บทที่ 40 ตั้งครรภ์
เหวินหน่วนชำเลืองมองผู้หญิงตรงหน้าเธออย่างเฉยเมย บางครั้งเธอก็สงสัยจริง ๆ ว่าเธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของหวังเซียนฮัวหรือเปล่า
ในชีวิตที่แล้ว ตอนเธอต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพราะถูกลู่กัวจื่อทุบตีจนบาดเจ็บ เมื่อเห็นหวังเซียนฮัวมาเยี่ยม เธอบอกแม่ของเธอคนนี้ทั้งน้ำตาว่าเธออยากหย่ากับลู่กัวจื่อ แต่เธอกลับถูกหวังเซียนฮัวดุด่า
"มีผู้ชายที่ไหนในโลกนี้ที่ไม่ทุบตีภรรยาบ้าง! การที่เขาทุบตีแกนั่นก็แปลว่าเขาคิดมากเรื่องแก ถ้าแกไม่ทำให้กัวจื่อโกรธ เขาจะตีแกหรือไง? มีผู้หญิงอีกมากที่ต้องการแต่งงานกับสามีแก แกควรจะดีใจและซาบซึ้งใจที่ได้อยู่เคียงข้างเขา!"
“ดูแกตอนนี้สิ" ทุกครั้งที่หวังเซียนฮัวพูดแบบนี้ เธอจะรู้สึกรังเกียจมาก "คนเราไม่มีทางได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการไปทั้งหมดอยู่แล้ว โดยเฉพาะแกที่มีความรู้เพียงน้อยนิด ถ้าสูญเสียผู้ชายดี ๆ แบบนี้ไป แกจะหาอะไรได้อีกในอนาคต? ถ้าไม่ใช่พ่อม่ายไร้น้ำยาก็เป็นคนไร้ความสามารถแล้ว"
“แม่ว่าสมองแกพังแล้วแน่ ๆ แกคงจะสบายเกินไปจนมองชีวิตที่ดีแบบนี้ว่ามีปัญหา"
"แม่บอกเอาไว้เลยว่าถ้าแกกล้าที่จะหย่ากับกัวจื่อ อย่าว่าแต่พ่อของแกเลย ฉันนี่แหละที่จะหักขาแกก่อน!"
ดูเหมือนคำพูดรุนแรงของหวังเซียนฮัวจะยังก้องอยู่ในหูของเหวินหน่วนอยู่
"แม้ว่าแกจะไปเป็นลูกบุญธรรมของคนอื่นแล้ว แต่แกก็ยังเป็นลูกสาวของฉัน ในร่างกายของแกมีเลือดของฉันไหลเวียนอยู่ แกจำเอาไว้ด้วย!" เหวินหน่วนถูกดึงสติกลับมาด้วยคำพูดนี้หวังเซียนฮัว
เธอมองไปที่หวังเซียนฮัวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ "จริงเหรอ? งั้นเดี๋ยวฉันจะไปถามปู่สามกับลุง ๆ ในหมู่บ้านที่เป็นพยานให้ฉัน ว่าถ้าคุณไม่ยอมรับการรับบุตรบุญธรรมครั้งนี้ ฉันจะขอสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยคืนได้ไหมก็แล้วกัน”
“เพราะฉันเองก็ต้องการไปเรียนที่มหาวิทยาลัยด้วยเหมือนกัน”
“แม่ แม่พูดอะไรน่ะ!” เหวินเจวียนรีบดึงหวังเซียนฮัวกลับมา
“พี่สาว พี่ไปซื้อลูกหมูมางั้นเหรอ?” เหวินเจวียนรีบคุยเปลี่ยนประเด็นอย่างรวดเร็ว
“เหอะ! ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเธอเห็นเหวินหน่วนเป็นลูกสาวของเธอมาก่อน!” ป้าหวังพูดพลางกลอกตาใส่หวังเซียนฮัว
หวังเซียนฮัวทำทีจะเข้าไปทำร้ายป้าหวัง
“แม่! แม่จะทำอะไรเนี่ย!” เหวินเจวียนมองเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ “แม่คิดว่าครอบครัวเรายังอับอายไม่พออีกเหรอไง!”
ตอนนี้เธอไม่กล้าออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ ด้วยซ้ำ เพราะเธอรู้สึกว่าทุกคนมองเธอแปลก ๆ
"นั่นเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรแล้ว" ป้าหวังพูดด้วยรอยยิ้ม "ชีวิตคนเราก็เหมือนกับการกินลูกพลับ ความอดทนมีได้แต่ต้องมีขีดจำกัด ต่อสู้เมื่อควรต่อสู้และเข้มแข็งเมื่อควรจะเข้มแข็ง"
"ผู้หญิงต้องยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้ ไม่อย่างนั้นผู้หญิงจะได้รับความเคารพจากผู้ชายได้อย่างไร"
อย่างไรก็ตาม หวังเซียนฮัวอาจไม่สามารถยืนหยัดได้ในชีวิตนี้
เหวินหน่วนไม่เคยคิดเลยว่าป้าหวังจะพูดคำพวกนี้กับเธอ ส่วนหวังเซียนฮัวก็ไม่เคยสอนอะไรดี ๆ เหล่านี้กับเธอเลย ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าอย่างหนักแน่นและพูดว่า "ขอบคุณค่ะ"
แม้ว่าอากาศจะอุ่นขึ้นแล้วในฤดูใบไม้ผลิ แต่ในตอนกลางคืนยังเย็นอยู่มาก เหวินหน่วนเอาลูกหมูกลับมาและสร้างเล้าหมูในสวนหลังบ้าน โดยมีฟางข้าวสาลีอยู่ในนั้น มันจะทำให้ลูกหมูไม่หนาวเกินไป
จากนั้นเธอเอาหญ้าอัลฟัลฟาอ่อนสด ๆ ออกจากครัววิญญาณ เธอสับมันบนเขียงและป้อนให้หมูตัวน้อย
เมื่อสองสามวันก่อนมีฝนตก พืชและต้นหญ้าอัลฟัลฟาทั้งหลายบนภูเขาบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวชอุ่ม
ในเวลานี้ ต้นหญ้าอัลฟัลฟาทั้งนุ่มและอร่อยที่สุด
เธอเก็บต้นหญ้าอัลฟัลฟาบางส่วนจากภูเขากลับมาและใส่ไว้ในมิติครัววิญญาณ เธอยังไม่อยากกินมันตอนนี้ ดังนั้นเธอจึงเอาไปให้ลูกหมูสองตัวก่อน
ต้นหญ้าอัลฟัลฟามีคุณค่าทางโภชนาการสูงและยังเป็นอาหารปศุสัตว์ที่ดีอีกด้วย
ลูกหมูน้อยสองตัวแย่งกันกินอาหารในอ่างอย่างตะกละตะกลาม
ก่อนไปทำงานในโรงอาหาร เหวินหน่วนเข้าไปในอำเภอเมืองอีกครั้งเพื่อขายข้าว แป้ง น้ำมัน และเนื้อสัตว์ในตลาดมืดเพื่อแลกเงินกับตั๋วเงิน
เธอไปที่สหกรณ์การจัดหาและการตลาด เมื่อผ่านสถานีสินค้า เหวินหน่วนยัดขนมห่อหนึ่งให้ชายชราที่ประตูและเข้าไปหาซื้อหนังสือแล้วจึงออกมา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาซื้อหนังสือที่นี่
เมื่อเธอกำลังจะจากไป จู่ ๆ เธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างใต้ถ้วยชาที่คุณลุงกำลังดื่ม "คุณลุง สิ่งนี้…ราคาเท่าไหร่"
ถ้าเธอจำไม่ผิด สิ่งไม่สะดุดตานี้ที่ลุงเอาถ้วยชาวางทับไว้น่าจะเป็นตราประทับของเจ้าชายองค์หนึ่ง ซึ่งมันจะตกไปอยู่ในมือของโจวย่าหนีในภายหลัง?
“อันนี้เหรอ?” ลุงพูดอย่างเฉยเมย “อยากได้ก็มาเอาไปเลยสิ”
เหวินหน่วน “...”
คนรุ่นหลังซื้อขายสิ่งนี้ในราคากว่าหลายสิบล้าน!
