ออฟไลน์...... เวลานี้ดึกเกินกว่าจะหาอะไรซื้อกินแล้ว ฉะนั้น ซูซีหรานก็เลยตั้งเตาและทำบะหมี่ให้ทุกคนได้กิน นอกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เธอก็ยังใส่ผักใบเขียวแล้วก็ไข่ไก่อีก 2-3 ฟอง จากอาหารที่ไม่มีประโยชน์ พอเติมอะไรลงไปหน่อย ก็เพิ่มสารอาหารขึ้นมา... เล็กน้อย และไม่นานหลังจากนั้น ทุกคนเดินมานั่งที่โต๊ะจึงเริ่มโซ้ยบะหมี่กินกันอย่างกับหมาป่าที่หิวโหยเลยทันที จางเหว่ยหลังจากที่ซดน้ำบะหมี่เสร็จจึงพูดขึ้นด้วยท่าทางซาบซึ้งใจว่า “หัวหน้าทีม จริงๆแล้วก็มีฝีมือเหมือนกันนะครับเนี่ย……บะหมี่ที่คุณทำอร่อยจริงๆเลย!”
หลินเฉอ “???”
ผม “......”
ซูซีหรานท่าทางพูดอะไรไม่ออก “ตอนนี้สตูดิโอของเรากำลังยุ่งเรื่องเก็บเลเวล ก็เลยไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ต่อไปเมื่ออันดับและความแข็งแกร่งเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ ฉันจะพยายามทำอาหารให้ทุกคนกินกันทุกวันนะ ไม่อย่างนั้นแล้วกินแต่อาหารเดลิเวอร์รี่กับบะหมี่สำเร็จรูปทุกวัน ร่างกายคงทนไม่ไหวแน่”
ผมพยักหน้า “อื้ม ลำบากเธอแล้วนะซีหราน”
“เกรงใจอะไรกันล่ะ รีบเข้านอนเถอะ”
“อื้ม”
หลังจากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับห้องของตัวเองไปอาบน้ำและเข้านอนทันที
ผมที่นั่งอยู่บนขอบหน้าต่างของห้องและฟังเสียงน้ำจากห้องข้างๆของซูซีหรานที่กำลังอาบน้ำอยู่ พลันก็รู้สึกได้ถึงความเงียบสงบในจิตใจขึ้นมา กระทั่งเมื่อผมหยิบโน้ตบุ๊คขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลเกมนั้น หลังจากที่เก็บรวบรวมสมุนไพรระดับสูงจำนวนมากในช่วงแรก เวลานี้สกิลการคัดแยกสมุนไพรของผมพัฒนาเป็นระดับ 3 แล้ว ผู้เล่นสามารถใช้ยาระดับสามได้หลังจากที่พวกเขาเลเวลถึง 30 และในอีกสองวันหรือสามวันข้างหน้า ผู้เล่นระดับสูงส่วนใหญ่ก็จะสามารถทะลุด่าน 30 มาได้ ดังนั้น จึงต้องกลั่นยาเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ หารายได้ก้อนแรกเสียก่อน ยังไงซะสตูดิโอก็ต้องการกำไร หากเอาแต่เก็บเลเวลไปเรื่อยๆ ก็มีเพียงเลเวลและอุปกรณ์เท่านั้น ไม่สามารถทำเงินได้ ซึ่งนั่นมันไม่เพียงพอ
ขณะที่ผมเรียกดูโพสต์ในหน้าฟีดแล้ว มันไม่มีสาระอะไรเท่าไหร่ ฉะนั้น จึงค้นหาตำแหน่งของสมุนไพรระดับ 3 แทน
ขณะนี้ทางการได้ประกาศสถานที่รวบรวมสมุนไพรระดับ 3 เอาไว้แล้ว ขณะที่ตำแหน่งของ “โสมโลหิต” อยู่ในแผนที่ที่เรียกว่า “ป่าโบราณ” ซึ่งเป็นแผนที่แห่งมอนสเตอร์เลเวล 35-37 และจัดอยู่ในแผนที่ระดับสูงในปัจจุบัน ซึ่งโดยปกติแล้วผู้เล่นทั่วไปจะไม่กล้าเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ด้วยเพราะหากเลเวลต่ำกว่าคู่ต่อสู้ก็จะถูกฆ่าตายภายในไม่กี่วินาที
