บทที่ 3 พบกับหญิงเลวชายชั่วอีกครั้ง (รีไรต์)
หลิวซือฉีหัวเราะแห้ง ๆ แล้วพูดแก้สถานการณ์
“ฉิงเทียน เธอคิดอะไรอยู่งั้นหรอ พวกเรามาหาเธอจริง ๆ นะ เธอสั่งอาหารมาเยอะแยะแบบนี้กินไม่หมดหรอก กินด้วยกันเถอะ” พูดจบหลิวซือฉีก็ยื่นมือออกไปหมายจะหยิบเนื้อย่างบนโต๊ะ แต่แล้วลั่วเชียนเทียนกลับคว้าข้อมือของหลิวซือฉีไว้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“อยากกินก็สั่งเองสิ ทำไมชอบเอาเปรียบคนอื่นจนเป็นิสัยหรือไง คิดจะมาขอข้าวฉันกินจริง ๆ ใช่ไหม ไสหัวไปเลยอย่ายืนเกะกะขวางหูขวางตาฉัน” น้ำเสียงของลั่วฉิงเทียนค่อนข้างดัง ทำให้คนรอบข้างหันมามอง พอเห็นหลิวซือฉีทุกคนก็มองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามและเยาะเย้ย
หลิวซือฉีไม่คิดว่าลั่วเชียนเทียนจะทำให้เธอขายหน้าต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ จึงพลันะเิอารมณ์ออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
“ลั่วฉิงเทียนพูดบ้าอะไรของเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะหานซั่วอ้อนวอนขอร้อง ฉันจะมาหาเธองั้นเหรอ”
“มาหาฉัน แต่งตัวซะสวยขนาดนี้ดูยังไงก็เหมือนมาออกเดทมากกว่า พวกเธอสองคนนี่มันเพื่อนรักกับแฟนที่ดีของฉันจริง ๆ เลยนะ ไม่ต้องมาทำเป็อ่อนหวานใส่ฉันไปให้พ้น ฉันเห็นหน้าพวกเธอแล้วมันสะอิดสะเอียน” พูดจบร่างกายของลั่วฉิงเทียนก็สั่นเบา ๆ แบบที่หากไม่มีใครสังเกตดูคงไม่เห็น
…หลังจากนี้ ตัวเธอคงไม่สามารถทนอยู่กับสองคนนี้ได้อีก
ความเกลียดชัง มันมากมายเหลือเกิน เธอกลัวว่าถ้ายิ่งอยู่ด้วยกันแบบนี้ เธอจะอดใจไม่ไหวบีบคอสองคนนี้จนตาย ทว่าตอนนี้ยังเป็ยุคสมัยแห่งกฎหมาย เธอต้องอดกลั้นความโหดร้ายในใจเอาไว้ก่อนที่โลกาวินาศจะมาถึง
ส่วนฝั่งของหลิวซือฉีโกรธจนหน้าอกเด้งขึ้นลง เธอชี้หน้าลั่วฉิงเทียนโดยไม่รู้จะพูดอะไร ก่อนหันไปมองทางด้านของหานซั่ว
“เป็เพราะนายเลย พวกเธอสองคนทะเลาะกันเองแล้วทำไมสุดท้ายคนซวยต้องเป็ฉัน” หลิวซือฉีพูดพลางส่งสายตาให้หานซั่ว เป็เชิงบอกให้เขาพูดกับลั่วฉิงเทียน หานซั่วเข้าใจในทันที จึงกล่าวว่า
“ฉิงเทียน เธอพูดอะไร วันนี้เธอออกจากห้องเรียนไปกะทันหัน ฉันเลยต้องไปหาซือฉีเพราะเป็ห่วงเธอนะ ฉัน…” เพียงแต่หานซั่วยังพูดไม่จบ ลั่วฉิงเทียนก็ขัดจังหวะเขาเสียก่อน
“เป็ห่วงฉันแต่ไม่โทรหาฉันสักสาย กลับไปหาเพื่อนสนิทฉันแทน สมองนายนี่มันดีจริง ๆ นะ หานซั่ว ตอนนี้ฉันเห็นหน้านายแล้วรู้สึกขยะแขยง ดังนั้นอย่ามายุ่งกับฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับนาย”
แววตาของลั่วฉิงเทียนฉายแววเกลียดชังและเจตนาฆ่าอีกครั้ง ทำให้ หานซั่วสะดุ้งกลัวจนตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว เขาถึงกับลืมสิ่งที่ตนเอง้าจะพูดไปชั่วขณะ ลั่วฉิงเทียนลุกขึ้นยืนพลางกล่าวว่า
“ไม่อยากทานแล้ว! เ้าของร้าน ขอห่อกลับบ้านด้วย!” เ้าของร้านที่กำลังยุ่งอยู่กับการย่างอาหารอยู่หลังเตาย่าง เมื่อได้ยินเสียงของลั่วฉิงเทียนจึงรีบเดินเข้ามาหา
