นักพรตจูเิกับซูเยว่ขี่ม้าออกไปยังหมู่บ้านที่อยู่ห่างไปกงเชากับเสี่ยวหยี่จึงยืนโบกมือส่งพวกเขาอยู่บนหน้าผา
“หวังว่าท่านอาจารย์จะทำได้สำเร็จ”
“มีครั้งที่ไม่สำเร็จด้วยหรือเ้าคะ?”
กงเชาหันมายิ้มน้อยๆ“บางทีก็ไม่สำเร็จ บางทีก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน”
“เอ๋?!”
“ก็อย่างเช่นเรียกฝนแต่เกิดไฟไหม้ หรือไม่ก็เรียกลมแต่ได้แดดวิชาของท่านอาจารย์บางครั้งก็เกิดความพลิกผันน่ะแต่ข้าก็ยังเชื่อมั่นในตัวท่านอาจารย์นะข้าเชื่อว่าท่านอาจารย์มีพลังวิเศษอยู่ในตัวเพียงแต่ยังควบคุมไม่ได้”
เสี่ยวหยี่ยกยิ้มมุมปากนางไม่แน่ใจว่าจะเรียกคนในอารามนี้ว่าพวกตุ้มตุ๋นดีหรือไม่?กงเชาเห็นเด็กหญิงนิ่งไปอย่างใช้ความคิดจึงชักชวนนางไปช่วยกันทำงานที่ค้างอยู่
“พวกเรารีบไปทำงานกันเถอะ”เมื่อพานางยกเอาถ้วยชามไปล้าง กงเชาเห็นท่าทางเงอะงะของเสี่ยวหยี่แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า“คุณหนูเสี่ยวหยี่ ดูเหมือนเ้าจะไม่เคยทำสิ่งใดเองเลยนะ มาๆเดี๋ยวเ้าทำตามข้าไปทีละอย่างก็แล้วกัน” ชายหนุ่มสอนเด็กหญิงให้ล้างถ้วยล้างชาม ทำความสะอาดและซักผ้า
“ดูเหมือนข้าจะไม่เคยทำนะศิษย์พี่รอง” นางส่ายหน้าเบาๆ ขณะลงมือล้างชามด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
“นั่นน่ะสิดูจากท่าทางของเ้าก็พอจะรู้ แต่ไม่เป็ไรข้าจะสอนเ้าให้ทำเองแม้ว่าต่อไปเ้าจะได้กลับไปอยู่ในจวนอย่างสุขสบาย แต่การพึ่งพาตนเองได้ย่อมทำให้เ้าเผชิญหน้าทุกสิ่งได้”
“ข้าซักผ้าสำเร็จแล้ว!”
กงเชาพาเด็กน้อยเก็บเสื้อผ้าใส่ในอ่างไม้เดินไปด้านหลังอารามข้างเรือนนอนมีบ่อน้ำเสี่ยวหยี่เห็นลำไม้ไผ่ที่มีน้ำไหลมาทีละนิดก็ตื่นเต้น
“ศิษย์พี่น้ำพวกนี้มาจากไหนหรือเ้าคะ?”
“มีน้ำตกอยู่ห่างจากที่นี่หนึ่งลี้พวกเราช่วยกันตัดกระบอกไม้ไผ่ต่อเอาน้ำมาใช้แต่ระยะทางไกลกว่าจะมาถึงที่นี่ก็เหลือน้ำแค่เล็กน้อย อาศัยว่าขุดบ่อหน่อยเก็บเอาไว้ส่วนที่ใช้ทำอาหารข้าก็จะใช้ถังรองตักแยกเอาไว้ไปในโอ่ง ดินเผา”
“ข้าอยากเห็นน้ำตกจังท่านพาข้าไปดูได้หรือไม่?”
“ได้สิ!เอาไว้เราเก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จก่อน ข้าจะพาเ้าไปดีหรือไม่?”
“ดีๆถ้าเช่นนั้นข้าจะรีบซักผ้า”
กงเชาหยิบเอากล่องใส่ผงจ้าวเจี่ยวส่งให้เด็กหญิงและเริ่มนั่งสอนนางซักผ้าอย่างจริงจังกระทั่งนางเอาผ้าขึ้นตากบนราวไม้ไผ่ได้สำเร็จ คนทั้งสองจึงออกเดินไปยังน้ำตก
“นี่เป็น้ำตกที่มีเพียงพวกเราค้นพบฉะนั้นท่านอาจารย์จึงตั้งชื่อว่าน้ำตกอารามเทพ”
“ชาวบ้านแถวนี้ไม่คิดจะขึ้นมาบนเขาบ้างเลยหรือเ้าคะ?”
“พวกเขาขึ้นมาไม่ได้น่ะสิ!เ้าไม่เคยได้ยินตำนานความลึกลับของเขาหงส์หรือไร?”
เสี่ยวหยี่นิ่งไปครู่ “ดูเหมือนข้าจะเคยอ่านผ่านๆตา”
“เ้าอ่านหนังสือออกด้วยหรือ?”
“เ้าค่ะ ข้าว่าข้าอ่านออกกล่าวกันว่าเขาหงส์มีความลึกลับยิ่งนักไม่เคยมีผู้ใดขึ้นไปจนถึงยอดเขา”
“ใช่! แม้แต่พวกเราก็ไม่เคยเห็นยอดเขาเลยสักครั้ง”
ได้ยินคำยืนยันเช่นนั้นเด็กหญิงก็ดวงตาไหวระริกด้วยความตื่นเต้น“ที่ตำรากล่าวไว้เป็ความจริงหรือไม่เ้าคะ?ที่เขาบอกว่าบนเขาหงส์เต็มไปด้วยภูติผีปีศาจ”
“มีที่ใดกัน? ข้าจะบอกความจริงเ้าให้...ที่แท้เขาหงส์แห่งนี้เคยมีคนผู้หนึ่งวางค่ายกลเอาไว้โดยรอบและส่วนยอดเขาก็มีค่ายกลอีกชั้นหนึ่งกำกับไว้ด้วยเหตุนี้จึงไม่เคยมีผู้เคยเห็นยอดเขาต่างหาก”
เด็กน้อยขมวดคิ้ว“ท่านอาจารย์กับพวกศิษย์พี่ เหตุใดจึงขึ้นมาอยู่บนนี้ได้ล่ะเ้าคะ?”
“นั่นเป็เพราะท่านอาจารย์เก่งกาจยิ่งสามารถเจาะเข้าค่ายกลนี้ได้ ทำให้พวกเขาขึ้นมาสร้างอารามบนเขาได้แต่เพื่อความปลอดภัยจึงมิให้คนภายนอกเข้ามา”
“ท่านอาจารย์กลัวว่าชาวบ้านจะตามขึ้นมาขับไล่หรือเ้าคะ?”
กงเชาหัวเราะเบาๆมองเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู “เ้าฉลาดนัก!”
“หลายครั้งที่ท่านอาจารย์ทำเสร็จและหลายครั้งก็ทำไม่สำเร็จ ฉะนั้นจึงต้องออกไปรับจ้างทำงานข้างนอกเหลือที่นี่ไว้เป็ที่ซ่อนตัวเพราะต่อให้อยากจะมีคนขึ้นมาก็ไม่อาจจะขึ้นมาได้”
“ศิษย์พี่รองท่านอาจารย์บวชอยู่สำนักใดมาก่อนหรือเ้าคะ?”
“สำนักนักพรตชู่ยี่”
“หืม...สำนักนักพรตชู่ยี่มิใช่ว่าตั้งอยู่ปลายเขาหงส์ฝั่งเมืองต้าเป่ยโน่นหรือ?”
“เ้ารู้จักด้วย”
เด็กหญิงพยักหน้า “เ้าค่ะข้าเคยได้ยินว่าสำนักชู่ยี่เคร่งครัดยิ่งนักพวกเขาเน้นการปฏิบัติฝักใฝ่ในมรรคาเซียน ไม่ยุ่งเกี่ยวโลกภายนอกเหตุใดจึงมีศิษย์อย่างนักพรตจูเิได้?”
กงเชาขมวดคิ้ว “เ้าอายุสิบสองจริงหรือนี่?เหตุใดจึงรู้กว้างขวางนัก?”
“มันแวบขึ้นมาในหัวน่ะ”
ศิษย์พี่รองของนางมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดผ่านมาก็ป้องปากกระซิบ “ว่ากันตามตรงท่านอาจารย์เป็ศิษย์นอกคอก ชอบศึกษาเื่เกี่ยวกับภูติผีิญญาและพลังวิเศษนี่เสี่ยวหยี่ เื่นี้เ้าห้ามพูดออกไปเป็อันขาดไม่เช่นนั้นพวกเราอดตายแน่เข้าใจหรือไม่?”
“อืม...พวกท่านจึงตั้งลัทธิตนเองใหม่ว่าลัทธิเทพ ใช่หรือไม่?”
“ถูกต้องเพื่อมิให้เรากลายเป็คนนอกคอก เราจึงต้องตั้งลัทธิขึ้นมาใหม่”
เด็กหญิงใช้กิ่งไม้ที่ถือในมือขวางต้นหญ้าที่สูงเลยหัวเข่าของตนเพื่อมิให้ดอกหญ้าปักตามชายกระโปรง
“ข้าถามจริงๆเถอะศิษย์พี่รอง ท่านอาจารย์เก่งจริงหรือไม่?”
กงเชาชะงักเท้า“ตอนที่ข้าได้รับความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์ ข้าว่าเขาไม่เลวเลยทีเดียวหากไม่ได้สูตรยาของท่านอาจารย์ข้าก็คงจะป่วยตายไปแล้ว”
“เดี๋ยวนะที่ท่านพูดเมื่อครู่ นักพรตจูเิผู้นี้เป็หมอด้วยหรือ?”
“ใช่! ตอนที่เ้าปรากฏตัวหน้าสระ์ศิษย์พี่รองเป็คนตรวจอาการและช่วยรักษาเ้าศิษย์พี่รองเคยทำงานอยู่ในโรงหมอมาก่อนและมาคอยช่วยเหลือท่านอาจารย์ในการปรุงยาอีกแรง”
*****************************

