บทที่38 สิ่งที่ทำให้ต้องสะท้าน
เมื่อประตูที่ทีมีรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างหนึ่งเมตรที่ถูกสลักอักษรแปลกประหลาดปลดล็อกออก สิ่งแรกที่พวกเขาต้องเจอคือลมที่รุนแรงตีออกมามันไม่ใช่ลมธรรมดามันปะปนมาด้วยพลังชั่วร้าย
บางคนถึงกับสลบลงไปคนที่มีจิตใจแข็งแข็งถึงยังยืนอยู่ได้ โชคดีที่ซางตงเจี่ยไม่ได้อยู่ตรงนี่เขาไปเปลี่ยนชุดมาใหม่หลังจากที่ขับปัสสาวะมา เหลียนเฟ่ยสั่งให้คนสวนไปเอาไฟฉายและอุปกรณ์สำรวจมา ซางกัวหยวนงุนงงนี่ใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่แล้วทำไมคนของมันถึงได้ทำตามคำสั่งของเธอแทนที่จะฟังคำสั่งของมัน ด้านล่างเป็นทางมืดๆไม่มีแสงรอดผ่านเหลียนเฟ่ยไม่สามารถระบุได้ว่าด้านล่างมีอะไร เธอจึงได้แต่รอไฟฉาย แต่อดสังสัยไม่ได้ว่ามันขุดห้องนี้ได้ยังไงโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลย
“มันใช้วิธีไหนขุดทางลับนี้กันนะ”เหลียนเฟ่ยพึมพำ แล้วหันไปถามซางกัวหยวน
“คนที่ชื่อเทียนถงได้พาใครเขามาในนี้บ้างหรือเปล่า”ซางกัวหยวนคิดสักพัก
“มีสี่คนตอนที่มันมาอยู่ใหม่ๆ”
“แล้วมีลักษณะยังไง”เหลียนเฟ่ยเริ่มสงสัย
“มันมีรูปร่างใหญ่คล้ายพวกยุโรปสวมชุดแปลกๆมันสวมแว่นตาสีดำแต่ที่สำคัญมันมีผิวที่ดำผิดปกติปากของมันซีดขาว จุดที่ฉันไม่มีวันลืมคือเล็บของมันแหลมมากและแข็งด้วย ที่ฉันจำได้เพราะมันทำรถฉันเป็นรอย”เหลียนเฟ่ยแข็งค้างไป
“หรือเป็นพวกรัสเซียมันทดลองเปลี่ยนสายพันธุ์มนุษย์ในจีนแล้วงั้นหรือ”เหลียนเฟ่ยขบคิดเธอเอามือจับไปที่คางของเธอ เหลียนเฟ่ยพยายามปะติดปะต่อเรื่องเขเาด้วยกันแต่ไม่สามารถหาจุดเชื่อมโยงกันได้
“แล้วคนพวกนั้นไปไหนแล้ว”
“หลังจากนั้นสองเดือนพวกมันก็จากไปคนที่ไปส่งคือเทียนถงหลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ทันก็กลับมาพร้อมกระเป๋าใบใหญ่
“อย่างนั่นหรือ”เหลียนเฟ่ยพลันคิดอะไรได้
“มีกล้องวงจรปิดไหมฉันขอดูหน่อย”ซางกัวหยวนขมวดคิ้วแน่ล่ะว่าคนที่พวกมันติดต่อทั้งหมดมันถูกบันถึกไว้โดยกล้องวงจรปิดถ้าให้เธอดูล่ะก็จะต้องถูกเปิดเผยหากเหลียนเฟ่ยดู้วิดีโอทั้งหมดซึ่งมันยอมไม่ได้เด็จขาด
“ฉันขอดูแค่เดือนที่เทียนถงพาคนมานั้นก็พอมีปัญหาไหม”ซางกัวหยวนคิดสักพัก
