ตอนที่ 92:หมากัดหมา ขนหมาเต็มคำ
“คู่ : ผ่านมาและผ่านไป…
หญิง : ไม่อาจร้องเพลงนั้นได้อีกแล้ว
หญิง : คราที่ได้ยินจะเขินอายเบือนหน้าหนี
หญิง : แม้ว่าจะลืมอยู่บ่อยครั้ง
คู่ : แต่ฉันยังคงรักเธออยู่…”
คิดว่าเพลงท่อนแรกจบไปแล้ว คาดไม่ถึงว่าจะมีไข่อีสเตอร์ซ่อนอยู่ซึ่งมันเป็นคอรัส
ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนหลิวจือเซียจะใช้วิธีพิเศษในการร้องมีเสียงสองโทนอย่างชัดเจน ไม่มีสะดุดตรงไหนเลย ตรงกันข้ามมันกลับทำให้ผู้ฟังขนลุกและรู้สึกอยากฟังต่อไปเรื่อย ๆ
เมื่อถึงท่อนคอรัสที่สอง ทำนองก็เปลี่ยนไปในที่สุดเสียงกีตาร์โปร่งผสมกับเสียงไวโอลิน กีตาร์ไฟฟ้า เบส กลอง… เครื่องดนตรีเดี่ยว ๆกลายเป็นเสียงที่ซับซ้อนและหลากหลาย
และด้วยเครื่องดนตรีที่เพิ่มขึ้นเสียงร้องของหลิวจือเซียก็ดังกังวานขึ้นเรื่อย ๆ
“หญิง : เพราะว่าความรัก ไม่อาจโศกเศร้าได้ง่าย ๆ
ชาย : ฉะนั้นจึงดูมีความสุขเสียทุกอย่าง
หญิง : เพราะว่าความรัก ง่ายต่อการงอกงาม
ชาย : ยังคงสามารถทุ่มเทเพื่อเธอได้ทุกเวลา…”
ความรัก เป็นหัวข้ออมตะของเพลงตลอดมา !
แต่เพลงนี้ของหลิวจือเซียแตกต่างจากเพลงรักแบบดั้งเดิมเพราะเพลงรักแบบเดิมนั้นหัวข้อทั้งหมดพูดถึงแต่ความรักและการแสดงออกด้านความรักอย่างตรงไปตรงมาไม่มีชั้นเชิงให้ดูซับซ้อนจึงทำให้คนฟังรู้สึกเบื่อ
แล้วตอนนี้ล่ะ ?
เพลงนี้ก็เกี่ยวกับความรักเหมือนกัน แต่มันไม่ได้หวานเลี่ยนหรืออ้อยอิ่งวิงวอนขนาดนั้นเป็นแค่การร้องเพลงคู่บอกเล่าว่าความรักคืออะไร อธิบายถึงการเติบโตของความรักบอกถึงรากฐานที่มั่นคงของความรัก ก็เท่านั้น
‘เพราะรัก’ คือผลงานที่ข้ามผ่านความทรงจำหวนคืนสู่เพลงรักที่แท้จริงที่สุด รำลึกถึงความรัก บอกเล่าในด้านความรักและอธิบายความคิดถึงในช่วงเวลาแห่งความรักนั้นด้วย
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดไม่ว่าจะเป็นคนที่มีความรักที่ยากจะลืมเลือน หรือคนที่เคยลิ้มรสชาติของความรักใบหน้าและรอยยิ้มของคนที่เขารักดูเหมือนจะปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
พวกเขากินข้าวด้วยกัน คุยกัน เดินเที่ยวด้วยกัน…ทุกอย่างดูเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง !
“หญิง : เพราะว่าความรัก ไม่อาจมีวันแปรสภาพ
ชาย : ฉะนั้นเรายังคงเป็นเด็กหนุ่มหญิงสาวเหมือนเช่นเคย
หญิง : เพราะว่าความรัก อยู่ ณ ที่แห่งนั้น
ชาย : ยังคงมีผู้คนเดินขวักไขว่…”
ห้องถ่ายทอดสดทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่ข้อความส่งเข้ามาบางคนก็นิ่งไป บางคนก็ร้องไห้เบา ๆ พวกเขาไม่ส่งเสียง ไม่ร้องเชียร์นิ่งสงบราวกับกำลังหลับตาพักผ่อน
บนหน้าจอห้องถ่ายทอดสดใบหน้าของจินฉือถังเริ่มเกิดความเคร่งเครียดขึ้นมา ในฐานะที่เคยเป็น‘นักวิจารณ์สื่ออิสระ’ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีความชอบธรรมจึงยังมีวิสัยทัศน์และความสามารถในการชื่นชมอยู่บ้างเล็กน้อย
สำหรับเพลง ‘ เพราะรัก’ นี้ จากประสบการณ์ส่วนตัวของเขานั้นไม่ว่าจะเนื้อร้อง ทำนอง หรืออารมณ์ที่ใส่เข้าไปในเพลงทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบที่สุด
ถ้าหากได้อัดเพลงนี้ในสตูดิโอบันทึกเสียงเพลงนี้จะกลายเป็นเพลงรักระดับคลาสสิคอย่างแน่นอน !
หานจวิ้นชิงที่ซ่อนตัวอยู่ข้าง ๆ จินฉือถังใบหน้าของเขาก็เริ่มซีดแล้วเขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลิวจือเซียจะสามารถแต่งเพลงที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ออกมาได้ในเวลาไม่ถึง20 นาที
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ เขาจะสร้างสรรค์เพลงดี ๆแบบนี้ออกมาได้ยังไง ! ”
หานจวิ้นชิงคร่ำครวญและกังวลใจ เพราะในเวลา 20 นาทีเขาสามารถทำได้เพียงเขียนโน้ตเพลงออกมาได้คร่าว ๆ เท่านั้น… ไม่สิยังไม่ใช่โน้ตเพลงด้วยซ้ำ เป็นแค่ทำนองง่าย ๆ เท่านั้น
“เหล่าหาน เป็นยังไงบ้าง ? นายแต่งได้รึเปล่า ? ”
จินฉือถังหันหน้าไปมองหานจวิ้นชิง“ถ้านายทำไม่ได้ก็เอาทำนองเก่าของนายมาเปลี่ยนสิ ยังไงซะลิขสิทธิ์ก็อยู่ในมือนายไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธ์หรือลอกเลียนแบบหรอกน่า”
หานจวิ้นชิงพูดด้วยใบหน้าซีดเซียว “นั่นไม่เท่ากับเป็นการบอกคนอื่นหรือว่าฉันเป็นคนช่วยนายแต่งเพลงนี้ขึ้นมา? ”
“มาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้แล้วนายยังจะมาคิดเอาตัวรอดหนีปัญหานี้อยู่ฝ่ายเดียวอีกหรือ ? ”เส้นเลือดที่หน้าผากของจินฉือถังปูดขึ้นมา “ถ้าไม่ใช่เพราะนายฉันจะมาถึงจุดนี้ได้หรือ ? ”
“อย่ามากัดมั่วซั่วเหมือนหมาบ้าแบบนี้นะ ! ”หานจวิ้นชิงลุกพรวดขึ้นยืน “ก็ถ้านายไม่รับคำท้าล่ะ ? เรื่องก็คงไม่เกิดขึ้นหรอกนายรนหาที่เองไม่ใช่หรือไง ! ”
“เวลาจะหมดแล้ว ถ้านายยังไม่รีบ ฉันจะเปิดโปงนายซะ ! ”จินฉือถังมีสีหน้าชั่วร้าย “ถ้าฉันไม่มีที่ยืนบนโลกนี้ นายก็ต้องไปกับฉันด้วยเช่นกัน! ”
ช่วงเวลานี้หานจวิ้นชิงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการด้านเพลงของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์และยังมีชื่อเสียงที่ดีในวงการตลอดมา ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไปอย่าว่าแต่ตำแหน่งผู้อำนวยการเพลงของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์เลย แม้แต่ชื่อเสียงในวงการก็จะฉาวโฉ่ไม่เหลือชิ้นดีจะไม่มีใครอยากจ้างเขาหรือขอให้เขาเขียนเพลงให้อีก
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ทำให้หานจวิ้นชิงไม่มีทางเลือกอื่น
เขากัดฟันและพูดเสียงกระด้างว่า “ก็ได้ ตอนนี้นายเป็นฝ่ายคุมเกม! ”
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาก็ทำได้แค่เปลี่ยนเพลงรักที่ยังไม่เคยปล่อยมาก่อนต่อให้ไม่ชนะ ถึงจะแพ้ก็เป็นการแพ้ที่ไม่น่าเกลียดจนเกินไป
ในตอนนี้ การร้องเพลงของหลิวจือเซียก็ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
“คู่ : ผ่านมาและผ่านไป
ชาย : มอบซีดีแผ่นเก่าให้เธอ
ชาย : ลองฟังความรักของเราแต่ก่อนนั้น
หญิง : อาจมีบางคราที่หลงลืม
คู่ : ฉันยังรักเธออยู่…”
ในตอนจบของเพลง ยังคงมีเสียงลอยอ้อยอิ่งคอรัสสุดท้ายนี้เหมือนเป็นเสียงลมหายใจที่ปล่อยออกมา ราวกับยังคงคิดถึงและโหยหาจนสุดท้ายของสุดท้าย เหล่าผู้ชมล้วนคาดเดาตอนจบของเพลงไม่ได้เลย
ในเพลงนี้มีคนสองคนร้องเพลงด้วยกันจริง ๆ หรือว่าไม่มีกันแน่ ?
