Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 131-133

    ตอนที่ 131 Safe House

     

    " พี่ไม่ต้องห่วงเรื่อง Gate นะคะ เดี๋ยวมิโกะกับอายูจะเป็นคนจัดการ Gate ที่เหลือแทนพี่เอง  "

    ริวจิก็ได้ใช้มือของเขาลูบไปที่หัวของเด็กสาวพร้อมกับพูดขึ้น 

    [ อย่าหักโหมมากนักละ ] 

     

    หลังจากที่ริวจิได้มอบหมายงานให้ทั้ง 2 คนเรียบร้อยแล้ว เขาก็แบ่ง Coin ให้กับทั้ง 2 อีกส่วนหนึ่งเพื่อเป็นค่าดูแลอาหารของคนในค่าย ถึงแม้พวกเธอจะมี Coin ที่ได้จากการเคลีย Gate อยู่ส่วนหนึ่งแล้วก็ตาม จากนั้นริวจิก็ไปเช็กดูอาการของแคทเทอรีนน่าอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่า เธอจะไม่เป็นอันตราย 

    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ริวจิก็เดินจากไป พร้อมกับมุ่งหน้าไปที่บันไดสีทอง 

     

    หลังจากที่ริวจิได้จากไปแล้ว มิโกะเธอก็ได้เดิน Shopping ตามประสา แต่อายูนั้นเธอไม่ได้ทำแบบนั้น เธอเดินไปหาแคทเทอรีนน่า 

     

    " ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอหน่อย  "

     

    [ ว่ามาสิ ]

    จากนั้นอายูก็กวาดสายตา มันเหมือนกับเป็นการส่งซิกอ้อมๆ ว่าเธออยากจะคุยแค่ 2 คน 

     

    [ พวกนายออกไปก่อน ] 

     

    [ แต่คุณแคทเทอรีนน่า ] 

    แจ็กเขารู้สึกเป็นห่วงเธอจากใจจริง และตอนนี้เขาก็เริ่มรู้สึกหวาดระแวงไปหมด ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ผ่านมา เขาเริ่มไม่รู้สึกไว้ใจใครอีกแล้ว

    แต่แคทเทอรีนน่าก็โบกมือ

    [  ถ้าเธอจะฆ่าฉันจริงๆละก็ พวกนายทั้ง 3 คนก็ห้ามเอาไว้ไม่ได้หรอก ] 

    คำพูดนี้มันออกมาจากปากของแคทเทอรีนน่า มันทำให้พวกเขาทั้ง 3 คนตกใจเป็นอย่างมาก แต่ทางลูน่าที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เธอไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ทำให้เธอมีความคิดที่อคติเล็กน้อย แต่สุดท้ายพวกเขาก็ออกไปจากบริเวณนั้นแต่โดยดี 

     

    [ เอาละว่ามาสิ ] 

     

    [ หมอนั้นเป็นคนมาช่วยพวกเธอเอาไว้ใช่รึเปล่า ] 

    แคทเทอรีนน่าก็ทำหน้างงกับคำถามเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าอายูจะถามทำไม 

    [ เธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ใช่ Master มาทันเวลาพอดี ถ้าไม่อย่างงั้นละก็พวกฉันคงจะไม่มีชีวิตรอดจนถึงตอนนี้หรอก ] 

    [ อ๋อโอเค ] 

    มันเป็นคำถามที่แปลกๆ ทำให้แคทเทอรีนน่าพูดยิงเข้าตรงประเด็นโดยทันที

    [ บอกมาตามตรงเลยดีกว่า เธอมีเรื่องอะไร ] 

    อายูเงียบไปสักพัก ก่อนที่จะพูดขึ้น 

     

    [ ได้ แต่เรื่องนี้มันอาจจะกระทบจิตใจเธอนะ ] 

    [ ไม่มีปัญหา ]

    ได้ยินแบบนั้นอายูเริ่มพูดขึ้นทันที

    [ งั้นตอนที่เขาจัดการคนพวกนั้น เธอเห็นตัวของเขามีออร่าสีม่วงแดงรึเปล่า ]

    แคทเทอรีนน่าทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดขึ้น 

     

    [  ถ้าเธอหมายถึงออร่าแบบเดียวกันที่ Master ใช้จำกัดซอมบี้ G4 แล้วละก็  ฉันคิดว่าฉันไม่น่าจะเห็นนะ ] 

    ได้ยินแบบนั้นภายในใจของอายูก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย 

    [ โอเค ฉันไม่มีอะไรละ ไปละ! ]

    จากนั้นเธอก็หันหลังกลับอย่างว่องไว และเดินจ้ำอ้าวจากไปโดนทันที โดยไม่รอให้แคทเทอรีนน่าพูดบอกลาด้วยซ้ำ 

     

    เมื่อทั้ง 3 คนเห็นอายูเดินกลับออกมา พวกเขาก็เข้าไปข้างในโดยทันที แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามว่า พวกเขาคุยเรื่องอะไรกัน มันอาจจะเป็นเรื่องมารยาท แต่อีกส่วนหนึ่งมันพวกเขาไม่มีความกล้ามากพอ

     

    แต่ถึงแบบนั้น Jack เขาก็อดไม่ได้ แต่เขาไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของอายู แต่กลับกันเขาถามเกี่ยวกับริวจิแทน เหตุการณ์ที่ริวจิฆ่าคน 5 คนภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที มันยังจมอยู่ในความทรงจำของเขาไม่ลืมเลื่อนไปไหน ตลอด 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในตอนนั้นพวกเขาอยู่ในความสับสน และได้แต่ทำตามที่ริวจิสั่ง แต่ตอนนี้พวกเขามีเวลาเต็มที่

     

    " คุณแคทเทอรีนน่าครับ คนที่คุณเรียกเขาว่าหัวหน้าคนนั้น เขาเป็นผู้มีพระคุณกับคุณหรือว่าเขาเป็นหัวหน้าของคุณจริงๆ " 

    หลังจากประโยคของแจ็กได้จบลง มันก็ทำให้แคทเทอรีนน่าขำขึ้นมาเล็กน้อย และตอบกลับแจ็กไป

    [ ฉันวิสาสะไปเรียกเขาแบบนั้นเองนั่นแหละ เอาจริงๆ เขาไม่เคยบอกให้ฉันเรียกเลยด้วยซ้ำ ]

    จนทำให้เธอนึกถึงความหลัง ในตอนที่ริวจิมาชวนเธอมาเป็นพวกพ้อง เพราะอยากได้แค่คนทำครัวให้เท่านั้น มันเป็นอะไรที่บ้ามาก แถมในวันต่อมา เขาก็ให้ออกไปสู้กับซอมบี้นับล้านด้วยคนแค่ 4 คน เมื่อนึกถึงวันเก่าๆ มันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอคิดถึงมันจริงๆ 

    [ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่พูดกับหัวหน้าของคุณไม่สุภาพในครั้งก่อน ผมคิดว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณกับคุณแค่นั้น และหน้าตาของเขาก็ดูอ่อนเยาว์เกินไป ] 

     

    [ หน้าตาของเขาจะไม่อ่อนเยาว์ได้ยังไงละ ก็ Master อายุแค่ 18 ปีเท่านั้น ] 

    [ ห่ะ !]