“เห้อช่างเถอะฉันจะขอนายทำไม”เธอยกปืนขึ้นไปที่หน้าของซางกัวหยวน เวลาเดียวกันที่ซางตงเจี่ยมาถึงพอดีรีบร้องบอก
“อย่าฆ่าพ่อฉันเลยได้โปรด”เหลียนเฟ่ยแสยะยิ้มออกมา
“พ่อนายมันดื้อฉันขอดูกล้องวงจรปิดแต่เขาไม่ยอม”ซางกัวหยวนใจหล่นวูบ มันลืมคิดไปว่าอำนาจต่อรองไม่ได้อยู่ที่มันอีกแล้ว
“ฉันยอมให้ดูแล้วอย่าฆ่าฉันเลย”เหลียนเฟ่ยแสยะยิ้ม
“ตอบแบบนี้แต่แรกก็ไม่ต้องมีสภาพแบบนี้แล้วไอ้แก”ซางกัวหยวนหน้าชาทันทีต่อหน้าลูกน้องของมันนับสิบมันโดนเธอด่าแบบไม่เห็นหัว จากนั้นมันพาเหลียนเฟ่ยไปที่ห้องควบคุบ
ในห้องควบคุมมีจอภาพหลายสิบตัว และมีที่จัดไฟล์เก็บขนาดใหญ่ โชคดีที่ซากกัวหยวนเป็นคนรอบครอบมากเขาเก็บไฟล์วิดีโอสำคัญเอาไว้ทั้งหมด ที่จริงมันเอาไว้จัดการคนที่จะหักหลังมันเท่านั้น ชายสามคนที่เห็นเหลียนเฟ่ยถึงกับหนังหัวลุก ภาพที่พวกมันเห็นยังอยู่ในหัวพวกมัน ซางกัวหยวนกล่าวขึ้นมา
“เอาวิดีโอช่วงที่เทียนถงมาให้เธอดู”คนดูแลสามคนเริ่มค้นหาไฟล์ที่มีชื่อว่าเทียนถง พวกเขาบันทึกชื่อไฟล์ตามชื่อของคนที่อยู่ในคลิปเอาไว้ในคลิปทั้งหมด
“หวังว่าพวกนายจะไม่เก็บไฟล์ฉันเอาไว้นะไม่งั้นล่ะก็ หึๆ”เหลียนเฟ่ยแสยะยิ้ม ทั้งสามตัวสั่นทันทีตอนเกิดเหตุพวกมันไม่กล้ากดสัญญาณเตือนด้วยซ้ำไม่งั้นพวกมันคงตายไปแล้ว
“ได้ครับคุณท่าน”ทั้งสามตอบซางกัวหยวนแล้วเริ่มค้นหาเนื่องจากไฟล์ชื่อเทียนถงนั้นมีน้อยไม่นานจึงพบทั้งหมดสิบสองไฟล์ ทว่าทุกไฟล์ทุกไฟล์กับเสียหายจนไม่สามารถดูภาพสำคัญๆได้ ทำให้ทั้งสามคนมึนงงมากอุปกรณ์ของพวกเขาราคาหลายแสนหยวนเลยจะบันทึกไฟล์เสียหายทั้งหมดได้อย่างไร เหลียนเฟ่ยไม่แปลกใจเท่าไรนี่คงเป็นฝีมือของเทียนถงเป็นแน่ เหลียนเฟ่ยตรวจดูไฟล์ทั้งสิบสองอีกหลายรอบ จากนั้นก็ปรากฏรอยยิ้ม
“หยุดตรงนาทีที่สิบสามที”ทั้งสามหยุดไฟ์ที่สิบสองนาทีที่สิบสามทันที แม้ว่าคลิปจะยับไปส่วนหนึ่งแต่ใบหน้าของคนผู้หนึ่งกับชัดเจน เหลียนเฟ่ยหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปก่อนจะส่งข้อความออกไปยังเมลปริศนา เธอก็หันไปที่ซางกัวหยวน
“ใช่คนนี้หรือไม่”เมื่อมันดูก็พยักหน้า เธอกดส่งเมล์ไปทันที
“นี่คือหนึ่งในสี่คนนั้น”จากนั้นซางกัวหยวนก็หันมาที่คนของมันที่ควบคุมห้อง
“ทำไมภาพถึงเสียหายทั้งหมาแบบนี้”