นอกจากนี้ บนโพสต์ในฟอรั่มดูเหมือนจะมีคนที่เคยเห็น “หิมะเดือนหก” สมุนไพรระดับ 3 เติบโตอยู่ในเขต “ป่าหมอก” ด้วย อันนี้ต้องบันทึกเอาไว้
ทว่าอย่างสุดท้าย “ทรายชมจันทร์” วัตถุดิบยาระดับ 3 ที่หายังไงก็หาไม่เจอ และแม้ว่าผมจะค้นหาข้อมูลของ “ทรายชมจันทร์” บนเว็บบอร์ดแล้วก็พบว่ามีโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบยาชนิดนี้อยู่ ทว่ากลับไม่พบเบาะแสใดๆ
ช่างปะไร พรุ่งนี้ออนไลน์แล้วค่อยว่ากันใหม่ ของแบบนี้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน และในขณะที่ผมกำลังจะปิดโน้ตบุ๊คนั่นเอง ทว่ากลับเหลือบไปเห็นโพสต์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทีมเทียนเสวี่ยนเราว่า——
【ประกาศ】ประกาศซื้อพิกัดสมาชิกทีมเทียนเสวี่ยน ให้ “ราคาสูง”!
โพสต์โดย:เว่ยหนี่เปี้ยนไกว
เนื้อหา :ซื้อพิกัดแบบเรียลไทม์ พบตำแหน่งของจินซีเหอซี 500 เหรียญทอง พบตำแหน่งของชิวฉุ่ยหาน 300 เหรียญทอง
พบตำแหน่งของอี้เชียงเป้าโถว 200 เหรียญทอง และหากพบตำแหน่งสมาชิกทุกคนของทีมเทียนเสวี่ยนในเวลาเดียวกัน 3,000 เหรียญทอง พูดจริงทำจริง รับรองการโอนเงินจากทางระบบ!
หลังจากที่อ่านโพสต์นี้ ผมก็อดหัวเราะไม่ได้ หลิวเฉียงคนนี้ร่ำรวยจริงๆ ถึงได้มีเงินซื้อพิกัดของพวกเราได้ ดูเหมือนว่าหลิวเฉียงจะมุ่งมั่นกับการต่อสู้กับทีมเทียนเสวี่ยนจนถึงที่สุด นี่เป็นการยกระดับการลอบโจมตีพวกเราทางอ้อม ก็เหมือนกับครั้งที่แล้วที่ทีมปู้ฝู๋จิ้วก้านซุ่มโจมตีและสังหารพวกเราตายยกทีม ทว่าครั้งนี้เกรงว่าคงจะไม่ง่ายขนาดนั้นแล้ว ตราบใดที่ซูซีหรานยังเติมเลือดให้ผมอยู่ด้านหลังล่ะก็ ผมก็สามารถตีฝ่าวงล้อมผู้คน ต่อสู้ได้ตามใจนึก และร่วมมือกับหลินเฉอและหวังจินไห่รุกคืบไปอย่างต่อเนื่อง ดูสิว่าหวังเฉาป้าเยว่จะส่งคนมาให้ฆ่าสักกี่คน?
อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้จะต้องระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะในเมืองหลักมีมือสังหารอยู่เป็นจำนวนมาก และเพื่อเหรียญทองหลายพันเหรียญแล้วจะต้องมีคนจำนวนไม่น้อยที่เต็มใจลอบโจมตีพวกเรา
เวลานี้นี่เองที่บนวีแชทมีคนส่งข้อความมาหาผม และข้อความนั้นถูกส่งมาจากซูซีหรานว่า “ยังไม่นอนเหรอ? ฉันเห็นไฟตรงระเบียงห้องนายยังสว่างอยู่เลย”
“กำลังจะนอนแล้ว ซีหราน ฝันดีนะ!”
