การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 41 สายลับของป้อมปราการ

    ป้อมปราการมังกรทิศตะวันตก
           เวลาผ่านไปสามสิบนาที หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบา เดินทะลุกำแพงตามจุดต่างๆ โดยใช้ "ทักษะเนตรมองเห็นทุกสรรพสิ่ง" เพื่อหลบเลี่ยงจุดที่มีม่านพลังป้องกัน จนมาถึงยังชั้นที่หก 
           ซึ่งภายในชั้นนี้มีห้องเก็บเหรียญทอง ของวิเศษและอุปกรณ์ต่างๆที่หาได้ยาก อีกทั้งยังมีห้องลับที่ใช้เก็บสิ่งของล้ำค่าอย่างสมุนไพรเซียน แก่นอสูรระดับสูง ของวิเศษระดับสูง และมีชุดเกราะระดับมหากาพย์อีกหนึ่งชุดถูกจัดวางเอาไว้อย่างสวยงามภายในห้องลับห้องหนึ่ง ซึ่งสิ่งของที่ล้ำค่าเหล่านี้ ถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งอาณาจักรมนุษย์ เพื่อส่งมอบให้กับจักรพรรดิมังกร
           "ภายในชั้นที่หกแห่งนี้มีห้องอยู่หลายร้อยห้อง แต่กลับไม่มีทหารยามเฝ้าอยู่เลยแม้แต่คนเดียว คงเป็นเพราะการป้องกันที่แน่นหนาของป้อมปราการแห่งนี้ ทำให้พวกเจ้ามั่นใจว่าไม่มีใครสามารถขึ้นมาที่ชั้นนี้ได้สินะ แต่สำหรับข้าแล้วการหลบเลี่ยงม่านพลังที่อ่อนแอของพวกเจ้าและขึ้นมายังชั้นที่หกนี้ช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดายเสียจริง ฮ่าๆ ในเมื่อทางสะดวกเช่นนี้ ข้ายังจะต้องรออะไรอีก!" หวังเหว่ยได้คิดกับตนเองในใจ 
           จากนั้นหวังเหว่ยได้ติดต่อสื่อสารทางจิตกับเฟิงเค่อรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์5,000คน ที่รออยู่ภายในมิติแดนอสูร
           “พวกเจ้าฟังข้าให้ดี พวกเจ้าทั้ง5,000คน จงรวมตัวกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ100คน ข้าจะเรียกพวกเจ้าออกมาทีละกลุ่ม ให้พวกเจ้าแต่ละกลุ่มช่วยกันจัดเก็บสิ่งของทุกสิ่งที่อยู่ภายในห้องของตนเอง เข้ามาไว้ภายในมิติแดนอสูร หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยให้พวกเจ้ากลับไปรอรับคำสั่งจากข้าภายในมิติแดนอสูร ส่วนเจ้าเฟิงเค่อ ให้เจ้ากลายร่างเป็นร่างสัตว์อสูรและเตรียมพร้อมออกมาต่อสู้ร่วมกับข้า” 
           สัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ทั้ง5,000คน ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ100คนอย่างรวดเร็ว หลังจากรวมตัวกันเป็นกลุ่มเสร็จเรียบร้อย เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ทั้ง5,000คน ได้กล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต “พวกเราพร้อมแล้ว ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” 
           “เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลย” หวังเหว่ยได้เริ่มต้นเดินทะลุกำแพงห้องภายในชั้นที่หก จากนั้นได้นำเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ออกมาจากมิติแดนอสูรห้องละหนึ่งกลุ่ม 
           เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ได้ช่วยกันจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายในห้องของตนเองอย่างรวดเร็ว ซึ่งในแต่ละห้องมีสิ่งของถูกจัดวางเอาไว้อย่างมากมาย ราวกับป้อมปราการแห่งนี้คือหนึ่งในสถานที่สำคัญ ที่ใช้เก็บสมบัติของอาณาจักรเทพมังกร
           เวลาผ่านไปสามสิบนาที หวังเหว่ยได้มาหยุดอยู่ที่ห้องเก็บชุดเกราะระดับมหากาพย์ “โอ้! ชุดเกราะตัวนี้ช่างดูสวยงามเหมาะสมกับข้ายิ่งนัก เอาล่ะ ต่อไปนี้เจ้าคือชุดเกราะประจำตัวชุดแรกของข้า” 
           หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้นำชุดเกราะระดับมหากาพย์ ออกจากชั้นวางที่หรูหรา จากนั้นได้สวมใส่ในทันที ชุดเกราะได้ปรับลดขนาดให้เหมาะสมกับขนาดตัวของหวังเหว่ย หลังจากที่เขาสวมใส่ชุดเกราะ
           "เป็นชุดเกราะที่ดี! ในตอนนี้ข้าได้ให้เหล่าสัตว์อสูรเข้าไปจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ภายในห้องเก็บสมบัติครบทุกห้องแล้ว ได้เวลาลงไปตรวจสอบดูของวิเศษ ภายในห้องพักต่างๆ ในชั้นที่ห้า"
           วูบ วูบ วูบ
           หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบา เดินทะลุกำแพงอย่างรวดเร็ว เพื่อลงไปยังชั้นที่ห้าของป้อมปราการ
           เวลาผ่านไปสิบห้านาที หวังเหว่ยได้ลงมาถึงยังชั้นที่ห้า ภายในชั้นนี้มีห้องพักที่หรูหราอยู่หลายร้อยห้อง หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะเนตรมองเห็นทุกสรรพสิ่ง" ตรวจสอบหาของวิเศษที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายในห้องพักในชั้นที่ห้า จนได้พบกับของวิเศษที่น่าสนใจอยู่หลายชิ้น! 
