จื่อเหลียง智良

    ตระกูลหยาง


    หลังจากที่จื่อเหลียงเจอคนรังแกมามากมาย

    พ่อแม่ที่อยู่ชนบทรู้ข่าวคราวก็เดินทางมายังเมืองหลวงและได้ไปคุยกับเพื่อนเก่าสมัยเด็ก

    กับตระกูลหยางซึ่งมีลูกชายชื่อหยางไช่เป็นสหายของเว่ยเฉิน มาพูดคุยเรื่องแต่งงาน

    ซึ่งทั้งสองครอบครัวเห็นตรงกันว่าให้กยางไช่และจื่อเหลียงแต่งงานกันเรื่องงานแต่งก็จะให้ทางบ้านจัดเตรียมงานส่วนตัวเจ้าสาว

    ก็ต้องรีบกลับบ้านไปเพื่อไปเตรียมทันทีหลังพูดคุยเสร็จยิ่งรีบยิ่งดี บ่าวรับใช้ของหยางไช่ได้ยินก็รีบตามหาคุณชายของตนเองและรํว่าคุณชายของตนมาจวนตระกูลเว่ยรีบไปตามหา พอมาถึงจวนตระกูลเว่ย รีบพูดด้วยท่าทางเหนื่อย หอบ พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง  จนคุณชายหยางไช่ยืนแล้วเอาแขนกอดอก มองดูด้วยท่าทาง มึนงง ไม่เคยเจอบ่าวตัวเอง เหนื่อยแบบนี้มาก่อน

    สักพักก็พูดขึ้นมาว่า เจ้าหายเหนื่อยยังพูดมาได้ อะไรพาเจ้าต้องลงทุนเหนื่อยขนาดนี้มา คุณชายต้องรีบกลับจวนนะขอรับ

    นายท่านกับนายหญิงหาหรืองานแต่งเหมือนเจ้าสาวจะเป็นแม่นางจื่อเหลียง หลังจากที่ทุกคนต่างได้ยินก็ ตกใจ ยิ่งกว่านั้นคุณชายเว่ยเฉิน เจ็บปวด รวดร้าว ตัวชาขึ้นมา

    สหายอย่างแม่ทัพและคุณชายหยางไช่ถึงกับต้องพยุงตัวเว่ยเฉิน  หยางไช่จึงพูดขึ้นมาว่าข้าขอโทษแทนท่านพ่อท่านแม่ข้าด้วยนะ

    เรื่องนี้ข้าไม่รู้เรื่อง เจ้าเป็นอย่างไรบ้างข้ารู้ว่าเจ้าคงตกใจและเสียใจ  ยิ่งกับข้าเป็นสหายกับเจ้าจะแต่งกับคนที่เจ้าชอบเจ้ารักข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บปวด บ่าวรับใช้จึงพูดขค้นมาคุณชายท่านต้องกลับไปเดี๋ยวนี้เลย ช้าๆจะไม่ทัน  จากนั้นคุณชายก็กลับบ้านไป

    หลังจากที่พ่อแม่ของจื่อเหลียงไปพูดคุยเรื่องงานแต่งเสร็จก็มาหาจื่อเหลียงที่โรงเตี๊ยมและบอกให้รีบกลับบ้านที่ชนบท จื่อเหลียงจึงถามขึ้นมาว่า ท่านพ่อท่านแม่มาไม่บอกก่อนละเจ้าคะจะได้เตรียมอาหารไว้รอ

    แม่จึงพูดขึ้นมาว่า เหลียนเออร์ถึงเวลาออกเรือนเจ้าแล้วรีบกลับบ้านก่อน จื่อเหลียง งงและยังตกใจกับคำที่ได้ยิน เลยถามขึ้นอีกแม่จึงบอกว่าระหว่างทางแม่จะบอกลูก 

    จื่อเหลียงกลับบ้านกับพ่อแม่ด้วยอาการมึนงง ระหว่างทางจึงถามแม่ขึ้นมาว่า

    ท่านพ่อท่านแม่ ทำไมท่านมาได้ละเจ้าคะมาเมื่อไหร่พักอยู่ไหนละเจ้าคะ ทำไมมาไม่บอกลูกก่อนเลย พ่อที่ไม่พูดอะไรแม่เลยพูดขึ้นมาว่า ท่านพ่อเจ้าหาหรือเรื่องงานแต่งให้เจ้าแล้วละ 3 วันเจ้าก็แต่งกับคุณชายหยางไช่

    จื่อเหลียนที่ได้ยินดังนั้นถึงกับอึ้งและน้ำตาคลอเบาๆ เจ้าไม่อยากแต่งหรืออายุเจ้าไม่ใช่น้อยๆแล้วนะตระกูลหยางก็ดีเจ้าแต่งเข้าไปสบายทั้งชีวิตแถวพ่อแม่และลูกเขยก็เป็นคนดีพ่อและแม่เชื่อว่า เจ้าคงจะมีความสุขนะ

    จื่อเหลียนที่ได้ยินก็ได้แต่หันหน้าไปทางอื่น แล้วร้องไห้  ต้องมาแต่งกับเพื่อนของคนที่ชอบอีก ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย จึงหันมาพูดคุยกับท่านแม่ ท่านแม่ลูกไม่อยากแต่งตอนนี้ ไว้ลูกพร้อมก่อนได้ไหมเจ้าคะ

    พ่อจึงพูด เอาละเอาละ รับปากแล้ว 3 วัน

    ขบวนมารับเจ้าสาวเจ้าช้าไวยังงัยก็ต้องแต่งพอเจ้าแต่งงานไปก็ไม่มีใครรังแกเจ้าแล้วละพ่อกับแม่ท่านย่าหายห่วงเจ้าแล้วละ

    คำตอบที่ได้ยิน  ทำให้จื่อเหลียงไม่มีคำพูดใดใดที่จะตอบ ตลอดทางที่กลับมา พ่อกับแม่แวะซื้อของเตรียมงานแต่ง จื่อเหลียงได้แต่นั่งอยู่บนรถม้าตลอดทางได้แต่คิดถึง

    เว่ยเฉินทั้งในความรู้รักและรู้สึกผิด พอกลับถึงบ้านก็ได้แต่อยู่ในห้องไม่ออกไปไหนจนท่านย่ามาพูดคุยด้วย เหลียนเออร์ท่าย่ารู้ว่ากระทันหันเกินไป ไม่อยากบังคับเจ้าแต่งงานหรอก แต่ช้าไวเจ้าก็ต้องแต่ง คนตระกูลนั้นก็ดีเจ้าเข้าจวนเขาไปท่านพ่อท่านแม่และท่านย่าก็หายห่วงแล้วละ ส่วนการค้าเขาก็ให้เจ้าทำในสิ่งที่เจ้าชอบไม่ได้ห้ามอะไร  เจ้าสบายใจได้แล้วละ จื่อเหลียนร้องไห้กอดท่านย่าด้วยความเสียใจ

     ในขณะที่เว่ยเฉินรู้ว่าคนที่ตนเองรักจะแต่งงานกับสหายของตนเองได้แต่นั่งดื่มเหล้าอยู่ในจวนหลายวันไม่กินข้าวไม่ออกไปไหนจวนแม่ทัพและหยางไช่ต้องเป็นห่วงสหาย ข้าไม่อยากแต่งข้ารู้ว่าเจ้าชอบนางรักนาง ข้าแต่งกับนางไม่ได้ข้าขอท่านพ่อท่านแม่ยกเลิกแล้ว แต่ภายใน 3 วันข้าต้องไปรับเจ้าสาวแล้ว ตอนนี้ข้ามาหาเจ้าข้าขอโทษนะสหาย  เว่ยเฉินจึงพูดขึ้นมาว่า ข้ารู้แต่เรื่องของผู้ใหญ่เราจะห้ามไม่ยอมได้อย่างไร

    ไม่ยอมก็หาว่าเราอกตัญญู แล้วเราเป็นลูกเลือกอะไรไม่ได้เลยหรอ  ช่างเถอะ เว่ยเฉินพูดพร้อมยกเหล้าขึ้นมา  ข้ายินดีกับท่านทั้งสองด้วย ดูแลนางแทนข้าที  แล้วก็ดื่มเหล้าต่อ จนท่านแม่ทัพต้องแย่งเหล้าออก

    จากมือเว่ยเฉินและพูดขึ้นมาว่า ข้าดื่มเอง

    เจ้าระบายมาได้เลย หยางไช่จึงพูดขึ้นมาว่า

    ข้าดื่มเอง ข้าผิดต่อเจ้าสหายทั้งสามดื่มเหล้ากันทั้งวัน

    คล้ายกับเรื่องจื่อเหลียง智良 ที่คุณอ่าน