เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 53 งานประลองยุทธประจำปี 5

        การแข่งขันของวงกลมอื่นๆ เป็นไปอย่างช้าๆ มีเพียงวงกลมของเหล่าอัจฉริยะเท่านั้นที่จบอย่างรวดเร็วนานกว่าสองชั่วยามการแข่งขันในรอบสองจึงจบลง


        เจ้าสำนักชวนหลิงลุกขึ้นยืนและถอนหายใจ “การทดสอบรอบสุดท้ายรอบจับคู่ประลองจะเป็นการจับฉลากหมายเลขอีกครั้งแล้วจะทำการสุ่มจับหมายเลขเพื่อต่อสู้ ใครฆ่าผู้ร่วมกิจกรรมคนอื่นจะได้รับการลงโทษอย่างหนัก”


         เหล่าศิษย์ที่ร่วมกิจกรรมได้รับบัตรหมายเลขของตัวเองอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้เข้าร่วมนั้นเหลือเพียง49 คนเท่านั้น จึงดำเนินการอย่างรวดเร็ว


         อาจารย์ท่านหนึ่งขึ้นบินไปยืนบนเวทีแล้วกล่าว “ตอนนี้เริ่มการทดสอบรอบสุดท้าย”


      เขาเอื้อมมือเข้าไปในกล่องที่มีกองการ์ดหมายเลขพร้อมแกะสลักชื่อเหล่าศิษย์ตามหมายเลขที่ได้รับแล้ว


         “เกมส์แรกหลี่เฟิ่ง กับเสี่ยวหยาง”


         ในทันทีหลังประกาศนักเรียนสองคนก็เข้าสู่สนามแข่งคนหนึ่งใช้มีดและอีกคนหนึ่งก็ใช้หมัดและฝ่ามือภายใต้การดูแลของอาจารย์ผู้สอนในสนามเพื่อป้องกันการบาดเจ็บหนัก หรือการฆ่ากันการต่อสู้เป็นไปอย่างรวดเร็ว


        นักเรียนที่ใช้มีดบังคับให้อีกฝ่ายตั้งรับและล่าถอยอย่างต่อเนื่องแต่นักเรียนที่ใช้หมัดมวยก็ไม่ได้แสดงแดงความอ่อนแอทั้งป้องกัน และแทรกการโจมตีเป็นระยะสุดท้ายนักเรียนที่ใช้มีดก็ใช้กระบวนท่าสยบคุ่ต้อสู้กระเด็นออกจากเวทีได้แผลเลือดไหลบนหน้าอกขนาดใหญ่

        การดำเนินการคู่อื่นๆเป็นไปอย่างต่อเนื่อง


       “เกมส์ต่อไป จางเฉิน  ฉินเฟิ่น”


      พอได้ยินชื่อจางเฉินก็ขึ้นบนเวที


        ฉินเฟิ่นปั้นหน้ายากเขาเป็นนักเรียนในชั้นปีที่ 4 แล้วเรียกได้ว่าเป็นชั้นเรียนตอนปลายมหาลัยกำหนดการเรียนไว้ 5 ปี หลังจาก 5 ปีแล้วต้องออกจากโรงเรียน หรือบรรลุขั่นนักรบปราณก็มาสามารถขอจบได้ ด้วยความมีอายุมากกว่าศึกษาหาความรู้และฝึกฝนมามากกว่า ฉินเฟิ่นมีความมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่งแต่พอเจอหน้าจางเฉินจริงๆ ก็รู้สึกกดดันมาก


       “จางเฉินข้าไม่คิดว่าเจ้าจะจัดการมู่หยงฟู่และอีก3-4 คนนั้นอย่างง่ายดาย เจ้าเก่งมาก แต่ในชั้นเรียนระดับสูงเรามีทักษะการต่อสู้ที่สูงกว่าและระดับชั้นก็สูงกว่า ให้ดีเจ้ายอมแพ้ดีกว่า”เฉินเฟิ่นทำใจดีสู้เสือเขาพยายามทำเสียงมั่นใจในตัวเองอย่างมากแต่ภายในใจวิตกกังวลอยู่


       “พูดแค่นั้นพอ เริ่มกันเลยเสียเวลา”  จางเฉินเห็นอีกด้านข้างในอยู่แล้วและจงใจพูดไร้สาระมีแต่จะทำให้เสียเวลาจึงตั้งกระบวนท่าวิ่งเข้าหาฉินเฟิ่นแล้วก็ตีหมัดตรงเป้าหมายคือหน้าอกของฉินเฟิ่น


       ฉินเฟินรวบรวมพลังปราณถึงขั่นสูงสุดแล้วต่อยออกไปเช่นกัน


        “หมัดราชาคำราม”

       

    บูมมมม


        เสียงหมัดต่อหมัดปะทะกันดังก้องไปทั้งสนามมีฝุ่นลออกกระจัดกระจาย เมื่อทั้งสองหมัดชนกันการแสดงออกของฉินเฟิ่นก็เปลี่ยนไปรู้สึกพลังงานภายในหดตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งร่างกายละแขนขาก็ได้ยินเสียงดังลั่น


        วินาทีต่อมาร่างกายของเขาก็บินออกนอกสนามและมีเลือดประทุ


        ผู้ชมต่างตกใจไม่คิดว่าเกมส์จะจบเร็วมาก


       ใบหน้าของมู่หยงเลี่ยนนั้นทั้งประหลาดใจและไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น