“พวกเราเองก็หาสาเหตุไม่ได้ครับดูเหมือนว่ามีใครบางคนแอบเข้ามาทำลายฐานข้อมูลของเรา”ซางกัวหยวนขมวดคิ้วจากนั้นก็มีคนสวนเดินเข้ามาในห้องควบคุม
“อุปกรณ์พร้อมแล้ว”เหลียนเฟ่ยพยักหน้า
“ดีไปกัน”ทุกคนกลับไปที่ห้องของเทียนถง พวกเขาค่อยๆลงไปยังด้านล่างมันลึกลงมาถึงสิบเมตร มีทางยาวและจุดแยกหลายจุดด้านในมีการใช้ปูนฉาบไว้อย่างหยาบๆ ในห้องแรกเป็นแท่นพิธีบางอย่างเหลียนเฟ่ยถ่ายรูปเอาไว้
“ในนี้มันอะไรกันแน่ทำไมมีของพวกนี้เต็มไปหมด”ซางตงเจี่ยมองไปรอบๆเห็นรวดลายอักษรแปลกๆเขียนกำกับเอาไว้มันตาลายเดินโงนเงน
“แกน่ะเดินให้มันดีๆหน่อย”เหลียนซูร้องเตือน เหลียนเฟ่ยหันมา
“พาเขาออกไปเร็วเขาโดนเข้าแล้ว”เหลียนเฟ่ยร้องบอก เนื่องจากในห้องใต้ดินนี้มีพลังชั่วร้ายรุนแรงมันจึงทำให้คนจิตใจอ่อนแอนั้นรับไม่ไหว
เหลียนเฟ่ยสายหน้าแล้วเดินต่ออย่างระวัง ห้องถัดไปมีกองดินชนิดต่างๆรวมก็สิบกองได้ เหลียนเฟ่ยใส่ถุงมือแล้วสัมผัสมันดู เธอรู้สึกว่าดินแบบนั้นมาจะเกาะอยู่ตามสุสานโบราณ
“แปลกมากมันเอาดินพวกนี้มาทำไม”เธอบ่นพึมพำจากนั้นเธอก็สำรวจมีทั้งเถ้าที่มาจากการเผา หรือกลหินจากภูเขาไฟ ทรายจากทะเลลึก มันทำให้เธองุนงงมาก มีกองดินบางกองเธอรู้สึกคุ้นเคยแต่ก็ไม่สนใจ
“มันเอาของพวกนี่มาทำไมกัน”เหลียนเฟ่ยกำลังตรวจดูทีละกองทันไดันั้นเหลียนซูก็เรียกเธอ
“อาเฟ่ยดูนี่”เหลียนเฟ่ยรีบไปดู ก็พบโลงศพโบราณสองโลงวางอยู่ในห้องที่สาม เหลียนเฟ่ยหันไปสั่งคนงาน
“เปิดมันออก”คนงานที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็เปิดออกทั้งสองโลง ภาพที่ทุกคนเห็นก็ทำให้พวกเขาตกตะลึง ข้างในโลงทั้งสองในมีมัมมี่ที่มีผ้าพันแผลเก่าๆพันอยู่
“นี่มันอะไร”มู่หวานอดถามไม่ได้
“แน่นอนว่ามัมมี่ไงล่ะเธอไม่รู้จักงั้นหรือ”เหลียนซูพูดออกมา เธอมองค้อนเขา
“ฉันหมายถึงมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”เหลียนเฟ่ยไม่สนใจคนทั้งสองตรวจไปรอบๆลงทั้งสอง ทว่าสิ่งที่เหลียนเฟ่ยถึงกับตกตะลึก
“นี่มัน”!!!!เหลียนซูมู่หวานมองไปที่สิ่งนั้นก็พลันสั่นสะท้าน
“ดอกไม้ที่สวนคุณแม่”ดอกไม้สีแดงสดถูกสอดไว้ด้านหลังศพทั้งสองมันมีสภาพเหมือนเพิ่งตัดออกมาจากต้น แต่หลังจากเปิดโลงได้สักพังมันก็ค่อยๆสลายกลายเป็นฝุ่นผง ทั้งสามมั่นใจว่าดอกไม้ชนิดนี้มาจากสวนแม่เธอเพราะว่ามันเป็นพันธุ์ที่แม่เธอเป็นคนผสมขึ้นมา