    ทั้ง 3 คนอุทานขึ้นมาพร้อมกับด้วยเสียงที่ตกใจเป็นอย่างมาก 

    แต่พอได้จังหวะ ดอนนี่เขาแทรกขึ้นมาทันที

    [ แต่ความแข็งแกร่งของเขาเป็นของจริงนะครับ เขาเร็วมาก แถมยังทรงพลัง ] 

     

    [ ครั้งสุดท้ายฉันจำได้ว่า นายพยายามจะฆ่าเขาไม่ใช่เหรอ ดอน ] 

    ลูน่าได้พูดสอดขึ้น ในจังหวะที่พอดี มันทำให้ดอนนั้นต้องรีบแก้ตัวให้ตัวเองอย่างทันที 

     

    " เฮ้ ก็ตอนนั้นฉันไม่รู้เรื่อง และฉันก็ได้ขอโทษเขาไปแล้ว "

     

    เมื่อเกิดการเล่นมุกเกิดขึ้น บรรยากาศมันก็ค่อยๆ ดีขึ้น 

     

     

    " เฮ้อออ " 

    เด็กหนุ่มถอนหายใจขณะที่รอบันได เขารู้สึกเบื่อหน่ายไม่น้อยที่จะมารอเวลาสิบกว่านาที กับการที่ขึ้นไปชั้นที่ 3 มันค่อนข้างจะเสียเวลา แต่ถึงจะบ่นไปก็เท่านั้น เขาได้แต่รอเวลา และในที่สุดเวลาก็ได้ผ่านล่วงเลยมาจนกระทั่งเขามาถึงชั้นที่ 3 

     

    มันยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มีใครสักคนอยู่บนชั้นนี้ แถมบรรยากาศก็ออกโทรนมืดเช่นเดิม มันเหมือนกับตอนกลางคืนตามทางเดิน และมีแสงไฟออกมาจากร้านค้าเท่านั้น 

     

    เด็กหนุ่มเดินไปตามถนนเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ ร้านไม้เก่าๆ แห่งหนึ่ง และนั้นมันก็คือ ร้านจิปาถะ เขารีบเปิดประตูเข้าไปโดยทันที โดยหวังว่าเขาจะพบกับหญิงสาวผมสีเขียวอีกครั้งง 

    เมื่อริวจิได้เปิดประตูเข้าไปแล้วนั้น 

    แอ๊ดดดด 

     

    [ยินดีต้อนรับสู้ร้านจิปาถะ ค๊าาาาา] 

    มันก็เป็นการต้อนรับที่เสียงสูงเหมือนเดิม เหมือนกับว่ามันถูก Set Program เอาไว้อย่างไงอย่างงั้น แต่คราวนี้ริวจิไม่ได้แสดงท่าทีตกใจเหมือนคราวก่อน เขาเปิดประโยคถามคำถามก่อนที่ลิเดีย เธอจะพูดขึ้นเสียอีก 

     

    " บนชั้นนี้มีสถานที่ ที่สามารถรับแรงกระแทกที่รุนแรงได้มั้ย "

    เขาไม่รู้หรอกว่าถ้าเขาเลื่อนขั้น มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเขาไม่มีทางรู้ แต่ที่ผ่านๆ มา เขาได้ยินจากคนที่นั่งเฝ้าเขา มันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่แน่ใจว่าถ้าเขาทำอะไรที่รุนแรงบนชั้นนี้ มันจะเกิดผลเสียต่อเขาตามมาทีหลังรึเปล่า

     

    [ โอ๋ ดูจากค่าสถานะของคุณแล้ว คุณกำลังจะวิวัฒนาการเป็นขั้นที่ 4 สินะ 555 ] 

     

    " เฮ้ เธออ่านใจฉันได้ยังไง ไม่ใช่ว่าฉันปิดมันได้แล้วหรอกเหรอ " 

     

    [ ฮิฮิฮิ ฉันลืมบอกไป ว่าหลังคุณออกไป และกลับเข้ามาที่นี่อีกครั้ง ทุกอย่างมันจะ Reset ยกเว้นชื่อของคุณ]

    ริวจิได้กำหมัด  เพราะลิเดียเธอมีนิสัยค่อนข้างกวนโอ๊ยเป็นอย่างมาก แต่ยังไง ทุกอย่างมันก็จะ Reset อยู่แล้ว และตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่กับพวกเขาด้วย ไม่จำเป็นต้องปิดบัง เพราะยังไงเดี๋ยวมันก็ถูกลบ 

     

    " เอาเถอะ ! แล้วฉันสามารถเลื่อนขั้นบนชั้นนี้ได้รึเปล่าละ " 

    ลิเดียได้ตอบกลับมาโดยทันที

    [ ได้แน่นอนค่ะ แต่ ...  ]

    " แต่อะไรละ " 

    จากนั้นเธอก็ได้เงียบไป ไม่ตอบโต้อะไรกลับมาเลยแม้แต่สักคำเดียว ทำให้ริวจิงง และตอนนี้เขาต้องคิดทบทวนอีกครั้ง ว่าถ้าเขาไม่สามารถเลื่อนขั้นอยู่ที่นี่ได้ และถ้าหากเขาอยากจะย่นระยะไปอีก เขาจะต้องเลื่อนขั้นที่นี่เท่านั้น แต่ถ้าไปอยู่ชั้นที่ 1 หรือ 2 มันอาจจะทำให้พวกพ้องของพวกเขาเป็นอันตรายได้ แถมเวลาก็อาจจะมากกว่าที่นี่เป็น 6 เท่า