        “ให้เจ้าหยิ่งไปสักพักถ้าได้เจอกันแล้วเจ้าจะเสียใจที่ยังยืนอยู่ในรอบนี้” มู่หยงเลี่ยนกำกำปั้นแน่น


        การแข่งขันดำเนินต่อไป


      การแข่งขันที่สะดุดตาที่สุดคือ มู่หยงเลี่ยน  เจียงจูนัน จั่วหมิง และต้วนเฉินหลายคนประกาศยอมแพ้โดยตรง แม้ระดับพลังจะใกล้เคียงกันแต่ศิลปะการต่อสู้และประสบการณ์ย่อมต่างกันมาก เพียงมองดูการแข่งขันที่ผ่านๆมานักเรียนหลายคนก็สามารถประเมินความสามารถตัวเองได้ ว่าควรสู้หรือไม่สู้


       “เกมส์ต่อไป จางเฉิน กับเจียงจูนัน”


       ทันทีที่ได้ยินประกันสีหน้าเจียงจูนันก็ไม่สู้ดีนัก เขากระโดดขึ้นเวทีทันที


       “จางเฉินทางที่ดียอมรับความพ่ายแพ้ก่อนจะเจ็บตัว”


       “ผู้คนมีแต่เรื่องไร้สาระ”จางเฉินกระโดดขึ้นเวทีมองเจียงจูนั้นด้วยแววตาเหยียดหยาม


       เจียงจูนันสงบตัวเองและขยับตัวอย่างรวดเร็วลักษณะท่าเท้าและร่างกายเป็นแบบเสือชีตาพุ่งเข้าหาจางเฉินทันทีแล้วกระแทกหมัดอย่างแรง


       “กำปั้นดับพระอาทิตย์”


      อากาศดูเหมือนจะไหม้อยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เกิดคลื่นไฟแฝดเผาเหมือนการประทุของภูเขาไฟ


       “อ่อนแกเกินไป”จางเจินหัวเราะเยาะและพุ่งหมัดเข้าชนตรงๆ ทั้งสองกระเด็นถอยหลังกันไปคนละ 5 ก้าวมองจากภายนอกคือทั้งสองคนสูสีกัน


       “หมัดไฟผลาญนภา”


       บูมมม


      เจียงจูนันและจางเฉินปะทะหันต่อเนื่องหลายกระบวนท่าจากแรกเริ่มเป็นไปอย่างช้าๆ และเร็วขึ้น เร็วขึ้น ผู้ชมบนอัศจรรจากมองดูอ้าปากค้าง


       “นี่คือการต่อสู้ระดับอัจฉริยะสองคนจริงๆ”


       “จางเฉินทำได้ไง ความอดทนของร่างกายเป็นแบบนี้ได้ไงในระดับที่ต่างกันเจียงจูนันนั้นมีศิลปะการต่อสู้ระดับสูงมากมายแต่เด็กระดับก่อเกิดนี่เพียงใช้กระบวนท่าพื้นฐาน”


       “ข้ามองตามจะไม่ทันแล้ว”


      ผู้ชมต่างพิพากษ์วิจารย์กันอย่างอื้ออึงส่วนจางเฉินเข้าสู่รัฐสมาธิเขาเหมือนจะค้นพบอะไรบางอย่าง ยิ่งต่อสู้ ยิ่งเร็วขึ้นเร็วขึ้นคล้ายกับมีกระดาษบางๆ กำลังจะฉีกออกจากใจเขา


       บูมม


       พร้อมกับกระดาษบางๆที่ฉีกออก จางเฉินได้ปล่อยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณและเปรวเพลิงสีม่วงกระแทกไปที่เจียงจูนันอย่างรุนแรง


      เจียงจูนันถูกกระแทกกระเด็นออกจากเวที เสื้อผ้าถูกเผาไหม้บนหน้าอกปรากฏเป็นรูปหมัดขนาดใหญ่ กระอักเลือดคำโตแล้วสลบไป


       “ไฟเมื่อกี้คืออะไร”


       จางเฉินรู้สึกมืนงงพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อทำความเข้าใจผู้ชมมากมายก็เห็นแสงไฟที่ปล่อยออกมาจากท่าหมัดพื้นฐานของจางเฉินผู้ชมได้แต่ทำหน้าโง่ๆ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร


        “ผู้ชนะจางเฉิน”


       อาจารย์ผู้ดูแลประกาศหลังจากตรวจสอบบาดแผลของเจียงจูนันก็เรียกอาจารย์ท่านอื่นพาไปพยาบาลทันที


        การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปหลังจากจางเฉินกลับมานั่งที่เดิมแล้ว เขาพยายามค้นหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยไม่สนใจการแข่งขันของคนอื่นมากนักแต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่พบ อาจจะต้องต่อสู้อีกต่อสู้ให้มากขึ้นเพื่อให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง จางเฉินได้แต่ถอนหายใจและสงบลง


        การแข่งขันคู่อื่นๆนั้นผ่านไปแล้ว การแข่งขันรอบสุดท้ายใกล้จบเหลือผู้เข้าแข่งที่ยังต้องแข่งอีกไม่กี่คู่ก่อนประกาศระดับ

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน