บทที่ 34 เด็กอัปมงคลมันจะชนข้าให้ตายแล้ว! (รีไรต์)
"ไอ้เด็กเหลือขออย่างเจ้า มีสิทธิ์อันใดมาสะเออะพูด กล้าดีอย่างไรมาต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่ กิริยามารยาทตามประเพณีของตระกูลทังถูกเจ้าโยนทิ้งไปหมดแล้วรึ..."
แม่เฒ่าทังฟาดฝ่ามือออกไปอย่างกะทันหันจนไม่มีผู้ใดตั้งตัวทัน
ทว่าเสี่ยวหยวนเป่าซึ่งยืนอยู่ไกลออกไปเล็กน้อย กลับขว้างลูกชิ้นเต้าหู้ที่เหลือเพียงครึ่งลูกในมือออกไปสุดแรง!
มันเข้าเป้ากลางดวงตาของแม่เฒ่าทังพอดี
แม่เฒ่าทังร้อง "ไอ๊หยา!" ออกมาคำหนึ่ง แรงที่ฟาดออกไปจึงเบี่ยงเบนทิศทาง กระทบถูกเพียงเสี้ยวหน้าของเอ้อร์เป่าเท่านั้น
ต้าเป่ารีบปรี่เข้าปกป้องน้องชาย "เอ้อร์เป่า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"
การจู่โจมอย่างฉับพลันของแม่เฒ่าทัง แม้จะถูกเสี่ยวหยวนเป่าสกัดจนผ่อนแรงลงไปมาก ทว่าความตระหนกตกใจนั้นมีอยู่จริง
เหตุการณ์นี้ทำให้เอ้อร์เป่าหวนนึกถึงภาพจำหนหลังยามที่ยังอยู่บ้านเก่าตระกูลทัง ที่มักถูกแม่เฒ่าดุด่าตบตีตามอำเภอใจ
ใบหน้าของเขาซีดเผือด ดูย่ำแย่นัก เขาพยายามฝืนอาการวิงเวียนตาลาย "พี่ใหญ่ ข้าไม่เป็นไร"
เสี่ยวหยวนเป่าประหนึ่งปลาไหลตัวน้อย พุ่งพรวดเข้าไปประจันหน้ากับแม่เฒ่าทัง นางกระโจนเข้าหา แล้วใช้ศีรษะกลมป้อมกระแทกเข้าที่ท้องของแม่เฒ่าทังอย่างจัง
"ยัยแก่หนังเหนียว! กล้าดีอย่างไรมาตีพี่รองของข้า! อยากตายนักใช่หรือไม่!"
พริบตาต่อมา ร่างของแม่เฒ่าทังก็ปลิวละลิ่วออกไป กระแทกเข้ากับรั้วลานบ้านจนเป็นรูโหว่
ในเสี้ยววินาทีที่ถูกกระแทก แม่เฒ่าทังแผดเสียงร้องโหยหวนราวกับภูตผี
"อ๊ากกก! เวรกรรมแท้ ๆ! เด็กอัปมงคลมันจะชนข้าให้ตายแล้ว!"
หลังจากร่างลอยไปไกลครู่หนึ่ง นางก็ส่งเสียงครางอือในลำคอ
ศีรษะตกวูบ แล้วสิ้นสติไปทันที
ผู้เฒ่าทังเห็นดังนั้น ถึงกับเหงื่อกาฬไหลพรากด้วยความพรั่นพรึง
อันตราย! ช่างอันตรายเหลือเกิน!
เขารีบสับเท้าหนีถอยหลังไปอย่างว่องไว
เจ้าก้อนแป้งน้อยกำลังเดือดจัด ผมแกละสองข้างของนางดูเหมือนจะชี้โด่เด่ขึ้นฟ้าตามแรงโทสะ
"ตีพี่รองของข้า... ยังจะกล้าตีพี่รองของข้าอีกหรือ คนชั่วไม่ยอมไป ข้าก็จะตีพวกเจ้าให้กระเจิงไปเอง!"