น่าเสียดายที่อาจขายมันได้คุ้มราคาถ้าโจวย่าหนีไม่โมโหจนทำลายมันไปเสียก่อน
ต่อมาเมื่อเธอรู้ว่ามันเป็นตราประทับของเจ้าชายองค์หนึ่ง โจวย่าหนีโกรธตัวเองจนแทบอาเจียนออกมาเป็นเลือด เธออยู่โรงพยาบาลกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้
“ขอบคุณค่ะ คุณลุง!” เหวินหน่วนกล่าวอย่างสุภาพก่อนหยิบของสิ่งนั้นมาอย่างระมัดระวัง มันมีลักษณะเหมือนกับพัดเงิน
ใช่เลย มันเป็นตราประทับอันนั้นจริง ๆ เหมือนกับอันในชีวิตที่แล้ว
เธอชี้เข้าไปข้างในอีกครั้ง "ที่บ้านฉันมีผักเหลือเยอะเลย ฉันเอาให้คุณลุงแล้วกันค่ะ นอกจากนี้ยังมีแป้ง ซอส เนื้อสับ และแป้งทอดไส้เนื้อสับชิ้นใหญ่ที่ฉันซื้อมา…”
ไม่เป็นไร เดี๋ยวเธอซื้อใหม่ทีหลัง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเธอจะไม่มีเงินหรือตั๋วแลกซื้อของ แต่เธอมีห้องครัววิญญาณ เธฮสามารถใช้สิ่งของในครัววิญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนได้
นอกจากนี้ ของเธอเป็นของดีและราคาไม่สูงเกินไป เหวินหน่วนจึงมีลูกค้าประจำอยู่หลายรายแล้ว
เมื่อกลับถึงบ้าน เหวินหน่วนหยิบตราประทับออกมาและทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง เธอเก็บมันในมิติครัววิญญาณพร้อมกับเหรียญทองแดงซึ่งเป็นสมบัติที่คุณย่ามอบให้
วันรุ่งขึ้นเธอพาแม่เฒ่าจ้าวไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูดวงตา
เหวินโหยวฟู่เขียนจดหมายแนะนำตัวเธอให้ แต่เมื่อเขาได้ยินว่าเหวินหน่วนต้องการพาแม่เฒ่าจ้าวไปตรวจดวงตา เขาก็ยื่นซองเงินให้อย่างไม่ลังเล
เหวินหน่วนส่ายหัวปฏิเสธทันที จากนั้นแสดงให้เหวินโหยวฟู่ดูอย่างตื่นเต้น "ผู้กองลู่ชมหนูต่อหน้าหัวหน้าฐานทัพว่าอาหารที่หนูทำอร่อยและนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาหายดี"
"ผู้นำของฐานทัพให้รางวัลหนูเยอะเลย เงินเดือนของหนูในเดือนนี้ก็เพิ่มขึ้นด้วย"
มีรางวัลให้ แต่ไม่มาก
เหตุผลที่เหวินหน่วนพูดเรื่องนี้ก็เหมือนกับการปลูกฝี ตอนนี้เธอไม่เพียงแต่มีเงินเดือนแต่ยังมีเงินพิเศษอีกด้วย
ด้วยวิธีนี้ ทุกคนจะไม่อิจฉาอาหารที่เธอเตรียมไว้สำหรับร่างกายของแม่เฒ่าจ้าวในอนาคต
"หลานต้องทำงานอย่างหนักและพยายามเป็นพนักงานประจำให้ได้เร็ว ๆ นะ" เหวินโหยวฟู่กล่าวด้วยความยินดี
ถ้าเหวินหน่วนได้เป็นพนักงานประจำของฐานทัพ สถานะของเธอจะไม่ต่ำไปกว่าคนที่ได้งานทำหลังจากไปเรียนที่มหาวิทยาลัยกรรมกร ชาวนา และทหารเลย
ผู้คนในหมู่บ้านซานชามักจะไปสถานพยาบาลในฐานทัพเพื่อไปพบแพทย์ วันนี้เมื่อพวกเขามาลงทะเบียนที่สถานพยาบาล พวกเขาเห็นเหวินหน่วนและแม่เฒ่าจ้าวกำลังนั่งรออยู่ที่นั่น ทว่าพวกเขาประหลาดใจยิ่งกว่า เมื่อพวกเขาเห็นคนหน้าเหมือนกัวอันฉินแอบไปที่แผนกสูตินรีเวช
ทำไมถึงบอกว่าหน้าเหมือนน่ะเหรอ?
เพราะถ้าดูจากด้านหลังนั้นเหมือนมาก แต่เมื่อได้เห็นด้านหน้ากลับดูไม่เหมือนเท่าไหร่
มีคนสองสามคนเข้ามาทักทายแม่เฒ่าจ้าวและเหวินหน่วนก่อนจะเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ
แผนกสูตินรีเวชอยู่ที่ชั้นหนึ่ง เธอเพิ่งเดินไปที่ด้านหลังหน้าต่างเมื่อให้ได้ยินเสียงของคนหน้าเหมือน
“หมอ ฉันต้องการตรวจว่าฉันท้องหรือเปล่า ประจำเดือนฉันไม่มาหลายวันแล้ว”
จากเสียงที่ได้ยิน เหวินหน่วนสามารถบอกได้ว่าคน ๆ นี้คือกัวอันฉินจริง ๆ
กัวอันฉินตั้งครรภ์?
แต่เธอจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว ตอนเธอไปเมืองหลวง โจวย่าหนีเคยบอกเธออย่างรู้สึกผิดว่าที่กัวอันฉินไม่มีลูกอีกก็เพราะมดลูกเสียหายตอนคลอดเธอ
ทำไมเธอถึงท้องได้อีก?