หลังจากนั้นเป็นเวลา 1 ชั่วโมงผู้กล้ายังคงไม่สงบลง จนผู้นำองค์กร SCP เริ่มเป็นกังวล แต่อยู่ๆผู้กล้าก็พูดขึ้น
"พาข้าไปที่ เขตกักกันที่ T-132 "
ผู้กล้าพูดขึ้นด้วยอารมที่พุ่งพลาน พร้อมระเบิดทุกเมื่อ
"ได้ครับ"
ผู้นำองค์กร SCP ถึงจะสงสัย แต่ก็ยังตอบตกลงไป เพราะไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ ในเวลานี้ ถ้าปฏิเสธ ไปอาจทำให้ผู้กล้าระเบิดได้ ผู้นำองค์กร SCP ให้คนที่รู้จักกับผู้กล้านำไป เพราะตัวเขาเองไม่ว่างที่จะนำไป และคนที่ให้ไปรับมือกับผู้กล้าในเวลานี้คือ สมิด
"คุณผู้กล้าครับ เป็นอะไรหรอครับ ดาบไม่ถูกใจหรอครับถึงได้เป็นแบบนั้น"
เพราะทางผู้นำองค์กรไม่ได้บอกอะไรกับเขาเลย สมิดจึงไม่รู้ถึงเหตุการที่เกิดขึ้นจึงถามด้วยความอยากรู้ เพราะหน้าผู้กล้าตอนนี้เหมือนกำลังหงุดหงิดอย่างมาก แถมยังถือดาบอยู่ตลอดเวลาพร้อมที่จะฆ่า
"มีคนลักพาตัวลินลี่ กับเจนไป"
ผู้กล้าตอบแค่นี้ สมิดก็เริ่มเข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่องตอนนี้ เพราะก่อนที่เขาจะทำดาบให้ผู้กล้าเขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้กล้ามามาก จึงรู้ถึงความน่ากลัวของผู้กล้าเป็นอย่างดี
.
.
.
.
.
"ถึงแล้วครับ นี้คือเขตกักกัน T-132 ครับ"
สมิดพูดขึ้นและนำไปที่ห้องกักกันโดยพาไปชั้นที่ใช้เพื่อตรวจสอบ
"เขตกักกัน T-132 นี้ได้กักกัน ซอมบี้ที่ฆ่าไม่ตายไว้ครับโดยการแยกชิ้นส่วนและเก็บไว้ในแต่ละที่ครับ ถ้าคุณต้องการกวาดล้างสามารถทำได้ ตามสะดวกเลยครับ"
สมิดอธิบายตามความเข้าใจของเขา
"ไปนำทั้งหมดมา"
ผู้กล้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อดกลั้น สมิดจึงไม่กล้าที่จะขัดและรีบไปทำตามที่ผู้กล้าสั่ง
สิ่งที่สมิด และทหาร ทั้ง10นายได้ช่วยกันยกมาคือ กล่องเหล็กเสริมแกร่งทั้ง 5กล่อง โดยมี 4 กล่องที่ขยับไม่หยุดเหมือนกำลังดิ้นเพื่อให้หลุดจากการ กักขัง
"พาข้าไปในห้องว่าง ขนาด 10คูณ10เมตร เดี๋ยวนี้"
หลังจากผู้กล้าเห็นกล่องพวกนั้น ผู้กล้าก็ได้สั่งขึ้นมา
.
.
.
.
.
