Melchiorre Crime Family 1 ใน 3 ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดของประเทศหมาป่า ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนับหลายทศวรรษ
ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันคือ ดาเมี่ยน เมลคิออร์ วัยสามสิบห้าปี เขาเป็นคนที่สุขุมและวางแผนอย่างรอบคอบก่อนจะทำการใหญ่ทุกครั้ง ทุกการกระทำของเขาเป็นเหมือนดั่งจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเลห์ ที่เต็มไปด้วยกลอุบาย
น่าเสียดายไม่ว่าดาเมี่ยจะเก่งและมีความสามารถมากแค่ไหน ตระกูลเมลคิออร์ในยุคของเขานั้นกลับตกต่ำลงอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่ผู้นำของตระกูลเมลคิออร์ยุคนี้ถึงจะไม่ใช้คนที่เก่งที่สุด เขาก็ยังนับได้ว่าติด Top 10 ผู้นำจากอดีตจนปัจจุบัน
แต่นับว่าโชคร้ายที่ในยุคนี้ทางศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ได้เริ่มมีอิทธิพลและเข้ามาแทรกแซงทางการเมือง มันจึงทำให้ตระกูลเมลคิออร์ที่เคยเป็นผู้นำในโลกใต้ดินต้องถูกลดอำนาจ ซึ่งนั่นก็รวมถึงอีกสองตระกูลที่เหลือด้วย
เจ็ดตระกูลเล็กที่ได้รับการสนับสนุนจากทางศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์จึงเข้ามามีบทบาทในแวดวงนี้แทน จากเดิมที่รัฐบาลต้องปวดหัวกับสามตระกูลใหญ่แล้ว คราวนี้ก็ต้องมาปวดหัวกับเจ็ดตระกูลที่มีศาสนจักรคอยหนุนหลังอีก
...
" 'อัลโกบาเลโน่ (Arcobaleno) ' นี่คือชื่อที่ไว้ใช้เรียกเจ็ดตระกูลครับ" ชายชราพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม
วินเทอร์แสยะยิ้มอย่างเย็นชา นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เขาได้เดินทางมาประเทศหมาป่า นอกจากการกลับบ้านเกิดแล้ว เขาก็มาเพื่อกำจัดพวกอัลโกบาเลโน่และศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่เขาจะได้ขยายอำนาจและอิทธิพลในฝั่งทวีปยุโรป
ฝั่งเอเชียเขามีแก๊งหงเหมินและทางฝั่งยุโรปก็มีตระกูลเมลคิออร์ ทั้งสองแก๊งเป็นกุญแจสำคัญในการครองโลกของวินเทอร์
ชายชราที่กำลังเฝ้ามองวินเทอร์อยู่ ก็เกิดความรู้สึกภายในใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คุณชายตัวน้อยๆ ที่เคยรู้จัก มันเป็นความรู้สึกที่สูงส่งจนไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจรบกวนความสงบของเขา
ทั้งๆ ที่ตัวชายชราก็เป็นระดับอาวุโสคนหนึ่งในตระกูล เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่อดีตผู้นำตระกูลรุ่นก่อนมาแล้ว แม้กระทั่งผู้นำตระกูลรุ่นก่อนๆ หน้าที่เขาเคยพบมา ยังไม่ทำให้เขารู้สึกอับจนได้ถึงขนาดนี้ แรงกดดันที่ออกมาจากเด็กหนุ่มตรงหน้ามันช่างน่าหวาดหวั่นเหลือเกิน...
ชายชราสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะถามออกไปว่า "คุณชายจะกลับไปที่ตระกูลเลยไหมครับ?"