     

    [ แต่คุณจะต้องวิวัฒนาการผ่าน Safe House ]

    " มันคืออะไร " 

    จากนั้นดวงตาของเธอก็มีสีฟ้าอีกครั้ง พร้อมกับล้วงลงไปที่ลิ้นชัก และหยิบอะไรที่คล้ายกับกล่อง 1 กล่องออกมา มันมีลักษณะสีขาวล้วน และมีขนาดแค่เท่ากับหัวของคนเท่านั้น

    จากนั้นเธอก็ร่ายยาวต่อ 

    [ Safe House ระดับกลาง ราคา 50,000 Coin สามารถใช้ได้ 3 ครั้ง ] 

    ริวจิไม่ได้ตกใจกับราคาเท่าไหร่นัก แต่เขาตกใจกับขนาดของกล่องมากกว่า

     

    " แล้ววิธีใช้ของมันคือยังไง " 

    [ ง่ายมาก ก็แค่คุณเปิดกล่องและกระโดดลงไป ฟังไม่ดูยากเท่าไหร่ใช่มั้ยละ ] 

     

    " มันจะเข้าไปได้ยังไงละ กล่องมันใบเล็กนิดเดียว " 

     

    ลิเดียเธอก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้น 

    [ ไม่ต้องเป็นห่วง นี่เป็นอุปกรณ์ที่สามารถรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ] 

    หลังจากลังเลอยู่สักพัก ริวจิก็สอบถามถึงวิธีใช้ ซึ่งมันง่ายมาก แค่เขากระโดดเข้าไปภายในนั้น และหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็แค่นึกว่าเขาอยากออกมา และมันก็จะออกมาในที่สุด ซึ่งมันง่ายมาก

    สุดท้ายริวจิก็ตัดสินใจซื้อมันในที่สุด 

     

    ริวจิไม่ลังเล เขารีบกลืน Rainbow ไป 5 เม็ด และรีบกระโจนเข้าสู่กล่อง Safe House โดยทันที

     

    แต่เมื่อเขาได้กลืน Rainbow ลงคอไปทั้งหมดแล้วนั้น ลิเดียเธอก็ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย

     

     

    [ ยิ่งคุณกิน Rainbow มากเท่าไหร่ ร่างกายของคุณก็จะทรมานมากเท่านั้น ]

     

     

     

    ตอนที่ 132 ขั้นที่ 4 

     

    [ยิ่งคุณกิน Rainbow มากเท่าไหร่ ร่างกายของคุณก็จะทรมานมากเท่านั้น] 

     

    มันทำให้ริวจิถึงกับหยุดชะงักทันที เขาตกใจมาก เมื่อได้ยินเสียงของลิเดียดังขึ้น 

    [ ห่ะ ว่าไงนะ  แล้วทำไมเธอไม่บอกฉันก่อนละ ] 

    ลิเดียทำใบหน้าไม่รู้สึกรู้สาอะไรพร้อมกับตอบมาด้วยเสียงราบเรียบ 

    [ ก็คุณไม่ถามหนิคะ ] 

    มันทำให้ริวจิถึงกับ เอิ่มมมม -0- เขาอยากจะบ้าตายในความกวนโอ๊ยของลิเดีย แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร มันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว เขาได้แต่ยอมรับมันเท่านั้น จากนั้นริวจิก็หายใจเข้าลึกๆ 

    เฮื้อกก 

    ความรู้สึกของเขาในตอนนี้คงจะประมาณว่า " เอาว่ะตายเป็นตาย " อะไรทำนองนี้ จากนั้นริวจิไม่รอช้าเขารีบกระโดดเข้าไปที่ Safe House ทันที ริวจิไม่รู้ว่า ผล Rainbow มันจะมีระยะเวลาของมันจำกัดรึเปล่า ซึ่งนี่มันก็เป็นครั้งแรกที่เขาใช้มันเช่นกัน  ดังนั้นแล้วเด็กหนุ่มจะรอช้าไม่ได้ เขารีบเข้าไปและเข้าสู่โหมด Sleep ไปในทันที

     

    แต่หลังจากผ่านไปไม่นาน ร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่นั้น มันก็ค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือพื้นห้องสีขาว โดยไม่มีใครยกร่างของเขาขึ้นด้วยซ้ำไป แต่ร่างของเขาก็ค่อยๆลอยขึ้นเหนือพื้นเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างของเขาได้ลอยขึ้นสูงถึง 2 เมตร

     

    และตอนนั้นเอง แสงสีดำแปลกประหลาดก็ได้พุ่งเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มอย่างกะทันหัน มันทำให้ริวจิร้องลั่นดังออกมาโดยทันที 

    อ๊ากกกกกกกกกกก 

    ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน 3 ครั้งก่อนหน้าที่เขาแค่หลับและตื่นมาเฉยๆ มันต่างออกไป ความทรมานที่แผ่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำมามันมาจากไหน แต่มันพุ่งเข้าใส่ร่างกายของเขาและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงแต่อย่างใด 

    ริวจิรู้สึกเจ็บและแสบร้อนไปทั่วทั้งร่างกาย ราวกับว่าร่างกายของเขามันกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่เขาก็ขัดขืนไม่ได้ เขาแทบขยับร่างกายของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำไป แม้กระทั่งดวงตา มันแบกกว้างออกเพราะความเจ็บปวด 

    อ๊ากกกกก 

    เขาอยากจะโกนบอกว่าเจ็บโว้ยยย ดังๆ แต่มันกลับทำไม่ได้ เขาได้แต่ยอมรับความเจ็บปวดแสนสาหัสนี้ต่อไป เรื่อยๆ 

     

    และเมื่อระยะเวลาผ่านไป ผ่านไป และผ่านไป ในตอนที่ร่างกายของเขาเริ่มชินกับความเจ็บปวดแล้วนั้น แสงสีดำ มันก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงของมันขึ้นไปอีก และขนาดของมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันยิ่งทำให้เด็กหนุ่มเจ็บปวดขึ้นไปอีก ขึ้นไปอีก เขายังร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่าตอนนี้เขาอยู่ในสภาพตายทั้งเป็น ที่โดนไฟช็อตอยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านมากี่นาที แต่ความรู้สึกของเขามันเหมือนกับผ่านมาเป็นปีๆ มันยาวนานซะเหลือเกิน 

     