คนบ้านเก่าตระกูลทังได้ยินดังนั้นต่างพากันขวัญหนีดีฝ่อ พากันโกยแน่บหนีตายออกไปข้างนอกอย่างไม่คิดชีวิต...
ทังต้าที่หนีช้าไปเพียงก้าวเดียว ถูกเจ้าก้อนแป้งน้อยพุ่งชนจนลอยละลิ่วไปอีกคน
ทังต้าร้องเสียงหลง "ข้าไม่ได้ตี ข้าไม่ได้ลงมือเลยนะ!"
ตุบ!
ร่างของเขาไปกองอยู่ข้าง ๆ แม่เฒ่าทัง นอนแน่นิ่งขยับเขยื้อนไม่ได้เช่นกัน
ชาวบ้านหมู่บ้านตระกูลทังเคยเห็นความเก่งกาจของเสี่ยวหยวนเป่ามาแล้ว ทว่าวันนี้ก็นับว่าได้เปิดหูเปิดตาอีกครา
พวกเขายังคงรู้สึกมหัศจรรย์ยิ่งนัก
เมื่อวานตอนที่เสี่ยวหยวนเป่าสู้กับสุนัขผีดิบ พวกเขายังเดินทางไปไม่ถึงจึงไม่เห็นเหตุการณ์ ทว่ายามนี้ได้มาเห็นกับตาตนเอง ย่อมเป็นคนละความรู้สึกกัน
"จิ๊ ๆ ๆ พละกำลังของเสี่ยวหยวนเป่านี่เผลอ ๆ จะมากกว่าผู้ใหญ่เสียอีก!"
"ตีได้สะใจนัก คนตระกูลทังต่อหน้าก้อนแป้งน้อยวัยสามขวบ กลับดูเปราะบางประหนึ่งเครื่องจักสานกระดาษ... ต่อให้มากันทั้งบ้าน ก็ไม่ใช่คู่ปรับของนาง"
"สมควรแล้ว คนบ้านเก่าตระกูลทังเที่ยวใช้เล่ห์เหลี่ยมร้อยแปดกับเด็ก ๆ ทั้งที่ตัดขาดความสัมพันธ์กันไปแล้ว ยังกล้าบากหน้ามาเสแสร้งถึงที่นี่"
"เสี่ยวหยวนเป่าคือพระโพธิสัตว์กลับชาติมาเกิด คนบ้านเก่าตระกูลทังต้องเสียใจภายหลังแน่ จึงคิดจะมาเกาะขานาง... หวังจะมาสูบเลือดสูบเนื้อนางน่ะสิ..."
……
คนบ้านเก่าตระกูลทังพากันโวยวายด้วยความตื่นตระหนก "โอ๊ยย! จะฆ่าแกงกันแล้ว! ใครก็ได้ช่วยที ไปแจ้งทางการเร็วเข้า ให้มาจับไอ้พวกเด็กอกตัญญูพวกนี้ไปติดคุกเสียให้หมด!"
แต่ชาวบ้านหมู่บ้านตระกูลทังกลับยืนเฉย
ไม่มีใครสนใจพวกเขาสักคนเดียว!
เสี่ยวหยวนเป่าเพิ่งสร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่ให้หมู่บ้านเมื่อวานนี้
หากจะให้ช่วยไกล่เกลี่ยก็พอทำได้ แม้แต่โบราณกาลมา ความกตัญญูนั้นยิ่งใหญ่เหนือหัว ทว่าหากจะให้จับเสี่ยวหยวนเป่าไปติดคุกน่ะหรือ ย่อมไม่มีวันเป็นไปได้!
