เทพสงครามมังกรเทวะ

    ปราณเทพสมุทรสุดโกง

    หลังจากได้รับหยดพิสุทธิ์แห่งสมุทรเทวามาแล้วเฟยหรงก็เริ่มดูดซับในทันที ในช่วงเวลานี้เป่ยเฉิน เป่ยอวิ้นเอ่อ และเป่ยอิงอิง กำลังเฝ้ามองชายหนุ่มอยู่ไม่ห่าง ออร่าของเขาจากสีฟ้าครามค่อยๆกลายเป็นสีน้ำเงินดุจห้วงทะเลลึก เฟยหรงชักหยดพิสุทธิ์แห่งสมุทรเทวะทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายในคราเดียว

     

    "อึก!! หนาวเหน็บมาก ทั้งยังมีแรงกดดันที่แทบจะป่นร่างกายของข้าให้เป็นผุยผง"เฟยหรงอุทานขึ้นตอนนี้เขาเหมือนอยู่ในก้นมหาสมุทรที่ลึกหนาวเย้นและมีแรงกดดันมหาศาล แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ร้องออกมาด้วยความทรมานได้อย่างไร แต่ร่างกายของเขากลับมีเกล้ดสีฟ้าครามขึ้นมาล้อมรอบตัวประดุจชุดเกราะในทันทีเพราะแรงกดดันนี้ไม่ใช่ที่ร่างกายของเขาจะทนรับได้อีกต่อไป

     

    "อย่างที่คิดกายมังกรระดับสูงสามารถทนได้จริงๆด้วย"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวพร้อมอมยิ้มดูเหมือนหลานชายของนางคนนี้จะไม่ทำให้นางผิดหวังแม้แต่น้อยเลยทีเดียว

     

    "รอดูต่อไปการเปลี่ยนแปลงกำลังจะเดินขึ้นแล้ว"เป่ยเฉินกล่าวขึ้นอย่างเคร่งขรึม ทันใดนั้นออร่าสีน้ำเงินเข้มระเบิดออกมาจากร่างของชายหนุ่มจนคนในตระกูลต่างพากันตื่นตระหนกยกใหญ่แต่ก็ไม่ได้เข้ามาสังเกตุการณืแต่อย่างใดเนื่องจากมันเกิดในพื้นที่ส่วนตัวของประมุขนั้นเอง

     

    ออร่าสีน้ำเงินเข้มค่อยๆก่อตัวขึ้นเรื่อยๆจากเดิมที่ไม่มีรูปร่างใดๆเป็นเพียงแค่ออร่าธรรมดาๆแต่เมื่อเวลาผ่านไปสามวันเต็มๆมันก็ค่อยๆเริ่มก่อตัวเป็นร่างพลังงานขนาดใหญ่หน้าตาเหมือนเฟยหรงทุกประการ ในมือถือตรีศูรที่ดูงดงามและเป็นเอกลักษณ์ แต่ด้านหลังกลับปรากฏร่างพลังงานมังกรสีทองที่ตัวใหญ่และทรงพลังยิ่งกว่าสยายปีกสี่ปีกราวกับจะปกคลุมได้ทั้งมหาสมุทรนิรันทร์ ทั้งตรงกรงเล็บของมันยังมีถึงห้ากรงเล็บแสดงให้เห็นว่ามันคือเผ่าพันธุ์ที่เป็นที่สุดแห่งหมู่มวลมังกร

     

    ภาพนี้แม้แต่สายเลือดเทพสมุทรเต็มสิบส่วนอย่างเป่ยอวิ้นเอ่อยังถึงกับนิ่งอึ้งสีหน้าเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด ออร่ามังกรสีทองที่ดูงดงามและสูงศักดิ์ราวกับปรากฏขึ้นเพื่อบอกว่ามันอยู่เหนือกว่าสายเลือดเทพสมุทรอย่างสิ้นเชิง

     

    และในเวลานี้เองแม้แต่หลงอวิ้นหลันยังต้องหมอบกราบ ไม่เพียงแค่นางเท่านั้น แต่สัตว์อสูรทะเลและชาวเมืองทั้งมหาสมุทรนิรันทร์ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเมินเฉยต่อความสูงศักดิ์เช่นนี้ได้และต้องคุกเข่าให้เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพราชันแห่งมังกร

     

    ส่วนทางด้านเฟยหรงเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำให้เกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ ชายหนุ่มจึงได้เพิ่มพลังของตนเข้าไปอีกเพื่อที่จะสยบหยดพิสุทธิ์แห่งสมุทรเทวาให้หมดสิ้น แต่ยิ่งเข้าอยากสยบมันเท่าไรแต่ดูเหมื่อนร่างกายของเขาดูเหมือนจะถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจน หนึ่งคือกายศักดิ์สิทธิ์ และสองคือพลังสายเลือด เดิมทีสองสิ่งนี้ควรจะรวมกันได้แต่ในเวลานี้กลับแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง

     

    ดังนั้นเฟยหรงในตอนนี้เฟยหรงจึงมีสามพลังด้วยกันให้ใช้งาน หนึ่งคือพลังกายและลมปราณของมังกร สองคือพลังวิญญาน และสามคือพลังสายเลือดและปราณเทพสมุทร แม้การมีสามพลังให้เลือกใช้เช่นนี้จะดูดีแต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด

     

    เนื่องจากการฝึกฝนพลังปราณของเขาจะช้าลงไปด้วยเพราะต้องแบ่งเวลามาฝึกปราณเทพสมุทรให้อยู่ขอบเขตเดียวกันเพื่อสร้างสมดุลแห่งพลังปราณนั่นเอง

     

    "เยี่ยมเลยนับจากนี้ข้าจะมีไพ่ตายเพิ่มอีกหนึ่งใบ"เฟยหรงกล่าวอย่างดีใจ เขาไม่ได้คำนึกถึงผลเสียของการฝึกฝนที่เชื่องช้าแม้แต่น้อย หรืออาจจะกล่าวได้ว่าการฝึกฝนที่เชื่อช้าไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาแต่เเรกแล้วก็เป็นได้ เพราะเนื่องจากชายหนุ่มเป็นนักปรุงยาและชอบสรรหาสมบัติและสมุนไพรหายากอยู่เป็นประจำดังนั้น เขาจึงคิดทดแทนการฝึกฝนพลังปราณที่เชื่องช้าด้วยเม็ดยาและสมบัติแทนนั่นเอง

     

    "น่าเหลือเชื่อ กายมังกรของเขาลึกลับซับซ้อนเกินบรรยาย มันสูงส่งถึงขนาดไม่ยอมรับการผสานสายเลือดเทพสมุทร นับตั้งแต่เกิดมาจนมีชีวิตอยู่มาหลายล้านปีนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าพบเจอสิ่งที่สูงส่งกว่าแสงแห่งความเมตตาของเทพสมุทร"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวพร้อมทั้งมองร่างมังกรสีทองขนาดใหญที่ปกคลุมมหาสมุทรนิรันทร์ตาไม่กระพริบ หากไม่ใช่ว่าตนอยู่ในม่านพลังแสงแห่งเทพสมุทรขั้นสูงสุดทั้งยังอยุ่ในขอบเขตครึ่งก้าวเทพอมตะเห็นทีนางคงต้องหมอบกราบหลานชายของตัวเองเป็นแน่แท้

     

    "กระบวณการนี้มือไรจะผ่านไปกันนะ หากเป็นเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเมืองทั้งเมืองจะต้องหมอบกราบแก่ร่างพลังของเขาไปตลอดเลยหรือ"เป่ยเฉินกล่าวเขาเองก็มีท่าทีทุลักทุเลเช่นนั้น หากไม่ใช่เพราะม่านพลังของภรรยาที่กางเอาไว้เห็นทีว่าต้องใช้บัลลังก์แห่งราชันเพื่อต่อต้านอำนาจสยบนี้แห่งมังกรนี้อย่างแน่นอน

     

    "ท่านพ่อไม่ต้องกังวลแล้วเจ้าค่ะ ร่างพลังงานค่อยๆกลับไปที่ร่างกายของหรงหรงน้อยแล้ว"เป่ยอิงอิงชี้นิ้วไปที่ร่างเงามังกรและร่างเงาของเทพสมุทรที่กำลังถูกชายหนุ่มดูดกลืนเข้าไปอย่างช้าๆและในที่สุดเมื่อผ่านไปอีกเจ็ดวันกระบวณการดูดซับก็สิ้นสุดลงพร้อมกับเฟยหรงที่ตบะก้าวกระโดดไปถึงราชันเทวะขั้นกลางเทียบเท่ากับแม่ของเขาเป็นที่เรียบร้อย

     

    ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดเพียงเท่านี้ ทั้งปราณเทพสมุทรและปราณแห่งมังกรแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ขอเพียงเขาต้องการเขาสามารถใช้ปราณใดก็ได้ทั้งยังสามารถประสานพลังปราณกับพลังวิญญานเพื่อให้การโจมตีสามารถพลิกแพลงและแข็งแกร่งขึ้นได้อีกด้วย

     

    และด้วยพลังแห่งปราณเทพสมุทรนี้เองขอแค่มีผืนน้ำเฟยหรงสามารถดูดซับพลังจากมันได้อย่างเต็มที่แต่ถึงไม่มีเฟยหรงก็ยังสามารถดูดซับความชื่นจากอากาศ หมู่เมฆ หรือแม้กระทั้งหมอกที่มีองค์ประกอบของไอน้ำได้อย่างไม่มีปัญหา แม้จะไม่ได้มากเท่าการดูดซับในทะเลหรือมหาสมุทรแต่ความเร็วการดูดซับก็เทียบเท่าวิชาระดับจักรพรรดิเลยทีเดียว หรือจะเรียกว่าตราบใดที่มีเมฆและละอองน้ำอยู่เฟยหรงสามารถที่จะพัฒนาปราณเทพสมุทรได้ตลอดเวลานั่นเอง

     

    สิ่งนี้เรียกได้ว่าโกงอย่างแท้จริงและนี่คือพลังความสามารถของผู้ที่มีสายเลือดเทพสมุทรเต็มสิบส่วนนั่นเอง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเป่ยอวิ้นเอ๋อถึงข้าวมาถึงระดับครึ่งก้าวเทพอมตะได้ทั้งๆที่อายุน้อยกว่าเป่ยเฉินหลายแสนปีนั่นเอง

     

    "ยอดเยี่ยมจริงๆตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนว่าสามารถบงการท้องมหาสมุทรได้ดังใจ"เฟยหรงสำเร็จร่างกายด้วยความตื่นเต้น แม้จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายอะไรมากนักและมีเพียงสัญลักษณ์กลางหน้าผากของชายหนุ่มเท่านั้นที่เปลี่ยนไปจากเปลวเพลิงสีทองเป็นรูปตรีศูลเทพสมุทรทองขึ้นมาแทน

     

    แต่เมื่อเฟยหรงเปลี่ยนมาใช้ปราณมังกรหรือพลังวิญญานสัญลักษณ์ตรีศูลเทพสมุทรสีทองจะหายไปและกลับกลายเป็นสัญลักษณ์เปลวเพลิงสีทองดังเดิม

     

    "ยินดีด้วยที่ได้กลายเป็นเทพสมุทรเต็มตัวเอาละดุเหมือนจะถึงเวลาต้องจากกันแล้วสินะ"เป่ยอวิ้นเอ่อกล่าวขึ้นแววตาเจือความเศร้า หากไม่ใช่เพราะต้องดูแลมหาสมุทรนิรันทร์ตัวนางเองก็อยากจะไปดูหน้าลูกเขยของตัวเองสักครั้งจริงๆ

     

    "ขอรับ นี่มันก็เกือบครึ่งเดือนแล้วป่านนี้ พวกเด็กๆคงร้องหาแล้วกระมัง"เฟยหรงกล่าวออกพร้อมรอยยิ้มอคติที่มีต่อตระกูลเป่ยและมหาสมุทรไร้ขอบเขตหายไปโดยสิ้นเชิง แม้เขาจะไม่สบอารมณ์กับท่าทีนิ่งเงียบของผู้เป็นตาก็ตามแต่ก็อดไม่ได้ที่จะทราบซึ้งใจที่ทั้งสองมอบทั้งของล้ำค่าให้และคอยดูแลความปลอดภัยให้เขาถึงครึ่งเดือนโดยไม่ได้พักผ่อน

     

    "เด็กๆ??"เป่ยอวิ้นเอ๋อและเป่ยเฉินกล่าวพร้อมกันด้วยความฉงนใจ เฟยหรงหันไปหาผู้เป้นแม่อย่างเป่ยอิงอิงด้วยท่าทางงุนงง "ท่านแม่ยังไม่ได้บอกหรือขอรับว่าข้ามีลูกแล้ว"

     

    "มีลูกแล้ว!!"ทั้งเป่ยเฉินและเป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวอย่างตื่นตระหนกกันยกใหญ่สีหน้าเต้มไปด้วยความตกใจอย่างสุดซึ่ง เจ้าเด็กคนนี้เพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆแต่กลับมีลูกแล้ว นี่มันเรื่องบ้าไปกันใหญ่แม้จะรู้ว่ามันไม่ได้แปลกอะไร แต่การที่มีลูกเช่นนี้แล้วเฟยหรงเอาเวลาที่ไหนไปฝึกฝนกัน

     

    "ใช่ขอรับ เป็นลูกสาวทั้งสองคนเลยคนหนึ่งมีเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์มังกรเหมันต์บรรพกาล ส่วนอีกคนหนึ่งมีเส้นลมปราณและกายวิหคมังกรสวรรค์ทั้งยังมีดวงเนตรเพลิงสวรรค์เร้นอีกด้วย เป็นไงลูกข้าสุดยอดไปเลยใช่ไหมขอรับ"เฟยหรงกล่าวอย่างโอ้อวดและภาคภูมิใจ ด้วยคำพูดที่กล่าวออกมาทั้งหมดมันทำให้เทพสมุทรทั้งสองอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงจนตาโตไม่คิดว่านอกจากเฟยหรงแล้วพวกเขายังจะมีเหลนที่มากพรสวรรค์ขนาดนี้ ช่างน่าเสียดายจริงๆที่ในบรรดาหลานๆไม่มีใครมีปราณธาตุวารีไม่เช่นนั้นเป่ยอวิ้นเอ่อจะเป็นคนฝึกสอนด้วยมือของตนเอง

     

    "ท่านพี่มานี่หน่อยเจ้าค่ะ"เป่ยอวิ้นเอ่อเหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้นางรีบดึงสามีของนางไปยังมุมลับตาในทันที ทั้งยังกางม่านพลังก่อนจะคุยกันอีกต่างหาก การกระทำเช่นนี้สำหรับเฟยหรงที่มองดูทั้งสองอยุ่มันช่างน่าสงสัยเหมือนจะมีแผนการอะไรแอบแฝงอย่างไรอย่างนั้น

     

    "ท่านแม่ข้าว่าท่านยายคงมีแผนการอะไรแน่ๆเลยขอรับ ข้าว่าพวกเราแผ่นกันดีกว่า"เฟยหรงกระซิบเป่ยอิงอิงผู้เป้นแม่เช่นกัน จนนางถึงกับยิ้มอย่างขบขันและพยักหน้ากันว่าจะหนีออกไปแต่ก็ไม่ทันการ ในขณะที่เฟยหรงและเป่ยอิงอิงกำลังหันหลังหนีนั้น ทั้งเป่ยอวิ้นเอ่อและเป่ยเฉินได้กระแอมออกมาพร้อมกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ว่า "หากเจ้าจะไปต้องพาผู้ติดตามไปด้วย"

     

    เฟยหรงถึงกับผงะในทันใด ให้เขาเอาผู้ติดตามไป นี่คือเรื่องที่พวกเขากระซิบกันเมื่อครู่หรือดูอย่างไรมันก็ต้องมีอะไรมากกว่านั้นอย่างแน่นอน

     

    "หุหุ แล้วท่านแม่จะให้ใครเป็นผู้ติดตามพวกเราไปละเจ้าคะ"เป่ยอิงอิงกล่าวเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง เป่ยอวิ้นเอ่อจึงทำท่าทีจริงจังก่อนนางจะกล่าวสิ่งที่ทำให้เฟยหรงต้องตะลึง "เป่ยลู่หลิน ธิดาของผู้อาวุโสสูงสุดระดับจักรพรรดิเทวพขั้นต้น มีนางไปด้วยยายถึงจะวางใจ"

     

    "เป่ยลู่หลิน??ท่านแม่นางเกิดก่อนข้าเกือบพันปีเลยนะเจ้าคะ"เป่ยอิงอิงกล่าวกล่าวอย่างไม่ยินยอม ดูเหมือนมันไม่ใช่การเลือกผู้ติดตามแต่เป็นการเลือกคู่มากกว่าอย่างไรอย่างนั้น เฟยหรงที่ได้ยินที่แม่เขาบอกถึงกับผงะโดยพลันและรับรู้ได้แล้วว่าแม่ของเขาจะสื่ออะไร แม้ในใจจะตื่นเต้นที่ได้เห็นสาวงามแต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ หากเผลอทำท่าทีตื่นเต้นเมื่อไรแล้วหญิงสาวไม่ได้ชอบพอในตัวเขาอย่างน้อยก็จะได้ไม่หน้าแตกมากเกินไปนัก

     

    "อิงเอ่อเจ้าจะคิดมากไปใย นางคือผู้ที่มีพรสวรรค์ที่สุดแล้วนอกจากสายเลือดประมุขอย่างพวกเรา ทั้งยังงดงามไม่แพ้หญิงใดในใต้หล้านี้อย่างแน่นอน อีกอย่างบนโลกใบนี้สิ่งที่ตัดสินทุกอย่างคือพลังหาใช่อายุไม่"เมื่อได้ฟังคำอธิบายของผู้เป็นแม่เป่ยอิงอิงก็นิ่งไปในทันที แม่ของนางพูดถูกบนโลกใบนี้พลังคือทุกสิ่งหาใช่อายุไม่แล้วนางจะคิดมากไปทำไมกัน

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810