บทที่ 61 วิธีเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามที่รู้สึกว่าตนเองไม่มีทางสามารถเอาชนะผู้นำกองทัพทมิฬได้แน่ๆเขาจึงเริ่มคิดหาวิธีต่างๆนาๆ รวมไปถึงวิธีทางที่จะหลบหนีด้วย “ฮึ ฮึ น่าขำยิ่งนัก พลัง2ใน10ส่วนหรือ ข้าว่าเจ้ามีพลังเพียงเท่านี้ซะมากกว่า...” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม ต้องทนฝืนกัดฟันกล่าวคำเช่นนี้ออกมาเพื่อที่จะได้ไม่เปิดช่องโหว่ว่าตนเองอ่อนแอ
ผู้นำกองทัพทมิฬถึงกับโกรธจัดจนควันแทบจะออกจากหูอยู่แล้ว“นี่เจ้า...จะตายอยู่แล้วยังกล้าปากดีอีก”
ผู้นำกองทัพทมิฬได้รวมพลังไว้ที่หมัดอีกรอบหนึ่งแต่รอบนี้เป็นพลังถึง 5ใน10ส่วนเลยด้วยซ้ำ เขาคิดที่จะปล่อยหมัดออกไป เพื่อให้จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้รู้สึกถึงความแตกต่างของพลังในตอนนี้
ปั้ง!!!!
หมัดของผู้นำแห่งกองทัพทมิฬพุ่งตรงไปยังกลางอกของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเพื่อหวังผล
“โฮ่วโฮ่ว โฮ่ว...ท่านคงไม่คิดว่านี่คือพลังที่แท้จริงของข้าแล้วใช่หรือไม่” ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬสะใจเป็นอย่างมากเมื่อได้เห็นเลือดที่ไหลหยดเต็มตัวของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม
ส่วนจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามในตอนนี้เขารู้สึกราวกับว่าสายตาพร่ามัวจะปิดได้ทุกเมื่อหรืออีกนัยนึงก็คือ เขาไม่สามารถฝืนลุกยืนขึ้นมาได้อีกแล้วนั่นเอง “ฮึ ฮึ ฮึ...ได้เท่านี้เองสินะพลังของเจ้าหนะลูกน้อง ยังไงก็เป็นได้เพียงแค่ลูกน้อง ไม่สามารถทัดเทียมกับข้าได้เป็นอันขาด” จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามฝืนกล่าวออกมาทั้งๆที่ดวงตาของเขาแทบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว
ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬเริ่มมีหน้าตาโกรธถึงขีดสุด “นี่เจ้ายังกล้าปากดีอยู่อีกหรือ...ได้ ได้ ข้าจะให้เจ้าได้รู้สึกถึงความสิ้นหวังที่แท้จริง!”
ผู้นำแห่งกองทัพทมิฬได้หยิบอาวุธออกมาเป็นดาบใหญ่ระดับพิเศษสีดำทมิฬมืดสนิทแค่เพียงจ้องมองก็รู้สึกราวกับจะถูกกลืนกินเข้าไปเลยก็ว่าได้เขาได้รวบรวมพลังระดับขั้นที่9เขตแดนเมฆาแท้จริง ถึง10ส่วนในรอบนี้เพื่อหวังจะปิดฉากการต่อสู้ให้จบลง และจะเริ่มกลับไปทำลายล้างพวกดินแดนต้องห้ามให้ไม่เหลือชิ้นดีอีกต่อไป
“เจ้าคงจะเตรียมตัวแล้วสินะเพราะชีวิตของเจ้ามันไม่ได้มีค่าเลยสำหรับข้า ฉิง เย่ คนนี้!”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจ้องมองดาบสีดำทมิฬที่อยู่บนมือของ ฉิง เย่ ไว้อย่างไม่ละสายตา
ผู้นำกองทัพทมิฬ เริ่มพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุดและเหวี่ยงดาบขนาดใหญ่เข้าไปยังที่ลำคอของ จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้าม เพื่อหวังจบชีวิตของเขาเพียงดาบเดียว!
ฉึบบบบ~~~~~~!!!!!
ฟู่วววววว ฟู่ววว ฟู่วววว (เสียงเลือดทะลัก)
เลือดหยดลงมาสู่พื้นดินเป็นกอง แต่ทว่าไม่ใช่เลือดของจักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามแต่เป็นเลือดของ ผู้นำกองทัพทมิฬนั่นเอง “อ้า~...แขนของข้า ข้าฝากไว้ก่อนเถอะ ถ้าเจอกันอีกรอบจะเป็นวันตายของเจ้าอย่างแน่นอน”ผู้นำกองทัพทมิฬในตอนนี้แขนของเขาได้ขาดออกจากลำตัวและอาวุธสีดำทมิฬก็หลุดออดจากมือตกสู่พื้นไปแล้วด้วย เขาจึงรีบหนีไปให้ไวที่สุดเพื่อที่จะกลับมาล้างแค้นในภายภาคหน้าก็ยังไม่สายไป
ส่วน จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามเมื่อเห็นว่า ฉิง เย่ จากไปแล้ว เขาก็รู้สึกโล่งอกและขอบคุณ ชิว ซานฟู่เป็นอย่างมาก “เฮ้อ~...นี่ข้ารอดแล้วอย่างนั้นสินะแต่จริงๆ ข้าก็เกือบจะไม่รอดเช่นกันถ้าไม่ได้อาวุธระดับพิเศษขั้นสูงสุดที่ ชิวซานฟู่ เป็นผู้มอบให้ ข้าก็ยังนึกสภาพไม่ออกเลยว่าผลสรุปจะเป็นเช่นไร...”
หลังจากที่จบศึกแห่งการต่อสู้ตรงนี้ไปได้เขาก็รีบไปหาที่หลบซ่อนเพื่ออที่จะพักรักษาตัวสักระยะหนึ่ง เพราะถ้าหากเขาดันไปพบเจอสัตว์อสูรในเวลานี้แล้วหละก็ไม่ต้องคิดสภาพเลย ตายอย่างไม่ต้องสงสัย
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจึงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือถ้ำปริศนาที่แม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามีอะไรอยู่ด้านในบ้างแต่ถึงจะอย่างนั้น เขาก็ยังเข้าไปหลบอาศัยเพื่อพักฟื้นตัว
แต่ทว่า ระหว่างที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามกำลังเข้าไปภายในถ้ำลึกๆแล้วก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ผู้ใดกัน!!!!!”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามถึงกับผวา เนื่องจากเขาไม่สามารถสัมผัสพลังอะไรของอีกฝ่ายหนึ่งได้เลย แต่กลับมีเสียงดังขึ้นมาจนทำให้เขาตกใจ“เอ่อ ข้าน้อยมีนามว่า หลิน หู่เฉิงไม่ทราบว่าข้ามารบกวนท่านหรือไม่”จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามได้ทำท่าทางเคารพเป็นอย่างมากเนื่องจากบาดแผลของเขาในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยที่จะไปสามารถต่อสู้กับผู้ที่อาศัยอยู่ข้างในถ้ำแห่งนี้ได้
เสียงก็ดังขึ้นมาจากข้างในถ้ำอีกรอบหนึ่ง“มนุษย์?...เจ้าบาดเจ็บอยู่อย่างนั้นหรือต้องการความช่วยเหลือหรือไม่..”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามรู้สึกตกใจกับคำกล่าวของผู้ที่อยู่ด้านในถ้ำแห่งนี้เป็นอย่างมาก ‘มนุษย์?...แสดงว่าสิ่งที่อยู่ข้างในถ้ำแห่งนี้ไม่ใช่มนุษย์หรือข้าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี’
แต่ก็ได้มีเสียงตอบกลับมาก่อนที่จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจะได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมราวกับเขาอ่านใจได้ “เจ้าคงจะกลัวข้าสินะ ไม่เป็นไรข้าเข้าใจเพราะในสถานที่แห่งนี้ ใครจะไปเชื่อเรื่องที่คนอื่นจะช่วยเหลือหละจริงไหม และยิ่งเจ้ายังบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้อีก...คงจะกลัวข้ามากสินะ...ฮุฮุ ฮุ”เป็นเสียงที่ดูเหมือนจะหยอกล้อเพื่อทำให้จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามสบายใจได้
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามก็ได้คิดว่าจะลองดูสักครั้ง เกี่ยวกับเรื่องที่คนผู้นี้จะให้ความช่วยเหลือ ‘ข้าจะลองดูสักครั้งละกัน แต่ถ้าเกิดผู้ที่อยู่ด้านในคิดจะสังหารข้าขึ้นมาข้าคงจะได้แต่ขอภาวนาให้ท่านอาจารย์ต้องมาช่วยเหลือข้าแล้ว’
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจึงเริ่มกล่าวขึ้นมา“ขอบพระคุณท่านมาก... ถ้าอย่างนั้น ข้าคงต้องรบกวนท่านแล้วข้าขอพักฟื้นร่างกายที่บาดเจ็บนี้สักประเดี๋ยว ถ้าเกิดข้าหายแล้ว ข้าจะกลับออกไปภายในทันที”
จักรพรรดิแห่งดินแดนต้องห้ามจึงเดินเข้าไปภายในถ้ำ เพื่อจะไปหาต้นเสียงที่ส่งมายังเขาเมื่อสักครู่นี้ เพราะเขาหวังว่าผู้ที่อยู่ข้างในจะเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน