6
วันที่หกของการไม่ได้เป็มนุษย์
เดิมทีกู้หวายคิดว่าบนดาวร้างดวงนี้มีเพียงตนและเซิร์กทาร์กดังนั้นจึงประหลาดใจเมื่อพบเซิร์กระดับสูงตนอื่น
แม้จะอยากแสดงท่าทีอะไรต่อแต่พอถ่ายเทพลังให้ลำต้นและรากที่บอบช้ำของดอกไม้ใกล้ตัวแล้วดอกไม้ก็ฟื้นกลับมามีชีวิตชีวา ทว่าตัวเขาพลันรู้สึกง่วงงุนตามคาด
เขาฝืนความง่วงจากการขาดพลังจิตไม่ได้เพียงไม่กี่วินาทีก็ตกสู่ห้วงนิทรา
อัลเวสมองร่างของเด็กหนุ่มที่โอนเอนล้มลงด้านข้างอย่างเฉยเมย เขาไม่ได้ขยับตัวแต่หางสีเทาเงินกลับพุ่งไปประคองคนตรงหน้าราวกับสัญชาตญาณสั่งมา
เซิร์กนับแต่ระดับแกมมาเป็ต้นไป เมื่อโตเต็มวัยจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์แต่จะหลงเหลือเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันตามสายพันธุ์ส่วนที่อัลเวสคงความเป็เซิร์กไว้คือหาง
คงเพราะกลัวจะทำให้คนที่มันกระหวัดอยู่ได้รับาเ็โดยไม่ตั้งใจแรกเริ่มหางสีเทาเงินจึงเพียงพันโอบหลวม ๆ ต่อมาเมื่อแน่ใจว่าร่างนี้ไม่มีอะไรบุบสลายจึงค่อย ๆ กระชับเข้า รัดรึงร่างเด็กหนุ่มจนแแ่แล้วไม่ขยับอีก
อัลเวสมองหางตัวเองด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
หางเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายอัลเวส เขาใช้มันเป็อาวุธต่อสู้และบังคับควบคุมได้ง่าย ๆ
หางไม่มีวันขัดเจตนารมณ์เ้าของและยิ่งไม่ควรเคลื่อนไหวได้ตามใจชอบแต่อัลเวสกลับพบว่าหางของเขาไม่ยอมหยุดกอดรัดเสียที
เขาควรขุ่นเคืองที่ร่างกายไม่ฟังคำสั่งทว่าเวลานี้กลับไม่หงุดหงิดสักนิด
อัลเวสรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิร่างกายอันอบอุ่นผ่านหางที่โอบกระหวัด
ตามปกติอุณหภูมิร่างกายของเผ่าเซิร์กค่อนข้างต่ำดังนั้นหางสีเทาเงินของอัลเวสจึงไร้ความอบอุ่นใด ๆ
เมื่อหางเย็นเยียบััร่างอันอบอุ่นอุณหภูมิที่ต่างกันสุดขั้วทำให้พริบตาหนึ่งอัลเวสถึงกับหลอนไปว่ากำลังถูกแผดเผา
อบอุ่น อ่อนนุ่ม บอบบาง
ถ้าเขาออกแรงเพิ่มอีกนิด ร่างของผู้ถูกโอบรัดคงจะหักทันที
“อือ...” กู้หวายขมวดคิ้วนิด ๆ พร้อมส่งเสียงละเมอเบา ๆเพราะท่านอนไม่สบายตัว
ม่านตาเรียวแหลมของอัลเวสหดเกร็งเล็กน้อยเมื่อได้ยินความเปลี่ยนแปลงนี้ถูกผ้าปิดตาบดบังไว้
ผืนผ้าปิดกั้นทัศนวิสัยจนโลกเบื้องหน้าปกคลุมด้วยสีดำสนิทหางของอัลเวสยกเด็กหนุ่มมาข้างกายด้วยตัวเอง เขายื่นมือฝ่าความมืดััคนที่กำลังอยู่ในห้วงฝันอย่างแ่เบา
อัลเวสโอบกอดอีกฝ่ายไว้ในอ้อมอกอย่างเงียบงัน
ท่านี้นอนสบายกว่ากู้หวายที่หลับสนิทในอ้อมกอดเซิร์กผมเงินค่อย ๆ คลายหัวคิ้ว ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ
เมื่อเห็นภาพนี้ในที่สุดเหล่าเซิร์กทาร์กรอบ ๆ ซึ่งเดิมทีหวาดระแวงอัลเวสก็เลิกใช้ดวงตาสีแดงจ้องเขม็งอีก
ในเมื่อเด็กหนุ่มถูกอารักขาโดยเซิร์กทาร์กพวกนั้นก็ย่อมมีรังไว้ดูแลอีกฝ่ายอัลเวสจึงพากู้หวายกลับรังโดยมีเหล่าเซิร์กทาร์กคอยนำทางจากนั้นจึงค่อยส่งสัญญาณบอกตำแหน่งกับผู้ใต้บังคับบัญชา
เมื่อได้รับสัญญาณเซิร์กระดับสูงในชุดทหารสีดำต่างก็แข่งกันพุ่งฉิวไปยังถ้ำ และตรึงสายตาไว้บนร่างเด็กหนุ่มผมดำในอ้อมแขนท่านผู้นำแทบจะทันทีที่มาถึง
าา...
ในหัวของเซิร์กระดับสูงเอ่อล้นด้วยความปีติยินดีแขนขาแข็งทื่อ สมองพร่าเบลอ ความคิดความอ่านทั้งหมดพลันว่างเปล่า
ความรู้สึกฉับพลันรุนแรงและอัดอั้นต่างพลุ่งพล่านในหัวอย่างหาทางระบายไม่ได้สุดท้ายทหารเซิร์กบางส่วนก็เริ่มปลดปล่อยความรู้สึกผ่านดวงตา
ไม่รู้ทำไมจึงมีของเหลวไหลออกมาของเหลวเย็นเยียบนี้ทำให้ภาพเบื้องหน้ารางเลือนจนมองเด็กหนุ่มที่กำลังนอนอย่างเป็สุขได้ไม่ชัด ทำเอาเซิร์กระดับสูงที่มีท่าทีผิดแปลกต้องยกมือปาดทิ้งด้วยความรำคาญใจผสมงุนงง
โดยธรรมชาติแล้วเซิร์กไม่มีอารมณ์ความรู้สึกพวกเขาจึงไม่เข้าใจว่าน้ำตาคืออะไร
หลังจากเซิร์กระดับสูงเริ่มตั้งสติได้พวกเขาก็ถึงกับตะลึง เมื่อเห็นว่าท่านผู้นำกำลังอุ้มเด็กหนุ่มไว้ในอ้อมแขนปกติแล้วถ้าไม่ได้กำลังจู่โจมทะลวงร่างศัตรูผู้นำของพวกเขาจะไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้ในระยะสองเมตร การแตะตัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แต่เพราะกู้หวายมีแรงดึงดูดต่อพวกเขามากเกินไปเหล่าเซิร์กระดับสูงตกตะลึงกันไม่ถึงวินาทีความสนใจก็ถูกทุ่มไปยังเด็กหนุ่มในอ้อมกอดเซิร์กผมเงินอีกครั้ง
เรือนผมสีดำดูนุ่มนิ่มเพราะนอนเอียงคอทำให้ปอยผมที่ยุ่งน้อย ๆ คลอเคลียบนแก้มขาวใสเปลือกตาของเด็กหนุ่มปิดสนิท ขนตายาวแน่นิ่งไม่ไหวติง
าามีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนพวกเขานัก
เหล่าเซิร์กระดับสูงไม่เห็นเอกลักษณ์ของเซิร์กหลงเหลือบนตัวเด็กหนุ่มเลย
พวกเขามีผิวขาวซีดทนทานอาวุธเลเซอร์ทั่วไปทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นแต่ผิวของเด็กหนุ่มกลับขาวเนียนต่างออกไป ดูบอบช้ำได้ง่ายมาก
ความรู้สึกที่กล่าวมา้าเป็ไปตามหลักเหตุผลแต่เหล่าเซิร์กระดับสูงกลับมีอีกความรู้สึกที่ไร้เหตุผลมารองรับ พวกเขาคิดตรงกันว่า...