“คุณหนูพึ่งทานไปได้นิดเดียวเองนะ”
“ค่ะ ไม่อยากทานแล้ว ขอห่อกลับบ้านเลย เพิ่มเนื้อเสียบไม้ด้วย 50 ไม้” เมื่อเ้าของร้านได้ยินดังนั้น ก็รีบจัดแจงห่ออาหารให้ลั่วฉิงเทียนทันที ลั่วฉิงเทียนจ่ายเงินเสร็จก็เดินหันหลังกลับ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองหลิวซือฉีกับหานซั่วแม้แต่น้อย
ตอนนี้เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายเลว ๆ และผู้หญิงชั้นต่ำพวกนี้อีกต่อไป เธอจำได้ว่าตอนที่วันสิ้นโลกมาถึงใหม่ ๆ ทั้งเธอและหานซั่วต่างก็ยังไม่ได้ปลุกพลังพิเศษ แม้ว่าหานซั่วจะขโมยแผ่นหยกของเธอไป แต่เขาก็ไม่ได้รับพลังในวันสิ้นโลกนั้น
ต่อมา… ตัวเธอได้ไปที่ฐานทัพ ซึ่งที่นั่นมีคนมาหา บอกว่าจะช่วยให้ลั่วฉิงเทียนปลุกพลังพิเศษได้ หญิงสาวจึงเอาเื่นี้ไปเล่าให้หานซั่วฟังอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อนเป็ตัวเขาที่บอกว่า
“ในเมื่อเธอเป็ผู้หญิงของฉัน ฉันก็ต้องปกป้องเธอสิ เื่พลังพิเศษแบบนี้ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของฉันเเล้วกัน เดี๋ยวฉันจะตั้งทีมขึ้นมา ส่วนเธออยู่บ้านเฉย ๆ รออย่างสุขสบายก็พอ”
ตอนที่เขาพูดแบบนั้น ลั่วฉิงเทียนรู้สึกมีความสุขมาก คิดอะไรไม่ออก นอกจากมอบโอกาสนั้นให้เขาไป ต่อมาทีมก็ถูกก่อตั้งขึ้น ส่วนเขาก็เริ่มเ็าใส่เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือแม้แต่คนในทีมก็เริ่มมองลั่วฉิงเทียนด้วยสายตาเหยียดหยาม
เพื่อให้ตัวเองคู่ควรกับเขา หญิงสาวจึงไปหาผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง ขอร้องให้เขาช่วยปลุกพลังพิเศษให้ แต่เขาบอกว่าทำไม่ได้แล้ว โอกาสมีแค่ครั้งเดียว แต่อย่างน้อยเขาก็ยังช่วยฝึกฝนร่างกายและความสามารถให้ลั่วฉิงเทียน
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เธอติดตามชายคนนั้นไปทุกที่เพื่อฝึกฝนการใช้อาวุธและวิชาป้องกันตัว ต่อมาเมื่อสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว เธอจึงเริ่มออกไปทำภารกิจกับหานซั่ว
แต่ไม่รู้ว่าในชีวิตนี้ หากไม่มีลั่วฉิงเทียน ไม่มีแผ่นหยก หานซั่วจะยังใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีเหมือนชาติที่แล้วได้อีกไหม ส่วนหลิวซือฉีแม้ว่าในที่สุดจะสามารถปลุกพลังการรักษาได้สำเร็จ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหานซั่วที่ไร้ค่า เธอจะยังคงอยู่เคียงข้างเขาเหมือนชาติที่แล้วหรือไม่
ลั่วฉิงเทียนเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี พอถึงที่เปลี่ยวไร้ผู้คน เธอก็เก็บอาหารทั้งหมดเข้าไปในมิติ พรุ่งนี้ต้องไปโอนบ้าน ตอนนี้มีโอกาสกินอิ่มนอนหลับ เธอก็ต้องรีบกอบโกยไว้
คืนนี้ลั่วฉิงเทียนหลับสบาย เธอแทบจะลืมไปแล้วว่าการได้นอนหลับอย่างสบายแบบนี้เป็ยังไง ถ้าไม่ติดว่านัดโอนบ้านไว้ เธออยากจะนอนต่ออีกสักหน่อย