           หวังเหว่ยจึงได้เดินทะลุกำแพงเข้าไปภายห้องพักทุกห้องที่ไม่มีหัวหน้ากองพันอยู่ แต่เนื่องจากช่วงเวลานี้ส่วนใหญ่เหล่าหัวหน้ากองพันกำลังฝึกฝนทักษะการต่อสู้ อยู่ภายในห้องฝึกฝนในชั้นที่สี่ จึงทำให้มีเหล่าหัวหน้ากองพันพักอยู่ภายในห้องพักของตนเองในชั้นที่ห้าเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น!
           เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้เก็บของวิเศษทุกชิ้นที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ในห้องพักในชั้นที่ห้าเสร็จเรียบร้อย 
           "ฮ่าๆ ในชั้นที่ห้านี้ มีของวิเศษอยู่นับร้อยชิ้นเลยทีเดียว แต่มีเพียงสามชิ้นเท่านั้นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ! หลังจากที่ข้าสำรวจชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการแห่งนี้เสร็จเรียบร้อย ข้าจะเดินทางกลับไปยังเมืองอสูรจันทรา ผ่านทางประตูมิติ ในมิติแดนอสูรในทันที!" หวังเหว่ยได้คิดในใจ ขณะกำลังเดินทะลุกำแพงเพื่อขึ้นไปยังหน้าทางเข้าชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการ 
           เวลาผ่านไปสามสิบนาที เมื่อหวังเหว่ยมาถึงยังจุดที่อยู่ไม่ไกล จากหน้าประตูทางขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการ หวังเหว่ยบังเอิญได้ยินเสียงของรองแม่ทัพทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันขณะดื่มสุราอยู่ และหลังจากใช้ทักษะตรวจสอบระยะไกล หวังเหว่ยยังได้ตรวจพบแม่ทัพเฟยซาที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องลับอีกด้วย! ซึ่งภายในห้องลับที่แม่ทัพเฟยซาหลบซ่อนตัวอยู่ มีช่องทางลับเชื่อมต่อกับห้องพักของแม่ทัพเฟยซาในชั้นที่ห้า โดยที่ห้องลับแห่งนี้อยู่ไม่ห่างไกลจากจุดที่รองแม่ทัพทั้งสองคนยืนอยู่
           “เจ้ารู้หรือไม่? หลิงหมิง เหตุใดท่านแม่ทัพถึงให้เราสองคนมายืนเฝ้าอยู่หน้าประตูแห่งนี้สามวัน” หานเจี้ยกล่าว 
           “อืม ข้าเคยได้ยินข่าวลือมาว่า มีหนึ่งในพวกเราเป็นสายลับของสี่ขุนพลปีศาจแห่งอาณาจักรปีศาจ บางทีท่านแม่ทัพอาจกำลังตรวจสอบเรื่องนี้ จึงได้ให้พวกเรามาเฝ้าระวังที่หน้าประตูทางขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดซึ่งเป็นสถานที่สำคัญภายในป้อมปราการของเรา” หลิงหมิงได้กล่าวออกมาขณะกำลังยกจอกสุราขึ้นดื่ม 
           หลังจากดื่มสุราที่หานเจี้ยนำออกมาจากแหวนมิติเข้าไป หลิงหมิงได้รู้สึกชาไปทั่วร่างกายราวกับมีหนอนนับหมื่นชอนไชไปทั่วร่าง อีกทั้งพลังออร่านักสู้ของเขายังถูกผนึกไว้อีกด้วย 
           “ฮ่าๆ นั่นสินะ ไม่แน่บางทีหนึ่งในพวกเราอาจจะได้รับคำสั่งให้มาแย่งชิงของวิเศษที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายในชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการแห่งนี้” หานเจี้ยกล่าวออกมา พร้อมกับใช้ศาสตราวุธประเภทดาบที่คมกริบแทงไปที่หน้าอกของหลิงหมิง
           ฉึก 
           “นี่เจ้า !”  หลิงหมิงพยายามผลักหานเจี้ยออกไป เพื่อใช้กระจกสื่อสารระยะไกล ติดต่อกับแม่ทัพเฟยซาก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจ
           “ฮ่าๆ หลิงหมิง เจ้าถูกพิษหนอนหมื่นอสูรที่มีฤทธิ์ร้ายแรง เจ้าไม่มีทางอยู่รอดได้เกินครึ่งชั่วโมงอย่างแน่นอน !” หานเจี้ยได้ดึงดาบออกจากตัวหลิงหมิง 
           อั้คคค 
           “ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้หานเจี้ย” 
           “ก็ได้เห็นแก่ที่เจ้าเป็นสหายกับข้ามานาน ข้าจะบอกกับเจ้า ข้าคือสายลับของท่านขุนพลวิหคเจ็ตต์ เมื่อเร็วๆนี้ ท่านขุนพลวิหคเจ็ตต์ได้สั่งให้ข้าสร้างความวุ่นวายขึ้นภายในป้อมปราการแห่งนี้” หานเจี้ยได้กล่าวออกมาขณะกำลังใช้ผ้าเช็ดเลือดที่ติดอยู่บนตัวดาบ
           “เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าไม่เคยคิดเลย ว่าสายลับของขุนพลวิหคก็คือเจ้าหานเจี้ย” แม่ทัพเฟยซาได้ออกมาจากห้องลับพร้อมกับถือศาสตราวุธประเภทหอกเอาไว้ในมือ
           “ทะ ทะ ท่านแม่ทัพ” หานเจี้ยได้กล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก
           แม่ทัพเฟยซาได้หันไปมองหลิงหมิง “หลิงหมิงเจ้ามีเรื่องอะไรจะสั่งเสียหรือไม่ ?”
