ป้อมปราการมังกรทิศตะวันตก
เวลาผ่านไปสามสิบนาที หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบา เดินทะลุกำแพงตามจุดต่างๆ โดยใช้ "ทักษะเนตรมองเห็นทุกสรรพสิ่ง" เพื่อหลบเลี่ยงจุดที่มีม่านพลังป้องกัน จนมาถึงยังชั้นที่หก
ซึ่งภายในชั้นนี้มีห้องเก็บเหรียญทอง ของวิเศษและอุปกรณ์ต่างๆที่หาได้ยาก อีกทั้งยังมีห้องลับที่ใช้เก็บสิ่งของล้ำค่าอย่างสมุนไพรเซียน แก่นอสูรระดับสูง ของวิเศษระดับสูง และมีชุดเกราะระดับมหากาพย์อีกหนึ่งชุดถูกจัดวางเอาไว้อย่างสวยงามภายในห้องลับห้องหนึ่ง ซึ่งสิ่งของที่ล้ำค่าเหล่านี้ ถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งอาณาจักรมนุษย์ เพื่อส่งมอบให้กับจักรพรรดิมังกร
"ภายในชั้นที่หกแห่งนี้มีห้องอยู่หลายร้อยห้อง แต่กลับไม่มีทหารยามเฝ้าอยู่เลยแม้แต่คนเดียว คงเป็นเพราะการป้องกันที่แน่นหนาของป้อมปราการแห่งนี้ ทำให้พวกเจ้ามั่นใจว่าไม่มีใครสามารถขึ้นมาที่ชั้นนี้ได้สินะ แต่สำหรับข้าแล้วการหลบเลี่ยงม่านพลังที่อ่อนแอของพวกเจ้าและขึ้นมายังชั้นที่หกนี้ช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดายเสียจริง ฮ่าๆ ในเมื่อทางสะดวกเช่นนี้ ข้ายังจะต้องรออะไรอีก!" หวังเหว่ยได้คิดกับตนเองในใจ
จากนั้นหวังเหว่ยได้ติดต่อสื่อสารทางจิตกับเฟิงเค่อรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์5,000คน ที่รออยู่ภายในมิติแดนอสูร
“พวกเจ้าฟังข้าให้ดี พวกเจ้าทั้ง5,000คน จงรวมตัวกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ100คน ข้าจะเรียกพวกเจ้าออกมาทีละกลุ่ม ให้พวกเจ้าแต่ละกลุ่มช่วยกันจัดเก็บสิ่งของทุกสิ่งที่อยู่ภายในห้องของตนเอง เข้ามาไว้ภายในมิติแดนอสูร หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยให้พวกเจ้ากลับไปรอรับคำสั่งจากข้าภายในมิติแดนอสูร ส่วนเจ้าเฟิงเค่อ ให้เจ้ากลายร่างเป็นร่างสัตว์อสูรและเตรียมพร้อมออกมาต่อสู้ร่วมกับข้า”
สัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ทั้ง5,000คน ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ100คนอย่างรวดเร็ว หลังจากรวมตัวกันเป็นกลุ่มเสร็จเรียบร้อย เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ทั้ง5,000คน ได้กล่าวกับหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต “พวกเราพร้อมแล้ว ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน”
“เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลย” หวังเหว่ยได้เริ่มต้นเดินทะลุกำแพงห้องภายในชั้นที่หก จากนั้นได้นำเหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ออกมาจากมิติแดนอสูรห้องละหนึ่งกลุ่ม
เหล่าสัตว์อสูรอสรพิษร่างมนุษย์ได้ช่วยกันจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายในห้องของตนเองอย่างรวดเร็ว ซึ่งในแต่ละห้องมีสิ่งของถูกจัดวางเอาไว้อย่างมากมาย ราวกับป้อมปราการแห่งนี้คือหนึ่งในสถานที่สำคัญ ที่ใช้เก็บสมบัติของอาณาจักรเทพมังกร
เวลาผ่านไปสามสิบนาที หวังเหว่ยได้มาหยุดอยู่ที่ห้องเก็บชุดเกราะระดับมหากาพย์ “โอ้! ชุดเกราะตัวนี้ช่างดูสวยงามเหมาะสมกับข้ายิ่งนัก เอาล่ะ ต่อไปนี้เจ้าคือชุดเกราะประจำตัวชุดแรกของข้า”
หลังจากกล่าวจบ หวังเหว่ยได้นำชุดเกราะระดับมหากาพย์ ออกจากชั้นวางที่หรูหรา จากนั้นได้สวมใส่ในทันที ชุดเกราะได้ปรับลดขนาดให้เหมาะสมกับขนาดตัวของหวังเหว่ย หลังจากที่เขาสวมใส่ชุดเกราะ
"เป็นชุดเกราะที่ดี! ในตอนนี้ข้าได้ให้เหล่าสัตว์อสูรเข้าไปจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ภายในห้องเก็บสมบัติครบทุกห้องแล้ว ได้เวลาลงไปตรวจสอบดูของวิเศษ ภายในห้องพักต่างๆ ในชั้นที่ห้า"
วูบ วูบ วูบ
หวังเหว่ยได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบา เดินทะลุกำแพงอย่างรวดเร็ว เพื่อลงไปยังชั้นที่ห้าของป้อมปราการ
เวลาผ่านไปสิบห้านาที หวังเหว่ยได้ลงมาถึงยังชั้นที่ห้า ภายในชั้นนี้มีห้องพักที่หรูหราอยู่หลายร้อยห้อง หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะเนตรมองเห็นทุกสรรพสิ่ง" ตรวจสอบหาของวิเศษที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายในห้องพักในชั้นที่ห้า จนได้พบกับของวิเศษที่น่าสนใจอยู่หลายชิ้น!
หวังเหว่ยจึงได้เดินทะลุกำแพงเข้าไปภายห้องพักทุกห้องที่ไม่มีหัวหน้ากองพันอยู่ แต่เนื่องจากช่วงเวลานี้ส่วนใหญ่เหล่าหัวหน้ากองพันกำลังฝึกฝนทักษะการต่อสู้ อยู่ภายในห้องฝึกฝนในชั้นที่สี่ จึงทำให้มีเหล่าหัวหน้ากองพันพักอยู่ภายในห้องพักของตนเองในชั้นที่ห้าเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น!
เวลาผ่านไปสิบนาที หวังเหว่ยได้เก็บของวิเศษทุกชิ้นที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ในห้องพักในชั้นที่ห้าเสร็จเรียบร้อย
"ฮ่าๆ ในชั้นที่ห้านี้ มีของวิเศษอยู่นับร้อยชิ้นเลยทีเดียว แต่มีเพียงสามชิ้นเท่านั้นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ! หลังจากที่ข้าสำรวจชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการแห่งนี้เสร็จเรียบร้อย ข้าจะเดินทางกลับไปยังเมืองอสูรจันทรา ผ่านทางประตูมิติ ในมิติแดนอสูรในทันที!" หวังเหว่ยได้คิดในใจ ขณะกำลังเดินทะลุกำแพงเพื่อขึ้นไปยังหน้าทางเข้าชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการ
เวลาผ่านไปสามสิบนาที เมื่อหวังเหว่ยมาถึงยังจุดที่อยู่ไม่ไกล จากหน้าประตูทางขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการ หวังเหว่ยบังเอิญได้ยินเสียงของรองแม่ทัพทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันขณะดื่มสุราอยู่ และหลังจากใช้ทักษะตรวจสอบระยะไกล หวังเหว่ยยังได้ตรวจพบแม่ทัพเฟยซาที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องลับอีกด้วย! ซึ่งภายในห้องลับที่แม่ทัพเฟยซาหลบซ่อนตัวอยู่ มีช่องทางลับเชื่อมต่อกับห้องพักของแม่ทัพเฟยซาในชั้นที่ห้า โดยที่ห้องลับแห่งนี้อยู่ไม่ห่างไกลจากจุดที่รองแม่ทัพทั้งสองคนยืนอยู่
“เจ้ารู้หรือไม่? หลิงหมิง เหตุใดท่านแม่ทัพถึงให้เราสองคนมายืนเฝ้าอยู่หน้าประตูแห่งนี้สามวัน” หานเจี้ยกล่าว
“อืม ข้าเคยได้ยินข่าวลือมาว่า มีหนึ่งในพวกเราเป็นสายลับของสี่ขุนพลปีศาจแห่งอาณาจักรปีศาจ บางทีท่านแม่ทัพอาจกำลังตรวจสอบเรื่องนี้ จึงได้ให้พวกเรามาเฝ้าระวังที่หน้าประตูทางขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ดซึ่งเป็นสถานที่สำคัญภายในป้อมปราการของเรา” หลิงหมิงได้กล่าวออกมาขณะกำลังยกจอกสุราขึ้นดื่ม
หลังจากดื่มสุราที่หานเจี้ยนำออกมาจากแหวนมิติเข้าไป หลิงหมิงได้รู้สึกชาไปทั่วร่างกายราวกับมีหนอนนับหมื่นชอนไชไปทั่วร่าง อีกทั้งพลังออร่านักสู้ของเขายังถูกผนึกไว้อีกด้วย
“ฮ่าๆ นั่นสินะ ไม่แน่บางทีหนึ่งในพวกเราอาจจะได้รับคำสั่งให้มาแย่งชิงของวิเศษที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายในชั้นที่เจ็ดของป้อมปราการแห่งนี้” หานเจี้ยกล่าวออกมา พร้อมกับใช้ศาสตราวุธประเภทดาบที่คมกริบแทงไปที่หน้าอกของหลิงหมิง
ฉึก
“นี่เจ้า !” หลิงหมิงพยายามผลักหานเจี้ยออกไป เพื่อใช้กระจกสื่อสารระยะไกล ติดต่อกับแม่ทัพเฟยซาก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจ
“ฮ่าๆ หลิงหมิง เจ้าถูกพิษหนอนหมื่นอสูรที่มีฤทธิ์ร้ายแรง เจ้าไม่มีทางอยู่รอดได้เกินครึ่งชั่วโมงอย่างแน่นอน !” หานเจี้ยได้ดึงดาบออกจากตัวหลิงหมิง
อั้คคค
“ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้หานเจี้ย”
“ก็ได้เห็นแก่ที่เจ้าเป็นสหายกับข้ามานาน ข้าจะบอกกับเจ้า ข้าคือสายลับของท่านขุนพลวิหคเจ็ตต์ เมื่อเร็วๆนี้ ท่านขุนพลวิหคเจ็ตต์ได้สั่งให้ข้าสร้างความวุ่นวายขึ้นภายในป้อมปราการแห่งนี้” หานเจี้ยได้กล่าวออกมาขณะกำลังใช้ผ้าเช็ดเลือดที่ติดอยู่บนตัวดาบ
“เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าไม่เคยคิดเลย ว่าสายลับของขุนพลวิหคก็คือเจ้าหานเจี้ย” แม่ทัพเฟยซาได้ออกมาจากห้องลับพร้อมกับถือศาสตราวุธประเภทหอกเอาไว้ในมือ
“ทะ ทะ ท่านแม่ทัพ” หานเจี้ยได้กล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก
แม่ทัพเฟยซาได้หันไปมองหลิงหมิง “หลิงหมิงเจ้ามีเรื่องอะไรจะสั่งเสียหรือไม่ ?”