จากนั้นเธอจึงส่งสติกเกอร์หัวเราะมาพร้อมกับคำว่า “ฝันดีจ้ะ”
หลังจากอาบน้ำเสร็จจึงเข้านอนและเข้าสู่ห้วงนิทราในทันที...... มันเป็นค่ำคืนที่ไร้ความฝัน เมื่อผมตื่นขึ้นมานาฬิกาปลุกก็ส่งเสียงดังขึ้นพอดี หลังจากที่ผมกดปิดมันแล้วจึงนอนเอนกายคิดอะไรโง่ๆอยู่บนเตียงราว 2 นาที และจากนั้นผมก็ลุกขึ้นนั่งแล้วตัดสินใจบอกลาเจ้าผ้าห่มที่แสนคะนึงหานี้อย่างเด็ดเดี่ยวทันที
……
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ อาหารเช้าของวันนี้ประกอบไปด้วย ข้าวต้ม, ขนมปังและไข่ไก่ และหลังจากที่รีบกินมื้อเช้าเสร็จแล้วทุกคนก็ออนไลน์
“แว้บบ!”
ผมปรากฏตัวขึ้นในค่ายนอกเขตทุ่งข้าวสาลีอันไกลโพ้น เวลานี้เริ่มมีคนเข้าไปเก็บเลเวลในป่าเฟยหยวี่แล้ว และดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มผู้เล่นที่มีเลเวลราวๆ 29 อีกทั้งพวกเขาน่าจะเป็นกำลังหลักที่จะบรรลุเลเวล 30 แน่ ทว่าตอนนี้ผมกลับยังอยู่ในเลเวล 31 ที่มีค่าประสบการณ์ 87% ทั้งยังหลุดออกจากการเป็นอันดับหนึ่งในการจัดอันดับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่จริงผมก็ไม่ได้จะรักษาความเป็นที่หนึ่งไว้อยู่แล้ว ถ้าพูดถึงความเร็วในการเก็บเลเวลก็คงเทียบไม่ได้เลยกับกับนักจิตวิญญาณที่ลุยเดี่ยว และขณะนี้ในรายการจัดอันดับเลเวล ผู้ที่ครองตำแหน่งอันดับ 1 ยังคงเป็น “เฟยเยว่” และตามมาด้วย “ทิรามิสุ” ที่คว้าตำแหน่งอันดับ 2 ไปครองและทั้ง 2 คนล้วนเป็นจอมเวทหญิง
ข้างๆกันนั้น ขณะที่ซูซีหราน หลินเฉอและคนอื่นๆออนไลน์เข้ามาทีละคน สมาชิกทีมเล็กที่มีกัน 5 คนจึงจัดทีมทันที
ขณะที่ผมเปิดมินิแมพเพื่อเช็คสถานที่นั้นจึงพบว่าบนแผนที่สมุนไพรที่อยู่ใกล้กับพวกเรามากที่สุด คือ “ป่าโบราณ” ที่อยู่ห่างจากพวกเราไปแค่หนึ่งแผนที่และใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาทีถึงเท่านั้น ดังนั้นผมจึงมาร์คพิกัดของตำแหน่งป่าโบราณเอาไว้และพูดขึ้นทันทีว่า “ไปกันเถอะ ไปฆ่ามอนฯเลเวล 35-37 กัน”
หลินเฉอที่ใบหน้าขมวดคิ้วยุ่งจึงพูดขึ้นว่า “พวกเราเพิ่งจะเลเวล 30 เอง เราจะไม่ตายใช่ไหมพี่?”
“ไม่เป็นไร จัดการกับเลเวล 35 ก่อน”
“ได้ พี่เฉินนำทางเลย”
“โอเค”
ผมเดินนำทางอยู่ด้านหน้า ขณะที่จางเหว่ยก็ถือแท่งเหล็กและทำหน้าที่คอยคุ้มกันผู้เล่นบอบบางสองสามคนอยู่ด้านหลัง ขณะนี้ในเกมเป็นเวลาตอนเช้าพอดี บรรยากาศที่มีเมฆลอยอยู่บนท้องฟ้ากับเหล่านกน้อยที่กำลังส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วทักทายกันในยามเช้าช่างเป็นความเงียบสงบสุดจะพรรณา อีกทั้งท่ามกลางหมู่เมฆานั้น ลาป่าที่กระโดดข้ามเข้าไปขณะนี้ทั่วทั้งตัวของมันจึงเต็มไปด้วยหยาดน้ำค้างในตอนเช้า ถึงกับขนาดที่ว่าน้ำค้างเหล่านั้นก็ได้หยดลงมาจากหมวกเหล็ก ขณะที่ด้านหลัง ซูซีหรานก็กำลังเดินตามผมมาติดๆ ดวงตาคู่สวยของเธองดงามราวกับดวงจันทร์ อีกทั้งบนขนตาของเธอก็มีน้ำค้างเกาะอยู่ กระทั่งเธอส่งยิ้มสวยมาให้ผม และขณะที่ผมเมื่อได้มองเธอนานขึ้นจึงรู้สึกราวกับว่า “แม่ หนูมีความรักแล้ว” ทันที
10 นาทีหลังจากนั้น ป่าไม้ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์อันเก่าแก่ก็ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าของทุกคนทันที อีกทั้งเกือบทั้งหมดของป่าแห่งนี้ก็ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก ขณะที่ในเงามืดนั้นก็สามารถมองเห็นรูปทรงบิดเบี้ยวของต้นไม้โบราณ ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำค้าง อีกทั้งในจังหวะที่ลาป่าเหยียบไปที่ใบไม้และเกิดเสียงกรอบแกรบดังขึ้น ผมที่เดินนำอยู่ด้านหน้าสุดจึงระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที ป่าแห่งนี้อันตรายมาก อีกทั้งเลเวลของมอนสเตอร์ที่นี่ก็สูงไม่ธรรมดา และที่น่ากลัวกว่านั้นคือพวกเราที่เข้ามาในป่าแห่งนี้กว่าร้อยหลาแล้วกลับไม่พบแม้แต่เงาของมอนสเตอร์ที่ปรากฎขึ้นสักตัวเดียว
“หรือว่า…...จะเป็นมอนสเตอร์ล่องหน” ว่าแล้วหลินเฉอก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังเข้าไปอีก ขณะที่ยันต์เคล็ดตรึงกายที่อยู่ในมือก็พร้อมใช้โจมตีออกไปได้ทุกเมื่อ
“ดูนั่นสิ”
จู่ๆ ซูซีหรานชี้นิ้วออกไปในระยะไกล พวกเขาก็เห็นเพียงต้นไม้ที่มีรูปร่างคดเคี้ยวซึ่งอยู่ห่างจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร และมีแสงเล็กๆมากมายหนาแน่นซึ่งกำลังจับตัวเป็นกลุ่มก้อนขึ้นและพริบตาเดียวเท่านั้นมันจึงรวมตัวกันกลายเป็นวิญญาณที่มีรูปร่างสูงเกือบ 2 เมตรที่มาพร้อมกับดาบอันแหลมคมที่ถืออยู่ในมือ ขณะที่ร่างกายก็ถูกห่อหุ้มไปด้วยชุดเกราะ และฉับพลันทันทีที่ดวงตาสีแดงคู่หนึ่งค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ มันจึงจ้องเขม็งมาที่พวกเราอย่างเย็นชาทันที
【วิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืม】(มอนสเตอร์ระดับเงิน)
เลเวล :36
พลังโจมตี :320-480
พลังป้องกัน:240
ค่า HP :6400
สกิล :【ฉับไว】【ชาร์จ】【เรจสแลช】
แนะนำ : ป่าโบราณเดิมเป็นสนามรบโบราณมาก่อน ในสมัยโบราณมีสงครามเกิดขึ้นมากมาย วิญญาณที่ตายแล้วของวีรบุรุษโบราณนับไม่ถ้วนจึงถูกฝังอยู่ในป่าอันเงียบสงบแห่งนี้ นักผจญภัยหนุ่มสาวทั้งหลาย หากคุณไม่มีลมปราณแห่งจักรพรรดิไว้คอยปกป้องแล้ว จงอย่าเข้าไปในผืนป่าแห่งนี้ เพื่อที่จะได้ประหยัดเงินและหลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบจากค่าโลงศพที่มากขึ้นของเจ้าของร้านขายโลงศพ
……
มอนสเตอร์นักดาบในคราบมนุษย์ ร่างกายแห่งวิญญาณสงครามนี้เกิดขึ้นจากการรวมตัวของรัศมีแสงอันหนาแน่นกับแสงแห่งท้องฟ้าคำราม ดูเหมือนมันจะกล้าหาญไม่ธรรมดา อีกทั้งค่าพลังโจมตีเลวร้ายมาก และพลังโจมตีสูงสุดอยู่ที่ 480 แต้มกับเลเวลที่สูงกว่าของมันจะสามารถฆ่าซูซีหราน หลินเฉอ แล้วก็ผู้เล่นบอบบางได้ในไม่กี่วินาที ไม่ต้องพูดถึงสกิลชาร์จเข้าใส่ของมันอีก
“ระวังตัวด้วย ฉันเปิดเอง” ผมพูดขึ้น
“อื้ม!”
