ซุนเฟยฝันแปลกๆ
เขาฝันเห็นเมืองแซมบอร์ดถูกข้าศึกจากไหนไม่รู้แห่เข้ามาโจมตีเมืองเหมือนกลุ่มผึ้งแม้ว่าตัวเองจะพยายามใช้ขวานยักษ์คนเถื่อนสังหารอย่างบ้าคลั่งแต่ข้าศึกมีจำนวนมากเกินไป ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็สังหารไม่หมดไม่สิ้นจนสุดท้ายเขาหมดแรงและถูกข้าศึกจับมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนา แล้วก็มีไอ้นักเวทชั่วช้าโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ใบหน้าชั่วร้ายของมันแสยะยิ้มออกมา ก่อนจะใช้บอลไฟของมันมาจี้ตูดของเขา...
ซุนเฟยขัดขืนอย่างดุเดือด
จากนั้นก็สะดุ้งตื่นขึ้น
เมื่อเงยหน้าขึ้น มีข้าศึกกับนักเวทชั่วร้ายที่ไหนกันความจริงคือเขานอนจนตะวันส่องก้นแล้วต่างหาก ที่รู้สึกตูดร้อนๆ เป็นเพราะแสงพระอาทิตย์ทะลุหน้าต่างมาส่องก้น...
“เวรเอ๊ย เกิดอะไรขึ้น? ข้าแก้ผ้านอนหรือเนี่ย?”
ซุนเฟยที่พึ่งตื่นมีอาการง่วงนอนเล็กน้อย
เขาตบหลังศีรษะและนึกถึงความฝันบ้าบอเมื่อคืนนี้ในลานกว้างจำได้แต่ว่าตัวเองถูกชาวบ้านและทหารที่อยู่รอบๆ ร้องเชียร์ให้ดื่มเขาก็เป็นพวกบ้ายอเสียด้วย เพียงถูกยุเล็กน้อยก็ขึ้นง่ายไม่ว่าต้องดื่มกี่แก้วเขาก็ไม่ปฏิเสธ สุดท้ายก็สลบเหมือดเพราะดื่มหนักมากเกินไปจากนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้และยังอยู่ในสภาพแบบนี้อีกด้วย สภาพเปลือยกายล่อนจ้อนไม่สวมเสื้อผ้าอะไรเลยน้องชายของเขาก็ตื่นขึ้นมาเคารพธงชาติอย่างแข็งขันอีกต่างหาก
ซุนเฟยที่ยกมือสองข้างขึ้นมาปิดที่หน้าอกตัวเองพลางพูดเสียงแหลมสูงราวกับเป็นหญิงพรหมจรรย์“นี่มันเกินไปแล้ว แม้ว่าข้าจะเป็นผู้ชาย แต่ข้าก็ยังบริสุทธิ์นะ...ไม่รู้ว่าน้องชายของข้าจะถูกใครเห็นไปแล้วบ้าง”
นั่งนิ่งอยู่นาน ก่อนจะมีสายลมเบาๆ พัดโชยเข้ามาจากหน้าต่าง
ซุนเฟยมองรอบๆ ก็ไม่เห็นผู้คน เขาค่อยๆ ลุกจากเตียงแล้วย่องไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่แขวนอยู่กับไม้แขวนเสื้อออกมาแล้วรีบสวมใส่มันอย่างรวดเร็วในฐานะราชาจะเปลือกกายล่อนจ้อนเดินไปมาในพระราชวังทุกวันมันก็ไม่เป็นไรหรอกแต่ซุนเฟยไม่ได้มีงานอดิเรกที่เลวร้ายขนาดนี้ แต่ในขณะที่สวมเสื้อผ้าซุนเฟยก็พบอีกเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนใจสลายอย่างมากคิดไม่ถึงว่าคนต่างโลกจะไม่สวมกางเกงกัน