"เอาสิ! ไม่ได้เจอคุณปู่นานแล้วเหมือนกัน หลายสิบปีแล้วนะเนี่ย!" วินเทอร์ยิ้มและลุกขึ้นเพื่อไปเดินตามหาพวกสาวๆ
ชายชราถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออกไป ในทีแรกชายชรายังไม่รู้สึกอะไร แต่พอเขาได้อยู่ข้างๆ วินเทอร์ไปนานๆ ความรู้สึกกดดันที่ออกมาจากตัววินเทอร์มันค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
ในขณะที่วินเทอร์กำลังเดินหาภรรยาตัวน้อย สายตาของเขาได้ไปเห็นว่ามีกลุ่มชายที่สวมชุดสูทดำเต็มยศหกคนกำลังยืนปิดทางเดินทางหนึ่งเอาไว้ ทำให้ผู้คนที่กำลังเดินรับชมความงามของโบสถ์ ไม่สามารถเดินผ่านไปมาได้ ต้องเลี่ยงหรืออ้อมไปยังทางอื่นแทน
แต่มีหรือคนอย่างวินเทอร์จะสนใจ? วินเทอร์เดินตรงไปหากลุ่มชายสูทดำอย่างไม่ลังเล พร้อมกับชายชราที่เดินตามหลังเขามาด้วยความกังวล
"ถอยไป ที่ตรงนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องผ่าน" ในขณะที่วินเทอร์จะเดินผ่านไปนั้น กลุ่มชายสูทดำที่ยืนเฝ้าอยู่เข้าขวางทางเขาทันที
ปัง! เสียงปืนดังขึ้น วินเทอร์ชักปืนออกมายิงไปตามอารมณ์ จากนั้นเขาก็เริ่มลั่นไกสังหารชายสูทดำห้าคนที่เหลือด้วยทักษะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนานจนเกือบจะเหนือมนุษย์ของวินเทอร์ จนชายสูทดำไม่สามารถที่จะตอบโต้กลับมาได้เลย วินเทอร์เดินตรงลิ่วผ่านซากศพของชายสูทดำทั้งหกโดยไม่ได้มองดูพวกเขาสักแวบหนึ่ง
เสียงปืนที่ดังลั่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับร่างไร้วิญญาณของชายสูทดำทั้งหก ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในโบสถ์แตกตื่นกันเหมือนผึ้งแตกรัง เสียงร้องเอ็ดตะโรและเสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น วินเทอร์ได้ไปถึงกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหน้าที่ประกอบไปด้วยเด็กสาวสามคนและชายหนุ่มหนึ่งคน
เมื่อเด็กสาวทั้งสามเห็นว่าใครกำลังเดินมา พวกเธอก็กระโดดโผเข้ากอดวินเทอร์กันทันที
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจขณะจ้องมองวินเทอร์ พูดภาษาอิตาลีขึ้นมาช้าๆ ว่า "การกระทำของน้องชายออกจะเกินไปแล้วไหม การที่น้องชายฆ่าคนและยังสร้างความปั่นป่วนในที่สาธารณะแบบนี้ มันเท่ากับไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา!"
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมีระดับ มีความเป็นอารยชน อีกทั้งยังท่วงท่าที่สง่างามราวกับสุภาพบุรุษ เพื่อที่จะสร้างความประทับใจให้กับสาวงามทั้งสามคนตรงหน้า
"อย่างนั้นรึ?" วินเทอร์หัวเราะพร้อมยกปืนชี้กระบาลชายหนุ่มตรงหน้า และพูดเป็นภาษาอิตาลีออกไปว่า "สถานที่ตรงนี้ใช่ว่าจะเป็นของตระกูลแมรี่โพซ่า ฉันคิดอยากจะมาก็มา! คิดอยากจะทำอะไรก็ได้ หากมีใครมาขวางทางฉัน ก็กำจัดพวกมันทิ้งให้หมด"
เสียงของวินเทอร์ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง คำพูดที่ตรงและอันธพาลของวินเทอร์ ง่ายๆ และป่าเถื่อน ทำให้ผู้คนภายในโบสถ์ได้แต่กลายเป็นตัวโง่งม การที่วินเทอร์ไม่สนใจกฎบ้านกฎเมืองแบบนี้ทำให้พวกเขาถึงกับพูดไม่ออก
ชายหนุ่มถึงกับทำหน้าบึ้งตึง และพูดขึ้นช้าๆ ว่า "น้องชาย ถ้ารู้ว่าฉันมาจากตระกูลแมรี่โพซ่า ก็ควรจะรู้ตัวนะว่าต้องทำ-"
ปัง! เสียงปืนตัดบทคำพูดของชายหนุ่ม ที่ตอนนี้ได้ลงไปนอนเป็นร่างไร้วิญญาณไปแล้ว
"อัลโกบาเลโน่...หึ ไร้สาระสิ้นดี ก็แค่พวกหุ่นเชิดเท่านั้น" วินเทอร์จ้องมองร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มอย่างไม่แยแส
ชายชราที่รับชมอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ ถึงกับต้องรู้สึกหวาดผวาขนลุกซู่ คิดไม่ถึงเลยว่าคุณชายของเขาจะบ้าระห่ำได้ขนาดนี้
"ค..คุณชาย พวกเรารีบออกจากที่นี่กันดีกว่าครับ" ชายชรารู้สึกอยากจะพาตัวคุณชายของเขากลับไปให้คุณท่านได้เห็นเหลือเกิน
พวกเขาไม่ได้พบกันเพียงแค่สิบกว่าปีเท่านั้น แต่คุณชายตัวน้อยๆ ในวันนั้นได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง คุณชายของเขาเปลี่ยนไปหรือใครเปลี่ยนคุณชาย...
