F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    90.ลายไทยบุกป้อมทมิฬ II

    “นั้นมัน..โครงกระดูกที่นอนอยู่ข้างประตูนี้หว่า มะมะมัน..ลุกขึ้นมานั่งเอง บ้าน่า...”เสียงใครคนหนึ่งพูดขึ้นทำให้โครงกระดูกตนนั้นตกเป็นที่สนใจของทุกคนทันที ยังไม่ทันที่จะมีใครได้พิจารณาอะไร เสียงหนักทึบคลายกับของหนักๆตกลงกระทบพื้นก็ดังขึ้นติดๆกัน ตุบ!ตุบ!ตุบ!ตุบ!ตุบ!ตุบ! เสียงบางอย่างตกกระทบกับพื้นดินตรงหน้าพวกมันอย่างต่อเนื่อง ทุกสายตามองไปยังต้นเสียงด้วยความหวาดระแวง ด้วยหมอกที่หนาทึบทำให้ไม่มีใครมองเห็นอะไรได้มากนัก  ร่างสีดำสนิทหลายสิบตนลุกขึ้นยืนสองขา สองมือกุมดาบ ดวงตากลวงโป๋ เดินก้าวสามขุมผ่านม่านหมอกออกมาหาพวกมัน  ทันทีที่มองเห็นเหล่าโครงกระดูกนับร้อย ขนทั้งร่างของมันลุกซู่!!       “พวกแกเตรียมตัว!!!สู้.......”หนวดดำตะโกนก้องออกมาเสียงดังเพื่อเรียกสติของลูกน้องที่กำลังตกตะลึงอยู่ อาวุธประจำตัวของพวกมันถูกเอาออกมาจากมิติเก็บของอย่างรวดเร็ว  ด้านหน้าพวกมันตอนนี้เต็มไปด้วยกองทัพโครงกระดูกสีดำกว่า ร้อยตนที่เปล่งรัศมีสีดำชวนให้ขนลุก  ออกมาทั้งร่าง      หนวดดำล้วงเอาระเบิดลูกเลี้ยงออกมา อย่างเงียบๆ สายตายังคงจ้องไปยังกองทัพโครงกระดูดด้านหน้ากริ๊ก! ระเบิดมือแบบลูกเกลี้ยงถูกดึงสะลักออก  ก่อนจะปาเข้าไปกลางวงของพวกฝีโครงกระดูก ตูม!!!!! เสียงระเปิดดังกึกก้องกัมปนาทดังขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศอันน่าขนลุก หมอกหนาแตกกระจายออกไปตามแรงอัดของลูกระเบิดทำลายล้างของทหาร ร่างสีดำราวๆ 7-8 ตัวลอยคว้างออกไปจากรัศมีของแรงระเปิด เสียงกึกก้องกลบความกลัวในใจของพวกมันลงไปในทันที  นี้เป็นวิธีหนึ่งที่ปลุกขวัญกำลังใจของลูกน้องของมันได้ดีที่สุดในตอนนี้ฆ่า!!! หนวดดำคำรามลั่น ร่างของมัน กระโจนออกไปด้านหน้า ร่างของมันแตกสะลายกลายเป็นเงาสีดำ พุ่งทะลวงเข้ากลางวงเหล่าทหารโครงกระดูก ร่างโครงกระดูกนับ สิบร่างถูกเงาสีดำของมันป่น จนชิ้นส่าวนร่างกายกระจัดกระจายออกไปไม่มีชิ้นไหนที่ต่อกันเลยซักชิ้น เงาสีดำ พุ่งไปด้านหน้าไม่มีหยุด ชายหนุ่มผมยาวคู่หูของมัน มองตามหลังมันไปด้วยความอิจฉา“ลูกปัด ชาโด้ว!!เสียดายมันมีแค่อันเดียว หนวดดำชั่งร่ำรวยเสียจริงถึงซื้อมันมาได้” มันยิ้มออกมาถึงจะอิจฉาแต่มันก็ไม่ใช่คนโลภ ที่จะอยากได้ของที่พี่น้องมัน ดาบของมันถูกชักออกมาจากฝัก กวาดฟาดฟันไปด้านหน้าด้วยท่า อิไอ คลื่นดาบสีทองพัดผ่านไปด้านหน้าของมันอย่างรวดเร็วและรุนแรง ร่างของโครงกระดูกที่ดาหน้าเขามาแตกกระจายออกไปเพราะพลังของคลื่นดาบ โครงกระดูกตัวแล้วตัวเล่าถูกพวกมันแยกร่างกระจัดกระจายออกไปด้วยความสามารถในการรพที่เหนือชั้นของพวกมัน เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทหารโครงกระดูกตัวสุดท้ายก็ล้มลง          สมาชิกนักรพมนุษย์นอนทอดร่างตายไปกว่าสิบคน โดยที่พวกมันยังไม่ได้เปิดประตูป้อมของฝ่ายตรงข้ามเลยแม้แต่นิดเดียว ถึงจะดูเหมือนกับว่าพวกมันได้รับชัยชนะในการรพครั้งนี้  เพราะตอนนี้เพราะเหลือแค่เพียงพวกมันที่ยังยืนอยู่ได้ในสนามรพ แต่พวกมันรู้ดีว่าไม่ใช่ชัยชะนะอย่างแน่นอนเลือดเนื้อไหลนองท่วมกายของพวกมันหลายคน และเป็นเลือดของพวกมันล้วนๆ ไม่มีเลือดของฝ่ายตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย แต่ผลการรบ ก็ทำให้พวกมันชื้นใจขึ้นมาบ้าง หลายร่างทรุดกายลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อนวูบ!!!สายลมอันเย็นยะเยือกพัดป่านร่างของพวกมันวูบหนึ่ง หนวดดำขนลุกซู่!!ความรู้สึกไม่ดีถาโถมเข้ามาหามันอีกครั้งแครก!!แกรกๆๆ เสียงโครงกระดูกที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น ขยับเข้าหากัน ประกบขึ้นเป็นรางกายทหารโครงกระดูกอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าพวกมันแต่ละชิ้นมีชีวิตเป็นของตัวมันเอง“มันไม่ตาย!!”เสียงอุทานลอดออกมาจากลำคอของหนวดดำ สองตาของมันเปิกกว้าง หัวสมองขาวโพลน อ้าก!! ดาบสีดำสนิท ฟาดฟันเข้าใส่เหล่าสมุนหลายคนที่ตกอยู่ในความงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน  ด้วยความคมของดาบ การฟันฉับเดียวทำให้ร่างหลายร่างขาดครึ่ง เลือดเนื้อสาดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ เหล่ามนุษย์ที่มาบุกป้อมเกิดการศูนย์เสียเลือดเนื้อและชีวิตมากกว่าเดิม เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว สถานการณ์ของสนามรพเปลี่ยนไปทันทีชิ่ง!เสียงดาบชักออกจากฝักดังขึ้นข้างหูของหนวดดำ หนุ่มผมยาวคู่หูของมันฟันดาบออกอีกครั้ง ร่างที่พึ่งกลับมาสมบูรณ์ของทหารโครงกระดูกนับสิบแตกสลาย ไปอีกครั้ง สติของหนวดดำกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะตะโกนออกคำสั่งด้วยความหวาดหลัว ถอย!!!!          สิ้นเสียงตะโกน พวกมันทุกคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดราวกับพึ่งแตกรัง ร่างผีนักรพโครงกระดูกไล่กวดพวกมันมาติดๆ คนที่วิ่งหนีไม่ทัน ถูกฆ่าตายในทันที สนามรพ กลายเป็นการไล่ฆ่าฝ่ายเดียวไปในทันที กองไฟที่พวกมันจุดเรียงรายมาตามถนนจนถึงหน้าป้อมถูกดับ   ตามหลังของพวกมันมาติดๆ ตอนนี้ไม่มีเวลาให้ห่วงใครแล้ว หนวดดำและคู่หูของมันเผ่นพรวดมาถึงถนนหลังในชั่วอึดใจ เหล่าผีโครงกระดูกไล่ตามหลังพวกมันมาแค่ไม่กี่ร้อยเมตรจากกำแพงเท่านั้น เมื่อพวกมันออกมาพ้นระยะของม่านหมอก ก็ไม่มีอะไรไล่ตามมันมาอีก ทันทีที่ทั้งสองมาถึงถนนใหญ่ ก็หยุดวิ่งแล้วหันกลับไปมองด้านหลัง  หมายจะสู้โคเวอร์ให้กับลูกน้องที่วิ่งตามมา  ให้หนีขึ้นรถได้แต่อนิจจาไม่มีอะไรวิ่งตามพวกมันมา แต่อนิจจา ไม่มีอะไรวิ่งไล่หลังพวกมันสองคนมาเลย แม้แต่ลูกน้องของพวกมัน“พวกมันไม่ตามมาแล้ว” เสียงของหนุ่มผมยาว เพชฌฆาตหน้าหวานคูหูของมันพุดขึ้น“ไม่มีใครออกมาได้เลยนอกจากเราสองคน....”ร่างของหนวดดำสั่นๆอยู่  ด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้หนี้สีหน้าของพวกมันสองคนซีดราวกับคนตาย พวกมันมาหมายจะบุกถล่มที่นี้ให้ย่อยยับเหมือนกับที่อื่นๆ ที่พวกมันเคยบุกถล่มมาแล้ว แต่ตอนนี้นอกจะทำภารกิจไม่สำเร็จ พี่น้องของมันก็ดันมาตายจนหมดสิ้น“เราจะเอายังไงดี ลูกพี่ เราล้มเหลว หัวหน้าใหญ่ไม่ปล่อยเราไว้แน่”คู่หูหนุ่มของมันพูดขึ้น  ทุกคนที่ทำงานพลาดมีเพียงความตายเท่านั้นที่รอพวกมันอยู่“จะทำยังไงได้....ข้าจะหนีขึ้นเหนือ” หนวดดำพูดออกมาด้วยความขมขื่น ครอบครัวของมันคงไม่รอดแน่แล้ว ถึงมันจะไม่หนีทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี เมื่อพวกมันทำภาระกิจผิดพลาด“แกจะเอาไง..”“ลูกพี่ไปไหนฉักก็จะไปด้วย”“อืม ขึ้นรถ ไปกันเราอยู่ที่นี้นานไม่ได้ ซักวันหนึ่งข้าจะกลับมาเหยียบป้อมลายไทยให้จมตีน” หนวดดำกัดฟันพูดขึ้น ก่อนจะขึ้นรถและขับออกไป ด้วยความเสียใจ  คนของป้อมทมิฬก็เป็นเพียงแค่เป้าหมายให้มันดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว แต่คนที่มันแค้นจริงๆคือป้อมลายไทย....          ...บนกำแพงป้อม...“หนูพวกนั้นรอดไปได้สองหวะไอ้ดำ”อาจารย์เขียวพูดขึ้นเบาๆ“เออ กูเห็นน่า รอดไปก็รอดสิ ตอนนี้ก็ได้มาตั้งหลายร่างแล้ว หึๆ”อาจารย์ดำพูดอย่างอารมดี ร่างคนตายพวกนี้จะถูกเก็บมาทำพิธีปลุกกระหัก กระสือ ของทั้งสองอาจารย์ได้อย่างเพียงพอ เท่าที่พวกเขาต้องการ ทั้งสองคนไม่ได้จริงจังอะไรกับเรื่องนี้มากนัก ยังไงก็มีคนที่ไม่กลัวตายถูกส่งมาบุกป้อมนี้เรื่อยๆอยู่แล้ว   ทั้งสองหายตัวไปราวกับภูตผี นับวันคนของป้อมทมิฬยิ่งทำตัวเหนือธรรมชาติมากขึ้นและมากขึ้น แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้แปลกอะไรมากนักเพราะว่าตอนนี้ คนที่มีพลังแบบนี้ นับวันยิ่งมากขึ้น จนเห็นได้ชินตาในหลายๆที่ ความโหดร้าย โสมม เลวทราม ของมนุษย์ นับวันยิ่งทีขึ้นเสียงรถเครื่องดังกระหึ่มมาหยุดลงที่หน้าร้านเล็กๆในปั้มน้ำมัน วิทย์  มาถึงหน้าร้านของพิมพ์ ตอนทุ่มครึ่ง สาวสวยหน้าหมวย นั่งรอเขาอยู่ในร้านแสงไฟจากเพดานร้านสองแสงลงมา ทำให้มองเห็นใบหน้าอันขาวนวลของเธอที่กำลังส่งยิ้มมาให้เขาอย่างชัดเจน ในร้านเต็มไปด้วยความเงียบ มีเพียงหลอดนีออน อีกสองหลอดอยู่ที่เค้าเตอร์ที่กำลังเปิดอยู่ ทันทีที่วิทย์ลงจากรถ พิมพ์ก็เดินเข้ามาหาเขาทันที“พี่วิทย์ ..... ปะเข้าบ้านก่อน แม่รอกินข้าวแล้ว..”พิมพ์พูด ก่อนจะจูงมือ วิทย์เข้าไปในบ้าน ด้วยความสนิทสนม ทำเอาเจ้าตัวถึงกับทำอะไรไม่ถูก นี้เป็นครั้งที่สองเท่านั้นที่เขาได้เจอกับเธอ นอกนั้น เพียงแค่คุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้น ทั้งที่พิมพ์เองมีอายุมากกว่าเขา แต่เธอก็ยังเรียกวิทย์ว่าพี่ ทำให้วิทย์ประหม่าเล็กน้อย ทั้งคู่เดินเข้ามาในตัวบ้านพร้อมๆกัน มี แม่ของพิมพ์ นั่งดูทีวีรออยู่ก่อนแล้ว เธอใส่ชุดนอนสีชมพู ชุดผ้ามันลื่น รัดรูป ขับสัดส่วนของเธอให้ดูเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น อาคมมหานิยมของเธอยังคงทำงานได้ดี หากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เขา คงต้องมนต์สะกดของเธอในทันทีที่ได้เห็นตัว นี้อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่เธอและลูกยังปลอดภัยในโลกที่เปลี่ยนไปแบบนี้ การที่มีคนรักคนเมตานั้นดีเสมอ“อ่าวมาแล้วเหรอ มาๆมากินข้าวกันก่อน แม่ทำปลาหนึ่งรอวิทย์สุดฝีมือเลยนะ”เธอชกชวนด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ  การพูดจาของเธอเต็มไปด้วยเสน่ห์  ทุกท่วงท่ากริยาการเลื่อนไหวล้วนแล้วแต่น่าหลงใหล          กับข้าววันนี้เป็นปลาช่อนนึ่ง เคียงกับผักจำพวกกะหล่ำปลี  มีแตกกวาสด และผักกาดข่าวเคียงมาด้วย น้ำจิ้มเป็นน้ำจิ้มถัวตัดแบบอีสาน บ้านนา วิธีกินก็คล้ายๆเหมี่ยงปลาเผา อีสานเขาเรียก แปะซะปลา แถบแถวๆจังหวัดอุบล นิยมทำกันมากกับเมนูนี้ ปลาช่อนธรรมชาติ ตัวโตๆ มองเห็นเนื้อสีขาวนวลเมื่อพิมพ์ใช้ช้อนแหวกหนังปลาเปิดออก หนังปลาลายตาข่ายที่ถูกถอดเกล็ดออกแล้วมีความเหนียวหน่อยๆ ซ่อนเนื้อนุ่มๆไว้ด้านใน ไอร้อนลอยฟุ้งส่งกลิ่นหอมฉุยของสมุนไพรบ้านๆนานาชนิด ที่ใส่เข้าไปด้วยตอนหนึ่งปลา เพื่อเป็นการแก้คาวปลา  ท้องปลาถูกยัดด้วย ตระไคร้ ใบมะกรูด ด้านข้างมีกะหล่ำปลีเนื้อแน่น หวานฉ่า วางเคียงมาในจาน  วิทย์กลืนน้ำลายอย่างห้ามไม่ได้ อาการของวิทย์ทำให้สองแม่ลูก ยิ้มออกมาอย่างพอใจ          “เอาละ มาๆ กินกันก่อน ลูกเขยแม่หิวจะแย่อยู่แล้ว”เจ้แอ๋ว พูดออกมาพร้อมกับชำเลืองมองวิทย์ด้วยรอยยิ้มพิมพ์จัดแจง ผักกาดขาว วางบนจานของวิทย์ตามด้วยใบชะพลู หั่นพอดีคำ ก่อนจะตักเนื้อปลาขึ้นมาวางด้านบน ตักน้ำจิ้มถัวตัดแบบเข้มข้น ขึ้นมาราดด้านบน ก่อนจะส่งจานให้กับวิทย์ที่นั่งกลืนน้ำลายอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม.....

    คล้ายกับเรื่องF-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง) ที่คุณอ่าน