“ได้โปรดสังหารหานเจี้ยเพื่อแก้แค้นให้ข้าด้วยขอรับท่านแม่ทัพ” หลิงหมิงได้กระอักเลือดออกมา จากนั้นได้ล้มตัวลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหลังจากกล่าวจบ
“ย่อมได้! ข้าจะส่งหานเจี้ยตามเจ้าไป” แม่ทัพเฟยซาได้รวบรวมพลังออร่านักสู้ของเขามาไว้ที่ปลายหอก จากนั้นได้ใช้หอกกระหน่ำแทงไปที่หานเจี้ยนับร้อยครั้งอย่างรวดเร็ว
หานเจี้ยได้ใช้ดาบของเขาปัดป้องการโจมตีที่รวดเร็ว จากหอกของแม่ทัพเฟยซา
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
“โฮ้! เจ้ามีความสามารถถึงเพียงนี้หานเจี้ย เจ้าช่างปิดบังความสามารถของเจ้าได้ดีนัก” แม่ทัพเฟยซาได้เปลี่ยนกระบวนท่าของทักษะหอกไปมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากต่อสู้กันหลายร้อยกระบวนท่า หานเจี้ยไม่สามารถรับมือแม่ทัพเฟยซาได้อีกต่อไป
พรึบ พรึบ พรึบ
หานเจี้ยได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมของเขา ถอยร่นหลบเลี่ยงการโจมตีของแม่ทัพเฟยซาได้อย่างฉิวเฉียด ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายนอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากปะทะกับแม่ทัพเฟยซาหลายร้อยกระบวนท่า
“ฮืม เจ้ามีระดับเลเวลเพียง48 แต่กลับสามารถรับการโจมตีของข้าได้หลายร้อยกระบวนท่าโดยไม่เพลี่ยงพล้ำ ช่างน่าเสียดายนักที่คนมีฝีมือเช่นเจ้า กลับกลายเป็นสายลับของเผ่าพันธุ์วิหค” แม่ทัพเฟยซาได้กล่าวออกมา
หานเจี้ยได้ฉวยโอกาส ในตอนที่แม่ทัพเฟยซาหยุดมือ แอบกลืนเม็ดยาสมุนไพรบางอย่าง
ตูม!
พลังออร่าสีเขียวเข้มได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของหานเจี้ยอย่างรุนแรง จากนั้นระดับเลเวลของหานเจี้ยได้เพิ่มขึ้นไปถึงระดับเลเวล53
“นี่มัน! เจ้ากล้าใช้เม็ดยาสมุนไพรเพิ่มระดับพลังต้องห้ามงั้นรึ เจ้าย่อมรู้ดีถึงผลข้างเคียงของมัน” แม่ทัพเฟยซาระดับเลเวล51 ได้กล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนก
“หมดเวลาของเจ้าแล้วเฟยซา” หานเจี้ยได้ใช้ทักษะลับประจำตระกูล พุ่งเข้าโจมตีแม่ทัพเฟยซาด้วยความรวดเร็วราวกับสายฟ้า
ฉวะ
“เจ้า !” แม่ทัพเฟยซาได้ล้มตัวลงบนพื้นเสียชีวิตในทันที
หานเจี้ยได้คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นและได้ใช้ดาบของเขาปักลงบนพื้น เพื่อพยุงตัวเองเอาไว้ด้วยความเหนื่อยล้า
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
อ๊ากกกก
หานเจี้ยได้ตะโกนออกมาเสียงดังพร้อมกับล้มตัวลงนอนกับพื้นและกลิ้งตัวไปมาอย่างทุกข์ทรมาน เนื่องจากผลข้างเคียงของเม็ดยาสมุนไพรเพิ่มระดับพลังต้องห้าม เวลาผ่านไปไม่นาน หานเจี้ยได้สลบไป เพราะทนความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายอย่างรุนแรงไม่ไหว