ผู้ชมทุกคนในห้องถ่ายทอดสดยังคงดื่มด่ำเคลิบเคลิ้มอยู่กับเพลงไม่สามารถถอนตัวออกจากห้วงอารมณ์ที่แสนจะลึกซึ้งนี้ได้
ผู้ชมบางคนที่เป็นผู้หญิงถึงกับน้ำตาไหลพรากอยู่หน้าจอ
พวกเธอคิดถึงความรักอันงดงามของตัวเอง คิดถึงคนที่เคยรักคิดถึงอดีตคนรักของตัวเอง หรือคนรักของตนในตอนนี้
ผู้ชมทุกคนซาบซึ้งไปกับเพลงนี้สิ่งที่พวกเขาซาบซึ้งไม่ใช่ทักษะการร้องเพลงของหลิวจือเซียแต่เป็นความรู้สึกที่ใส่ลงไปในเพลง ทำนองของเพลง และเนื้อร้องของเพลงนี้…
สำหรับการร้องเพลงคู่ในหัวข้อเพลงรักนั้นไม่ว่าจะร้องดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าขาดความรู้สึก เนื้อร้องที่สวยงามและท่วงทำนองที่สอดประสานเข้ากัน มันก็จะกลายเป็นแค่เพลงเพลงหนึ่งเท่านั้นเพราะฉะนั้นจึงต้องผสมสามสิ่งนี้เข้าด้วยกันจึงจะทำให้เพลงนี้มีจิตวิญญาณเพียงพอที่จะเป็นเพลงรักที่ซาบซึ้งได้ !
“โว้ว หลิวจือเซียของฉันโคตรของโคตรเจ๋งทำเอาตาแก่ของฉันร้องไห้ได้เลย ! ”
“เพลงนี้ที่สุดจริง ๆ ฉันไม่ได้ฟังเพลงรักซึ้ง ๆแบบนี้มานานแล้ว ! ”
“หลิวจือเซียของฉัน ได้โปรดเอาเพลงนี้ลงแพลตฟอร์มดนตรีด้วยฉันอยากโหลดมัน จะฟังวนเพลงนี้เพลงเดียวหมื่นรอบเลย ! ”
5 นาทีหลังเพลงจบ ทุกคนในห้องถ่ายทอดสดก็เพิ่งจะตื่นจากฝันหลังจากนั้นทั้งห้องถ่ายทอดสดก็ถูกสาดด้วยข้อความจนเต็มจอทำเอามองไม่เห็นหน้าของหลิวจือเซียที่อยู่บนหน้าจอเลยทีเดียว
แฮปปี้เสี่ยวซี ส่งไผ่ 1 ต้นให้เจ้าของห้อง !
หอยทากจอมซิ่ง ส่งหอยเป๋าฮื้อ 10 ตัวให้เจ้าของห้อง !
จือเซียเป็นของฉัน ส่งกุ้งล็อบสเตอร์ 100 ตัวให้เจ้าของห้อง !
จือเซียฉันรักคุณ ส่งไผ่ 10 ต้นให้เจ้าของห้อง…
โลกนี้ไม่เคยขาดแคลนแฟนคลับผู้คลั่งไคล้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนคลับผู้หญิง พวกเธอทุกคนล้วนกล้าใช้เงินคนนี้ส่งกุ้งล็อบสเตอร์ คนนั้นส่งหอยเป๋าฮื้อ บางคนก็ส่งต้นไผ่ให้เลย
ในโลกความจริงทำเช่นนี้ไม่ได้ ตอนดูการแสดงสดพวกเธอทำได้แค่ส่งเสียงกรี๊ดและปรบมือเท่านั้น แต่ในโลกเสมือนจริงนั้น พวกเธอสามารถแสดงความรักต่อไอดอลของตนด้วยการให้เงินเป็นรางวัลได้!
เพียงแค่ 10 นาที หลิวจือเซียก็ได้รับกุ้งล็อบสเตอร์มากกว่า10,000 ตัว คิดเป็นเงินมากกว่า 1 ล้านหยวน รวมกับของขวัญอย่างอื่นแล้วจำนวนเงินทั้งหมดน่าจะเกือบ 10 ล้านหยวนเลยทีเดียว
ถ้าหลิวจือเซียไม่ได้ไปเป็นดาราแต่เป็นแค่สตรีมเมอร์นักดนตรีทางแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดเขาคงจะสามารถมีชีวิตที่ดีและดูแลเยว่เยว่ได้อย่างเต็มที่ชีวิตแบบนี้ก็ดูเหมือนจะไม่เลวเลย
จินฉือถังมองดูหน้าจอที่มีไผ่สีเขียว, หอยเป๋าฮื้อตัวอ้วน ๆ ,กุ้งล็อบสเตอร์สีแดงตัวใหญ่… สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
เขาได้รับเงินจากหานจวิ้นชิงเพียง 1.5 ล้านและยังต้องเสี่ยงถูกลบบัญชี เสี่ยงที่จะต้องขอโทษ แล้วหลิวจือเซียล่ะ ?กลับได้ของขวัญมากมาย สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่ามันมีค่ามากมายแค่ไหนแต่อย่างหนึ่งที่แน่ใจได้คือมันต้องมากกว่า 1.5 ล้านหยวนแน่
แล้วจะไม่ให้จินฉือถังอิจฉาได้อย่างไร ?ไม่ให้โกรธแค้นได้อย่างไรกันเล่า ?
หลิวจือเซียคิดไม่ถึงว่าผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดจะกระตือรือร้นกันขนาดนี้
“ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนสำหรับของขวัญครับ” หลิวจือเซียพูด“ผมแค่อยากเขียนเพลงรักง่าย ๆ ให้ผู้คนเชื่อในความรักกันมากขึ้นเท่านั้น ! ”
“พี่เซียของฉันพูดได้ดี ! ฉันกลับมาเชื่อในความรักอีกครั้งแล้ว”
“ฉันจะกลับไปคืนดีกับแฟน ฉันจะคบกับเขาต่อไป”
“ความรักเรียบง่ายขนาดนี้ ไม่ต้องคิดอะไรให้ซับซ้อนเลย”
ชาวเน็ตพากันชื่นชมหลิวจือเซียและโพสต์ข้อความเข้ามากันอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงความรู้สึกของตนหลังได้ฟังเพลงนี้
“ยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งชั่วโมงไม่ใช่หรือ ? ทำไมนายดูรีบจัง ?” จินฉือถังหันไปมองหานจวิ้นชิงด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“จินฉือถังพูดถูก ยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงพวกเราก็มารอดูกันเถอะ ! ” หลิวจือเซียกอดเยว่เยว่และบอกให้เยว่เยว่ทักทายผู้ชมในห้องถ่ายทอดสด
ด้วยเหตุนี้ ห้องถ่ายทอดสดจึงเริ่มคึกคักผู้ชมส่งข้อความเข้ามาเป็นระยะ และยังมีการคุยกันอีกด้วย นาน ๆ ทีหลิวจือเซียก็จะตอบผู้ชมและโต้ตอบกับพวกเขา
เวลา 2 ทุ่ม 50 นาที ในที่สุดจินฉือถังก็พูดว่า“เพลงของผมเสร็จแล้ว แต่เพลงนี้เพื่อนของผมเป็นคนแต่งขึ้น เขาขอเอาไว้ว่าเขาจะร้องเพลงนี้เอง แต่จะไม่แสดงตัวตนของเขาให้ทุกท่านได้เห็น ! ”
“โห ใครอ่ะ ? มีคนช่วยหมาจินจริง ๆ ดิ ? ”
“ออกมาเลย หมาจินให้เงินนายเท่าไรถึงยอมช่วยเขาฉันให้สองเท่าเลย ! ”
“ในเมื่อรับเงินคนอื่นแล้วก็ออกมาโชว์หน้าสิเป็นเต่าหรือถึงเอาแต่หดหัวอยู่ในกระดอง ? ”
เมื่อได้ยินคำพูดของจินฉือถัง ชาวเน็ตทุกคนก็พากันโกรธ
“หึ ๆ คนเรามีอิสระที่จะโชว์หน้าหรือไม่โชว์ก็ได้ พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่ง? ” เหล่าแฟน ๆ ในห้องถ่ายทอดสดพวกนี้ทำให้จินฉือถังไม่สบอารมณ์“เพื่อนของผมกำลังจะเริ่มแล้ว พวกคุณเตรียมฟังให้ดี เพลงนี้ชื่อว่า‘ลำนำเพลงพื้นบ้าน’ ”
“ชาย : นวลน้อง นวลน้อง น้องอยู่ชานตง พี่อยู่ชานซี
หญิง : พี่ชาย พี่ชาย น้องอยู่สะพานเหนือ พี่อยู่สะพานใต้
ชาย : แจวเรือน้อยของพี่ ลอยลำไปตรงหน้านวลนาง
หญิง : ก้าวเท้าขึ้นเรือ ตามพี่ชายไปภูเขาตะวันออก…”
เสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ ดังตามมาจากนั้นเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นก็ดังกังวานขึ้นมา
นี่เป็นเพลงพื้นบ้านที่มีเนื้อร้องง่าย ๆ และทำนองที่เร็ว
ในช่วงที่ชายหญิงสลับกันร้อง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมจังหวะการควบคุมเนื้อร้อง หรือการใส่ความรู้สึกเข้าไป…ฟังออกได้เลยว่านี่คือนักร้องนักแต่งเพลงระดับแนวหน้า !