้วนนั่งอยู่ภายในศาลาแปดเหลี่ยม

            “นี่คือ...”เฉินเจียหลางมองภาพศาลาริมน้ำบนม้วนภาพ เห็นคนตัวเล็กๆผู้หนึ่งยืนแหงนหน้ามองฟ้านิ่งอยู่ ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นภาพวาดจริงๆกระทั่งคนในภาพเคลื่อนไหวเขาถึงได้เข้าใจว่าสิ่งนี้คืออะไร

            “ปรมาจารย์ฉีถึงกับเปิดม้วนภาพสะท้อนให้ศิษย์ร่วมชมเชียวหรือ?”

            เจี่ยงฉงหันมาทำหน้าลำพองใจก่อนตอบ“ใช่แล้ว ขอบใจข้าด้วยเล่า หากไม่ใช่ข้าเสนอให้เปิดม้วนภาพทะท้อนเพื่อให้ศิษย์ทั้งหลายได้ศึกษา ก็อย่าได้หวังว่าจะได้เห็นการทดสอบครั้งนี้เลยกว่าจะรู้ผลก็ตอนที่เจ้าเด็กนั่นเดินออกมาจากค่ายกลสำเร็จ หรือไม่เขาก็หมดสภาพอยู่ในนั้นจนต้องให้ใครสักคนหิ้วเขาออกมา”

            เฉินเจียหลางมองเหม่อ ถามว่า“แล้วการทดสอบแรกคืออะไร?”

            ภายในศาลาเหล่าอาจารย์ของสำนักศึกษาสามท่านหันไปมอง ปรมาจารย์ฉีบุรุษวัยกลางคนผู้มีจอนผมสองข้างเป็นสีดอกเลา เมื่อเห็นว่าทุกสายตาจับจ้องมาที่ตนปรมาจารย์ฉีจึงตอบว่า “ข้าแค่สร้างค่ายกลขึ้นมาเท่านั้น บททดสอบอยู่ภายในศาลาในเมื่อเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ในด้านอักษรข้าและอาจารย์เผยย่อมต้องการเห็นผลงานการประดิษฐ์อักษรของเขาด้วยตาตัวเอง”

            ผู้อาวุโสทั้งสามท่านพยักหน้าคล้อยตามก่อนจะหันไปมองม้วนภาพ

            อาจารย์ใหญ่พลันเอ่ยว่า“ข้าคิดว่าท่านตั้งใจจะทดสอบความรู้ด้านค่ายกลของเขาเสียอีกในฐานะบุตรชายของปรมาจารย์คงอวิ๋น ย่อมควรค่าให้คาดหวัง”

            ปรมาจารย์ฉีเลิกคิ้ว กล่าวแก้ว่า“เขาเพิ่งจะเก้าขวบ ต่อให้เรียนรู้มาบ้างก็คงไม่อาจแก้ค่ายกลของข้าได้ดังนั้น...ข้าจึงจงใจเผยจุดอ่อนไว้ในค่ายกลนี้ ต้องดูว่าเขาจะหามันพบหรือไม่”

            ปรมาจารย์เหอพลันกล่าวขึ้น“พวกท่านลืมไปแล้วหรือ เขาอยู่แค่ขั้นเลี่ยนชี่เท่านั้นกลับต้องมาถูกเหล่าตาเฒ่าห้าคนรวมหัวกันทดสอบ ถ้าเขาผ่านมันไม่ได้พวกท่านจะทำอย่างไร”

            “ผ่านไม่ได้ยิ่งดีข้าจะได้รับเขาเป็นศิษย์ ผู้มีพรสวรรค์ด้านอักษร หากไม่เรียนอักษรจะให้เรียนอะไร? ค่ายกล ฝึกปราณ บรรเลงพิณ วาดภาพรึ?” ปรมาจารย์เผยพูดอย่างสมเหตุสมผล

            ทันใดนั้นภายในม้วนภาพสะท้อนก็เกิดการสั่นสะเทือนรุนแรงเด็กชายที่อยู่ภายในภาพกำลังใช้กำปั้นชกลงบนผิวน้ำอย่างเหนือความคาดหมายเขาไม่ได้เข้าไปภายในศาลาเพื่อประดิษฐ์อักษรตามโจทย์แต่กลับตั้งหน้าตั้งตารัวกำปั้นใส่ผิวน้ำไม่หยุด พอถึงหมัดที่ห้าค่ายกลก็แตกร้าวสายน้ำซัดกระเพื่อมท่วมทับภาพวาดศาลา ท้องฟ้า ต้นไม้ใบหญ้าจนหมึกละลายหายไปจนสิ้น

