วันรับน้อง
มหาวิทยาลัย SN
[06: 30 AM]
/// อากาศสดใส หัวใจผ่องแผ้ว วันนี้ไม่เหนื่อย วันนี้ไม่ง่วง ไม่ง่วง มายยยง่วงงงงง -_~ ///
แนะนำตัวกันสักนิดนะครับ ผมนาย (นายคือชื่อเล่นของผมเอง) ส่วนชื่อจริงคือ นายณภัทร อยู่สุขขี เป็นักศึกษามหาวิทยาลัย SN ชั้นปีที่หนึ่งคณะวิทยาศาสตร์และวันนี้เป็วันรับน้องของคณะครับ
“ปีหนึ่ง! ปีหนึ่ง! แถวตอนเรียงสิบทั้งหมดจัดแถว!!!”
ยืนกล่อมตัวเองได้ไม่นาน พี่ระเบียบหน้าโหดก็ะโบอกให้นักศึกษาปีหนึ่งทั้งหมดจัดแถว ผมหันไปมองเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังยืนหลับอยู่กลางลานหน้าหอประชุม และกำลังจะแคะขี้ตาป้ายไปที่เสื้อนักศึกษาของตัวเอง
“ไอ้เหี้ยเดี่ยว ทุเรศ”
"ก็กูง่วง" มันตอบกลับมาทั้งๆ ที่ยังยืนหลับตาอยู่ที่เดิม
“ง่วงแล้วทำไมต้องทุเรศขนาดนี้ด้วย! มึงนี่มันนิสัยโคตรสวนทางกับหน้าตาเลยว่ะไอ้เดี่ยว”
ก็อย่างที่บอกไป เพื่อนผมมันเป็พวกนิสัยสวนทางกับหน้าตา ที่ต้องพูดแบบนั้นก็เพราะว่ามันเป็คนที่ ทุเรศ สกปรก ปากหมา แถมยังใจใหญ่เกินตัวแต่สภาพร่างกับหน้าตามันดันเป็ผู้ชายหุ่นบางหน้าหวาน ตาสวย จมูกโด่ง ปากนี่อิ่มสีส้มอมชมพู แต่เ้าตัวมันไม่ยอมรับนะครับว่าตัวเองหน้าหวาน มันบอกว่าตัวเองหล่อมากและคิดว่าจะต้องมีเมียก่อนเพื่อนในกลุ่มให้ได้อีกตางหาก =_=
“ไปเป็เมียเขาก่อนเถอะมึง” ผมบ่นเพื่อนตัวเองเบาๆ หลังจากที่พยายามกระชากลากถูกมันให้เดินตามมาเข้าแถวได้สำเร็จ
“นาย~~~ มึง ว่า อะไรน๊ะ"
ผมหันมองตามเสียงเพื่อนรักที่ยังยืนหลับตาอยู่ด้านหลัง
/// ยัง ยังจะได้ยินอีก ///
“มึงแช่งกูหรอ~~~ ระวังเข้าตัวนะมึง…” ไอ้เดี่ยวยืนละเมอพูดขึ้นพร้อมกับอ้าปากหาว
“เข้าตัวที่หน้ามึง” ผมตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะได้ยินเสียงหาวสุดกวนตีนของเพื่อนอีกคน
“ห๊าวววววววว...ง่วง! ง่วงโว๊ยยยยยยย!!!” เป็เสียงไอ้ตั้มกับไอ้กายเพื่อนสนิทในกลุ่มผมเองครับ มันสองตัวะโออกมาพร้อมกัน ย้ำนะครับ!! ว่ามันะโ ผมหันไปตามเสียงหาวของพวกมันที่กำลังยืนกอดคอกันอ้าปากหาวท้าลมท้าฟ้าอยู่ข้างหลัง
ไอ้เดี่ยวที่กำลังยืนนิพพานสะดุ้งตื่นเต็มสองตาตอนที่ได้ยินเสียงเพื่อนสุดที่รักทั้งสองแหกปากลั่นหน้าหอประชุม ดีที่ตอนนี้พี่ระเบียบทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดแถวให้พวกปีหนึ่งอยู่ เสียงของพวกมันสองคนเลยไม่ค่อยเป็จุดสนใจเท่าไหร่
“ไอ้ตั้ม! ไอ้กาย! มึงจะะโหาพี่ระเบียบหรือไง!” ไอ้เดี่ยวะโด่าเพื่อนรักเสียงดัง
“โทษๆ ก็คนมันง่วงนี่หว่า ไม่รู้พี่จะเรียกรวมอะไรกันั้แ่หกโมงเช้า” เป็เสียงใสๆ ของไอ้กายที่ยืนน่ารักเป็เสาหินให้ไอ้ตั้มกอดคอเล่นผมอยู่
“มึงจะขอโทษทำไม กูเป็คนะโ” ไอ้ตั้มยืนทำหน้านิ่งๆพูดออกมาแบบไม่สนโลก ไม่รู้มันจะนิ่งไปไหนแต่แม่งก็หล่อกระชากใจแบบนิ่งๆ จนสาวๆหอประชุมที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดแถว หันมามองซุบซิบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันเป็แถว
/// เสน่ห์แรงจริงจริ๊งเพื่อนผม ///
“กูก็ะโนะเมื่อกี้ แต่ดังสู้มึงไม่ได้เท่านั้น...เอง” ไอ้กายเงยหน้าขึ้นมองไอ้ตั้มก่อนที่เสียงจะสะดุด เพราะเป็จังหวะเดียวกันกับไอ้ตั้มที่ก้มลงมามองหน้าตัวเองพอดี
/// เดี๋ยวๆ แล้วไอ้กายจะหน้าแดงไปไหน แล้วทำไมต้องเป็กูที่มาเห็นอะไรแบบนี้ด๊วย! =_= ///
“ไปต่อแถวไป” ไอ้ตั้มพูดขึ้นก่อนจะยกแขนออกจากคอของไอ้กาย มือใหญ่ดันหัวเล็กเพื่อให้ไปต่อแถว ไอ้กายก็เดินนำไปอย่างว่าง่าย เห็นแล้วผมก็นึกสงสารมันอยู่ลึกๆ ไอ้กายแอบชอบไอ้ตั้มครับ มันไม่ได้บอกผมหรอกแต่ผมแอบสังเกตพฤติกรรมมันั้แ่ม.ปลายแล้ว สายตาเศร้าๆของมันที่แสดงออกมาตอนที่ไอ้ตั้มคบผู้หญิงหลายๆ คน (ไอ้เชี้ยนี้แม่งสาวเยอะครับ) ส่วนไอ้ตั้มเองผมว่ามันก็ชอบไอ้กายอยู่เหมือนกันแต่มันคงจะไม่รู้ตัว เพราะดูพฤติกรรมมันสองคนแล้ว อีกคนชอบ รู้ตัวแต่ไม่พูด ส่วนอีกคนก็ชอบแต่ไม่รู้ตัว เฮ้อ…
“ไอ้นาย ไอ้นาย! เชี้ยนาย!! มึงจะยืนเอ๋อแดกอีกนานไหม เดี๋ยวได้โดนพี่ระเบียบเล่นหรอกมึง” ไอ้เดี่ยวะโขึ้น ผมจึงรีบเดินนำมันไปต่อแถวก่อนที่จะโดนพี่ระเบียบเล่นตามที่มันบอกจริงๆ
ตอนนี้เด็กปีหนึ่งทั้งหมดนั่งหน้าสะลอนเรียงกันสิบแถวหน้าหอประชุมเพื่อฟังพี่ระเบียบอธิบายอะไรสักอย่าง ผมไม่ได้ตั้งใจฟังสักเท่าไหร่เพราะกำลังตอบไลน์คุณนายสมรศรี ที่ตอนนี้หนีลูกชายไปเที่ยวกระบี่เรียบร้อย
หลังจากที่ก้มหน้าก้มตาคุยกับแม่ได้สักพัก ผมจึงเงยหน้าขึ้นมาฟังพี่ระเบียบต่อ อย่างที่บอกผมเรียนคณะวิทยาศาสตร์ และถึงผมจะหน้าตาดูฉลาดแบบนี้ แต่อันที่จริงโง่ครับควายล้วนๆไม่มีวัวผสมเลย ถ้าไม่ได้ไอ้ตั้มติวแบบบ้าบอคอแตก ผมคงสอบตรงเข้าคณะนี้ไม่ได้แน่ๆ
