หลิวอี้ออกจากเรือนของเย่เอ๋อและไปพบกับมู่เจี้ยนผิงที่ตำหนักของเ้าสำนักเพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มมือสังหาร เขาได้สอบถามเื่ราวกับเย่เอ๋อ แต่นางบอกกับเขาแค่ว่าพวกเขาเป็กลุ่มมือสังหาร ไม่รู้จักฐานที่ตั้งของพวกมัน
หลิวอี้เดินเข้าไปในห้องเห็นมู่เจี้ยนผิงกำลังนั่งรักษาอาการาเ็ของนางอยู่บนเตียง เขาเดินขึ้นไปนั่งบนเตียงกับนางและมองนางใกล้ๆ
“เ้าเป็หญิงสาวที่งดงามมากจริงๆ แต่เสียดายที่เ้ามีสายเืมาร จึงไม่มีใครที่จะยอมรับให้ตัวตนของเ้า”
มู่เจี้ยนผิงนางลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็เห็นหลิวอี้นั่งอยู่ข้างกายนาง ในตอนที่เขาเข้ามานางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“ท่านเข้ามาได้ยังไง”
“เพียงเเค่ม่านพลังของเ้าจะสามารถขัดขวางข้าได้ยังไง”
“ท่านมาหาข้ามีเื่อะไร ข้านึกว่าท่านจะนอนกอดภรรยาของท่านอยู่ที่เรือนของนาง”
“เ้ารู้จักกลุ่มมือสังหารหรือไม่”
“ในโลกใบนี้มีทั้งด้านสว่างและด้านมืด กลุ่มมือสังหารพวกเขาอยู่ในด้านมืด ข้าเคยได้ยินเื่หนึ่งมา กลุ่มมือสังหารพวกนี้บางคนอาจจะเป็คนที่พวกเรารู้จัก บางคนอาจจะมีตำแหน่งในสำนักใหญ่ๆในตอนกลางวันพวกเขาก็จะเป็คนปกติทั่วไปแต่พอตกกลางคืนพวกเขาก็จะออกล่าค่าหัว”
“แล้วข้าจะหาพวกเขาพบได้ยังไง”
“จากที่ข้าเคยได้ยินมา พวกเขาจะมีสถานที่เอาไว้ให้ลูกค้าของพวกเขา หากว่าท่านอยากจะฆ่าใครท่านก็สามารถนำข้อมูลของคนที่ท่านจะสังหารและเงินรางวัลไปมอบให้กับคนกลาง จากนั้นคนกลางก็จะนำรายละเอียดของคนที่ท่านจะสังหารไปติดเอาไว้ที่กระดาน นักฆ่าคนไหนสนใจที่จะรับงานของท่านพวกเขาเห็นว่ามันคุ้มกับรางวัลพวกเขาก็จะไปลงมือสังหารจากนั้นก็จะมารับรางวัลกับคนกลาง ส่วนสถานที่คือโรงประมูลที่อยู่ในเมืองหลวง”
หลิวอี้ได้ฟังก็เข้าใจและรับรู้การทำงานของพวกมือสังหาร
“แล้วพวกรางวัลที่พวกเขา้าละ”
“ของรางวัลส่วนมากจะเป็หินกำเนิดปราณ และเม็ดโอสถ ยิ่งเป็เม็ดโอสถที่สามารถทำให้เลื่อนระดับพลัง กลุ่มมือสังหารจะรับงานของท่านทันที”
“หากข้า้าสังหารองค์ชายลำดับที่หนึ่งของทวีปอี ที่เป็ชู้รักกับภรรยาของข้า พวกเขาจะรับงานหรือไม่”
มู่เจี้ยนผิงมองหน้าหลิวอี้ นางคิดว่าหลิวอี้คงจะบ้าไปแล้ว
