จางเฉินเดินทางเก็บสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง พบคนอื่นอยู่หลายครั้งบางครั้งเข้าพบว่าคนเหล่านี้เป็นนักรบปราณระดับกลางกันแล้วดินแดนลับนั้นไม่สามารถเข้าได้หากเกิดกว่าระดับหลอมรวมลมปราณจางเฉินคิดว่าพวกนี้น่าจะกดทับการเพาะปลูกไว้ก่อนแล้วพัฒนาการเพาะปลูกที่นี้ การเตรียมการเพื่อหาขุมทรัพย์ครั้งนี้ทั้งสี่อาณาจักรลงทุนอย่างมากจริงๆ
บูมมม
“เกิดอะไรขึ้น”
จางเฉินมองท้องฟ้าในทิศทางที่เกิดเสียงเป็นภูเขาลูกหนึ่งปรากฏแสงสายรุ้งแล้วปะทุเสียงดังออกมาภูเขาทั้งลูกนั้นยังคงเหมือนกำลังสั่นไหว คาดว่าจะเป็นภูเขาไฟ
“พี่โสมสมบัติเกิดหรือเปล่า”
“อืมข้าได้กลิ่นดอกบัวเหลียนหัว มันโตแต่เฉพาะในแม๊กม่าคิดว่าเม็ดของมันกำลังจะสุกจากปรากฏการน่าจะอีก 2 วัน”
ดอกบัวเหลียงฮัวนั้นเป็นสมุนไพรกระตุ้นเลือดสำหรับสัตว์อสูรซึ่งจะทำให้พวกมันก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงเมล็ดเดียวระดับราชาอาจพัฒนาสู่ระดับเซียนได้ถ้าตามเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาสำหรับมนุษย์เองก็เป็นยาบำรุงร่างกาย และเสริมเลือดชั้นดีต่อครั้งในรอบร้อยปีอาจจะมี 9 เม็ด
“สัญญาณนี้ไปไกลมากข้าคิดว่าคนที่เข้ามิติแทบทุกคนน่าจะพุ่งตรงไปที่เขาลูกนั้น”
“มันไม่ปกติเป็นไปไม่ได้ที่เมล็ดมันจะสุกพอดีกับที่มีคนเข้าสู่ดินแดนลับทางที่ดีเจ้าดูอยุ่ห่างๆ”
“ได้ ข้าจะคอยดูสหายข้าจะได้ไม่เข้าไป”
จางเฉินเดินทางมาจนใกล้หุบเขา สอบถามโสมเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมมีสัตว์อสูรอยู่นับหมื่นตัว มีระดับราชาอยู่ 6 ตัว ในถ้ำช่วงกลางของภูเขาและผู้คนมากมายก็ทยอยกันเดินทางมาเรื่อยๆ
“ราชาสัตว์อสูรพวกนี้อยู่มานานมาก ข้าคิดว่าพวกมันมีปัญญาและพูดได้ด้วยจากที่ตรวจจับคลื่นพลังพวกมันใกล้ระดับเซียนแล้ว สัตว์อสูรระดับสูงอื่นๆ น่าจะเป็นทาสรับใช้ ระดับราชานั้นน่าจะเก็บดอกบัวไว้เพื่อตัวเองเพื่อก้าวสู่ระดับเซียน”
“ระดับราชาสำหรับข้ายังยากเลย แล้วถ้าเป็นราชาครึ่งก้าวสู่ระดับเซียนนี่จะขนาดไหนข้าว่าเราไปหาสมุนไพรต่อเถอะ”
“ข้าคิดว่า เรามาคุยธุรกิจเรื่องแผนการปล้นกันหลังจากดุสนามรบเพราะมันต้องมีการต่อสู้กันแน่นอน แล้วเราก็ค่อยย่องเบาเอา ปล่อยให้พวกมันตีกันไปเจ้าคิดดูถ้าหงเอ๋อ ราฟาเอล ลีโอ ดราโก้กินจะเป็นยังไง เผลอๆข้าจะได้เพื่อนคุยเพิ่มถ้าพวกเขาไปถึงขั่นราชาหรือขั้นเซียน”
“ไม่เลวเดี๋ยวข้ารอเจอสหายทั้งสามก่อน”
จางเฉินหลบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้มองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีคนเดินผ่านไปมาระหว่างต้นไม้จำนวนกว่าพันคนเริ่มมีการจับกลุ่มของคนทั้งสี่อาณาจักรอยู่ไม่ไกล
สิ่งที่น่าประหลาดคือมีระดับราชาปราณอยู่ด้วย จางเฉินมองดูราชาปราณสองสามคนที่เหลือล้วนเป็นระดับนักรบปราณที่ดูเหมือนจะเพิ่งทะลุผ่านเพราะพลังปราณยังดูไม่ค่อยมีเสถียรภาพมากนัก
“น่าจะเป็นการกินยาแล้วกดระดับพลัง ราชาปราณไม่ควรเข้ามาได้อาเรย์เคลื่อนย้ายที่ทางเข้าต้องปิดกั้นไว้ส่วนพวกนักรบปราณนั้นไม่บุกทะลุแต่แรกแล้วค่อยมาเสริมกำลังเอาเมื่อเข้ามาแล้ว”
“ใช่ข้าได้กลิ่นยาจากตัวคนพวกนี้อยู่เบาบาง มีคนเดินมาเจ้าระวังตัว”
ชายชุดคลุมสีม่วงหกคนกำลังเดินทางมาทางจางเฉินเสร็จแล้วก็พักใต้ต้นไม้ที่จางเฉินอยู่
“เป็นเพียงอาณาจักรห่างไกลทั้งสี่ ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีดินแดนลับแบบนี้เราได้สมุนไพรค่อนข้างเยอะการเก็บเกี่ยวครั้งนี้เราต้องได้รับรางวัลจากนิกายจำนวนมาก”
“เป้าหมายเราคือการหาสาเหตุที่เกิดพายุฟ้าผ่าที่สร้างความกดดันไปไกลตอนนี้พวกตระกูลใหญ่อื่นๆ นิกายอื่นๆ ยังไม่มาถึงกัน นิกายเรานั้นอยู่ใกล้สุดเราต้องรีบให้เร็วที่สุด”
“ท่านคิดว่าสมุนไพรบนเขาที่สร้างสายรุ้งนั้นคืออะไร ดูเหมือนพวกสี่อาณาจักรกำลังรวมตัวกันเพื่อสำรวจ”
“เรื่องนั้นช่างเถอะอาจารย์สนใจเหตุการณ์ที่เป็นเหมือนมีการเกิดสมบัติสวรรค์มากกว่าตอนนั้นทั้งอาณาจักรจินฟู มีทั้งฝน พายุ ฟ้าผ่าพันกันเหมือนใยแมงมุมแล้วแผ่ไปยังอีกสามอาณาจักรรอบๆ ข่าวนี้ทำให้ทั้งทวีปกำลังสั่นสะเทือนผู้คนมากมายจะเดินทางมา ถ้าเราช้าอาจจะไม่ได้อะไรเลย อาจโดนอาจารย์ลงโทษ”
“มันค่อนข้างยากอยู่เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเราเอาแต่ที่จะได้ประโยชน์ปัจจุบันแล้วเสี่ยงโชคกันไปดีกว่าอาจารย์อาจให้ความสำคัญมาก แต่มันยากเกินไป หลายวันแล้วสอบถามไปทั่วก็ไม่พบอะไรเจอแต่การเปิดดินแดนลับกว่าจะได้บัตรลงทะเบียนเข้ามาข้าว่าดินแดนลับนี่แหละที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เหมือนมีสมบัติสวรรค์ตื่นขึ้น”
จางเฉินนั้นฟังอยู่บนต้นไม้คนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้คือตัวเขาเองที่ปลุกสายเลือดแล้วพบเจอกับเมล็ดเปลวไฟสุริยะในสายเลือดของเขาแม้มันจะเป็นเพียงเปรวไฟที่ยังเล็กแต่ก็ทรงพลังมากข่าวที่น่าตกใจคือจะมีผู้คนมากมายเดินทางมาถ้าออกจากดินแดนลับนี้เขาจะต้องระวังมากขึ้นถ้ามีคนที่มีพลังวิญญาณที่สูงมากแล้วสามารถตรวจจับไฟสุริยะในตัวจางเฉินได้คงเกิดปัญหาเป็นอย่างมาก
พิจารณาจากชุดที่สวมใส่และตราสัญญาลักษณ์บนชุดคลุม เป็นของนิกายเสพสุขเป็นนิกายที่เน้นการฝึกฝนคู่ผสานหยินหยางมีตำรามากมายเกี่ยวกับการปฏิบัติทางเพศของนิกายนี้ เป็นนิกายใหญ่หนึ่งในสามกองกำลังของพื้นที่อาณาจักรต้าเหลียงเป็นนิกายที่มีเรื่องราวการทำชั่วมากมาย ทั้งปล้น ฆ่า ข่มขืน ลักพาตัวแต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะทำอะไรกับนิกายนี้ได้
อาณาจักรต้าเหลียงนั้นใหญ่เท่าๆ กับสี่อาณาจักรปัจจุบันรวมกันมีสามกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ประกอบไปด้วย สำนักซานตง นิกายเสพสุขและนิกายดาบสวรรค์ โสมแดงนั้นต้องการให้จางเฉินเข้าสู่เมืองซานตงซึ่งเป็นเมืองที่มีมหาลัยซานตงตั้งอยู่เพื่อไปเยี่ยมอดีตครอบครัวของอาจารย์เจ้าโสมแดงแต่รายละเอียดนั้นโสมแดงไม่พูดมากนัก พูดถึงอาจารย์ทีไรโสมแดงเป็นต้องทำหน้าเศร้าจางเฉินเลยไม่อยากถามอะไรมาก
ตูมมม
เสียงภูเขาไฟระเบิดสัตว์อสูรระดับสูงต่างก็วิ่งออกมาจากถ้ำกลางหุบเขา จากปรากฏการณ์นั้นทำให้กลิ่นสมุนไพรและแสงเจ็ดสีสว่างมากยิ่งขึ้นเหมือนยั่วยวนให้ผู้คนมาที่ภูเขา จางเฉินขมวดคิ้วสองวันเขาน่าจะไปเก็บสมุนไพรได้มากมาย ในแผนที่เองก็มีโบราณสถานที่น่าสนใจอยู่
คนที่นั่งคุยกันใต้ต้นไม้นั้นออกไปแล้ว จางเฉินก็ไม่อยากรอมากนักเขายังไม่เจอสหายเขาเลยหลังจากมองหาอยู่นาน
“พี่โสม เราไปดูใกล้ๆ กันไหม”
“ดราโก้เป็นมังกรธาตุดิน การเจาะพื้นดินสร้างถ้ำเพื่อไปใกล้ๆ นั้นไม่ยากมากแต่ก็อันตรายที่สุด อย่างน้อยต้องรอพวกนั้นสู้รบกันก่อน”
“งั้นเราไปโบราณสถานกันก่อนเถอะ ข้าว่าพวกเขาถ้าเริ่มสู้กันจริงก็คงหลายวันถ้าราชาสัตว์อสูรเหล่านี้มีสติปัญญากันแล้วข้าว่าพวกมันก็คงมีแผนมากมายเพื่อปิดกั้นมนุษย์”
จางเฉินเดินทางวนไปรอบๆภูเขาเพื่อดูสหายของเขาว่าอยู่แถวนี้บ้างหรือเปล่า แต่ไม่พบ มีคนจากทั้งสี่อาณาจักรอยู่บริเวณนี้ราวๆหนึ่งพันคน คิดว่าน่าจะกำลังรอคนให้มากกว่านี้เพื่อโจมตีกลุ่มสัตว์อสูร
จางเฉินกางแผนที่แล้วออกเดินทางอย่างระมัดระวังอย่างเต็มที่
ระหว่างเดินทางก็มีเจอกลุ่มแรดสายฟ้าสัตว์อสูรระดับ 8 ซึ่งอยู่รวมกันกว่า20 ตัว แม้มันจะมีธาตุสายฟ้าแต่กลับเชื่องช้าเป็นอย่างมากแต่พลังป้องกันนั้นสูงจนน่าตกใจ จางเฉินเพียงทดสอบตัวที่แยกออกจากฝูงตัวหนึ่งจึงใช้ผงดับกลิ่นแล้วหลบหนีออกมา แม้เขาของแรดจะเป็นวัสดุการหลอมกลั่นที่ดีแต่มันก็ใช้เวลามากเกินไป หากว่าทั้งฝูงมาช่วยเหลือกันอีก จะลำบาก
จางเฉินฝึกควบคุมร่างสายฟ้า ไปพร้อมกับท่าเท้าท่องเมฆาทำให้เขาเริ่มปรับตัวกับเทคนิคใหม่นี้มากขึ้น มันเริ่มรวมกันเป็นรูปแบบใหม่ทำให้จางเฉินนั้นเริ่มเคลื่อนย้ายเร็วขึ้นเรื่อยๆ มองเห็นเป็นเพียงสายฟ้าสีม่วงเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
จางเฉินชะลอตัวลงเนื่องจากได้ยินเสียงสัตว์อสูรอยู่ข้างหน้าเขาปิดกั้นลมหายใจและเดินทางต่อไปอย่างช้าๆเพื่อดูว่าเสียงการต่อสู้นี้เกิดจากอะไร
ด้านหน้านั้นเป็นภูเขาก่อนขึ้นภูเขาจะมีหน้าผาสูงชันอยู่ จางเฉินพบหมาป่าสีดำแดงหกตัว กำลังล้อมรอบ ชายหญิง คู่หนึ่ง ชายหนุ่มนั้นดูแข็งแรงมากถือขวานขนาดใหญ่ส่วนหญิงสาวนั้นถือกระบี่หยก ทั้งสองคนนั้นตัวเต็มไปด้วยเลือดและโคลนคิดว่าน่าจะผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักจากที่อื่นแล้วหนีมาเรื่อยๆ จนถึงตรงนี้