ลั่วฉิงเทียนตื่นขึ้น เก็บเตียงชิ้นสุดท้ายในบ้านเข้าไปในมิติ จากนั้นก็ออกไปเรียกรถแท็กซี่เพื่อไปยังสำนักงานที่ดิน การโอนเป็ไปอย่างราบรื่น ผู้ซื้อไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ให้ทนายความจัดการแทน
หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอน ลั่วฉิงเทียนก็ไปกับนายหน้าเพื่อดูบ้านที่ชานเมืองซีเฉิงที่อยู่ทางตะวันตกของเมืองไห่ นายหน้าจางแนะนำบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งให้เธอ ตกแต่งอย่างดีพร้อมเข้าอยู่ได้เลย แถมยังมีสวนขนาดใหญ่อีกด้วย
แต่ลั่วฉิงเทียนนึกถึงฝนตกหนักในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหลังจากวันสิ้นโลก ซึ่งตอนนั้นบ้านพักตากอากาศทั้งหมดจะจมอยู่ใต้น้ำ ลั่วฉิงเทียนจึงตัดสินใจไม่เช่า เธอเงยหน้าขึ้นมองอาคารสูงหลังย่านบ้านพักตากอากาศแล้วถามว่า
“ที่นั่นมีที่ให้เช่าไหม” นายหน้าจางหันไปมองพร้อมกับใบหน้าที่ดูรู้สึกผิดเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า
“คุณลั่วครับ ที่นั่นคือย่านที่อยู่อาศัยหัวอัน บ้านที่นั่นไม่มีให้เช่า ซื้อได้อย่างเดียว และการจะไปอพาร์ตเมนต์ที่นั่นยังต้องตรวจสอบสถานะทรัพย์สินของคุณด้วย แต่คุณเพิ่งขายบ้านไปคงไม่มีปัญหา ที่ชั้นสามสิบสามที่นั่นยังมีห้องบนชั้นดาดฟ้าว่างอยู่ เป็พื้นที่กว่าสามร้อยตารางเมตร ราคาประมาณสามสิบล้านหยวน”
ตอนที่ผู้จัดการจางพูดถึงตรงนี้ เขา้าจะแนะนำบ้านพักตากอากาศด้านหลังให้ลั่วฉิงเทียนฟังอีกครั้ง แต่ลั่วฉิงเทียนกลับชี้ไปที่อาคารสูงหลังนั้นแล้วพูดว่า
“งั้นเอาอันนั้นแหละ!” ลั่วฉิงเทียนไม่ได้ยากจน เธอมีบัตรสีดำที่คุณยายทิ้งให้ หรือจะพูดให้ถูกคือพ่อแม่ทิ้งไว้ให้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ นอกจากใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ส่วนที่เหลือคุณยายไม่เคยอนุญาตให้เธอแตะต้องเลย บอกว่าให้ใช้ตอนที่จำเป็จริง ๆ เท่านั้น
ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว สิ่งที่เรียกว่าจำเป็จริง ๆ นี่คงเป็เื่ที่วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึงสินะ ผู้จัดการจางมองไปที่ลั่วฉิงเทียนด้วยความตกตะลึง
“คุณลั่ว คุณจะซื้อจริงเหรอครับ”
“อืม ไปสิ พาฉันไปดู ฉันมีเวลาไม่เยอะ”
เมื่อผู้จัดการจางได้ยินลั่วฉิงเทียนพูดเช่นนี้ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ถ้าลั่วฉิงเทียนซื้อวิลล่าชั้นบนสุดจริง ๆ ยอดขายของเขาในปีนี้คงไม่ต้องกังวลอีกต่อไป นายหน้าจางรีบหยิบกุญแจมาอย่างรวดเร็ว และพาลั่วฉิงเทียนไปที่ชั้นบนสุด
ห้องชั้นสามสิบสาม เป็แบบดูเพล็กซ์*[1] มีห้าห้องนอนสามห้องนั่งเล่น ห้องครัวใหญ่ สามารถวางตู้เย็นแบบสองประตูได้ถึงสามตู้
[1] ดูเพล็กซ์ : เป็คอนโดที่มีพื้นที่ต่อเนื่องในแนวตั้ง 2 ชั้น ใน 1 ยูนิต ซึ่งต่างจากทั่วไปตรงความสูงโล่งของห้องที่เปิดมุมมองแบบดับเบิ้ลสเปซอารมณ์เหมือนอยู่บ้าน 2 ชั้น