การแข่งขันของวงกลมอื่นๆ เป็นไปอย่างช้าๆ มีเพียงวงกลมของเหล่าอัจฉริยะเท่านั้นที่จบอย่างรวดเร็วนานกว่าสองชั่วยามการแข่งขันในรอบสองจึงจบลง
เจ้าสำนักชวนหลิงลุกขึ้นยืนและถอนหายใจ “การทดสอบรอบสุดท้ายรอบจับคู่ประลองจะเป็นการจับฉลากหมายเลขอีกครั้งแล้วจะทำการสุ่มจับหมายเลขเพื่อต่อสู้ ใครฆ่าผู้ร่วมกิจกรรมคนอื่นจะได้รับการลงโทษอย่างหนัก”
เหล่าศิษย์ที่ร่วมกิจกรรมได้รับบัตรหมายเลขของตัวเองอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้เข้าร่วมนั้นเหลือเพียง49 คนเท่านั้น จึงดำเนินการอย่างรวดเร็ว
อาจารย์ท่านหนึ่งขึ้นบินไปยืนบนเวทีแล้วกล่าว “ตอนนี้เริ่มการทดสอบรอบสุดท้าย”
เขาเอื้อมมือเข้าไปในกล่องที่มีกองการ์ดหมายเลขพร้อมแกะสลักชื่อเหล่าศิษย์ตามหมายเลขที่ได้รับแล้ว
“เกมส์แรกหลี่เฟิ่ง กับเสี่ยวหยาง”
ในทันทีหลังประกาศนักเรียนสองคนก็เข้าสู่สนามแข่งคนหนึ่งใช้มีดและอีกคนหนึ่งก็ใช้หมัดและฝ่ามือภายใต้การดูแลของอาจารย์ผู้สอนในสนามเพื่อป้องกันการบาดเจ็บหนัก หรือการฆ่ากันการต่อสู้เป็นไปอย่างรวดเร็ว
นักเรียนที่ใช้มีดบังคับให้อีกฝ่ายตั้งรับและล่าถอยอย่างต่อเนื่องแต่นักเรียนที่ใช้หมัดมวยก็ไม่ได้แสดงแดงความอ่อนแอทั้งป้องกัน และแทรกการโจมตีเป็นระยะสุดท้ายนักเรียนที่ใช้มีดก็ใช้กระบวนท่าสยบคุ่ต้อสู้กระเด็นออกจากเวทีได้แผลเลือดไหลบนหน้าอกขนาดใหญ่
การดำเนินการคู่อื่นๆเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
“เกมส์ต่อไป จางเฉิน ฉินเฟิ่น”
พอได้ยินชื่อจางเฉินก็ขึ้นบนเวที
ฉินเฟิ่นปั้นหน้ายากเขาเป็นนักเรียนในชั้นปีที่ 4 แล้วเรียกได้ว่าเป็นชั้นเรียนตอนปลายมหาลัยกำหนดการเรียนไว้ 5 ปี หลังจาก 5 ปีแล้วต้องออกจากโรงเรียน หรือบรรลุขั่นนักรบปราณก็มาสามารถขอจบได้ ด้วยความมีอายุมากกว่าศึกษาหาความรู้และฝึกฝนมามากกว่า ฉินเฟิ่นมีความมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่งแต่พอเจอหน้าจางเฉินจริงๆ ก็รู้สึกกดดันมาก
“จางเฉินข้าไม่คิดว่าเจ้าจะจัดการมู่หยงฟู่และอีก3-4 คนนั้นอย่างง่ายดาย เจ้าเก่งมาก แต่ในชั้นเรียนระดับสูงเรามีทักษะการต่อสู้ที่สูงกว่าและระดับชั้นก็สูงกว่า ให้ดีเจ้ายอมแพ้ดีกว่า”เฉินเฟิ่นทำใจดีสู้เสือเขาพยายามทำเสียงมั่นใจในตัวเองอย่างมากแต่ภายในใจวิตกกังวลอยู่
“พูดแค่นั้นพอ เริ่มกันเลยเสียเวลา” จางเฉินเห็นอีกด้านข้างในอยู่แล้วและจงใจพูดไร้สาระมีแต่จะทำให้เสียเวลาจึงตั้งกระบวนท่าวิ่งเข้าหาฉินเฟิ่นแล้วก็ตีหมัดตรงเป้าหมายคือหน้าอกของฉินเฟิ่น
ฉินเฟินรวบรวมพลังปราณถึงขั่นสูงสุดแล้วต่อยออกไปเช่นกัน
“หมัดราชาคำราม”
บูมมมม
เสียงหมัดต่อหมัดปะทะกันดังก้องไปทั้งสนามมีฝุ่นลออกกระจัดกระจาย เมื่อทั้งสองหมัดชนกันการแสดงออกของฉินเฟิ่นก็เปลี่ยนไปรู้สึกพลังงานภายในหดตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งร่างกายละแขนขาก็ได้ยินเสียงดังลั่น
วินาทีต่อมาร่างกายของเขาก็บินออกนอกสนามและมีเลือดประทุ
ผู้ชมต่างตกใจไม่คิดว่าเกมส์จะจบเร็วมาก
ใบหน้าของมู่หยงเลี่ยนนั้นทั้งประหลาดใจและไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