            เมื่อความปั่นป่วนสงบซือเฟิงหลงก็กลับมายืนอยู่กลางทางเดินขึ้นเขาอีกครั้ง

            เสียงอุทานของเหล่าบัณฑิตดังขรมต่างถามไถ่กันเป็นทอดๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เด็กคนนั้นยังไม่ทันเข้าไปในศาลายังไม่ได้ทำการทดสอบ ค่ายกลก็ถูกทำลายเสียแล้ว

            ยามนี้ทุกสายตาต่างเบนมาจับจ้องที่ปรมาจารย์ฉีท่านผู้อาวุโสกระแอมเบาๆ ก่อนจะยอมเฉลย “ดูเหมือนว่าเขาจะรับรู้ถึงธาตุทั้งห้าได้ดี จึงสัมผัสได้ว่านอกจากน้ำในบ่อที่เหลือล้วนเป็นภาพลวงตา โจมตีสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงย่อมไร้ประโยชน์เขาถึงได้โจมตีเข้าใส่บ่อน้ำแทน แล้วก็อย่างที่ทุกท่านเห็น ฮ่าๆๆเขาทำลายค่ายกลของข้าออกมาโดยที่ยังไม่ได้ทำการทดสอบประดิษฐ์อักษรด้วยซ้ำยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”

            “ยอดเยี่ยมที่ใดกันเขายังไม่ได้ทิ้งอักษรไว้สักตัว ท่านทิ้งช่องโหว่ไว้ใหญ่โตเกินไปสิไม่ว่า ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในภาพก็ตรงดิ่งไปที่บ่อน้ำเขาจับพิรุธได้ตั้งแต่แรกเลยต่างหาก” ปรมาจารย์เผยเอ่ยอย่างฉุนเฉียว

            ปรมาจารย์ฉีกลับหัวเราะร่าราวกับจะยอมรับ

            อาจารย์ใหญ่จึงกล่าวขึ้นเพื่อไกล่เกลี่ยสถานการณ์“เรายังมีบททดสอบถัดไป”

            ที่ลานกว้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าบัณฑิตก็ดังขึ้น

            “เมื่อครู่ถือว่าเป็นการทดสอบบุ๋นแต่ใช้วิธีบู๊มาผ่านการทดสอบสินะ ช่างหาได้ยากยิ่งนัก”

            “หากเจ้าตกอยู่ในค่ายกลนี้ของอาจารย์ฉีเจ้าจะทำอย่างไร?”

            “ย่อมต้องหาเงื่อนไขในการผ่านบททดสอบมีเพียงผ่านบททดสอบจึงจะผ่านด่าน ข้าไม่เคยคิดทำลายค่ายกลมาก่อน”

            “ต่อให้คิดก็ต้องมีความสามารถที่จะทำลายมันได้ด้วย เด็กคนนี้มีพรสวรรค์จริงๆนอกจากการเขียนอักษรแล้ว พลังหมัดของเขาก็ไม่ธรรมดา”

            เฉินเจียหลางฟังเสียงวิจารณ์ของสหายบัณฑิตแล้วต้องยืดอกรับฟังอย่างภาคภูมิใจเจี่ยงฉงเห็นแล้วก็อดเหล่ตามอง เอ่ยปากกระแนะกระแหนไม่ได้

            “พวกเขาชมซือเฟิงหลงไม่ได้ชมเจ้าเสียหน่อย เหตุใดจึงทำหน้าได้ใจถึงเพียงนั้น”

            เฉินเจียหลางยิ้มกล่าว “ชมซือเฟิงหลงก็เหมือนชมว่าข้ามีสายตาการมองคนดีเยี่ยมไม่ใช่หรือ”

            เจี่ยงฉงสบถออกมาคำหนึ่งก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองม้วนภาพ

            หลายคนมองคู่ปรับทั้งสองยืนเคียงข้างกันพูดคุยกันราวกับคนรู้ใจอย่างหาได้ยาก

             

            ซือเฟิงหลงมองไปรอบตัวแม้กลับมาที่เดิมแล้วแต่กลับไม่เห็นเงาร่างของเฉินเจียหลางเหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นอย่างเลอะๆ เลือนๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังงุนงงไม่เข้าใจว่ามันคือความฝัน ภาพลวงตา หรืออะไรกันแน่

            ขณะกำลังลังเลไม่แน่ใจ ว่าควรเดินขึ้นเขาต่อไปหรือจะหันหลังกลับดีนั้น ก็มีเสียงของท่านผู้เฒ่าดังในใจ

            “เด็กน้อยหากเจ้ายอมรับการทดสอบเพื่อเข้าเรียนในสถานศึกษาของเราก็จงเดินขึ้นเขาเพื่อรับการทดสอบบู๊ต่อเถิด แต่หากหันหลังกลับเจ้าสามารถกลับบ้านได้ทันทีแต่วาสนาระหว่างเจ้ากับสถานศึกษาม่ออู๋หยาจะถือว่าสิ้นสุดเจ้าผ่านการทดสอบบุ๋นแล้ว เหลือเพียงการทดสอบบู๊และ ทดสอบปราณเด็กน้อย...เจ้าเลือกเองเถิด”

            ซือเฟิงหลงพลันกระจ่างแจ้งตอนเดินทางมาที่ยอดเขาตงซานฉี เฉินเจียหลางไม่เอ่ยถึงการทดสอบบอกว่าเพียงว่าจะพาเขาไปหาอาจารย์ถ้าจะมีการทดสอบย่อมต้องเป็นหลังจากที่เขาได้พบกับอาจารย์เหอแล้วจึงจะถูกกลับกลายเป็นว่าสถานศึกษาตั้งด่านทดสอบรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว

            เอาเถอะ หากเจอบัณฑิตเฉินผู้นั้นเมื่อไรข้าจะต้องถามให้รู้ความให้จงได้

            ในเมื่อรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไรแล้วเหตุใดเขาถึงจะไม่ไปต่อเล่า

            หลังจากเดินขึ้นมาถึงกลางเขา ซือเฟิงหลงก็เริ่มรู้สึกว่าแข้งขาค่อยๆอ่อนแรงลง แต่ละย่างก้าวล้วนหนักอึ้งจนแทบก้าวไม่ออก

            แปลก! ทันใดนั้นเขาพลันหยุดนิ่ง

            เขาตงซานฉีสูงเทียมเมฆก็จริงแต่เพิ่งจะเดินมาถึงกลางเขาก็เหน็ดเหนื่อยเพียงนี้แล้ว ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติผู้ฝึกตนคนหนึ่งเดินขึ้นเขาไม่ต่างจากการเดินบนทุ่งหญ้าจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจนขาอ่อนก้าวไม่ออกได้อย่างไร

            “จะต้องมีวิชาอภินิหารสักอย่างกดทับข้าอยู่แน่นอนท่านพ่อบอกว่าวิชาอภินิหารก็ดี คาถาอาคมก็ช่าง ล้วนมาจากกฎพื้นฐานทั้งสิ้นพวกเขาใช้งานกฎผ่านคาถาอาคม ข้าแค่ต้องมองกฎให้ออก แล้วหาจุดอ่อน!”

            ซือเฟิงหลงพลันอึดอัดในอกรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ร่างทรุดลงคุกเข่าหอยหายใจแรงราวกับว่าบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กำลังยื่นฝ่ามือออกมา แล้วค่อยๆกดลงบนร่างของเขาอย่างช้าๆ

            เขารีบโคจรลมปราณสัมผัสรับรู้กฎเกณฑ์รอบตัวหัวใจพลันเกร็งแน่น

            “เหตุใดจึงไม่พบกฎเกณฑ์!ไม่ถูกต้อง!”

            ร่างเล็กๆ เกร็งสะท้านเหงื่อเย็นเปียกชื้นเต็มแผ่นหลัง เขาเปลี่ยนมานั่งขัดสมาธิดึงปราณฟ้าดินรอบตัวเข้ามาอีกครั้ง สิ่งที่เขาเชี่ยวชาญ ไม่ใช่การใช้พลังปราณแต่เป็นการสัมผัสรับรู้การมีอยู่ของกฎเกณฑ์ ใช้แล้วอาศัยกฎเกณฑ์ธาตุที่มีอยู่ในอากาศมาขัดเกลาร่างกายหลังจากเลื่อนขั้นพลังปราณ การรับรู้กฎเกณฑ์ก็พัฒนาขึ้นเพราะในปราณฟ้าดินก็มีกฎเกณฑ์อยู่เช่นเดียวกัน

            ยามนี้สิ่งที่ซือเฟิงหลงทำคือการยืมใช้ปราณธรรมชาติรอบตัวมาถักทอเป็นตาข่ายกฎเกณฑ์จากห้าธาตุ[1]แล้วหว่านมันออกไปถึงแม้แหพลังธาตุจะแตกสลายไปแทบจะทันที อาจเป็นไปได้ว่าพลังนี้อยู่ในระดับที่สูงมากสูงเกินกว่าความเข้าใจกฎพื้นฐานของเขาจะทำลายได้ แต่เด็กชายก็ไม่ยอมถอดใจยังคงถักทอแหขึ้นมาใหม่แล้วหว่านออกไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย



    [1] ปราณธรรมชาติ ประกอบด้วยห้าธาตุพื้นฐาน มีดิน น้ำ ไฟ ไม้ ทองจะแตกต่างจากกฎเกณฑ์ห้าธาตุที่ซือเฟิงหลงต้องบรรลุเพื่อสำเร็จวิชาสังขารซึ่งจะประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ สุญญตา(ว่าง)



    นิยายแนะนำ

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852