บทที่ 24 สึกแล้ว
หนึ่งทดลองขับรถวนไปมาอยู่บริเวณนั้นเพื่อตรวจเช็คและแก้ไขจุดที่เสียหาย ทันใดนั้น หลายคนในกลุ่มพลันหยุดชะงักลงพร้อมกัน หนึ่งส่งจิตสำนึกร่วมออกไปทันทีในขณะที่ตนเองยังคงนอนหงายอยู่ใต้ท้องรถ
“ตัวคลานสี่ ตัวสั่นสิบสอง แยกมาสองกลุ่ม ทิศเหนือกับทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระยะประมาณเจ็ดถึงแปดกิโลเมตร ไปดักกลางทางเลย ถ้าปล่อยให้มันลึกเข้ามา กลิ่นเืจะล่อตัวอื่นเข้ามาใกล้หมู่บ้านเรา พวกมันน่าจะได้ยินเสียงรถที่ขับเมื่อสักครู่ ให้ชาวบ้านไปจัดการพวกตัวสั่น ส่วนพวกตัวคลาน เด่น นุช กานต์ ทิดไข่ ไปจัดการ ใช้อาวุธเงียบ เ้าเหนือตามไปคุ้มกันทุกคนด้วย เสร็จแล้วกลบฝังให้เรียบร้อย น้าออดช่วยเช็คกลิ่นระยะไกลด้วยครับ การรับคลื่นเสียงต่ำของผมไปไม่ไกลเท่าจมูกของน้า”
ทิวทัศน์รอบตัวมีเพียงสีน้ำตาลอมเทา ฝนกรดโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย แม้แต่ต้นไม้ที่หลงเหลืออยู่ยังยืนต้นตายเรียงรายราวกับเสาผุพัง แถบนี้ไม่มีต้นไม้ที่ปรับตัวเข้ากับโลกวิบัตินี้ได้เลย
เหนือเฝ้ามองการต่อสู้ของคนสองกลุ่มที่อยู่ไม่ห่างกันนัก การต่อสู้ของชาวบ้านกับพวกตัวสั่นไม่น่าสนใจเท่าใด เพราะชาวบ้านที่กลายพันธุ์แล้วมีร่างกายแข็งแรงกว่าพวกตัวสั่นธรรมดา ยิ่งพวกเขาสามารถใช้อาวุธและเต็มไปด้วยความคิดสติปัญญา ย่อมแทบไม่มีโอกาสแพ้ในการต่อสู้ตัวต่อตัว นับประสาอะไรกับครั้งนี้ที่มีจำนวนคนมากกว่า แต่สิ่งที่เหนือให้ความสนใจคือการต่อสู้ของพวกตัวคลาน กับกลุ่มของเด่น นุช กานต์ และไข่ ที่จริงเหนือก็เคยพิชิตเ้าตัวแบบนี้มาแล้วในการต่อสู้ครั้งก่อนๆ แต่เขาต้องขว้างอาวุธอยู่นานทีเดียว
นุชประจันหน้ากับตัวคลาน มันไม่ได้ผลีผลามเข้าโจมตีซึ่งผิดวิสัยของเ้าพวกนี้ มันเดินวนจับจ้องหาจังหวะ นุชซึ่งในมือถือท่อเหล็กตัดปลายปากฉลามหันหน้าตามในท่าเตรียมพร้อม
ก่อนที่เ้าตัวคลานจะหาโอกาสเหมาะได้ นุชก็พรวดเข้าหามันอย่างกะทันหัน รวดเร็วจนมันหลบไม่ทัน
ฉึก!
ร่างของเ้าตัวคลานถูกเสียบตรึงเข้ากับต้นไม้ตายซากต้นหนึ่ง มันไม่แสดงอาการเ็ป ทว่ากลับใช้มือสาวแท่งเหล็กท่อนนั้นเพื่อพาตัวที่โดนเสียบทะลุขยับเข้ามาหานุชด้วยสายตากระหายเื
ฉับ!
มีดดายหญ้าในมือของนุชตวัดตัดคอของมันขาดสะบั้น จบการต่อสู้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว
ตอนกลายพันธุ์ นุชถูกปล่อยให้หิวจนบ้าคลั่งแล้วจึงเริ่มรักษา ่สุดท้ายนุชกินหมูป่าเข้าไปหมดทั้งตัว ทำให้ความสามารถหลังกลายพันธุ์ของเธอสามารถพุ่งปะทะระยะสั้นได้รวดเร็วและรุนแรง ทั้งยังสามารถรับรู้การสั่นะเืผ่านพื้นดินได้เป็อย่างดี
เ้าตัวคลานอีกตัวที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ เมื่อเห็นโอกาสที่นุชเพิ่งจบศึกและคล้ายกับกำลังประมาทไม่ระวังตัว มันก็กระโจนเข้าใส่เธออย่างรวดเร็ว
ฉับ!
เงาวูบหนึ่งตัดผ่านเหนือหัวของมัน พร้อมมีดเดินป่าเล่มใหญ่ที่ฟาดสับลงมา ผ่าหัวของมันแบะออกเป็สองซีกยาวไปจนถึงหน้าอก
กานต์สลัดเืออกจากตัวมีด เขาดิ่งลงมาโจมตีมันจากยอดไม้ ความสามารถในการปีนป่าย ความเร็ว และการพรางตัวที่ยอดเยี่ยมนี้ ได้มาจากตะกวดกลายพันธุ์ที่ลุงหนึ่งเข้าไปหามาจากป่าใหญ่
เสียงต่อสู้ดังโครมคราม ฝุ่นผงจากพื้นดินและเศษไม้แห้งตายลอยฟุ้ง เด่นและไข่กำลังพัวพันอยู่กับตัวคลานด้วยมือเปล่า เนื้อตัวของทั้งคู่มีาแเล็กน้อยจากคมเล็บของพวกมัน
ไข่พันพัวอยู่กับตัวคลานตัวใหญ่ เขาต่อสู้ระยะประชิดโดยไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้ดิ้นหลุด มือเท้าทั้งสี่จับล็อกฟาดทุ่มเป็พัลวัน จนเ้าตัวคลานฝั่งตรงข้ามดูคล้ายเป็เพียงกระสอบทรายให้เขาซ้อมมือ
ไข่มีความสามารถของตุ๊กแกป่า ทั้งที่ร่างกายใหญ่โตแต่กลับปีนป่ายและพรางตัวได้ดีเยี่ยม ดวงตาที่เคยบอดสีในเวลากลางวัน กลับมองเห็นสีสันได้ชัดเจนขึ้นในเวลากลางคืน
เด่นวิ่งเข้าปะทะกับเ้าตัวคลานคนสุดท้ายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาวิ่งชนมันดื้อๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า เ้าตัวคลานที่เคยแต่พุ่งเข้าหาเหยื่อเพิ่งเคยเจอคู่ต่อสู้เช่นนี้ มันจึงดูสับสนอยู่ไม่น้อย แรกๆ ต่างฝ่ายต่างก็กระเด็นออกไปทั้งคู่ แต่เพียงไม่กี่ครั้งมันก็เริ่มเป็ฝ่ายถอยร่น เพราะดูเหมือนเรี่ยวแรงของเด่นจะไม่ถดถอยลงเลย ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ และไม่มีท่าทีาเ็ให้เห็น
หลังจากผ่านการกลายพันธุ์ เด่นเคยรู้สึกขัดเคืองหนึ่งซึ่งเป็พี่ภรรยาของตนเองอยู่ไม่น้อย คนอื่นได้รับความสามารถจากสิ่งมีชีวิตต่างๆ แม้กระทั่งแมลง แต่สิ่งที่เขาได้รับ กลับเป็เ้าสัตว์เลื้อยคลานที่หนึ่งโยนลงตรงหน้าเขาใน่เวลาที่หิวโหยจนคลุ้มคลั่งที่สุด พร้อมกับคำพูดเสียงขาดๆ หายๆ ว่า
“เหี้ย…จริงๆ..”
แต่หลังจากปรับตัวได้ เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าหนึ่งใส่ใจเขามากแค่ไหน ความสามารถของเด่นเหนือกว่าใครๆ ในด้านความทรหดอดทน เขาสามารถวิ่งได้เป็วันโดยไม่เหน็ดเหนื่อย ดื่มกินน้ำที่มีสารพิษเจือปน และทนทานต่อรังสีได้ดีกว่าใครทั้งหมด มันเป็การปรับตัวที่เข้ากับโลกวิบัติได้ดีชนิดที่มีแต่คนอิจฉา
การที่เขากับไข่สู้กับพวกมันด้วยมือเปล่า ไม่ใช่เพราะความประมาทเลินเล่อหรืออวดเก่งอวดดี แต่พวกเขา้าฝึกซ้อมร่างกายอยู่เสมอ ซึ่งหนึ่งกำชับไว้เสมอว่า ควรทำภายใต้เงื่อนไขที่มั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยง
ในที่สุดการต่อสู้ก็จบลง ตัวคลานที่เป็คู่ต่อสู้ของไข่ถูกจับฟาดจนเละน่วมเหลวไปทั้งตัว ราวกับไม่มีกระดูกท่อนใดที่ยังคงรูปสมบูรณ์อยู่ได้ แม้กระทั่งหัวกะโหลก ส่วนคู่ต่อสู้ของเด่นถูกหักคอและฉีกแขนขาออกเป็ชิ้นๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าสีเทาวันนี้เต็มไปด้วยเมฆฝน ชาวบ้านพวกรอดของหมู่บ้านหนองนกเอี้ยงทุกคนยกเว้นหนึ่ง มีสัญชาตญาณของแมลงที่สามารถรับรู้สภาพอากาศ ทำให้คาดการณ์ฝนตกล่วงหน้าได้หลายวัน
“การลงมือครั้งนี้ เราจะแบ่งออกเป็สี่ทีม” ไนซ์ชูแผ่นไวท์บอร์ดให้ทุกคนเห็น
“เราไม่ใช้ชื่อทีมหนึ่งทีมสองอะไรพวกนั้น เพราะมันจะไปซ้อนกับชื่อพ่อผมกับอาสอง มันจะทำให้สับสนเสียเปล่าๆ จะใช้ทีม ก ข ค มันก็เรียกไม่เข้าปาก”
“ทีมเอ นำโดย อาเด่น อานุช พี่กานต์ และลูกทีมอีกแปดคน ขอคนใจถึงเท่านั้นนะครับ มีหน้าที่ทะลวงทำลายจัดการกับพวกตัวสั่น ทีมนี้มีโอกาสาเ็ได้มากที่สุด”
“ทีมบี นำโดย อาไข่ ย่าดอก อาอ้อน และลูกทีมอีกแปดคน มีหน้าที่ลอบสังหารและระวังหลัง คอยคุ้มครองทีมเอ”
“ทีมซี นำโดย แม่ ผม พี่นัท และลูกทีมอีกแปดคน เรามีหน้าที่ขนของที่มีประโยชน์ต่อพวกเรากลับมาให้เกลี้ยง”
“ทีมดี นำโดย อาสอง... เอ่อ หลวงอาสอง อาปุ๊ก น้องเหนือ และลูกทีมอีกแปดคน มีหน้าที่ปิดกั้น ไม่ให้พวกตัวสั่นจากข้างนอกเข้าไปตลบหลังเราได้ และไม่ให้พวกข้างในหนีออกมาได้”
“เดี๋ยวๆ ไอ้หนูไนซ์! แล้วปู่ล่ะอยู่ทีมไหน ไม่เห็นมีชื่อ เอ็งไม่ลืมใช่ไหม!” ออดถามเสียงดัง ท่าทางขัดใจ
“ปู่กับพ่อไม่ต้องเข้าทีมครับ เรา้าคนสังเกตการณ์ ซึ่งปู่รับกลิ่นได้ดีที่สุด และพ่อจับเสียงคลื่นต่ำได้ดีที่สุด ทั้งสองคนต้องทำหน้าที่สั่งการ และเป็ ‘จเร’ คือต้องคอยช่วยทุกทีมที่เจอปัญหาครับ”
“ชะยะมังคะลัง! ทะนัง! ชัยชนะ นำมาซึ่งทรัพย์สมบัติ!” สองส่งเสียงแผดก้องขณะเดินตาขวางพรมน้ำมนต์ที่เขาเพิ่งจ้วงตักมาจากถังใกล้ๆ ไปรอบขบวนรถ ซึ่งนำโดยรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างคันเดิมของหนึ่ง และรถกระบะอีกสี่คัน สองกลับมาใส่กางเกงขาสามส่วน แต่งกายเหมือนวันที่เพิ่งกลับมา เพียงแต่ทั้งกางเกง ย่าม และจีวรดูสะอาดสะอ้านขึ้น ที่เพิ่มเติมคือตรงรักแร้ของเขาหนีบมีดดายหญ้าด้ามยาวเอาไว้ด้วย
น้อยครั้งนักที่ออดจะไม่ขัดคอเขา แถมยังพยักหน้าน้อยๆ อย่างนึกชอบใจ
“ช่ายๆ... ชัยชนะ นำมาซึ่งทรัพย์สมบัติ”
รถกระบะสามคันของออด รวมถึงรถกระบะสีขาวคอกสูงคันโปรด และอีกหนึ่งคันที่หนึ่งเพิ่งซ่อมเสร็จเมื่อวาน แผดเสียงเครื่องยนต์คำรามกระหึ่ม ส่งควันจากไบโอดีเซลสบู่ดำพุ่งเป็ช่อ ขบวนรถบรรทุกคนทีมละ 11 คน ทุกคนอาวุธครบมือ ทั้งอาวุธประชิดและอาวุธปืนเท่าที่มี หนึ่งกับออดใช้มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่ใช้น้ำมันไพโรไลซิสขับนำหน้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็การทุ่มกำลังทั้งหมดของหนองนกเอี้ยงรวมทั้งสิ้น 46 คน ไม่มีใครขาดไปแม้แต่คนเดียว เ้าเหนืออายุ 5 ขวบ เป็ผู้อ่อนาุโที่สุด ดูเหมือนจะไม่มีใครสังเกตเลยว่าหลังเหตุการณ์วันสิ้นโลก บ้านหนองนกเอี้ยงยังไม่มีทารกเกิดมาอีกเลย
ขบวนรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากเขตหมู่บ้านอย่างเป็ระเบียบตามยุทธวิธี ล้อรถบดขยี้ลงบนถนนลาดยางที่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นผง มุ่งหน้าตรงไปยังเป้าหมายที่อาจเป็ทั้งความหวังและแดนปะา
มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของหนึ่งบิดนำลิ่ว เสียงเครื่องยนต์แผดก้องสลับกับเสียงะเิจากท่อไอเสียอันเนื่องมาจากน้ำมันไพโรไลซิส ฟังดูดุดันเป็พิเศษ ออดขยับนั่งกอดอกทำจมูกฟุดฟิดอยู่ที่ตัวพ่วงข้าง พลางหรี่ตาคอยคัดกรองกลิ่นแปลกปลอมในอากาศ ขณะที่รถกระบะไบโอดีเซลสบู่ดำอีกสี่คันบึ่งตามหลังมาเป็ขบวน
ควันสีเข้มพุ่งเป็ช่อตัดกับฟ้าสีเทาหม่น บนหลังรถกระบะของทีมดี สองกระชับมีดดายหญ้าด้ามยาวพาดบ่า แววตาขวางคอยจ้องมองสำรวจไปตามแนวป่าข้างทาง ปลายมีดเหล็กตีมือสะท้อนแสงสลัวดูคมกริบ
ฝนกรดเริ่มตกลงมาเป็สายบางๆ กลิ่นกำมะถันจางๆ โชยมาเตะจมูกพร้อมกับไอระเหยจากพื้นถนน คอนกรีตสายความมั่นคงที่ตัดผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอนั้นเริ่มสึกกร่อน ล้อรถบดขยี้ผ่านซากปรักหักพังของศาลาริมทางและเสาไฟฟ้าที่หักโค่น ขบวนรถห้อตะบึงเข้าสู่จุดหมาย
มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างและรถกระบะทั้งสี่คันพุ่งเข้าไปเบรกเอี๊ยด จอดรวมกลุ่มกันอยู่กลางสนามหญ้ากว้างใหญ่ของหน้าที่ว่าการอำเภอ มันเคยเป็สนามสำหรับจัดกิจกรรมและเล่นกีฬา เสาธงโลหะที่แขวนธงชาติรุ่งริ่งยังคงตั้งตระหง่าน แต่สนามหญ้าที่เคยสั้นเตียนติดชิดพื้นดิน บัดนี้กลายเป็ทุ่งหญ้ารกสูงเท่าเอวไปเสียแล้ว
ทุกคนะโลงจากรถ ขยับตั้งแนวรบเป็วงกลมล้อมกลุ่มรถยนต์อย่างรวดเร็ว เตรียมรับมือพวกตัวสั่นที่วิ่งโถมเข้ามาจากทุกทิศทางอันเนื่องมาจากเสียงขบวนรถที่ดังสนั่นหวั่นไหว
เสียงฝนกรดตกกระทบหลังคาสังกะสีและตัวถังเหล็กของรถดังเปาะแปะ ผสานไปกับเสียงขู่คำรามในลำคอของฝูงตัวสั่นที่เริ่มทะลักออกมาจากซากตึกและพุ่มไม้รกชัฏรอบสนามหญ้า พวกมันพุ่งกรูเข้ามาเหมือนคลื่นมนุษย์ที่หิวกระหาย ดวงตาสีเืจับจ้องมายังสิ่งมีชีวิตกลุ่มใหม่ที่เพิ่งเหยียบย่างเข้าสู่ถิ่นของมัน
“ประจำตำแหน่ง! อย่าแตกแถว!” เด่นแผดเสียงลั่นพร้อมกระชับมีดพร้าสองเล่มในมือ เสียงอาวุธประชิดกระทบกันดังเคร้งคร้าง ปลุกเร้าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจนถึงขีดสุด
บนฝากระโปรงรถกระบะคันหนึ่ง สองสลัดย่ามและจีวรวางทิ้งไว้บนหลังคารถ
“สิกขัง! ปัจจักขามิ! คิหิติ! มัง! ธาเรถะ! ไอ้สอง!…สึกแล้ววว!!!” เขาสวดคาถาลาสิกขาแหกปากเสียงดังลั่น พร้อมทะยานพรวดล้ำแนวต่อสู้ พุ่งสวนเข้าใส่พวกตัวสั่นทั้งหลายที่ดาหน้าเข้ามาทันที