“ใช่แล้วนี่ต้องเป็นวิญญาณที่สิงคุณแม่แน่ๆ”มู่หวานร้องออกมาอย่างตกใจ
“งั้นเธอจะบอกว่าวิญญาณสองตนนั้นคือเจ้าพวกนี้งั้นหรอ”เหลียนเฟ่ยรีบพูด
“ใช่แล้วฉันว่าต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ”แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงมัมมี่ทั้งสองก็สลายเป็นฝุ่นเช่นกัน เหลียนเฟ่ยด่าออกมาทันทีเธอไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เธอมองไปรอบๆ
“มีใครถ่ายรูปไว้ไหมฉันให้หมื่นหยวน”ชายร่างเล็กรีบเดินเข้ามา
“ผมรับ”
“ดีส่งมาให้ฉัน”จากนั้นเธอก็ส่งรูปออกไปอีกครั้ง
“นิกายหมอผีต้องวางแผนอะไรแน่ๆ มันถึงกับสร้างมัมมี่ให้เป็นวิญญาณร้ายสาปใส่คนได้นี่น่ากลัวเกินไปแล้ว”เหลียนซูพูด
“หึๆ…ฉันว่านี่ก็แค่ปลายยอดภูเขาน้ำแข็งของพวกมันเท่านั้น เทียนถงคงแค่ปลายแถวของพวกมัน”เหลียนเฟ่ยกล่าว
“เราไปดูห้องต่อไปเถอะ”ทุกคนเดินเข้าไปดูครั้งนี้ทุกคนถ่ายรูปเอาไว้เพื่อว่าเหลียนเฟ่ยจะซื้อ หมื่นหยวนน่ะพวกเขาต้องทำงานกี่เดือนกัน ในห้องที่สี่นั้นปิดด้วยประตูเหล็กคนห้าคนช่วยกันเปิดออก ไม่รู้เมื่อไรที่ซางกัวหยวนได้แต่เงียบไม่พูดอะไรมันยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นในบ้านของมันมีสิ่งอัปมงคลแบบนี้อยู่มานานเป็นปี ทำให้มันหดหู่มากและไม่อาจยอมรับได้ เมื่อประตูเปิดออก ร่างกายทุกคนสั่นเทาขึ้นมาทันที ไม่มีใครอยากเชื่อสายตาตัวเอง พรวด…หลายคนอ๊วกแตกออกมา ภาพที่เห็นมันน่ากลัวเกินไป ศพกว่ายี่สิบศพถูกแขวนไว้บนเพดานร่างของพวกมันไม่เน่าเปื่อยเหมือนคนที่หลับตาอยู่เท่านั้น ด้านในมีโลงศพอยู่สิบโลง
“นี่มันอะไรกัน”ทุกคนต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้สิ่งที่พวกเขาเห็นมันเกินกว่าจะรับไหว ศพพวกนี้มีที่มาที่ไปแบบใดกันไม่มีใครรู้พวกเขาไม่มีใครรู้จัก แน่นอนว่าหากข่าวนี้กระจายออกไปตระกูลซางต้องถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ซางกัวหยวนทรุดตัวลงทันที เหลียนเฟ่ยเห็นภาพการตายชินชาจึงไม่ได้รับผลมากนัก แต่ยังคิดว่าช่างโหดร้ายเกินไปจริงๆเธอถ่ายภาพเก็บทั้งหมด
