ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    หลี่ซุนเหยา

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน

    หนานหมิงนอกจากจะอยู่กับเซี่ยเล่ยจีแล้วเขาก็มักจะไปหาเจ้าสำนักเซี่ยเพื่อพูดคุยกันถึงเรื่องที่สำนักปฐมวิญญาณจะเป็นกองกำลังพันธมิตรในอนาคต 

    ในขณะที่หนานหมิงกำลังพูดคุยอยู่กับเซี่ยเล่ยจี เขาก็ได้ยินบ่าวรับใช้ของเซี่ยเล่ยจีบอกว่าเรือบินของเมืองแสงสวรรค์เข้าใกล้กับเรือบินของพวกเขาแล้ว

    ในฐานะที่เมืองแสงสวรรค์และสำนักปฐมวิญญาณเป็นพันธมิตรกัน ทำให้ทุกครั้งที่มีการประชุมหรือต้องออกเดินทางไปไหน สองกองกำลังนี้ก็มักจะเดินทางไปด้วยกันตลอดเวลา

    เมื่อได้ยินที่บ่าวรับใช้บอก สีหน้าของเซี่ยเล่ยจีก็เคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่นางจะมองไปยังหนานหมิงที่นั่งดื่มชาอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มจางๆ

    “ คุณชายหนานข้าขอบอกเอาไว้ก่อนเลยว่าหลานชายของรองเจ้าเมืองแสงสวรรค์ที่มีนามว่าหลี่ซุนเหยาต้องการที่จะจีบข้า แต่ทว่าข้าไม่ได้ชอบเขา ถ้าหากเขามาเกาะแกะข้าก็จะไล่เขาไป หวังว่าคุณชายหนานจะไม่ถือสา ” เซี่ยเล่ยจีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    หนานหมิงยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “ หลี่ซุนเหยาอายุมากกว่าเจ้า และยังเป็นหนึ่งในรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์อันดับต้นๆของเมืองแสงสวรรค์ ซึ่งปัจจุบันเขามีความแข็งแกร่งระดับจ้าวยุทธ์ขั้นปลายเทียบเท่ากับฉีเหวินจวิน ซึ่งทั้งสองต่างก็เป็นคู่ปรับกันในการจีบคุณหนูเซี่ย 

    บิดาของเขามีนามว่าหลี่หง เป็นคนที่เจ้าเมืองแสงสวรรค์ไว้ใจมากที่สุดและยังเป็นมือขวาคนสำคัญที่ทำให้เมืองแสงสวรรค์แข็งแกร่งจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันหลี่หงเป็นยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์ขั้นกลางของเมืองแสงสวรรค์และมีอำนาจรองเพียงแค่เจ้าเมืองเท่านั้น  ” 

    ดวงตาของเซี่ยเล่ยจีเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ แต่พอคิดไปคิดมานางก็ไม่ได้ประหลาดใจมากนักเพราะถ้าหากคุณชายหนานต้องการข้อมูลก็คงไม่มีอะไรที่สามารถปกปิดพวกเขาได้

    นอกจากนี้ด้วยความแข็งแกร่งของหนานหมิงและภูมิหลังของเขา เกรงว่าต่อให้มีอีกสิบเมืองแสงสวรรค์ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับหนานหมิง เพราะแม้กระทั้งตอนนี้ฉีเหวินจวินที่ตามจีบเซี่ยเล่ยจีมาอย่างยาวนานก็ได้ยกธงขาวไปแล้ว เนื่องจากผู้อาวุโสใหญ่เป็นคนลงมือด้วยตัวเองห้ามไม่ให้ฉีเหวินจวินยุ่งกับเซี่ยเล่ยจีอีก

    ในอดีตผู้อาวุโสใหญ่หรือบิดาของฉีเหวินจวินอาจจะเห็นด้วยกับการที่บุตรชายของเขาตามจีบเซี่ยเล่ยจี แต่ปัจจุบันถ้าหากไม่อยากมีปัญหาก็ต้องหยุดการกระทำที่อาจจะทำให้พวกเขาต้องตกที่นั่งลำบากได้