“ให้เจ้าหยิ่งไปสักพักถ้าได้เจอกันแล้วเจ้าจะเสียใจที่ยังยืนอยู่ในรอบนี้” มู่หยงเลี่ยนกำกำปั้นแน่น
การแข่งขันดำเนินต่อไป
การแข่งขันที่สะดุดตาที่สุดคือ มู่หยงเลี่ยน เจียงจูนัน จั่วหมิง และต้วนเฉินหลายคนประกาศยอมแพ้โดยตรง แม้ระดับพลังจะใกล้เคียงกันแต่ศิลปะการต่อสู้และประสบการณ์ย่อมต่างกันมาก เพียงมองดูการแข่งขันที่ผ่านๆมานักเรียนหลายคนก็สามารถประเมินความสามารถตัวเองได้ ว่าควรสู้หรือไม่สู้
“เกมส์ต่อไป จางเฉิน กับเจียงจูนัน”
ทันทีที่ได้ยินประกันสีหน้าเจียงจูนันก็ไม่สู้ดีนัก เขากระโดดขึ้นเวทีทันที
“จางเฉินทางที่ดียอมรับความพ่ายแพ้ก่อนจะเจ็บตัว”
“ผู้คนมีแต่เรื่องไร้สาระ”จางเฉินกระโดดขึ้นเวทีมองเจียงจูนั้นด้วยแววตาเหยียดหยาม
เจียงจูนันสงบตัวเองและขยับตัวอย่างรวดเร็วลักษณะท่าเท้าและร่างกายเป็นแบบเสือชีตาพุ่งเข้าหาจางเฉินทันทีแล้วกระแทกหมัดอย่างแรง
“กำปั้นดับพระอาทิตย์”
อากาศดูเหมือนจะไหม้อยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เกิดคลื่นไฟแฝดเผาเหมือนการประทุของภูเขาไฟ
“อ่อนแกเกินไป”จางเจินหัวเราะเยาะและพุ่งหมัดเข้าชนตรงๆ ทั้งสองกระเด็นถอยหลังกันไปคนละ 5 ก้าวมองจากภายนอกคือทั้งสองคนสูสีกัน
“หมัดไฟผลาญนภา”
บูมมม
เจียงจูนันและจางเฉินปะทะหันต่อเนื่องหลายกระบวนท่าจากแรกเริ่มเป็นไปอย่างช้าๆ และเร็วขึ้น เร็วขึ้น ผู้ชมบนอัศจรรจากมองดูอ้าปากค้าง
“นี่คือการต่อสู้ระดับอัจฉริยะสองคนจริงๆ”
“จางเฉินทำได้ไง ความอดทนของร่างกายเป็นแบบนี้ได้ไงในระดับที่ต่างกันเจียงจูนันนั้นมีศิลปะการต่อสู้ระดับสูงมากมายแต่เด็กระดับก่อเกิดนี่เพียงใช้กระบวนท่าพื้นฐาน”
“ข้ามองตามจะไม่ทันแล้ว”
ผู้ชมต่างพิพากษ์วิจารย์กันอย่างอื้ออึงส่วนจางเฉินเข้าสู่รัฐสมาธิเขาเหมือนจะค้นพบอะไรบางอย่าง ยิ่งต่อสู้ ยิ่งเร็วขึ้นเร็วขึ้นคล้ายกับมีกระดาษบางๆ กำลังจะฉีกออกจากใจเขา
บูมม
พร้อมกับกระดาษบางๆที่ฉีกออก จางเฉินได้ปล่อยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณและเปรวเพลิงสีม่วงกระแทกไปที่เจียงจูนันอย่างรุนแรง
เจียงจูนันถูกกระแทกกระเด็นออกจากเวที เสื้อผ้าถูกเผาไหม้บนหน้าอกปรากฏเป็นรูปหมัดขนาดใหญ่ กระอักเลือดคำโตแล้วสลบไป
“ไฟเมื่อกี้คืออะไร”
จางเฉินรู้สึกมืนงงพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อทำความเข้าใจผู้ชมมากมายก็เห็นแสงไฟที่ปล่อยออกมาจากท่าหมัดพื้นฐานของจางเฉินผู้ชมได้แต่ทำหน้าโง่ๆ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“ผู้ชนะจางเฉิน”
อาจารย์ผู้ดูแลประกาศหลังจากตรวจสอบบาดแผลของเจียงจูนันก็เรียกอาจารย์ท่านอื่นพาไปพยาบาลทันที
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปหลังจากจางเฉินกลับมานั่งที่เดิมแล้ว เขาพยายามค้นหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยไม่สนใจการแข่งขันของคนอื่นมากนักแต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่พบ อาจจะต้องต่อสู้อีกต่อสู้ให้มากขึ้นเพื่อให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง จางเฉินได้แต่ถอนหายใจและสงบลง
การแข่งขันคู่อื่นๆนั้นผ่านไปแล้ว การแข่งขันรอบสุดท้ายใกล้จบเหลือผู้เข้าแข่งที่ยังต้องแข่งอีกไม่กี่คู่ก่อนประกาศระดับ