คณะวิทยาศาสตร์ที่ผมเรียน มีอยู่ทั้งหมด 8 สาขา แต่ขอไม่เล่านะครับว่ามีสาขาอะไรบ้าง เพราะผมเองก็จำไม่ได้เหมือนกัน มีนักศึกษาปีหนึ่งทั้งหมดอยู่ประมาณเจ็ดร้อยกว่าคน แล้วตอนนี้ทุกคน (ยกเว้นผม) ก็กำลังตั้งใจฟังพี่ระเบียบกันอย่างจริงจัง
“คำว่า "รุ่น!" มีความสำคัญและมีความหมายมาก พวกคุณได้พิสูจน์ตัวเองให้พวกผมเห็นแล้ว ว่าพวกคุณเหมาะสมที่จะได้รับมัน พวกเราจึงให้รุ่นกับพวกคุณ รักษามันให้ดีอย่าทำให้พวกผมต้องยึดมันคืน อย่าทำให้พวกผมผิดหวังและรู้สึกเสียใจที่ได้ให้รุ่นพวกคุณไป”
“แม่ง ให้แล้วมียึดคืนด้วยว่ะ!!” ไอ้เดี่ยวที่นั่งอยู่ด้านหลังผมพูดขึ้น
“เงียบเลยมึงน่ะ ฟังเฉยๆเป็ไหม” ผมหันหลังไปบอกเพื่อนตัวเองก่อนจะหันกลับมาตั้งใจฟังพี่ระเบียบพูดต่อ เพราะถึงจะได้รุ่นแล้วแต่พวกผมก็ยังไม่ปลดผ้าใบ เสียวโดนลงโทษครับบอกตรงๆ
[การปลดผ้าใบเป็ธรรมเนียมของคณะครับ เมื่อปีหนึ่งได้รุ่นแล้วจะมีพิธีการปลดผ้าใบจากรุ่นพี่หลังจากรับน้อง เพื่อบอกเป็นัยๆ ว่ากูจะไม่โดนลงโทษ!กูจะบิน!!แต่ตอนนี้...ยังไม่ได้ครับ เพราะพวกผมเพิ่งได้รุ่นเมื่อวาน แล้วกว่าจะได้มาก็โดนด่าไปสามชั่วโมงโดนลงโทษอีกนับไม่ถ้วน ระบมไปทั้งตัวแถมวันนี้พวกรุ่นพี่ยังให้มารับน้องอีก กูละเหนื่อย]
“สัญลักษณ์ที่อยู่บนแขนของพวกคุณ มันบ่งบอกว่าคุณได้รุ่นแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรให้อาจารย์ในคณะ หรือพวกผมขายหน้าที่ให้รุ่นพวกคุณทั้งๆ ที่ไม่ได้เื่!!” พี่ระเบียบยังสาธยายความสำคัญของรุ่นต่อไป เด็กปีหนึ่งต่างก้มมองไหมพรมสีน้ำตาลแดงที่ผูกอยู่บนข้อมือของตัวเอง
“ผูกมาด๊ายยย~~ เป็ร้อยเส้น กูว่านะถ้าไหมไม่หมดคงผูกยันจุ๊กกุแร้กูเลยมั้ง” เป็เสียงไอ้เดี่ยวคนเดียวคนเดิมที่นั่งบ่นอยู่ด้านหลังผม
“มึงนี้ก็ช่างจินตนาการเนอะ” ผมส่ายหัวให้กับความคิดของมัน ก็จะให้ทำไงได้หน้ามึงอยากสวย จนรุ่นพี่ชายหญิงอยากจะเข้ามารับขวัญผูกข้อไม้ข้อมือมันซะจนด้ายเต็มแขน
“แล้วทำไมของคนอื่นไม่เยอะเหมือนของกูวะ?” เดี่ยวพูดขึ้นพร้อมกับหันหน้าหันหลังมองแขนของเพื่อนคนอื่นๆ
“น้องด้านหลังสุด แถวเจ็ดคุยอะไรกันครับ!!!” เสียงพี่ระเบียบที่อยู่ด้านหน้าะโถามนักศึกษาที่อยู่ด้านหลังสุดแถวเจ็ด
เงียบ...
..........
..........
..........
“ใครวะมึง” เป็เสียงไอ้เดี่ยวที่กระซิบถามผม
“แล้วกูจะรู้ไหม” ผมตอบกลับไปเพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแถวไหนเป็แถวไหน อันที่จริงแถวที่ผมนั่งอยู่ผมยังไม่รู้เลยว่าเป็แถวที่เท่าไหร่ =_=?
“หึๆ” ไอ้ตั้มที่นั่งอยู่หลังสุดแถวก่อนหน้าผมหัวเราะขึ้นเสียงโมโนโทน
/// มึงจะหัวเราะทำไมเนี้ย กูหลอนน ///
ผมหันซ้ายหันขวาก่อนลองนับแถวดูว่าใครกันที่เป็ผู้โชคดีแถวเจ็ด …1 …2 …3 …4 …5 … แถวไอ้ตั้ม…แถวกู…กูรองสุดท้าย แสดงว่า…
“ไอ้เดี่ยวววมึง... มึงไง... มึงอะ” เป็ไอ้กายที่นั่งอยู่หน้าไอ้ตั้ม หันไปบอกกับคนที่อยู่ด้านหลังผม พร้อมกับทุกสายตาของเด็กปีหนึ่งรวมทั้งพี่ระเบียบหันมามองผมกับไอ้เดี่ยวพร้อมกัน
“ผมถามว่าคุยอะไรกัน!! เพื่อนผมพูดทำไมไม่ฟังครับ!!!” ไอ้พี่ระเบียบคนเดิมะโออกมาจากหน้าแถวในขณะที่ผมกับไอ้เดี่ยวยังเอ๋อแดกกันอยู่
“ไอ้เดี่ยวมึงอะ...แถวเจ็ด” ไอ้กายที่ตอนนี้ตาโตเท่าไข่ห่านกระซิบบอกไอ้เดี่ยวหันกลับไปมองด้านหลังทันทีจนผมกลัวว่าคอมันจะหัก ก่อนที่จะหันกลับมามองผมเมื่อรับรู้อะไรบางอย่าง
“ไอ้นายกู...กะ...กับมึง” ไอ้เดี่ยวที่ตอนนี้เหมือนิญญากำลังจะหลุด นั่งตัวตรงพยายามพูดกับผมเมื่อรู้ว่าตัวเองนั่งหลังสุด
“กูกับมึงอะไรล่ะครับ กูรองหลังเว้ยมึงอะหลังสุด” เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดครับตอนนี้
“เพื่อนผมถามทำไมไม่ตอบครับ!!!” และตอนนี้ิญญาไอ้เดี่ยวก็ได้หลุด! ออกไปเรียบร้อยแล้ว…
ไอ้พี่ระเบียบคนเดิมะโถามออกมาพร้อมกับมองไอ้เดี่ยวไม่วางตา
“หึ จ้องขนาดนี้ แดกเพื่อนกูเข้าไปเลยไหม!” เป็เสียงไอ้เพื่อนรักหน้านิ่งที่บ่นอยู่ข้างหน้าผมเองครับ
/// โถถถถถถ~~~ เชี้ยตั้มพูดซะดัง คือมึงไม่กลัวแต่กูกลัวไงสาด ///
ว่าแต่ไอ้พี่คนนี้ก็จ้องไอ้เดี่ยวเหมือนจะแดกจริงๆ และก่อนที่เพื่อนผมจะโดนจ้องจนพรุนทั้งตัว พี่ระเบียบหน้าโหดก็ถูกรุ่นพี่อีกคนที่ยื่นอยู่ด้านหลังเรียกให้หันไปคุยด้วยซะก่อน
โล่งแทนไอ้เดี่ยวไปครับ ว่าแต่ว่าไอ้พี่ที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลังนั้นใคร ทำไมผมไม่เห็นพี่มันเลยตอนเดินมาเข้าแถว ไม่ใช่ดิ ผมไม่เคยเห็นพี่มันั้แ่เข้าประชุมเชียร์ครั้งแรกจนถึงตอนได้รุ่นเลยนี่หว่า ทำไมหน้าแม่งดุจังวะ แต่ดูดีฉิบหาย ผมพยายามมองพี่มันผ่านคอนแทกต์เลนส์ั้แ่หัวจรดเท้า ผมสีดำเข็มไว้ยาวระต้นคอนิดๆ เหมือนเ้าตัวไม่ได้สนใจตัดแต่ง แต่กลับดูเซอร์น่าดึงดูด ไล่ลงมาที่คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังใช้ความคิด ตาคมเฉียบที่กำลังก้มมองเอกสารในมือ จมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากกระจับได้รูป ผมมององค์ประกอบบนใบหน้าที่คมคายตัดกับผิวขาวๆ ทำให้พี่มันดูโดดเด่นท่ามกลางพี่ระเบียบทั้งหมด ชุดที่ใส่ก็ดูไม่น่าจะเป็พี่ระเบียบ เพราะพี่มันใส่เสื้อแขนยาวสีดำตัวใหญ่ (หนาวมากมั้ง =_=) กับกางเกงยีนขาเดฟสีดำซีดๆ ที่ใส่แล้วทำให้ขาดูยาวเหมือนนายแบบในนิตยสารที่แม่ผมชอบอ่าน รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อเก่าๆนั้นก็ดูดีฉิบหาย ความสูงน่าจะซักร้อยแปดสิบกว่าได้ผมมองขายาวๆของพี่มันพร้อมกับนึกอิจฉาในใจ
“หุ่นแม่งจะดีไปไหนวะ...” ผมนั่งจ้องคนด้านหน้านานเท่าไหร่ไม่แน่ใจ จนเหมือนเ้าตัวจะรู้ ตวัดสายตาจากเอกสารในมือมองมาทางผม
“สัด! ตามึงใครแม่งปั้นมาวะ ดุฉิบหาย” ผมหลบสายตาพี่มันก่อนสบทออกมาเบาๆ
/// ไม่มองก็ได้ว๊อย หล่อตายแหละ ///
“น้องแถวเจ็ดคนสุดท้ายยืนขึ้น!! เดี๋ยวนี้!!!” พี่ระเบียบที่เป็คนอธิบายกฎในตอนแรก ะโออกมา
/// นี่ผมลืมไปแล้วนะเนี้ย ว่าเพื่อนตัวเองกำลังจะโดนลงโทษ ///
ไอ้เดี่ยวค่อยๆ ยืนขึ้น หน้ามันจากที่ขาวอมชมพูตอนนี้กลายเป็เหลืองซีดไปแล้ว
“ทำไมครับ สิ่งที่ผมกำลังพูดกำลังอธิบาย คุณรู้และเข้าใจหมดแล้วเหรอครับ? หรือคุณคิดว่าสิ่งที่ผมพูดมันไร้สาระครับ!!!?"
“…......”
“ตอบสิครับ! ว่ายังไง!!!” ผมแอบเห็นไอ้เดี่ยวสะดุ้ง ตอนที่พี่ระเบียบตะคอกลั่นหอประชุม
“มะ...มะ...ไม่รู้ครับ” ไอ้เดี่ยวเปล่งเสียงออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“ไม่รู้! ไม่รู้แล้วทำไมไม่ตั้งใจฟังครับ เพื่อนคุณที่เขาตั้งใจ ต้องมาเสียเวลาฟังผมอบรมคนที่ไม่มีความตั้งใจอย่างคุณ ไม่เกรงใจเพื่อนๆ เหรอครับ!!”
“........” ไอ้เดี่ยวได้แต่ยืนนิ่งพร้อมกับส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาให้ผม ที่หันหลังไปมองมันด้วยความเห็นใจ
“เชี้ยนาย ทิ้งกูเลยนะมึง” ไอ้เดี่ยวด่าผมพร้อมเปลี่ยนจากสายตาขอความช่วยเหลือมาเป็สายตาอาฆาตแทน
“วิ่งรอบหอประชุมสิบรอบ!!” พี่ระเบียบะโสั่งไอ้เดี่ยว
“……….” เดี่ยวเอ๋อแดกครับตอนนี้
“หูหนวกรึไง!! วิ่งรอบหอประชุมสิบรอบ!!” พี่ระเบียบะโสั่งอีกครั้ง คราวนี้น่าจะได้ยินกันทั้งมหาลัยแล้วมั้ง
“สิ...สิ...อิ...อิบ...สิบรอบ!!” กลัวจนติดอ่างละครับเพื่อนผม =_=
“ดัง ดัง!!!” พี่ระเบียบะโสั่ง ความดังเพิ่มขึ้นอีกประมาณสามเท่า คาดว่าตอนนี้ปีหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหน้าคงได้อานิสงส์ฝนเทียมจากปากพี่แกไปเต็มๆ
“สิบรอบ!!!!” ไอ้เดียวะโออกมาเสียงดังจนผมแอบสะดุ้ง แม่งโกรธใครมาวะเมื่อกี้ยังเป็ใบ้ติดอ่างอยู่เลย
“น้องที่นั่งอยู่ตรงนั้น ไม่คิดจะช่วยเพื่อนตัวเองหน่อยเหรอครับ"
*** Rw