“เธอคิดว่ามันทำแบบนี้ไปทำไม”เหลียนซูถามน้องสาว
“ฉันขุดสุสานมาก็มากแต่ไม่รู้จริงๆว่ามันทำแบบนี้ไปทำไม”เหลียนเฟ่ยตอบอย่างเรียบเฉย
“มันกำลังสร้างอะไรหรือเปล่าโดยใช้ซากศพพวกนี้”เหลียนเฟ่ยยอมรับว่าพี่ชายเธอพูดอะไรได้เข้าท่ามากแต่มันจะสร้างอะไรกัน จากนั้นเธอเหมือนจะคิดอะไรได้
“พี่ตามฉันมา”ทั้งสองคนมาห้องที่มีกองดินเธอสำรวจอย่างละเอียด แล้วมีสีหน้าซีดขาว
“พี่ดูดินนี้คุ้นๆไหม”เหลียนซูมองอย่างไม่ใส่ใจฉับพลันก็ตัวแข็งทันที ตอนเด็กๆทั้งสองอยู่ที่สวนดอกไม้ของแม่พวกเขาและฝึกวิชาที่นั้น พวกเขาเล่นกองดินที่บ้านอยู่เป็นประจำกองดินนี้จะนำมาปลูกดอกไม้ทุกวันพวกเขาทั้งสองถูกพ่อสั่งให้ขนดินมาไว้ที่สวนทุกวันถือเป็นการฝึก มีหรือที่จะจำไม่ได้ ดินที่สวนดอกไม้พวกเขาจะมีผงสีนำตาลคล้ายเม็ดทรายปะปนอยู่ด้วยดังนั้นพวกเขาจึงจำได้ทันที
“ดินจากสวนดอกไม้”เหลียนเฟ่ยยิ้ม”จากนั้นเธอมาห้องที่สาม
“ในโลงนี้มีดอกไม้ที่คุณแม่ปลุกใช่ไหม”เหลียนซูพยักหน้า
“พี่จำได้ไหมว่าซางกัวหยวนบอกว่าเทียนถงพูดไว้ดินที่สวนดอกไม้พิเศษ”
“ฉันจำได้ทำไมหรือ”เหลียนเฟ่ยยิ้ม
“ฉันพอจะรู้แล้วว่ามันเอาดินของเรามาทำอะไร”
“เธออย่าบอกนะว่า”เหลียนเฟ่ยยิ้ม
“ฉันยังไม่แน่ใจเท่าไรแต่ฉันคิดว่าเป็นไปได้ถึงแปดส่วน”เหลียนซูตาโต
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ปลอดภัยน่ะสิ”เหลียนซูเริ่มกังวล
“ไม่เป็นไรหรอกมันคงไม่เคลื่อนไหวอีกนาน”เหลียนซูรู้สึกคลายความกังวลมาบ้าง ทั้งสองเดินกลับไปที่ห้องประตูเหล็กเหลียนเฟ่ยเดินไปที่โลงไม้
“ใครยังมีสติอยู่บ้างมาทางนี้หน่อย”คนที่มีจิตใจเข้มแข็งสองคนเดินเข้ามาหาเธอ
“เปิดโลงนี่ออก”นี่คือหนึ่งในโลงทั้งสิบ โลงทั้งสิบนี้มีความพิเศษมากๆมันทำมาจากไม้ต้นท่อสีดำและมียันต์แปะทั่วโรง ชายทั้งสองเปิดฝาโลงออกไอเย็นก็ลอยออกมาจากในโลง เหลียนเฟ่ยมองเข้าไปใจของเธอสะท้านทันที จากนั้นอำนาจชั่วร้ายกระจายออกมาจากในโลงชายที่เปิดฝาโลงโดนพลังกระแทกลอยกระเด็นทันที ทว่าเลียนเฟ่ยกับไม่ได้รับผลนั้นเพราะระดับการบ่มเพาะของเธอ เหลียนเฟ่ยไม่อาจกล้าหายใจกับภาพที่เห็นได้มันเป็นอะไรที่เธอไม่คิดฝันว่าจะได้เป็นถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว
“นี่มัน”…