าา...ช่างน่ารักเหลือเกิน...
เรือนผมสีดำอ่อนนุ่มน่ารักมาก ท่าทางตอนหลับปุ๋ยก็น่ารักมาก แม้แต่ขนตาที่งอนน้อย ๆ ก็น่ารักเป็พิเศษมาก ๆ
ยิ่งมองนานเข้าดวงตาของเซิร์กกลุ่มนี้ก็ยิ่งเป็ประกาย เจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม
“ท่านผู้นำ พาาาออกไปจากสถานที่เลวร้ายแบบนี้กันเลยไหมครับ” เซิร์กระดับสูงตนหนึ่งพูดพลางข่มความตื่นเต้น
ไม่รอให้อัลเวสตอบ อัลเกอร์ที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยก็ชิงเอ่ยก่อน
“หากาาตื่นมาในที่ที่ไม่รู้จักอาจใกลัวได้ ผมว่าเรารอให้าาตื่นก่อนดีกว่า”
ดูจากเปลือกไข่ในถ้ำที่ถูกกินไปเพียงเล็กน้อย แสดงว่าาาของพวกเขาเพิ่งฟักได้ไม่กี่วันเท่านั้น ท่านยังเป็แค่ทารกอยู่เลย
แม้จะเป็กรณีพิเศษที่ร่างกายโตเต็มวัยั้แ่ฟักตัวอยู่ในไข่แต่ความจริงแล้วอีกฝ่ายต้องเพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันแน่ ๆ
ตามปกติทารกจะใง่ายมาก ทารกเซิร์กเองก็ไม่เว้น
เมื่ออัลเกอร์เอ่ยจบเซิร์กที่ออกความเห็นเมื่อครู่ก็ตระหนักว่าตนไม่รอบคอบเองและยิ่งเห็นด้วยกับความคิดนี้เข้าไปใหญ่
อัลเวสเหลือบมองอัลเกอร์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เป็นัยว่าเห็นด้วยกับผู้ช่วยอย่างเงียบ ๆ
พวกเขายินดีมากที่จะรอให้าาตื่น เหล่าเซิร์กระดับสูงเริ่มเฝ้ามองใจจดใจจ่อ
ส่วนพวกเซิร์กทาร์กภายในถ้ำก็กำลังจ้องมองเด็กหนุ่มผู้หลับใหลเช่นกัน พวกมันเริ่มส่งเสียงร้องต่ำ ๆ ตามสัญชาตญาณ
แม้จะด้อยสติปัญญาแต่เมื่อเห็นเซิร์กระดับสูงปรากฏตัวมากมายขนาดนี้ พวกมันก็พอจะเข้าใจ...
ทารกที่พวกมันเฝ้าทะนุถนอมคงต้องไปยังดาวดวงอื่นแล้ว
บรรดาเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ผู้เก่งกาจยิ่งกว่าพวกมันจะส่งเด็กหนุ่มไปยังดาวที่งดงามกว่าที่นี่บนดาวดวงนั้น เด็กหนุ่มจะได้ทุกสิ่งตามปรารถนาและจะมีเซิร์กระดับสูงมากมายคอยปกป้องคุ้มครองจนแข็งแรงเติบใหญ่
หากเป็แบบนั้นเด็กหนุ่มก็จะไม่้าพวกมันแล้วพวกมันไม่มีเหตุผลหรือคุณค่าพอจะรั้งอยู่ข้างกายได้อีกต่อไป
เหล่าเซิร์กทาร์กที่เข้าใจเช่นนี้จึงพากันส่งเสียงร้องตามสัญชาตญาณ
เพราะดีใจที่ทารกจะได้ไปยังดาวที่งดงามกว่า
เพราะดีใจที่ทารกจะได้รับการดูแลปกป้องที่ดีกว่า
และเพราะว่าไม่ยินยอม