           “ได้โปรดสังหารหานเจี้ยเพื่อแก้แค้นให้ข้าด้วยขอรับท่านแม่ทัพ” หลิงหมิงได้กระอักเลือดออกมา จากนั้นได้ล้มตัวลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหลังจากกล่าวจบ
           “ย่อมได้! ข้าจะส่งหานเจี้ยตามเจ้าไป” แม่ทัพเฟยซาได้รวบรวมพลังออร่านักสู้ของเขามาไว้ที่ปลายหอก จากนั้นได้ใช้หอกกระหน่ำแทงไปที่หานเจี้ยนับร้อยครั้งอย่างรวดเร็ว
           หานเจี้ยได้ใช้ดาบของเขาปัดป้องการโจมตีที่รวดเร็ว จากหอกของแม่ทัพเฟยซา
           เคร้ง เคร้ง เคร้ง
           “โฮ้! เจ้ามีความสามารถถึงเพียงนี้หานเจี้ย เจ้าช่างปิดบังความสามารถของเจ้าได้ดีนัก” แม่ทัพเฟยซาได้เปลี่ยนกระบวนท่าของทักษะหอกไปมาอย่างรวดเร็ว 
           หลังจากต่อสู้กันหลายร้อยกระบวนท่า หานเจี้ยไม่สามารถรับมือแม่ทัพเฟยซาได้อีกต่อไป
           พรึบ พรึบ พรึบ
           หานเจี้ยได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมของเขา ถอยร่นหลบเลี่ยงการโจมตีของแม่ทัพเฟยซาได้อย่างฉิวเฉียด ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายนอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากปะทะกับแม่ทัพเฟยซาหลายร้อยกระบวนท่า
           “ฮืม เจ้ามีระดับเลเวลเพียง48 แต่กลับสามารถรับการโจมตีของข้าได้หลายร้อยกระบวนท่าโดยไม่เพลี่ยงพล้ำ ช่างน่าเสียดายนักที่คนมีฝีมือเช่นเจ้า กลับกลายเป็นสายลับของเผ่าพันธุ์วิหค” แม่ทัพเฟยซาได้กล่าวออกมา
           หานเจี้ยได้ฉวยโอกาส ในตอนที่แม่ทัพเฟยซาหยุดมือ แอบกลืนเม็ดยาสมุนไพรบางอย่าง 
           ตูม! 
           พลังออร่าสีเขียวเข้มได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของหานเจี้ยอย่างรุนแรง จากนั้นระดับเลเวลของหานเจี้ยได้เพิ่มขึ้นไปถึงระดับเลเวล53
           “นี่มัน! เจ้ากล้าใช้เม็ดยาสมุนไพรเพิ่มระดับพลังต้องห้ามงั้นรึ เจ้าย่อมรู้ดีถึงผลข้างเคียงของมัน” แม่ทัพเฟยซาระดับเลเวล51 ได้กล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก
           “หมดเวลาของเจ้าแล้วเฟยซา” หานเจี้ยได้ใช้ทักษะลับประจำตระกูล พุ่งเข้าโจมตีแม่ทัพเฟยซาด้วยความรวดเร็วราวกับสายฟ้า
           ฉวะ 
           “เจ้า !” แม่ทัพเฟยซาได้ล้มตัวลงบนพื้นเสียชีวิตในทันที
           หานเจี้ยได้คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นและได้ใช้ดาบของเขาปักลงบนพื้น เพื่อพยุงตัวเองเอาไว้ด้วยความเหนื่อยล้า 
           เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
           อ๊ากกกก
           หานเจี้ยได้ตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมกับล้มตัวลงนอนกับพื้นและกลิ้งตัวไปมาอย่างทุกข์ทรมาน เนื่องจากผลข้างเคียงของเม็ดยาสมุนไพรเพิ่มระดับพลังต้องห้าม เวลาผ่านไปไม่นาน หานเจี้ยได้สลบไป เพราะทนความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายอย่างรุนแรงไม่ไหว

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271