    แม้ว่าในตอนแรกฉีเหวินจวินจะไม่ยอมรับ จนกระทั้งเขาได้ตัดสินใจไปหาเซี่ยเล่ยจีและถามกับนางโดยตรงว่าเขามีโอกาสไหม ถ้าหากมีเขาก็จะตามจีบนางต่อไป แต่ถ้าหากไม่มีโอกาสเลยเขาก็จะไม่ยุ่งกับนางอีก ซึ่งนี้เป็นการตัดสินใจที่ทำให้หนานหมิงชื่นชมอย่างมาก

    แน่นอนว่าคำตอบของเซี่ยเล่ยจีก็ทำให้ฉีเหวินจวินคอตกกลับไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาเล็กน้อย

    “ เป็นอย่างที่คุณชายหนานกล่าวมา ” เซี่ยเล่ยจีพยักหน้ารับ

    ไม่นานนักทั้งสองก็เดินออกห้องรับแขกไปยังหัวเรือบิน 

    “ คุณหนูเซี่ยตอนนี้ท่านเจ้าสำนักได้ไปคุยกับเจ้าเมืองหยุนที่เรือบินของเมืองแสงสวรรค์แล้ว เขาได้ฝากบอกคุณหนูว่าอยู่ที่ห้องและพูดคุยกับคุณชายหนานตามสบาย ” บ่าวรับใช้กล่าวขึ้นเมื่อเห็นหนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีเดินมาคู่กัน

    เวลานี้คนของสำนักปฐมวิญญาณไม่แปลกใจแล้วถ้าหากพบเห็นเซี่ยเล่ยจีเดินคู่กับหนานหมิง เพราะทั้งสองมักจะเที่ยวด้วยกันและอยู่ด้วยกันจนทำให้ทุกๆคนคิดว่าทั้งสองเป็นคู่รักกันแล้ว

    “ ดูเหมือนว่าเจ้าสำนักเซี่ยจะไม่ต้องการให้เจ้าออกไปนะ ” หนานหมิงหัวเราะเบาๆ 

    เซี่ยเล่ยจียิ้มและพยักหน้ารับและกล่าวว่า “ ในเมื่อท่านพ่อจัดการแล้วพวกเราก็กลับไปดื่มชายามบ่ายกันเถอะ ”

    เพียงแต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับไป จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

    “ น้องเซี่ยโปรดรอก่อน ” 

    หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีหันไปก็เห็นว่าเป็นบุรุษในชุดคลุมสีน้ำเงินใบหน้าหล่อเหลาสะพายกระบี่ด้านหลังวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีตื่นเต้น แต่เมื่อเห็นว่าเซี่ยเล่ยจีอยู่กับบุรุษดวงตาของเขาก็ประหลาดใจก่อนที่จะกลายเป็นไม่พอใจขึ้นมาทันที

    บุรุษผู้นี้คือหลี่ซุนเหยา บุตรชายของรองเจ้าเมืองแสงสวรรค์ รุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์อันดับต้นๆของเมืองแสงสวรรค์

    หลี่ซุนเหยามองไปที่หนานหมิงด้วยแววตาไม่พอใจก่อนที่จะจำได้ว่าเขาได้ยินข่าวจากคนของเขาที่อยู่ที่เมืองปฐมวิญญาณว่ามีข่าวลือที่เซี่ยเล่ยจีนั้นมีคนรักแล้ว เพราะทั้งสองมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา คาดว่าชายหนุ่มผู้นั้นก็คงจะเป็นชายหนุ่มคนนี้

    “ เจ้าเป็นใครกล้าดียังไงถึงอยู่กับน้องเซี่ยแบบนี้ ถ้าหากเจ้ายังไม่อยากตายก็ไสหัวไป!! ” หลี่ซุนเหยาคำรามออกมาด้วยความโกรธ ก่อนที่จะบ่นออกมาว่าเจ้าสารเลวฉีเหวินจวินทำบ้าอะไรอยู่ทำไมถึงไม่จัดการกับเจ้าหนุ่มหน้าขาวนี้

    หนานหมิงยิ้มและมองไปยังเซี่ยเล่ยจีที่ใบหน้าเย็นชาและไม่พอใจอย่างมาก 

    “ หลี่ซุนเหยาเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเจ้าและอีกอย่างข้าจะอยู่กับใครมันก็เรื่องของข้า ” เซี่ยเล่ยจีกล่าวอย่างเย็นชาก่อนที่จะเหลือบมองหนานหมิงด้วยความกังวล เพราะนางกลัวว่าจะทำให้หนานหมิงไม่พอใจ แต่เมื่อนางเห็นว่าหนานหมิงกำลังยิ้มนางก็ถอนหายใจออกมา