“นี่ท่านจะใจกล้าเกินไปหรือไม่ ท่านไม่รู้หรือไงว่าพ่อขององค์ชายลำดับที่หนึ่งเป็ถึงระดับเซียนขั้นที่ 1 ท่านไม่กลัวว่าเขาจะสังหารท่านหรือไง”
“ต่อให้เป็เซียนขั้นที่ 9 มาด้วยตัวเองข้าก็ไม่กลัว”
นางไม่รู้ว่าจะพูดยังไงกับหลิวอี้
“ถือว่าข้าได้เตือนท่านไปแล้ว”
“เ้าต้องเป็คนไปทำงานนี้ให้กับข้า เพราะว่าเ้าเป็สาวใช้ของข้า”
“ท่านสังหารข้าเสียเถอะ”
“ข้าไม่เคยให้ใครทำงานให้กับข้าโดยที่ไม่มีรางวัล ข้าสามารถทำให้เ้าไปถึงระดับเซียนได้เ้าสนใจหรือไม่”
นางถึงกับดวงตาลุกวาวขึ้นมา แต่นางก็ยังไม่เชื่อ
“ข้าไม่เชื่อท่าน”
“เ้าเคยได้ยินเื่ของคนที่มีเส้นลมปราณในตำนานหรือไม่ ข้าสามารถทำให้เ้าเป็คนๆนั้นได้”
“ท่านอย่ามาโกหกข้า คนที่มีเส้นลมปราณในตำนานจะต้องมีมาั้แ่เกิด”
“ถือว่าข้าให้โอกาสเ้าแล้วแต่เ้าไม่รับเอาไว้”
หลิวอี้ออกจากห้องของเ้าสำนักและกลับไปที่เรือนของเย่เอ๋อ วันนี้เขาจะกลับไปที่เมืองหลวงพร้อมกับนาง เขาอยากจะไปที่โรงประมูลเพื่อที่จะลองสืบข่าวของกลุ่มมือสังหารและอยากจะเข้าร่วมการประมูล
หลิวอี้กลับมาถึงที่เรือนแต่เขากลับไม่เห็นเย่เอ๋อ เขาจึงใช้ััของเขาตรวจดูว่านางยังอยู่บนเขาหรือไม่ หลังจากที่เขาััดูเขาก็พบนางอยู่ที่ศาลาที่เขาทำกับนางเมื่อวาน
หลิวอี้เดินไปเห็นนางกำลังตั้งใจนั่งหลอมโอสถ
“เ้าจะตั้งใจขนาดนี้ไปเพื่ออะไร”
เสียงของหลิวอี้ทำลายสมาธิของนาง ทำให้การหลอมโอสถของนางล้มเหลว
“ทำไมท่านถึงเป็บุรุษที่เลวร้ายขนาดนี้ ท่านไม่เห็นหรือไงว่าข้ากำลังตั้งใจหลอมโอสถ”
“ข้าบอกเ้าไปแล้วว่าข้าคือปีศาจ”
เขาพูดเสร็จและนั่งลงข้างๆนาง เย่เอ๋อพยายามที่จะขยับตัวออกห่างจากเขาแต่ก็ถูกแขนของเขาโอบกอดเอาไว้ นางไม่สามารถที่จะสู้แรงของเขาได้ จึงปล่อยให้เขาทำตามใจ
“ทำไมเ้าถึงอยากจะเป็นักหลอมโอสถ”
เย่เอ๋อนางก็ไม่ยอมพูดกับเขา
หลิวอี้ไม่สนใจเขาเอาหม้อหลอมโอสถธรรมดาของเขาออกมาจากแหวนมิติและนำวัตถุดิบที่เขาเอามาจากหอหมื่นโอสถออกมา จากนั้นเขาก็โยนวัตถุดิบลงหม้อ เขาใช้พลังปราณจุดไฟขึ้นมา จากนั้นเขาก็ส่งไฟไปอยู่ใต้หม้อหลอมโอสถจากนั้นมันก็เริ่มหลอมโอสถด้วยตัวมันเอง ส่วนหลิวอี้ตอนนี้กำลังนอนอยู่ที่ตักสาวงามอย่างสบายใจ