หลัง จากมาถึงห้องผู้กล้าก็บอกให้ยกชิ้นส่วนของ ซอมบี้อมตะ เข้าไปไว้ในห้องและบอกให้ทุกคนออกจากห้องไป
แกร็ก
"ว่าไง"
ผู้กล้าเปิดกล่องเหล็กที่บันจุส่วนหัวของ ซอมบี้อมตะ เขาก็ทักทายขึ้น ซึ่งดูเหมือน ซอมบี้อมตะ จะเข้าใจที่ผู้กล้าพูด หัวของ ซอมบี้อมตะ หรือ T-132 นั้นมีลักษณะเป็นหัวของผู้หญิงที่หน้าตาสวยงาม เพียงแต่เป็นสีเขียวไปเพราะอะไรก็ไม่ทราบได้
"เจ้าฟังข้ารู้เรื่องนี้ ตอบข้ามาอยากกลับเป็นอิสระหรือไม่ "
หลังจาก T-132 ได้ยินเธอก็ทำหน้าตาครุ่นคิด
"แน่นอนข้าต้องการ ไม่ว่าจะแลกด้วยอะไร ข้าขอแค่มีคนที่ไม่รังเกียจข้า ก็พอ"
T-132 พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าหมอง เหมือนจะผ่านอะไรมาเยอะนะ
"หืม...รังเกียจเจ้า รึ บอกตามตรงข้าว่าเจ้าสวยนะ"
ผู้กล้าตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเป็นมิตร
"ขะ...ข้า สวยหรอ เป็นไปไม่ได้เจ้าโกหกข้าแน่นอน เจ้าเห็นแค่หัวข้าแล้วจะบอกได้ไงว่าข้าสวยหนะ"
T-132 พูดด้วยเสียงร้อนรน และดูเขิล อาย
"หึ เพราะข้าเห็นหน้าเจ้าไงข้าถึงกล้าพูดว่าเจ้ามีหน้าตาที่สวยงาม เพียงแต่เป็นสีเขียวอ่อน จึงดูแปลกไปบ้างแต่ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าหรอกนะ"
ผู้กล้าพูดยืดยาว เพื่อโน้มน้าวใจ
"พะ..พอได้แล้วววว! บะ บ..บอกมาว่า จ..เจ้าต้องการอะไร"
T-132 พูดขึ้นด้วยอาการเขิลอาย จนพูดติดๆ ขัดๆ
"ข้าหรอ ข้าต้องการให้เจ้าทำ พันธสัญญาทาสกับข้า และนับจากนี้จนกว่า เจ้าจะตาย เจ้าจะถือเป็นคนของข้าตลอดไป"
ผู้กล้าพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่แฝงด้วยความจริงใจ
"เจ้าต้องการข้าเป็นทาส งั้นหรอ ทำไมกัน ข้าไม่ต้องการเป็นทาสใคร"
T-132 ดูจะผิดหวังมากที่ผู้กล้าต้องการให้เธอไปเป็นทาสของเขา
"ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่มองเจ้าเป็นทาสจริงๆหรอก ที่ข้าจะพันธสัญญากับเจ้าเพื่อให้นับจากนี้จะไม่มีใครกล้าดูถูกหรือรังเกียจเจ้าอีก นับจากนี้เจ้าและข้าจะถือว่าเป็นครอบครัว แต่เจ้าต้องทำตามที่ข้าสั่งด้วยนะในบางครั้งหนะ"
"แต่หลังจากที่เจ้าเป็นทาส ข้าแล้ว หลังจากนี้เจ้าห้ามทำร้ายคนบริสุทธิ์ เด็ดขาด นั้นถือเป็นคำขาด ถ้าเจ้าทำได้ เจ้าจะได้ครอบครัวใหม่ และได้อิสระ เจ้าคิดว่าไง"
ผู้กล้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและคอยสังเกตุทาง T-132 ไปด้วย ทาง T-132นั้น ดูครุ่นคิดและไม่เชื่อผู้กล้านัก
"งั้นก่อนอื่น.....เจ้าสาบานด้วย เกียรติยศของเจ้าก่อน ว่าจะทำตามคำพูดของเจ้า"
T-132 พูดขึ้นและขอให้ผู้กล้าทำในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้เพราะการสาบานด้วยเกียรติยศคือการ สาบานของคนที่มีเกียรจริงๆเท่านั้นถึงจะทำได้ ถ้าผู้ที่สาบานผิดคำ จะทำให้ถูกลงโทษด้วยการ ถูกฟ้าผ่าจนตาย
"ด้วยเกียรติยศของข้า ข้าขอสาบานที่จะทำตามคำพูดของข้าก่อนหน้านี้ทั้งด้วย ด้วยความจริงจัง และจริงใจ "