    หลี่ซุนเหยามองดูท่าทีของเซี่ยเล่ยจีด้วยความตกใจเพราะเขานึกไม่ถึงเลยว่านางจะมีปฏิกิริยาแรงแบบนี้ 

    “ น้องเซี่ยนี้เจ้าออกตัวให้กับเจ้าสารเลวนี้งั้นหรอ? ” หลี่ซุนเหยามองไปที่เซี่ยเล่ยจีด้วยแววตาไม่พอใจ

    “ ข้าออกตัวแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า? นอกจากนี้ข้ากับเจ้าก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วก็หลังจากนี้ไปข้าก็ไม่ต้องให้เจ้ามาเจอกับข้าอีก ” เซี่ยเล่ยจีกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา

    หลี่ซุนเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆและกล่าวขึ้นว่า “ ข้าไม่สน….ต่อให้เจ้าสารเลวนี้เป็นใครข้าก็ไม่มีทางที่จะตัดใจจากเจ้า! เจ้าอย่าลืมว่าสำนักปฐมวิญญาณก็ยังเป็นพันธมิตรกับเมืองแสงสวรรค์ เจ้าคิดที่จะทำให้ความสัมพันธ์เกิดรอยร้าวขึ้นงั้นหรือ? ” 

    หลี่ซุนเหยามั่นใจว่ากองกำลังของเขาอย่างเมืองแสงสวรรค์แข็งแกร่งพอที่จะไม่เกรงกลัวใครหน้าไหน นอกจากกองกำลังของทวีปหลัวเทียนและอีกอย่างเขาก็มั่นใจว่าเขาไม่เคยเจอหนานหมิงในกองกำลังไหนมาก่อน เพราะฉะนั้นเขาจึงกล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นแบบนี้

    เซี่ยเล่ยจีกำลังจะกล่าวแต่เขาก็ถูกหนานหมิงยกมือขัดก่อน

    เซี่ยเล่ยจีจึงเงียบลงและมองไปที่หนานหมิงด้วยรอยยิ้มที่น่าหลงใหล

    ยิ่งหลี่ซุนเหยาเห็นฉากนี้เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้น เรียกได้ว่าหน้าตอนนี้ใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดงด้วยความโกรธแล้ว

    “ สารเลว! ” หลี่ซุนเหยาคำรามพร้อมกับซัดฝ่ามือใส่หนานหมิงทันที

    เซี่ยเล่ยจีตกใจแต่ก็มองไปที่หนานหมิงด้วยแววตาที่ไร้กังวลเพราะนางรู้ถึงความแข็งแกร่งของหนานหมิงเป็นอย่างดี อย่างน้อยๆหลี่ซุนเหยาก็ไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับหนานหมิงได้

    หนานหมิงยิ้มสบายๆพร้อมกับใช้มือกับไปที่แขนของหลี่ซุนเหยาพร้อมกับกล่าวว่า “ เจ้าลงมือกับข้าคิดถึงผลที่จะตามมาหรือยัง?  ”

    หลี่ซุนเหยาตกใจและโกรธมากกว่าเดิม เขาตะโกนขึ้นว่า “ ผลที่ตามมา? อย่างมาไร้สาระไปหน่อยเลย ผลที่ตามมาก็คือการที่เจ้าถูกข้าหักแขนยังไงล่ะ! ”

    หนานหมิงยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “ โอ้…หักแขนงั้นหรอน่าสนใจเหมือนกันนะ ” 

    จากนั้นหนานหมิงก็ทำการหักแขนของหลี่ซุนเหยาทันที

    เสียงกรีดร้องของหลี่ซุนเหยาทำให้คนของสำนักปฐมวิญญาณรีบวิ่งมาดู แต่เมื่อพบว่าหลี่ซุนเหยาถูกหนานหมิงหักแขน พวกเขาก็มองหน้ากันก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทันที

    สำหรับพวกเขาแล้วเมืองแสงสวรรค์ไม่สามารถเทียบได้กับตระกูลหนานด้วยซ้ำ ถ้าหากหนาหมิงลงมือเขาก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวเมืองแสงสวรรค์ เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงหลบหนีกันทันที

    “ สารเลวเจ้ากล้าหักแขนข้า? ” หลี่ซุนเหยากรีดร้องพร้อมกับมองไปที่หนานหมิงด้วยความโกรธยิ่งกว่าเดิม

    “ ใช่ข้ากล้าที่จะหักแขนเจ้า แม้กระทั้งตระกูลของเจ้าข้าก็กล้าที่จะลงมือ ” หนานหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    ทันใดนั้นเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้น

    “ ข้าไม่เคยเห็นรุ่นเยาว์ที่ปากดีแบบเจ้ามาก่อนเลย ในเมื่อเจ้ากล้าท้าทายตระกูลหลี่ของข้า เช่นนั้นเจ้าก็ต้องชดใช้กับสิ่งที่เจ้ากล่าว! ” เสียงที่เต็มไปด้วยพลังดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ซัดใส่หนานหมิงอย่างรวดเร็ว

    “ ท่านพ่อ! ” หลี่ซุนเหยาตะโกนด้วยความดีใจ เพราะเขาจำเสียงของพ่อของเขาได้อย่างชัดเจน

    เพียงแต่ฝ่ามือของหลี่หงถูกแขนบางๆจับเอาไว้

    “ ลงมือกับนายท่ายของข้าใครให้ความกล้ากับเจ้ากัน?! ” น้ำเสียงที่ไพเราะดังขึ้นพร้อมกับร่างหนึ่งที่ค่อยๆเดินออกจากเงาของหนานหมิง

    ดวงตาของหลี่หงเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัวขึ้นมา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งจากสตริีนางนี้ แม้ว่านางจะมีรูปลักษณ์ที่งดงามดุจเทพธิดาแต่ทว่าเขาไม่ได้สนใจมันเลย ตอนนี้เขาอยากจะหลบหนีออกจากที่นี้ให้เร็วที่สุด แต่ทว่าแขนของเขาถูกนางจับเอาไว้ทำให้เขาไม่สามารถขยับได้

    เพียงแค่กลิ่นอายจางๆของสตรีที่งดงามผู้นี้ก็ทำให้หลี่หงที่เป็นถึงยอดฝีมือระดับเทพยุทธ์ขั้นกลางหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่าอย่างน้อยๆนางจะต้องเป็นเทพยุทธ์ขั้นปลายหรือสูงกว่านั้น

    ตอนนี้หลี่หงรู้แล้วว่าสิ่งที่หนานหมิงกล่าวมาเป็นความจริง ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้เกรงว่าต่อให้เป็นตระกูลหลี่ของเขาก็ไม่สามารถเทียบได้ 

    ‘ เจ้าสารเลวนี้เป็นใครกันทำไมถึงมียอดฝีมือระดับนี้ติดตามได้? หรือว่าเจ้านี้จะเป็นกองกำลังที่สำนักปฐมวิญญาณไปขอความช่วยเหลือมา? ใช่ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆไม่อย่างนั้นจะมีกองกำลังที่ข้าไม่รู้จักได้อย่างไร?! ’ หลี่หงคิดอย่างรวดเร็ว แต่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโกรธตัวเองที่ลงมือผลีผผลามแบบนี้

    “ เจ้าเป็นใครกัน? ” หลี่หงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เพราะตอนนี้มือของเขาถูกม่อเสี้ยนบีบจนกลายเป็นสีแดงแล้ว เห็นได้ชัดว่าพลังของนางแข็งแกร่งกว่าเขามาก

    “ ข้าเป็นใคร? ข้าเป็นเพียงแค่ผู้ติดตามของนายท่านเท่านั้น การที่เจ้าจะอยู่หรือตายก็ขึ้นอยู่กับนายท่านของข้า ” ม่อเสี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ

    เซี่ยเล่ยจีมองม่อเสี้ยนสลับกับหนานหมิงก่อนที่จะถอนหายใจออกมา ตอนแรกที่นางเห็นม่อเสี้ยนเดินออกมาจากเงาของหนานหมิง นางก็นึกว่าม่อเสี้ยนคือสตรีของหนานหมิงแต่เมื่อได้ยินที่ม่อเสี้ยนเรียกหนานหมิง นางก็ถอนหายใจออกมา เพราะการที่หนานหมิงเป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลหนานย่อมต้องมีผู้ติดตามที่แข็งแกร่งคอยปกป้อง และการที่อยู่ในเงาของหนานหมิงก็นับว่าเป็นการซ่อนตัวที่ดีและสามารถช่วยเหลือเขาได้ตลอดเวลา

    เพียงแต่ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆไม่ใช่ว่าการที่นางและเขาอยู่ด้วยกันก็อยู่ภายใต้สายตาของสตรีผู้นี้งั้นหรือ ยิ่งคิดเซี่ยเล่ยจีก็ยิ่งก้มหน้าลงด้วยความอาย

    หนานหมิงเห็นท่าทีของเซี่ยเล่ยจีเขาก็หัวเราะออกมา เขาเข้าใจในสิ่งที่นางคิดเพราะต่อให้เป็นเขา เขาก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน 

    “ คุณหนูเซี่ยไม่ต้องกังวล เมื่อนางอยู่ในเงาของข้านางก็จะอยู่ในมิติพิเศษที่นางสร้างเอาไว้ นางจะออกมาก็ต่อเมื่อข้าเรียกให้นางออกมาเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องที่ข้าและเจ้าอยู่ด้วยกันนางจึงไม่เห็นอย่างแน่นอน ” หนานหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    เมื่อได้ยินที่หนานหมิงกล่าว เซี่ยเล่ยจีก็ถอนหายใจแต่ทว่าคำกล่าวที่ดูแปลกๆนี้ทำให้เซี่ยเล่ยจีหน้าแดงอีกครั้ง

    ทางด้านของหลี่ซุนเหยา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เพราะคำที่หนานหมิงบอกว่าอยู่ด้วยกันสองคน แบบนี้ไม่ใช่ว่าทั้งสองมีอะไรกันไปแล้วงั้นเรอะ?

    “ สารเลวเจ้ากล้าทำอะไรกับน้องเซี่ยของข้า? ” หลี่ซุนเหยาคำรามออกมาด้วยความโกรธโดยที่ลืมความเจ็บปวดและบิดาของนางถูกหยุดเอาไว้

    หนานหมิงยิ้มและหันไปมองหลี่ซุนเหยาก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ข้าทำอะไรนางมันก็เรื่องข้าและนาง แล้วอีกอย่างตอนนี้เจ้ายังไม่เข้าใจสถานการณ์เลยนะ ” 

    เมื่อได้ยินที่หนานหมิงกล่าวมา หลี่ซุนเหยาจึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้แม้กระทั้งบิดาของเขาซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้

    “ เจ้า! เจ้าเป็นใครกันแน่  ” หลี่ซุนเหยาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว 

    ใช่แล้วการที่หนานหมิงมียอดฝีมือที่แม้กระทั้งบิดาของเขายังเอาชนะไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าเบื้องหลังของหนานหมิงแข็งแกร่งกว่าเมืองแสงสวรรค์อย่างแน่นอน

    “ ข้าเป็นใครงั้นหรือ เป็นคำถามที่ดี” หนานหมิงยิ้มและตอบกลับไปว่า “ ข้ามีนามว่าหนานหมิง เป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลหนาน แม่ของข้ามีนามว่าซวี่ลั่ว ข้ามีพี่อีกสองคนโดยพี่คนโตมีนามว่าหนานอวี้ ส่วนพี่สาวของข้ามีนามว่าหนานหลิน เอาล่ะเจ้ามีอะไรจะถามต่ออีกไหม?

    ใบหน้าของหลี่ซุนเหยากระตุก ส่วนหลี่หงและเซี่ยเล่ยจีมองไปที่หนานหมิงด้วยแววตาประหลาดใจก่อนที่จะอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา นางคิดไม่ถึงเลยว่าหนานหมิงจะหยอกล้อแบบนี้ได้อีก

    ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

    “ คุณชายหนานพอแค่นั้นแหละ ” 

    คนที่เดินมาก็คือเจ้าสำนักเซี่ยและชายวัยกลางคนอีกหนึ่งคน 

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471