ขณะที่ผมเดินเข้าไปอย่างช้าๆ หลอกล่อสกิลชาร์จของวิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืม เพื่อไม่ให้มีโอกาสบุกเข้าชาร์จซูซีหรานกับหลินเฉอได้นั้น ไม่อย่างนั้นเราคงได้จบเห่แน่! และแน่นอนว่าผมเดาไม่ผิด ในขณะที่ผมเดินออกไปไม่ไกลมากนัก เปลวเพลิงในดวงตาของมอนสเตอร์วิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืมจึงยิ่งแผดเผาแรงขึ้นทันที และขณะที่มือของมันถือดาบยาวอยู่นั้น ฉับพลันร่างของมันก็กลายเป็นลำแสงดาบที่ยิงพุ่งลงมาทันที
“ฟิ้วว~~~”
ทันทีที่การชาร์จเข้าใส่สำเร็จ ผมจึงเซถอยหลังไปสองสามก้าวทันที ทว่าโชคดีนักที่ไม่มีสถานะมึนงงแต่อย่างใด ฉะนั้นผมจึงย่อตัวลงไปอย่างรวดเร็วนั้นเปิดใช้งานการป้องกันเอาไว้ ในขณะนั้นเองเรจสแลช พร้อมการโจมตีพื้นฐานอีกสองครั้งก็ตกลงมาราวกับสายฟ้าฟาดทันที ความเร็วในการโจมตีของนักดาบหลังจากที่เปิดสกิลฉับไวแล้วนั้นน่ากลัวไม่ธรรมดาเลย และผมก็แค่อาศัยที่ว่าข้างหลังยังมีซูซีหรานอยู่เท่านั้น ไม่อย่างนั้น คงหนีเอาชีวิตรอดไปแล้ว!
“458!”
“321!”
“117!”
และแม้ว่าท่าป้องกันจะประสบความสำเร็จ ทว่าแขนของผมก็ยังชาเล็กน้อย นี่เป็นผลมาจากการที่พละกำลังโดนบีบเค้าอย่างรุนแรง ในขณะที่วิญญาณแห่งสงครามกำลังจะออกตัวโจมตีครั้งที่ห้านั้น ผมก็ตัดการป้องกันออกไปทันที และเข้าเผชิญหน้ากับมัน ผมใช้ท่าโจมตีพื้นฐาน+ดาบสองคม+โจมตีพื้นฐาน+เฮฟวี่สแลช+โจมตีพื้นฐาน ชุดคอมโบนี้ใช้เวลาเพียง 2.5 วินาทีเท่านั้นซึ่งถือว่าพยายามได้ดีที่สุดแล้ว
“พลั่ก!”
ขณะที่สกิลเคล็ดตรึงกายทำให้มันตกอยู่ในสถานะมึนงงนั้น ซูซีหรานจึงฮีลให้ผมทันที และไม่รอช้าจางเหว่ยจึงรีบพุ่งเข้าไปด้วยชุดคอมโบ ดราก้อนสไตรค์+ฝ่ามือเพลิงเมฆา สร้างความเสียหายให้พอสมควร อีกทั้งภายใต้การปิดล้อมของพวกเราทีมเทียนเสวี่ยน แม้ว่าสเตตัสของวิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืมนี้จะแข็งแกร่งมาก ทว่าภายในไม่กี่วินาที มันก็คุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่น่าสังเวช และสลายไป ดรอปเหรียญเงินออกมา 5 เหรียญพร้อมกับชุดเกราะที่เต็มไปด้วยออร่าแสงสีเงินจางๆ
ทันทีที่ผมหยิบขึ้นมาดูนั้น ผมก็สั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างและแทบจะพูดไม่ออกขึ้นมาทันที
“พี่เฉิน พี่..….”