    แต่ที่เขาไม่รู้ก็คือ ร่างกายของเขาในตอนนี้นั้น มันค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละเล็กละน้อย เริ่มจากเส้นผม ผมของเขาเริ่มมีสีผมที่ดำชัดขึ้น และเสื้อที่เขาสวมใส่นั้น มันก็เริ่มจะรัดซะแล้ว และพื้นที่รอบๆ ของริวจินั้น พวกมันโดนแรงปะทะและพลังที่ปล่อยออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มอย่างต่อเนื่อง แต่สภาพของพื้นผิวภายในนี้ ก็ยังคงสภาพอยู่ดี ไม่เกิดความเสียหายใดๆ ขึ้น ทั้งๆ ที่พลังที่แผ่ออกมาจากร่างกายของริวจินั้น มันมหาศาลมาก และมันยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย 

     

    1 วัน 

    2 วัน 

    3 วัน 

    ระยะเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ริวจิและร่างกายของเขาก็เริ่มที่จะชินกับการปรับตัวของลำแสงสีดำอย่างกะทันหัน เขาเริ่มจับจังหวะได้ จากตอนแรกๆที่ เขาตั้งตัวไม่ทันด้วยซ้ำ เขาได้แต่ร้องโอดโอยทรมาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เปลี่ยนมาเป็นการกัดฟันและอดกลั้นแทน โดยที่ในระยะสามวันที่ผ่านมานี้ ดวงตาของเขามันแทบไม่หลับลงเลย เขาแทบไม่ได้พักผ่อน แต่ริวจิกลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้ไปโฟกัสกับมัน เขาให้ความสำคัญกับความทรมานของร่างกายของตัวเองก็เป็นได้ แต่ในส่วนที่เขาอยากรู้ที่สุดคือ เขาจะใช้เวลามากเท่าไหร่จนกว่าเขาจะเสร็จสิ้นกระบวนการ เขาลดระยะเวลาไปถึง 25 วัน โดยใช้ Rainbow แต่สิ่งที่ตอบแทนเขานั้นก็คือความเจ็บปวดที่แสนสาหัส 

     

     

    ชั้นที่ 2 ภายใน Black Market 

    แคทเทอรีนน่าเธอได้พักรักษาตัวอยู่ที่นี่เป็นระยะเวลา 3 วันแล้ว และบาดแผลของเธอก็เริ่มที่จะดีขึ้น มันแทบจะสมานกันเข้าเป็นเนื้อเดียวแล้วตอนนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอเป็น Hunter ขั้นที่ 3 และมันอาจจะช่วยให้การฟื้นตัวของเธอให้ฟื้นฟูได้เร็วมากขึ้น 

    แต่ในระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมานี้ พวกเขาทั้ง 3 คนอยู่ดีกินดี และสภาพอากาศรวมถึงสารอาหารก็มีเพียบพร้อม ทำให้สุขภาพของพวกเขาเริ่มฟิตกลับมาสมบูรณ์มากขึ้น รวมถึงผิวพรรณของแต่ละคน พวกเขาแทบไม่จำเป็นต้องไปลำบากหาอาหารเองด้วยซ้ำ พวกเขาแค่ไปซื้อที่ร้านใกล้ๆ มันสะดวกเอามากๆ ทำให้พวกเขาคิดถึงสมัยยุคก่อน ในตอนที่ยุคมืดยังไม่ถือกำเนิด มันก็อดคิดติดสบายไม่ได้เมื่อได้พักมาเป็นเวลานาน เอาจริงๆคือ พวกเขาแต่ละคนต่างก็ไม่อยากกลายเป็นคน Hunter แต่สถานการณ์ทุกอย่างมันบีบบังคับพวกเขา พวกเขาไม่มีทางเลือก ถ้าไม่สู้ ก็ตาย มันเป็นเรื่องง่ายๆ 

     

    แคทเทอรีนน่าเธอไม่รีรอ หลังจากฟื้นสภาพมาจนเกือบที่จะ 100 % เธอตัดสินใจที่จะออกไปจากที่นี่โดยทันที 

    [ ไปกันได้แล้ว ] 

    ลูน่าและดอนนี่พวกเธอรู้สึกหดหู่เล็กน้อย และยังอยากอยู่ที่นี่ต่อ แต่ถ้าเป็นคำพูดของแคทเทอรีนน่า  พวกเขาทั้ง 2 คนก็ต้องรับฟังบ้าง ส่วน Jack นั้นเขาไม่ติดอะไรอยู่แล้ว เพราะนี้คือสัญญาของเขาที่ได้ให้ไว้กับเธอมาตั้งนานแล้ว แถมตอนนี้ เขาก็ไม่มีที่ให้กลับไป พวกเขาต่างหักหลังเขา และตอนนี้ก็ตายกันไปหมดแล้ว ดังนั้น การที่จะไปเยี่ยมหลุมศพของพี่ชาย มันก็เป็นเรื่องที่ไม่เลวเหมือนกัน 

    จากนั้นพวกเขาก็ต่างเก็บของและเริ่มเดินทางออกไปข้างนอก เพื่อสอดส่องซอมบี้ที่อยู่บริเวณรอบๆ และพบว่าพวกมันไม่ได้ออยืนรวมกันอยู่ที่นี่แล้ว ทำให้พวกเขาตัดสินใจออกไปทางด้านนอกโดยทันที 

     

    ส่วนอายู เมื่อเธอกลับมาที่ Black Market แล้วไม่พบพวกเขาทั้ง 4 คน เธอก็ได้เข้าใจในทันทีว่า แคทเทอรีนน่าเธอได้ตัดสินใจที่จะออกไปแล้ว และเธอกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ ในระยะทางถึง 14,000 กิโลเมตร จากวอชิงตัน DC มาจนถึง ญี่ปุ่น มันเป็นระยะทางที่ไม่ไกลเลย พวกเขาต้องใช้ระยะเวลาไม่ร้อนเลยทีเดียวกับการเดินทางครั้งนี้ แต่เธอก็ยังเชื่อว่า พวกเขาจะได้พบกันอีกครั้งอย่างแน่นอน ในสักวันหนึ่ง

     

     

    2 วันต่อมาในระยะเวลา Black Market 

    ร่างกายของเขายังคงรับพลังจากแสงสีประหลาดอย่างต่อเนื่อง และตอนนี้เสื้อผ้าของเขาก็ได้หลุดออกเรียบร้อย โดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ โดยสภาพของเขาในตอนนี้นั้น อยู่ในสภาพที่โป้เปลือย และไม่ใส่เสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำ และมันโชว์ทุกส่วนของร่างกายเขาอย่างชัดเจน 