สองวันก่อนหน้านี้ เนื่องจากเวลามันกระชั้นชิดซุนเฟยจึงไม่มีเวลาว่างคอยสังเกตเรื่องนี้วันนี้จึงมีเวลาคิดอย่างรอบคอบถึงได้พบว่าเครื่องแต่งกายของคนในโลกนี้คล้ายกับสมัยยุโรปก่อนคริสตกาลชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ว่าจะส่วนบนหรือส่วนล่างก็จะพันด้วยผ้าขนาดใหญ่แล้วใช้เชือกมัดด้านนอกจึงดูเหมือนเป็นเสื้อคลุมยาว แต่ด้านในกลับโล่งโจ้งซึ่งผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเปลือยกายท่อนบน ส่วนขุนนางและคนมีเงินจะดีกว่าเล็กน้อย เขาจะพันร่างด้วยผ้าถึงสองผืนแต่จะมีชั้นในหรือไม่นั้นซุนเฟยเองก็ไม่รู้แต่ซุนเฟยพบว่าชุดของราชาก็เป็นเพียงผ้าไหมนุ่มๆ สามเหลี่ยมไว้ห่อเป้าผืนหนึ่ง อย่าไปพูดถึงกางเกงเลยชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่สวมกระโปรงด้วยซ้ำ มีเพียงพวกขุนนางมีเงินเท่านั้นที่จะสวม‘กางเกง’ แต่มันก็เป็นเพียงการพันท่อนล่างด้วยผ้าเหมือนกระโปรงผู้หญิง แล้วผูกด้ายสีทองตรงเอวซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นกระโปรงทั้งยังระบายอากาศได้ทุกด้าน
เมื่อสวมชุดแล้ว ซุนเฟยรู้สึกว่าเย็นๆ โล่งๆ ที่น้องชาย มันไม่ชินเอาเสียเลย
คิดไปคิดมา เขายังมีชุดเกราะหนังของชุดอัศวินที่วางอยู่ไกลออกไป อย่างน้อยเกราะหนังนี้ยังมีซับในที่เย็บด้วยหนังหยาบๆแม้ว่าหลังจากที่สวมมันแล้วจะเจ็บน้องชายก็เถอะ แต่ก็ยังรู้สึกปลอดภัยมากกว่า
ในห้องโถงเงียบมาก ซุนเฟยเดินไปที่หน้าต่างของวัง
ถึงจะพูดว่าเป็นหน้าต่าง แต่ความจริงมันมีขนาดใหญ่มากขนาดของมันเท่ากับประตูเลยทีเดียว ห้องโถงนี้สร้างขึ้นด้วยก้อนหินสีขาวขนาดใหญ่ทั้งหมดสวยงามอย่างมาก รอบๆ ห้องโถงมีเสาหินและรูปปั้นที่สูงห้าหกเมตรตั้งตระหง่าน และบนผนังก็มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรงดงามทิศตะวันตก ทิศตะวันออก และทิศใต้ต่างมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดอยู่ แสงอาทิตย์และสายลมสามารถทะลุหรือพัดเข้ามาในห้องโถงได้ให้ความรู้สึกเหมือนหลอมรวมกับธรรมชาติ
โลกนี้ไม่เหมือนโลกเก่าที่เต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศสีเทาปกคลุมไปทุกพื้นที่ ภูเขาเขียวน้ำใส แสงแดดเจิดจ้าหญ้าสีเขียว เสียงนกกระพือปีกร้องจิ๊บๆ ท้องฟ้าสดใส ทุกอย่างมันสวยงามมาก
เนื่องจากที่ตั้งของห้องโถงสูงกว่าสถานที่โดยรอบ แค่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างซุนเฟยก็สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองแซมบอร์ดได้ทั้งหมดหลังจากสังเกตอย่างระมัดระวังก็พบว่าพระราชวังหลังนี้สร้างขึ้นมาจากหินยักษ์สีขาวเกือบจะทั้งหมดนอกจากอาคารไม่กี่แห่ง บ้านของชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีลักษณะเรียงหินซ้อนกันขึ้นมาถนนในเมืองมีขนาดกว้างขวาง ทั้งหมดทำจากหินสีขาวที่ไม่รู้จัก ทุกที่จะมีรูปปั้นหินแกะสลักขนาดใหญ่ประมาณสิบยี่สิบเมตรอยู่นี่เป็นครั้งแรกที่ซุนเฟยสังเกตรายละเอียดของอาณาจักรตัวเองอย่างละเอียดที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจคือ มีการแบ่งพื้นที่ของเมืองได้อย่างเหมาะสมเขาสามารถแยกพื้นที่ต่างๆ ในเมืองทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ตลาดลานกว้าง ลานฝึกทหาร ลานชุมนุม วัด...แม้กระทั่งพื้นที่สำหรับการทิ้งขยะก็จะแยกพื้นที่ออกมาเป็นพิเศษ
“ไม่อยากจะเชื่อดูเหมือนว่าเมืองนี้จะมีนักออกแบบที่มีความรู้ที่ทันสมัยอยู่ด้วย...”ซุนเฟยอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา เมื่อมองไปตรงริมชายฝั่งทิศใต้ของแม่น้ำจูลี่ที่อยู่นอกเมืองซึ่งเป็นที่ราบมีหญ้าอุดมสมบูรณ์เขียวขจี ซุนเฟยยิ่งรู้สึกเหมือนเมืองแซมบอร์ดกำลังซุกซ่อนความลับอะไรบางอย่างเอาไว้เกรงว่าทุกคนที่อยู่ในเมืองแซมบอร์ดตอนนี้จะต้องเป็นผู้มาทีหลังไม่ใช่ผู้ที่สร้างเมืองแห่งนี้ ชาวเมืองแซมบอร์ดปัจจุบันนี้ไม่น่าสร้างป้อมปราการแบบคลาสสิกพวกนี้ขึ้นมาได้
ขณะที่ซุนเฟยถอนหายใจก็ได้ยินเสียงใสของคู่หมั้นดังมาจากด้านหลัง
“อเล็กซานเดอร์ ท่านตื่นแล้ว เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมอาหารเช้าให้นะเจ้าคะ...หากทานตอนร้อนๆจะดีมากเลย หลังอาหารเช้า ขุนนางและเสนาบดีจะมาเข้าเฝ้าท่านตามระเบียบปฏิบัติเจ้าค่ะ”แองเจล่าถือถาดสีทอง ด้านบนมีน้ำผลไม้คั้นสดและนมแพะร้อนๆ
ขณะที่กินอาหารเช้าไปพลางก็มองแองเจล่าที่นั่งข้างๆ ไปพลางซุนเฟยก็พลันรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเขาลอบมองคอเสื้อคลุมยาวสีฟ้าครามของแองเจล่าที่แหวกออก ในใจก็แอบคิดว่า“ไม่รู้ว่าข้างในจะมีเสื้อในกับซับในหรือเปล่าหรือว่าพวกผู้หญิงในแผ่นดินอาเซรอทจะสวมแต่เสื้อคลุมยาว ส่วนท่อนล่างจะมีเพียงผ้าสามเหลี่ยมผืนน้อยเท่านั้นตอนเดินมันจะไม่วับๆ แวมๆ ออกมาเหรอ?”
“บางทีข้าควรจะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของชาวเมืองแซมบอร์ด อย่างน้อยให้ผู้ชายทุกคนมีอะไรมาปกป้องน้องชายของตัวเองก็ยังดีและให้พวกผู้หญิงไม่ต้องนมยานก่อนวัยอันควรด้วย!”
ซุนเฟยพลันรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที ในหัวตอนนี้เกิดความคิดที่จะปฏิรูปเครื่องแต่งกายของอาณาจักร
……
……
“อะไรนะ? บาร์เซิลกับกิลไม่อยู่แล้ว?”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ในห้องโถงว่าราชการซุนเฟยรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่นั่งบนบัลลังก์หินยักษ์ที่สูงจากพื้นประมาณสามเมตร ล้อมรอบด้วยรูปปั้นสิงโตปีศาจสองตัวเมื่อเขาได้ยินบรู๊ครายงานเรื่องนี้ก็ตกตะลึงไปชั่วครู่
“โปรดยกโทษให้กับความผิดของข้าน้อยด้วยขอรับ องค์ราชาอเล็กซานเดอร์ ข้าได้ส่งทหารไปเฝ้าระวังบาร์เซิลทั้งคืนก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆแต่พอเช้าวันต่อมา จู่ๆ พ่อบ้านของเลขานุการก็วิ่งออกมารายงานอย่างตื่นตกใจว่าบาร์เซิลและกิลหายไปแล้วขอรับ”
บรู๊คก้มหน้าลงด้วยความอับอาย
ซุนเฟยชะงักไปเล็กน้อย ตามที่บรู๊คเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าเลขานุการบาร์เซิลเป็นเพียงคนธรรมดาไม่มีความสามารถทางเวทมนตร์ ส่วนกิลแม้ว่าจะมีเวทมนตร์แต่ก็เป็นแบบงูๆ ปลาๆ เป็นไปไม่ได้ที่จะหายตัวไปอย่างรวดเร็วภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดแบบนี้นอกเสียจากว่า...
“บรู๊ค เรื่องนี้โทษเจ้าไม่ได้หรอก...”ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองอย่างแลมพาร์ดก็พลันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“หากบาร์เซิลต้องการจะไป ก็ไม่มีใครในเมืองแซมบอร์ดขวางเขาได้ต่อให้ข้าและองค์ราชาอเล็กซานเดอร์จะเป็นคนไปขวางด้วยตัวเอง เกรงว่าคงไม่อาจรั้งเขาไว้ได้อยู่ดี”
เมื่อประโยคนี้พูดออกมา ทุกคนในห้องโถงต่างพากันตกตะลึง พวกเขาเผยสีหน้าตกใจ
แม้แต่นักรบสามดาวหนึ่งคนและราชาที่สามารถสังหารนักรบสามดาวได้ ก็ไม่อาจขัดขวางการหลบหนีของคนแก่ที่อ่อนแอคนหนึ่งได้? เป็นไปได้หรือ?
เห็นทุกคนมองมาที่ตัวเองเหมือนไม่อยากจะเชื่อแลมพาร์ดจึงพูดต่อไปว่า “ไม่นานมานี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆ ข้างกายของบาร์เซิลถึงได้ปรากฏนักเวทสามดาวที่แข็งแกร่งคอยทำงานให้เขาข้าเคยปะทะกับนักเวทคนนั้นแต่ก็เอาชนะเขาไม่ได้...สำหรับนักเวทสามดาวคนหนึ่ง หากอยากจะพาคนสองคนหลบหนีการเฝ้าระวังของทหารแล้วพาออกจากเมืองแซมบอร์ดมันทำได้ง่ายมาก”
“จะเป็นไปได้อย่างไร?”
“นักเวทสามดาว? โอ้พระเจ้า...”
“ความจริงแล้วบาร์เซิลมีนักเวทคอยทำงานให้เขา?”
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจู่ๆ กิลก็กลายเป็นนักเวทฝึกหัดได้ที่แท้ก็เป็นแบบนี้...”
“น่ากลัวนัก ผู้ชายคนนั้นช่างซ่อนตัวได้แนบเนียนยิ่ง...”
เมื่อได้ยินยอดฝีมืออันดับหนึ่งเปิดเผยความลับออกมาทุกคนก็พลันตื่นตกใจจนหน้าถอดสี พวกเขาส่วนใหญ่ต่างคาดไม่ถึง นอกจากแลมพาร์ดนักรบสามดาวที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวเมืองแซมบอร์ดแล้วยังมีนักเวทสามดาวที่หลบซ่อนตัวอย่างไม่น่าเชื่ออยู่ด้วย...น่าเสียดายที่นักเวทคนนี้ดันไปรับใช้บาร์เซิลคนสารเลวไม่อย่างนั้น หนึ่งนักเวท หนึ่งนักรบระดับสามดาว ผู้แข็งแกร่งทั้งสองคนนี้จะทำให้เมืองแซมบอร์ดกลายเป็นอาณาจักรระดับห้าได้อย่างแน่นอนเผลอๆ อาจจะกลายเป็นอาณาจักรระดับสี่ก็เป็นได้
ทุกคนพลันเข้าใจว่าแล้วว่าเพราะอะไรก่อนหน้านี้บาร์เซิลถึงพยายามยึดครองอำนาจราชาที่แท้ก็อยากจะได้บัลลังก์ราชาของอเล็กซานเดอร์ ทว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองแซมบอร์ดมีความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องกับองค์ราชาองค์ก่อนแลมพาร์ดจึงคอยปกป้องอเล็กซานเดอร์มาตลอด ทั้งยังพยายามสร้างความเสถียรภาพให้แก่กองทัพเท่านั้นไม่ควบคุมการกระทำของบาร์เซิล ทำให้หลายคนผิดหวังมาก ที่แท้สาเหตุก็เป็นแบบนี้
ซุนเฟยพยักหน้า
เมื่อวานตอนที่เขาสลับเป็น ‘โหมดนักเวท’ในหอสังเกตการณ์เขาก็รับรู้ถึงพลังเวทมนตร์ที่น่าเกรงขามที่อยู่ข้างกายบาร์เซิลตอนนั้นเขาพอเข้าใจถึงปัญหามากมายยิ่งได้มาฟังจากปากของแลมพาร์ดเองแล้วก็ยืนยันกับสิ่งที่ตัวเองคิดยิ่งขึ้นเพียงแต่ทำไมบาร์เซิลถึงสามารถทำให้นักเวทย์ระดับสามดาวที่แข็งแกร่งมารับใช้ตัวเองได้นะ?
ซุนเฟยรู้สึกงุนงงอย่างมาก
“บรู๊ค เจ้ารีบเกณฑ์ทหารทั้งหมดค้นหาให้ทั่วเมือง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบาร์เซิลไปแล้วจริงๆไม่ใช่แอบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดเตรียมวางแผนชั่วอะไร...” ซุนเฟยโบกมือเพื่อให้ไปจัดการเรื่องนี้“นอกจากนี้ ให้เลิกทาสที่อยู่ในคฤหาสน์บาร์เซิลทั้งหมด ให้พวกเขาเป็นอิสระเสียส่วนคฤหาสน์และสมบัติทั้งหมดยกให้เป็นของหลวง”
พูดจบ ซุนเฟยที่นั่งบนบัลลังก์ก็กวาดสายตามองหน้าทุกคนที่อยู่ให้ห้องโถงว่าราชการเพียร์ซ ดร็อกบา บรู๊ค ตอร์เรส แลมพาร์ด...และเบสท์ชายแก่หน้าหล่อนั่นอีกตลอดจนชายแก่ไม่กี่คนที่เป็นขุนนางชั้นสูงของเมืองแซมบอร์ด คนเหล่านี้คือ ‘ผู้นำ’สำคัญในอนาคตของเมืองแซมบอร์ด
“น่าเสียดายที่พลังของคนกลุ่มนี้อ่อนแอเกินไปดูเหมือนว่าข้าต้องหาหนทางเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทุกคนโดยเร็วที่สุดไม่รู้ว่าจะในโลก Diablo จะมีวิธีพวกนั้นไหม?” ซุนเฟยคิดในใจพลางพูดว่า “นอกจากนี้สำหรับการสร้างกองทัพและการจัดการบริหารอาณาจักร เราต้องรีบวางกำหนดการให้เร็วที่สุดในโลกที่เต็มไปด้วยสงครามจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองแข่งกับเวลาเพื่อให้มีชีวิตรอด”
------------------