ต้องรักษา "ก้อนแป้งนำโชค" ไว้คอยคุ้มครองหมู่บ้านสิ เผื่อภายหน้าหากมีสิ่งอัปมงคลใดโผล่มาอีก จะได้มีนางคอยจัดการ
คนบ้านเก่าตระกูลทังยังคงตะโกนด่าทอไม่จบไม่สิ้น ซึ่งภาพลักษณ์ย่อมออกมามิสู้ดีนัก ในเมื่อคนตระกูลทังมีกันหลายคน หากชาวบ้านไม่ไปแจ้งทางการให้ แล้วถ้าพวกเขาสอดสลับไปแจ้งเองเล่าจะทำอย่างไร
เมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ต้าเป่าและน้อง ๆ จึงตัดสินใจทุ่มสุดตัว
เขาส่งสัญญาณทางสายตาให้เอ้อร์เป่า
เอ้อร์เป่าพลันล้มตัวลงนอนกับพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมาอีกเลย
ต้าเป่าตะโกนก้อง "น้องรอง น้องรอง เจ้าอย่าตายนะ! หรือว่าเจ้าจะถูกคนบ้านเก่าตระกูลทังตีจนตายเสียแล้ว! แจ้งทางการ! บุกเข้ามาตีคนตายกลางวันแสก ๆ ถึงในบ้าน หากไม่แจ้งทางการคงไม่ได้แล้ว ช่างรังแกแม่ม่ายลูกกำพร้าเกินไปแล้ว..."
ซานเป่าสมทบ "ใช่แล้วพี่ใหญ่ จับไอ้พวกสุนัขลืมบุญคุณพวกนี้เข้าคุกให้หมดเลย!"
ชาวบ้านพากันตะลึงอีกครั้ง
ไฉ่ซื่อนั้นอ่อนแอ มักถูกรังแกโดยไม่โต้ตอบ ทว่าลูก ๆ ของนางแต่ละคน กลับเฉลียวฉลาดและใจเด็ดเสียยิ่งกว่าอะไร
การศึกครั้งนี้... ทำได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!
การจะจัดการกับคนหน้าด้านไร้ยางอาย จำต้องใช้หนามยอกเอาหนามบ่งเช่นนี้เอง
เมื่อเห็นดังนั้น ชาวบ้านบางส่วนจึงเริ่มช่วยเอ่ยสมทบ "เอ้อร์เป่าร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็ก ถูกตีคราวนี้คงไม่ใช่ว่าอาการจะกำเริบหนักหรอกหรือ"
"หากข่าวลือออกไปว่าเด็กถูกย่าแท้ ๆ ตีจนตาย ท่านนายอำเภอย่อมไม่ไว้หน้าพวกนางแน่!"
"นั่นน่ะสิ แม้จะควรเคารพผู้เฒ่าผู้แก่ ทว่าแคว้นต้าอันของเราก็มีประเพณีเมตตาต่อเด็กไม่ใช่หรือ!"
"แม่เฒ่าทังคงจะติดนิสัยแอบตีเด็กจนชินมือ ทั้งที่แยกบ้านกันไปแล้ว ยังบากหน้ามาตีเด็กถึงบ้านเขาอีก เด็ก ๆ มาเกิดในตระกูลทังนี่ช่างน่าสงสารเสียจริง"
"หากทังเจ้าสี่รับรู้ได้จากปรโลก คงจะปวดใจยิ่งนัก"
ในตอนนั้นเอง หวังเทียนโกวก็โพล่งขึ้นว่า "ข้าจะไปแจ้งทางการให้พวกเจ้าเอง ท่านอาจารย์ของข้ารู้จักกับใต้เท้าที่ว่าการ ทังโหย่วไฉทำเรื่องชั่วร้ายจนฟ้าดินมิอาจดูดายจนต้องถูกฟ้าผ่า คนประเภทนี้ท่านนายอำเภอไม่มีวันปล่อยไว้แน่..."
กล่าวจบ หวังเทียนโกวก็สาวเท้าเดินมุ่งหน้าไปทางตัวตำบลทันที
เสี่ยวหยวนเป่านั้นยังเด็กนัก แม้นางจะมีพละกำลังมหาศาล ยามลงไม้ลงมือนั้นว่องไวยิ่ง ทว่าหากเป็นการโต้เถียงด่าทอ นางยังก้าวตามจังหวะไม่ค่อยทัน
พี่ชายว่าอย่างไร นางก็ว่าตามนั้น!
เมื่อหวังเทียนโกวบอกว่าจะไปแจ้งทางการ นางก็ร้องสมทบด้วยเสียงใสแบบเด็ก ๆ "แจ้งทางการ แจ้งทางการ... จับคนชั่ว..."
ครานี้กลับกลายเป็นคนบ้านเก่าตระกูลทังที่ต้องตะลึงลาน
พวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านยากจนชั่วชีวิตไม่เคยแม้แต่จะเฉียดกรายไปใกล้ที่ว่าการอำเภอ ส่วนหวังเทียนโกวได้ชื่อว่าเป็นศิษย์รักของอาจารย์ในตำบล หากปล่อยให้เขาไปแจ้งทางการจริง แล้วมีการเติมสีตีไข่ลงไป จะทำอย่างไรดี
วันนี้ก็เป็นแม่เฒ่าทังที่เป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อนจริง ๆ
ส่วนเจ้าเด็กเอ้อร์เป่านั่นก็ร่างกายอ่อนแอ ยามแสร้งทำเป็นร่อแร่นั้นก็นับว่าแนบเนียนยิ่งนัก
อีกทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลทัง ต่างก็มีใจเอนเอียงไปเข้าข้างพวกเด็ก ๆ อย่างเห็นได้ชัด
ไม่มีใครยอมเอ่ยคำพูดดี ๆ ให้บ้านเก่าตระกูลทังเลยสักคำ มีแต่จะช่วยหาทางให้เด็ก ๆ พ้นผิด หากนายอำเภอมาตรวจสอบความจริงแล้วชาวบ้านให้การสุ่มสี่สุ่มห้า คนบ้านตระกูลทังไม่ถูกจับเข้าคุกเข้าตารางกันหมดหรือ
ดูท่าเจ้าเด็กพวกนี้คงจะใจเด็ด ตัดขาดแล้วไม่ยอมหันหลังกลับแน่ ส่วนเจ้าก้อนแป้งน้อยนั่นจะไปรู้อะไร ก็คงทำตามความเห็นของแม่เลี้ยงและพี่ชายทั้งนั้น
หากยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อไป ผลลัพธ์อาจจะบานปลาย อายุอานามก็ปานนี้แล้ว หากต้องไปกินข้าวแดงในคุกย่อมไม่คุ้มเสีย
ผู้เฒ่าทังใช้สมองอันชาญฉลาดขบคิดอย่างรวดเร็ว "ไฉ่ซื่อ ถึงอย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะพาลูก ๆ กลับบ้านหรือไม่"
ไฉ่ซื่อถูกเรียกชื่ออีกครั้ง นางกำลังปวดใจเรื่องเอ้อร์เป่า คราวนี้จึงแข็งกร้าวขึ้นมาบ้าง "พวกเราสองครอบครัวตัดขาดกันไปนานแล้ว! พวกท่านไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยวาจาเช่นนี้อีก"
ผู้เฒ่าทังแก้เชือกป่านที่ผูกติดตัวไว้ออกทันที
"เจ้าเลี้ยงดูพวกมันจนกลายเป็นคนเนรคุณอกตัญญู ต่อไปภายหน้าย่อมไม่มีวันได้ดี! ข้าจะคอยดู!"
เขาหันไปสั่งลูกหลาน "พวกเรากลับ! แบกยัยแก่นี่กลับไป! ในเมื่อจะตัดขาดก็ตัดขาดไปเลย ขอให้ไอ้พวกหมาอกตัญญูพวกนี้ถูกฟ้าดินลงโทษเสียให้เข็ด..."
เจ้าก้อนแป้งน้อยทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ "คนชั่ว! พวกท่านต่างหากที่จะถูกฟ้าดินลงโทษ! ถูกฟ้าผ่า! หากคราวหน้ากล้ามาอีก ข้าเห็นครั้งใดจะทุบพวกท่านครั้งนั้น ฮึ่ม!"