    สังเกตได้ถึงกล้ามเนื้อที่ดูล้ำขึ้น และความยาวของผมของเขา มันยาวจนจะถึงหลังของเขาอยู่แล้ว มัน Over ไปมากๆ แค่ระยะเวลาผ่านมาแค่ 5 วัน ไม่มีทางที่ผมของเขาจะยาวได้ขนาดนี้  แต่ก็ยังมีสิ่งที่สังเกตเห็นที่เด่นชัดบนร่างกายที่ขาวนุ่มนวลของเด็กหนุ่ม นั่นก็คือสัญลักษณ์ที่แปลกประหลาด มันมีลักษณะเป็นสีดำ รูปทรงวงกลมคล้ายๆกับไฝ แต่มันเรียบเนียนไปกับผิว และมีขนาดประมาณเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร ติดอยู่ บริเวณเหนือหัวใจข้างซ้ายของเขา ( ตรงหัวใจ )

    แต่เขาไม่มีเวลามาสนเรื่องไร้สาระแบบนี้ ริวจิยังคงมีสมาธิและจดจ่อกับแสงพลังที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา จนในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกชินกับมันเข้าแล้ว 

     

    แต่ว่า 

    บู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม 

    แสงสีดำมืดที่พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขามาตลอด 5 วัน ในตอนนี้ สีของมันก็เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นสีดำเทา และสีของมันค่อนข้างจางกว่าคราวก่อน แต่ความรู้สึกที่ริวจิได้รับนั้น มันกลับตรงกันข้ามเลย 

    อ๊ากกกกกกกกกกก!!! 

    ริวจิได้ร้องขึ้นมาอีกครั้ง มันหนักกว่าที่เขาได้สัมผัสมาทั้งหมด 

    อ๊ากกกกกกกกกกก

     

    ริวจิแทบจะกลั้นใจตายอยู่แล้ว ณ ตอนนี้ เขาเจ็บปวดซะเหลือเกิน มันอาจจะเป็นผลมาจากที่เขากิน Rainbow ไปถึง 5 เม็ด ทำให้เขาได้รับผลกระทบที่รุนแรงขนาดนี้ภายในระยะเวลานั้นๆ แต่ตอนนั้นมันไม่มีใครบอกเขา ริวจิคิดจะลักไก่ โดยที่จะย่นระยะเวลา เขาเป็นคนที่หัวหมอและมีเลห์เหลี่ยมจัด แต่ครั้งนี้ ระบบมันได้ทำกับเขาไว้แสบซะเหลือเกิน  

     

    แต่ในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง แทนที่แสงสีดำเทา มันจะเปลี่ยนไปเป็นสีแดง แต่กลับกัน มันแยกออกเป็น 2 เส้น กลายเป็น เส้นสีแดงดำ 1 เส้น และ เส้นสีดำเทา 1 เส้น 

    บู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม 

    มันได้ซัดเข้าไปที่ร่างของเด็กหนุ่มโดยที่เขาแทบยังไม่ทันตั้งแต่ด้วยซ้ำ 

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกก 

    มันรุนแรงขึ้น x2  และแสงสองเส้นก็ได้ซึมเข้ากับร่างกายของเด็กหนุ่มอย่างต่อเนื่อง ด้วยที่เขาก็ได้แต่ร้องตะโกนด้วยความทรมาน 

    ฟู้ดดดดดดดดดดดดด

    ฟู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

     

     

     

    แต่ในที่สุดดดด

    ฟริ๊งงงงงงง 

    แสงทั้ง 2 เส้น ก็ได้ซึมซับเข้าไปภายในร่างกายของเด็กหนุ่มจนหมด และร่างกายของเด็กหนุ่มที่ลอยอยู่บนอากาศมาตลอด 5 วันที่ผ่านมานั้น ก็ได้ตกลงมากระแทกกับพื้นดินสีขาวข้างในกล่อง Safe House เข้าอย่างจัง 

     

    ตึบบบบบบ 

    แต่แทนที่ริวจิจะอยู่ในสภาพครึ่งผีครึ่งคน หลังจากโดนทรมานมาแสนสาหัส แต่กลับกัน เขากลับรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก และเมื่อเขาสังเกตไปที่บริเวณหลังมือของเขา ริวจิก็ได้พบว่ามีสัญลักษณ์เป็นรูปพายุสีขาวได้ปรากฏอยู่บนหลังมือข้างขวาของเขา และอีก 1 จุดที่บริเวณต้นแขนข้างซ้ายของเขามันมีลักษณะเป็นรูปไฟ มันทำให้เขาตกใจ เขาไม่เคยมีรอยสักมาก่อน มันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า ที่เขาทรมานมาทั้งหมด 5 วันนั้น มันแค่ให้ได้รอยสักมาแค่ 2 ลอยอย่างงั้นเหรอ 

     

    เด็กหนุ่มรีบพยุงของของเขาขึ้นมา และได้พบว่าตัวเองนั้นอยู่ในสภาพที่ยังไม่ได้สวมเสื้อผ้า และกำลังจะจับไปที่แหวนมิติที่อยู่บนนิ้วมือ 

    แต่เมื่อมือของเขาไปลูบไปบนนิ้วของตัวเองนั้น กลับพบว่า มันไม่มีแหวนมิติอยู่บนนิ้วมือของเขาเลยในตอนนี้ 

    [ หายไปไหน หายไปไหน ] 

    เขาพยายามหาสำรวจทุกซอกทุกมุมในร่างกาย แต่เขากลับไม่พบมัน ถึงแม้เขาจะไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาก็ไม่สามารถจำได้เลยว่า เขาไปถอดมันเอาไว้ที่ไหน จึงได้ข้อสรุปว่า แหวนของเขาอาจจะโดนทำลายไปจากพลังสีแสงดำบ้านั้น 

    " บ้าเอ้ยยยย " 

    เครื่องของใช้เสื้อผ้ารวมถึงอาหารที่เขาเก็บตุนเอาไว้ มันได้สูญสลายไป ทำให้เขาอดเสียดายไม่ได้ แต่อย่างน้อยเมื่อคิดในแง่ดี เขาก็ยังมี Coin เหลือ แต่มันเหลือไม่ถึง 10,000 แล้วในตอนนี้ ซึ่งตอนนี้เขาเปลี่ยนกับเศรษฐีตกอับไม่มีผิด  