ขณะที่หลินเฉอเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจจึงพูดขึ้นว่า “ท่าทางพี่ตอนนี้ผมเคยเห็นครั้งนึงนะ…...ก็คือตอนที่พวกเราไปดูนางแบบสาวที่เซี่ยงไฮ้…...เกิดอะไรขึ้น ชุดเกราะมันสุดยอดมากเลยเหรอ?”
“อืม......”
ทันทีที่ผมยกมือขึ้นจึงกดแชร์คุณสมบัติของชุดเกราะตัวนี้เข้าไปในช่องแชททีมทันที คิดไม่ถึงเลยว่าอุปกรณ์ระดับเงินชิ้นแรกของผมจะไม่ได้มาจากการสังหารบอส ทว่ากลับมาจากการสังหารมอนสเตอร์ระดับทั่วไปเท่านั้น——
【ชุดเกราะที่ถูกลืม】(อุปกรณ์ระดับเงิน)
ประเภท :เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน :75
ความต้านทานทางจิตวิญญาณ :+12%
ความแข็งแกร่ง :+18
ความอดทน :+15
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :32
……
ระดับของอุปกรณ์นั้นสูงมาก ด้วยเลเวลของผมในตอนนี้ยังไม่สามารถสวมใส่ได้ แต่ไม่เป็นไร สังหารวิญญาณแห่งสงครามหลายๆตัวหน่อยเลเวลก็เพิ่มขึ้นแล้ว และกระทั่งเมื่อผมโยนไอเทมชุดเกราะที่ถูกลืมนี้เข้าไปกระเป๋าแล้วจึงพูดขึ้นทันทีว่า “พี่เหว่ย อุปกรณ์ระดับเงินทั้งหมดชุดแรกทั้งหมดให้ฉันนะ มันเป็นของที่ยอดเยี่ยมมากเพิ่มทั้งความแข็งแกร่งและความอดทน นอกจากนี้ยังเพิ่มความต้านทานทางวิญญาณด้วย ถ้าได้ก็คงยืนหยัดต้านทานศัตรูได้นานขึ้น”
จางเหว่ยจึงตอบรับขึ้นทันทีว่า “อืม ตามนั้น”
ผมมีความสุขจริงๆ และไม่รอช้าจากนั้นพวกเราก็เก็บเลเวลกันต่อทันที
ข้างหน้าไม่ไกลกันนั้น หลังจากที่ฆ่าวิญญาณแห่งสงครามไปอีกสามตัว ในที่สุดท่ามกลางพุ่มไม้นั่นจึงปรากฎสมุนไพรที่มีลักษณะสีใสไปทั่วทั้งต้นกำลังส่องแสงสว่างขึ้น และสมุนไพรต้นนี้คือ “โสมโลหิต” นั่นเอง ดูเหมือนมันจะยังขึ้นได้ไม่นาน สภาพภายนอกจึงค่อนข้างดี และไม่รอช้าผมจึงค่อยๆก้มลงไปขุดมันขึ้นมาด้วยความระมัดระวังทันที ฉับพลันเมื่อเสียง “ติ้งง” ดังขึ้น โสมโลหิตจึงถูกโยนเข้าไปในกระเป๋า ช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวนี่มันช่างมีความสุขจริงๆเลย!
วัตถุดิบแรกในการปรุงยาระดับ 3 ได้มาแล้ว ขณะที่ผมก็ใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกหน่อยเพื่อที่จะได้รวบรวมโสมโลหิตให้เพียงพอ หลังจากนี้อีกวันสองวัน ผู้เล่นที่มีเลเวลสูงกว่า 30 ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ และผมเกรงว่าที่นี่จะกลายเป็นสนามรบของการช่วงชิงสมุนไพรในการปรุงยา จนถึงตอนนั้นหากจะมารวบรวมโสมโลหิตที่นี่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เว้นเสียพวกเราจะสามารถเด็ดหัวปู้ฝู๋จิ้วก้านกับหวังเฉาป้าเยว่ได้เราถึงจะสามารถรวบรวมโสมโลหิตได้อย่างเพียงพอ