ในระหว่างที่ผู้กล้าทำการสาบาน มีแสงวาดขึ้นเป็นรูปวงเวทสว่างขึ้น และ มีเสียงของฟ้าผ่า ดังเจ็ดครั้ง เป็นเสียงฟ้าผ่าที่ดังมาก ดังจนลงมาถึงห้องที่ผู้กล้าอยู่ เป็นเหมือนสัญญานว่าตอนนี้ ฟ้าได้รับรู้คำสาบานของผู้กล้าแล้ว
"เจ้า....เจ้าทำจริงๆ หรอ"
T-132 พูดด้วยท่าทางที่ตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ ว่าผู้กล้าจะกล้าทำจริงๆ และที่สำคัญ ผู้กล้าทำโดยไม่แม้แต่จะลังเลเลยด้วยซ้ำ
"กะ...ก็ได้ข้ายอมรับ ที่จะเป็นทาสของเจ้า"
T-132 พูดด้วยเสียงติดๆขัดๆ ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกเขิลอาย จนบอกไม่ถูก เธอเหมือนกับ...ถูกขอแต่งงานยังไงยังงั้น ถึงมันจะไม่ใช่ก็เถอะ
"งั้น เจ้ามีชื่อไหม"
ผู้กล้าถามขึ้นขัดความคิดของ T-132 นั้นทำให้เธอสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย
"ชื่อปกติ คนที่เป็นทาสจะได้รับชื่อใหม่จากผู้เป็นนายนะ "
สิ่งที่ T-132พูดออกมาทำให้ผู้กล้ารู้สึกแปลกๆ แต่ผู้กล้าก็ทิ้งความรู้สึกนี้ไปด้วยความรวดเร็วและเริ่มเอาชิ้นส่วนอื่นๆ มาต่อกัน และมันก็ผสานกันอย่างรวดเร็ว
"หืม อย่างที่คิดเจ้าสวยจริงๆ นะ"
สิ่งที่ผู้กล้าพูดขึ้นทำให้ T-132 รู้สึกเขิลอายอย่างบอกไม่ถูก แต่ผู้กล้าไม่สนใจและเริ่มพิธีทันที
"ด้วยนามแห่งข้า ผู้กล้า ที่มีชีวิตยืนยาวมากว่า สองหมื่นปี ข้าขอสร้างพันธสัญญาแห่งทาสขึ้นนะตรงนี้ โดยมีตัวข้าเป็นนาย และ มีผู้ที่อยู่ตรงหน้าข้าเป็น ทาส เจ้าจะยอมรับพันธสัญญานี้หรือไม่"
ในตอนที่ผู้กล้าพูดมีวงเวทเกิดขึ้นรอบห้องและมีแสงและเสียงมากมายในตอนนี้
"ข้ายอมรับ ท่านจะเป็นนายของข้า นับจากนี้และตลอดไป"
"ดีมาก นับจากนี้ เจ้าจะมีชื่อว่า แองเจล่า จงรับชื่อนี้ไป นับจากนี้และตลอดไปชื่อนี้คือชื่อของเจ้า เจ้าจะอยู่ภายใต้นามของข้าตลอดไป"
"ค่ะ"
แองเจล่าคุกเข่าลงข้างนึงและคำนับลง เหมือนกับอัศวินเจอองค์ราชา
"อืมเรียบร้อย"
ผู้กล้าพูดขึ้นด้วยความพึงพอใจ เมื่อมองไปที่มือของ แองเจล่าที่มือของเธอมีวงเวทอยู่หนึ่งวง เป็นสัญลักษณ์ว่าได้กลายเป็นทาสเรียบร้อยแล้ว
"นามของท่านละผู้เป็นนายของข้า"
"นามของข้าข้าได้ทิ้งมันไปแล้วเมื่อ สองหมื่นปีก่อน เจ้าจงเรียกข้าว่าผู้กล้า และไม่จำเป็นต้องเคารพกันมากขนาดนั้น หลังจากนี้เจ้ากับข้าคือครอบครัวเดียวกัน คำสั่งของข้าคำสั่งแรกคือ ห้ามข้าผู้บริสุทธิ์เด็ดขาด"
ผู้กล้าพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งมาก
"ค่ะ"
แองเจล่าตอบด้วยความสงบ
"แองเจล่า ข้าว่าข้าจะทำให้สีผิวเจ้ากลับมาปกตินะ ได้หรือป่าว"
"ทำได้ด้วยหรอ เอาสิ ได้ก็ดีเลยย"
แองเจล่าได้ฟังก็ดีใจมากและพูดด้วยความดีใจมากๆ หลังจากนั้นผู้กล้าก็จับไหล่ของ แองเจล่า และท้องคาถา บางอย่างที่ไวมากจน แองเจล่า ตามไม่ทัน แต่หลังจากนั้นก็มีแสงสีขาว ค่อยๆห่อหุ่มตัวของ แองเจล่า และค่อยๆทำให้สีผิวของ แองเจล่า เปลี่ยนไปจากสีเขียวอ่อน เป็นสีเนื้อ
"ทำได้ยังไงกัน"
แองเจล่าพูดออกมาอย่างใจลอย
"เวทมนไง...ไว้มีเวลาข้าจะอธิบายให้ฟังตอนนี้ คนในครอบครัวเราถูกจับไปคนนึง พวกเราจะต้องไปนำตัวคืน!"
ผู้กล้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนทำให้ แองเจล่าตกใจ
อืด อืด อืด
โทรศัพท์ของผู้กล้าดังขึ้น ผู้กล้าจึงรับโทรศัพท์ทันที
"แองเจล่า ได้เวลาไปรับตัวน้องสาวข้ากลับมาแล้ว"
น้ำเสียงของผู้กล้าตอนนี้แตกต่างจากตอนที่คุยกับเธอมากนัก แตกต่างจนเธอรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย
แอ๊ด
หลังจากผู้กล้าเปิดประตูออกมา สมิดก็มองผู้กล้าด้วยความเป็นห่วงเพราะเมื่อกี้มีอะไรเกิดขึ้นมากมายทั้ง เสียงฟ้าร้อง ทั้งแสงแปลกๆที่สว่างออกมาถึง สองครั้ง
"คุณผู้กล้าครับ สำเร็จไหม ครับ"
"อืม...ข้าจะออกไปรับตัวลินลี่คืน"
"แล้วผู้หญิงข้างหลังนี้ใครกันครับ"
"อย่าถามเดี๋ยวมีเวลาข้า จะไปบอกกับ ผู้นำของพวกเจ้าเอง"
ผู้กล้าความกดดันแผ่ขยายออกมาจากตัวผู้กล้าจนทำให้คนอื่นๆไม่มีใครกล้าถามต่อ และนำทางผู้กล้าไปหาผู้นำองค์กร SCP
.
.
.
.
.
"เจอแล้วใช่ไหม"
ผู้กล้าพูดทันทีที่ไปถึง
"ครับ พวกเราเจอพวกเธอแล้วอยู่ไกลจากที่นี้ไปทางเหนือ 80 กิโลเมตรครับ"
ผู้นำองค์กร SCP อธิบายและพึงจะสังเกตุเห็นผู้หญิงที่เดินตามผู้กล้ามา
"ใครครับ"
ผู้นำองค์กรSCP ถามพลางชี้ไปที่ แองเจล่า
"T-132 ข้าไปจัดการมาเรียบร้อยแล้วตอนนี้นางเป็นคนที่ข้ารับเลี้ยงดูเหมือน กับลินลี่ ชื่อ แองเจล่า"
ผู้กล้าพูดด้วยเสียงเรียบๆ ที่แฝงด้วยความรีบร้อน
"ข้าไปละ แองเจล่าพร้อมนะ ข้าจะพาเจ้าไปด้วย"
"ค่ะ
ตูม!!
หลังจากที่แองเจล่า พูดจบผู้กล้าก็กระโดดออกจากห้องจนเพดานเป็นรู และนำตัวแองเจล่ามาด้วย
'กฎข้อที่ 1 ถ้าอยากอยู่กับผู้กล้า อย่าได้ไปแตะต้องคนที่เขารับเลี้ยงดูเป็นอันขาด ' ผู้นำองค์กร SCP คิดขึ้นขณะที่มองรูบนเพดาน และเหงื่อตกหน่อยๆ
___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________