     

    และตอนนั้น เสียงที่เขารอคอยที่สุดมันก็ได้ดังขึ้น

    [ การเลื่อนขั้นเป็นขั้นที่ 4 เสร็จสิ้น ]

    [ คุณเป็นผู้เล่นบนดาวเคราะห์โลกเป็นคนแรกที่สามารถเลื่อนขั้นเป็นขั้นที่ 4 ได้สำเร็จ ]

    " รางวัล : สามารถอัพสกิลที่ต้องการได้ 1 ขั้น

     

    ริวจิได้กวาดสายตามองไปที่ตัวหนังสือที่ระบบมันได้แจ้งเตือนขึ้นมาทั้งหมด เขาก็ได้อุทานขึ้นมาดังลั่น

     

    [ รางวัลแค่นี้เนี่ยนะ ]

    [ บัดซบ !!!]

    เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่ระบบมันให้รางวัลกับเขาแค่อัพสกิลได้แค่ 1 ขั้น เขาได้โว้ยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ 

    แต่เมื่อเขาคิดดีดีแล้วนั้น มันอาจจะมีประโยชน์กับเขามหาศาล ถ้าหากเขาใช้กับสกิลที่มีระดับที่สูง และมือของเขาก็กำลังจะเลื่อนเปิดค่าสถานะขึ้น แต่เขาก็ได้ห้ามอกห้ามใจเอาไว้ได้ก่อน

     

    [ ไม่ดีกว่า ] 

    เขาไม่อยากจะลองเพราะเขาได้บทเรียนมาแล้ว เขาไม่อยากจะต้องใช้เวลาจำกัดในการเลื่อนเป็นขั้นที่ 5 อีก เพราะไม่อย่างงั้น ชีวิตของเขาก็อาจจะหาไม่ได้ในระยะเวลาในใกล้นี้อย่างแน่นอน

     

     

    ตอนที่ 133 ค่าสถานะ ธาตุ และ รอยสัก

     

    แต่หลังจากที่พบกว่าตัวเองนั้นอยู่ในสภาพที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า ริวจิก็อดเขินไม่ได้ เขาแทบไม่ได้ใส่อะไรเลยในตอนนี้ แต่เขาก็กลั้นใจ และออกมาจาก Safe House 

    และเสียงแรกที่ดังขึ้น เมื่อเขาได้ออกมานั้น มันก็คือเสียงของลิเดีย

    [ โอ้วววว แสดงความยินดีด้วยนะคะ ที่คุณเลื่อนเป็นขั้นที่ 4 ] 

    โดยเธอไม่พูดถึงและไม่สนใจเรื่องที่เขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าแม้แต่น้อย มันทำให้ริวจิรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เอาจริงๆ ตอนนี้ริวจิเขามีคำถามที่จะถามลิเดีย แต่ว่าตอนนี้มันคงไม่เหมาะสักเท่าไหร่ ทำให้เขาเลือกที่จะกลับมาถามเธอในภายหลัง ตอนนี้เขาจะต้องหาเสื้อผ้าใส่ก่อน เพราะชั้นที่ 2 นั้น พวกแคทเทอรีนน่าอยู่ตรง Zone อาหาร ซึ่งมันอยู่ถัดจากโซนเสื้อผ้า และการที่เขาจะไปดูโซนเสื้อผ้านั้น ริวจิจะต้องผ่านตรงร้านอาหารที่เธอพักพิงอยู่แน่นอน ดังนั้นแล้วริวจิก็เลือกที่จะซื้อเสื้อผ้าบนชั้นนี้ โดยที่เขาไม่รู้ถึงราคาของมัน และรวมถึงร้านของมันด้วย ทำให้เขาไม่มีทางเลือก นอกซะจะเปิดปากถามลิเดีย 

    [ บนชั้น 3 ร้านขายเสื้อผ้าอยู่แถวไหนอย่างงั้นเหรอ ] 

    เธอก็ไม่รังเกียจที่จะตอบ 

    [ ตรงไปเลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม และตรงไปอีกประมาณ 100 เมตร คุณจะเห็นร้านที่คุณตามหาคะ ] 

    " โอเค ขอบคุณ " 

    จากนั้นริวจิไม่รีรอ เขารีบเดินออกมาจากร้านจิปาถะทันที และรีบเดินตรงไปที่ร้านขายเสื้อผ้าตามทางที่ลิเดียได้บอกเอาไว้ 

    และไม่นานริวจิก็ได้มาถึงร้านดังกล่าว ลักษณะหน้าร้านดูหรูหรา พวกมันล้วนเรืองแสงระยิบระยับ ล่อตาล่อใจผู้เป็นหญิงเป็นอย่างมาก แต่ริวจิไม่ได้สนใจมันสักเท่าไหร่ เขาเดินเปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว เขาต้องการแค่เสื้อผ้าที่ใส่ได้เท่านั้น เขาไม่ต้องการหรูหราหรือราคาแพงมาก 

    แอ๊ดดดดดดดดดด

    ครึ๊งงงงง 

    เสียงกระดิ่งมันก็ได้ดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มเปิดประตูไม้สีน้ำตาลเข้าไปภายในร้าน และร้านมันก็เป็นร้านปกติ มีเสื้อผ้าแขวนเอาไว้ตามราว เหมือนๆ กับชั้นที่ 2 แต่เมื่อเขาเปิดดูป้ายราคาเสื้อยืดสีขาวแล้วนั้น มันยิ่งทำให้เขาแทบจะบ้าตาย 

     

    [ เสื้อยืดสีขาว ] 

    คุณสมบัติ : สามารถทนไฟได้ในระดับหนึ่ง และสามารถปรับขนาดตามลักษณะร่างกายของผู้ใช้ได้ 

    ราคา : 4,000 Coin 

     

    [ นี่มันขูดเลือดขูดเนื้อกันเห็นๆ ! ] 

    แค่เสื้อเชิ้ตธรรมดา ที่ใส่นอน มันราคาสูงถึง 4,000 มัน Over ไปมากๆ สำหรับเขาในตอนนี้ ถึงแม้ว่าชุดสูทในชั้นสองจะราคาสูงกว่าแต่นั่นมันก็มีคุณสมบัติที่ลบเลือนชุดเกราะได้ แต่นี่อะไร มันแค่ปรับขนาดได้เท่านั้น

    ริวจิไม่พอใจเขาเลื่อนไปดูตัวต่อไป และต่อไป แต่ปรากฏว่า ราคาของพวกมันนั้นต่ำสุดอยู่ที่  4000 Coin ในส่วนของเสื้อผ้า และกางเกงอยู่ที่ 3000 Coin ส่วนรองเท้านั่นอยู่ที่ 1000 Coin 

    ริวจิกลั้นใจ กัดฟันเขาซื้อ เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีขาว และรองเท้าแตะคีบสีดำโง่ๆ อย่างละ 1 มันทำให้ Coin ของเขาในตอนนี้เหลือไม่ถึง 1,000 เลยด้วยซ้ำ

    เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าน้องสาวของเขาและอายู เลเวลสูงถึง 150 แล้วนั้น พวกเขาจะผลาญ Coin เป็นจำนวณมหาศาลขนาดไหน และนี่แค่เบาะๆ ที่เขาสำรวจ ชั้นที่ 3 ของที่นี่นั้น เขายังไม่ได้สำรวจมันจนทั่วเลย เขายังไม่รู้ว่ามันยังจะมีอะไรที่สิ้นเปลืองบ้าง เมื่อคิดถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในเร็วๆ นี้ เขาก็อดที่จะหดหู่ใจไปไม่ได้ เพราะพวกมิโกะและอายูพวกเธอแข็งแกร่งพอที่จะเคลีย Gate ระดับ D แล้วในตอนนี้ และ เลเวลของพวกเธอก็จะยิ่งพุ่งกระฉูดขึ้น

     

    [ เฮ้อออออ ]    

    เมื่อจัดการจ่ายตังทุกอย่างเร็วนั้น ริวจิก็เดินออกจากร้านขายเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เขาพยายามนึกเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น และพบได้ว่า ริวจินั้นยังไม่เปิดดูค่าสถานะของเขาเลย ตั้งแต่เขาเลื่อนขั้นมาเป็นขั้นที่ 4 เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นแล้ว ริวจิคิดว่ามันอาจจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้ ดังนั้นเขาไม่รีรอ ริวจิรีบเปิดมันขึ้นโดยทันที

     

    [สถานะ]

    ชื่อ : ริวจิ

    อายุ : 18 ปี

    Lv. 200 : 0.00 ล้าน/1000.00 ล้าน

    ขั้น 4 : 0/10,000,000,000

    ธาตุหลัก : ความมืด 

    ธาตุรอง  : ลม 

    ธาตุรอง : ไฟ

    ความแข็งแกร่ง : 49,000

    ความคล่องแคล่ว :36,400

    ความอดทน : 13,279

    Skills : เพลงดาบนภา ,Red Zone , สกิลลบตัวตน,พายุคลื่นดาบทมิฬ[Lock], Critical [Lock] ,Berserk Mode[Lock] ,Speed Booter [Lock] , Eagle Eye , Roar[Lock ]

    ค่าสถานะเหลือ : 0

    หมายเหตุ : ไม่สามารถติดเชื้อจากซอมบี้ทุกประเภท

     

    หลังจากที่ริวจิได้มองดูค่าสถานะของเขาแล้วนั้น เขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าจะมันเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ 

    " พระเจ้าช่วย !!! " 

    ริวจิพูดไม่ออก ค่าสถานะของเขาทั้งหมด พวกมันเพิ่มมาถึง 7 เท่า ซึ่งมันเพิ่มเยอะมากๆ เขาไม่คิดว่ามันจะเพิ่มมาเยอะขนาดนี้ เพราะครั้งก่อนนั้น จากที่เขาเลื่อนมาเป็นขั้นที่ 3 มันเพิ่มมาแค่ 2 เท่า เท่านั้น แถมยังมีอะไรแปลกใหม่ที่เขาสงสัยมาตลอด มันปรากฏขึ้นมา นั้นก็คือตรงช่องคำว่าธาตุ มันน่าสงสัยมากๆ ว่ามันเป็นประโยชน์หรือสามารถทำอะไรได้ แต่มันไม่มีคำอธิบายใดๆ ภายใต้ช่องของพวกมันเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยอารมณ์ของเขาในตอนนี้นั้น เขาไม่ค่อยสนใจมันแล้ว แค่ค่าสถานะที่เพิ่มมาอย่างมหาศาลขนาดนี้แล้วนั้น เขาแทบจะอยากกระโดดพุ่งออกนอกโลก เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกปลื้มมากแค่ไหน 

    ดังนั้นแล้ว มันทำให้อารมณ์ของริวจิดีขึ้นทันตา ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะรู้สึกแย่แค่ไหน แต่ตอนนี้เขาราวกับเกิดใหม่ และเด็กหนุ่มก็รีบตรวจสอบดูร่างกายของตัวเองอีกครั้ง และพบว่ารูปร่างรอยสักที่พวกมันแสดงขึ้นมาบนร่างกายของเขานั้น มันแสดงออกตรงกับธาตุที่เขาได้รับมา 

    [ มันจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่  ] 

    เพราะถึงแม้เขาจะถูไถมันสักเท่าไหร่ มันก็ไม่หลุดลอกออกเป็นแผ่นแต่อย่างใด มันซึมไปกับผิวของเขาไปแล้วเรียบร้อย 

    จากนั้นด้วยความสงสัย ถึงแม้เขาจะอยากกลับไปที่ค่ายเพื่อไปพบเจอกับครอบครัว แต่เขาก็อยากจะไปหาลิเดียเสียก่อน หลังจากเขาได้เสื้อผ้ามาเรียบร้อยแล้ว ริวจิไม่รีรอรีบกลับไปที่ร้านจิปาถะโดยทันที 

    ฟู้มมมมมมมม 

    เพียงแค่ไม่ถึงชั่วอึดใจ ร่างของเขาก็ได้มาโผล่อยู่ตรงหน้าร้านเรียบร้อยแล้ว เขาถึงกับไม่เชื่อพลังของตัวเองในตอนนี้ 

    " สุดยอด สุดยอดดดด " 

    ตาของเขาเป็นประกายออกมา มันเปล่งประกายระยิบระยับ 

     

    หลังจากภูมิใจของพลังของตัวเองสักพักแล้วนั้น ริวจิก็ได้เปิดประตูเข้าไปที่ร้านค้าอีกครั้ง  และเสียงที่ตอบรับมันก็ยังเป็นคำเดิม 

    [ยินดีต้อนรับสู้ร้านจิปาถะ ค๊าาาาา]

    ริวจิรู้สึกค่อนข้างเบื่อ ด้วยคำพูดเดิมๆ ซ้ำๆ ของเธอ เขายังโกรธเธอยังไม่หายที่เธอไม่บอกเขาในตอนที่เขากินผล Rainbow เข้าในตอนเลื่อนขั้น มันเกือบทำเขาขาดสติและอาจจะตายด้วยความเจ็บปวด ดังนั้นแล้ว เขาแค่โบกมือของเขาแค่นั้น และท่าทีของเขาที่แสดงออกมามันก็แสดงออกมาให้เห็นจากภายนอกอยู่แล้ว ว่าริวจิรู้สึกไม่พอใจเธอ แต่ลิเดียนั้น เธอกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ หรือกริยาที่แสดงออกมาถึงว่าเธอรู้สึกผิดแม้แต่น้อยเลย เธอยังคงยิ้มอยู่ตรงเคาร์เตอร์ของเธอด้วยอารมณ์ที่แจ่มใสเช่นเคย 

     

    เมื่อมองภาพดังกล่าวมันทำให้ริวจิรู้สึกไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ทำให้ริวจิอยากจะรีบถามคำถามกับเธอและรีบออกไปให้ไวที่สุด 

    คิดได้ดังนั้น เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ริวจิเปิดคำถามแรกโดยทันที 

    [ ลิเดีย ชั้นที่ 4 ของ Black Market ต้องการเลเวลต่ำสุดเท่าไหร่อย่างงั้นเหรอ ] 

     

    [ โอ๊ะโอ๋ ] 

    จากนั้นเธอก็ยิ้มตอบโต้กลับมาและยกนิ้วกลางและนิ้วชี้ของเธอขึ้นมาพร้อมกับพูดขึ้น

    [ สองร้อยคะ ] 

     

    ริวจิรู้สึกพอใจกับคำตอบ งั้นแสดงว่าตอนนี้เขาก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะขึ้นไปบนชั้นที่ 4 แล้ว แต่เขาก็ยังมีอีกหลายคำถามที่จะถามเธอ เพราะยังไงเธอก็เป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่พร้อมตอบคำถามเขาอยู่แล้ว ยังไงเธอก็ไม่น่าจะมีความรู้สึกอะไรแบบนั้นสักเท่าไหร่นอกจากความกวนโอ๊ยของเธอ ทำให้ริวจิรัวยิงคำถามต่อไปโดยทันที 

    [ ธาตุนี่ มันคืออะไรอย่างงั้นเหรอ แล้วมันใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ]

    เขาพยายามยิงคำถามให้กว้างเข้าไว้เพื่อเป็นการรู้ข้อมูลหลังจากที่เธออธิบาย ให้ได้อย่างทั่วถึง

     

    แต่ 

    ลิเดีย เธอยกนิ้วชี้ขึ้นมาพร้อมกับพูดสวนเขามาโดยทันที 

    [ No no no ข้อมูลนี้ คุณจำเป็นต้องขึ้นไปชั้นที่ 4เสียก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ ] 

    มันเหมือนเป็นคำท้าทายที่ลิเดียส่งมาบอกกับริวจิทางอ้อม ริวจิกำลังจะสวนกลับไป ว่า

    [ ได้ แค่ขึ้นไปชั้นที่ 4 มันจะใช้เวลาสักแค่ไหนกันเชียว ] 

    แต่ลิเดียเธอก็ได้พูดต่อทันที 

    [ การที่ผู้เล่นจะขึ้นไปชั้นที่ 4 ได้นั้นจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็น Coin จำนวณ 1 ล้าน Coin ต่อ 1 ครั้ง และต่อ 1 คน ]

    คำพูดของลิเดียสยบทุกการเคลื่อนไหว และสยบทุกอารมณ์ของเด็กหนุ่ม  ริวจิไม่เคยรู้มาก่อนว่า การขึ้นไปบนชั้นต่อไปจะต้องเสียค่าธรรมเนียมบ้าๆ แบบนี้ด้วย และราคาของมันก็แสนจะแพง มันเกือบเท่ากับ Coin ที่เขาได้มาทั้งหมดจาก Gate ระดับ C ด้วยซ้ำ แต่ถ้าคิดอีกแง่หนึ่ง ว่ามันจะมีอะไรอยู่บนชั้นที่ 4 เพราะค่าธรรมเนียมที่แสนจะแพงนี่ มันจะต้องมีอะไรที่ใหญ่โตมโหฬารอยู่ข้างบนนั้นแน่ แต่มันยังไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำในเร็วๆ นี้แน่  ตัวเขาตอนนี้มี Coin เหลือแค่ ไม่ถึง 1 พันด้วยซ้ำ มันจะต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าเขาจะไขปริศนาเกี่ยวกับช่องคำว่า ธาตุ ที่มันติดอยู่บนค่าสถานะของเขา  

    เขาไม่พยายามไม่ตกใจ และกล่าวถามคำถามอื่นโดยทันที 

    [ อาวุธที่ได้มาจากระบบนั้นมันสามารถพังได้มั้ย ] 

     

    [ คุณนี่ชอบถามอะไรแปลกๆนะคะ ไม่มีวัตถุหรือสิ่งของอะไรที่ทนทานหรอกคะ ทุกสิ่งล้วนแต่พังได้ทั้งหมด ] 

    " แล้วทำไมอาวุธของฉัน มันถึงไม่พังสักที " 

    เขาใช้ดาบเพลิงสีชาตมาเป็นเวลานาน แต่มันก็ยังไม่พังลง 

    [ ไหนฉันขอดูอาวุธหน่อยได้มั้ยคะ ] 

    ริวจิไม่รีรอ เขาก็เอื้อมมือของเขาไปหยิบดาบเพลิงสีชาดออกมาตรงบริเวณเอวของเขา แต่เมื่อเขาจับไปที่เอว กลับไม่พบว่ามีอาวุธห้อยอยู่ตรงเอวของเขา 

     

     

    { Fuc... นี่มันก็พังไปด้วยอย่างงั้นเหรอ ]   

     

     

     

    ----------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังให้ผมด้วยนะครับ

    ขอบคุณครับ