"คุณปู่คนนี้เป็นใครเหรอคะพี่วิน?" ซัมเมอร์ได้ยินชายชราเรียกคนรักของเธอว่าคุณชาย เธอจึงรู้สึกสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขา
วินเทอร์ยิ้มและลูบหัวภรรยาตัวน้อยของเขาเบาๆ "นี่คือปู่ลูซิโอ้ ท่านเป็นมือขวาของคุณปู่พี่น่ะ"
"สวัสดีค่ะคุณปู่่ลูซิโอ้ หนูชื่อซัมเมอร์ ป..เป็นคนรักของพี่วินค่ะ!" ซัมเมอร์แนะนำตัวเองต่อหน้าลูซิโอ้ด้วยความเขินอาย
"สวัสดีค่ะหนูชื่อส้ม เป็นคนรักของวินเทอร์เหมือนกันค่ะ"
"นะ..หนูชื่ออนาสตาเซียค่ะ"
ลูซิโอ้ที่ได้ยินว่าคุณชายของเขามีคนรักแล้ว ก็ยิ้มแป้นออกมารู้สึกยินดีปรีดาไม่น้อย "ผมอดใจไม่ไหวแล้ว ถ้าคุณท่านรู้ว่าคุณชายมีคนรักแล้ว แถมยังตั้งสามคนอีก! ท่านจะทำหน้ายังไง ฮ่าๆ"
ถ้าจะนับลำดับกันจริงๆ แล้ว ลูซิโอ้ควรจะเรียกวินเทอร์ว่าคุณหนู เพราะคุณท่านที่ลูซิโอ้หมายถึงคือปู่ของวินเทอร์ ถ้าปู่ของเขาคือรุ่นแรก พ่อของวินเทอร์ก็คือรุ่นสอง ส่วนวินเทอร์นั้นคือรุ่นสาม ที่จริงแล้วมันต้องเป็นรุ่นที่สองที่เป็นรุ่นเดียวกับพ่อวินเทอร์ลูซิโอ้ถึงจะเรียกพวกเขาว่าคุณชาย
แต่มันมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้วินเทอร์ถูกจัดอยู่ในรุ่นที่สอง แทนที่จะเป็นรุ่นสาม วินเทอร์เลยถูกเรียกว่าคุณชายแทนที่จะเป็นคุณหนู
เสียงโทรศัพท์ของลูซิโอ้ดังขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนที่เขาจะรับสายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพาพวกของวินเทอร์ออกจากโบสถ์ไปทางประตูลับที่รอดพ้นจากสายตาผู้คน
หลังจากที่พวกวินเทอร์ออกไปได้ไม่นาน กลุ่มตำรวจและหน่วยพิเศษก็ได้บุกเข้ามาช่วยเหลือผู้คน แต่พวกเขาไม่พบผู้ที่ก่อเหตุ เจอแต่ซากศพของคนทั้งเจ็ดคน นอนไร้วิญญาณจากการถูกดับลมหายใจด้วยอาวุธปืน ส่วนพวกของวินเทอร์ที่หนีออกไปทางประตูลับ ได้ขึ้นรถที่ลูซิโอ้จัดเตรียมไว้เพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลเมลคิออร์แล้ว
...
หลังจากที่พวกเขาได้นั่งรถกันมาได้สิบนาทีกว่าๆ วินเทอร์ก็ได้เดินทางมาถึงบ้านตระกูลเมลคิออร์ ถึงแม้ว่าคฤหาสน์หรือพื้นที่จะไม่ใหญ่เท่าของวินเทอร์ที่ประเทศช้าง แต่สถาปัตยกรรมโดยรวมเป็นสไตล์กรีก-โรมัน ทำให้คฤหาสน์บ้านตระกูลเมลคิออร์ดูขลังไม่น้อย
กลุ่มของวินเทอร์ได้เดินตรงเข้าไปยังคฤหาสน์โดยมีลูซิโอ้คอยนำทางให้ ซึ่งมันทำให้ผู้คนในแก๊งรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่าพวกของวินเทอร์เป็นใคร ถึงทำให้ลูซิโอ้ที่เป็นถึงมือความของคุณท่านต้อนรับขับสู้ดีขนาดนี้
ทันทีที่วินเทอร์เข้าไปในคฤหาสน์ เขาก็ได้ยินเสียงที่กึกก้องเต็มไปด้วยกำลังเหมือนดั่งราชสีห์คำราม
"ฮ่าๆ ดูสิใครมา นี่มันไอ้วินเทอร์หลานรักของปู่!" ชายชราร่างกำยำหัวเราะลั่น พร้อมเดินเอามือเข้ามาสอดใต้รักแร้และยกตัววินเทอร์ชูขึ้น
แม้ว่าผมบนหัวหรือหนวดเคราของชายชราจะขาวโพลน แต่สรีระรูปร่างที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แน่นปั๊กเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลัง จนถึงขั้นสามารถยกร่างของวินเทอร์สูงเหนือพื้นได้ ทำให้มันดูขัดกับวัยของเขาสุดๆ
สามสาวได้แต่มองด้วยความตะลึง พวกเธอเหลือจะเชื่อกับพลังที่มากมายมหาศาลของคุณปู่ตรงหน้าสุด
"สวัสดีครับ คุณปู่" วินเทอร์ยิ้มอย่างเจื่อนๆ แม้ว่าเขาจะโตขึ้นมากแค่ไหน ก็ยังเป็นเด็กตัวน้อยๆ ของคุณปู่คนนี้อยู่ดี
ชายชราวางร่างวินเทอร์ลงและขยี้หัวของวินเทอร์ด้วยความเอ็นดู "ฮ่าๆ สุขสันต์วันเกิดนะ ไอ้หลานรัก!!!
บรรดาคนในแก๊ง ในตระกูลเมลคิออร์ตอนนี้ทราบกันทั่วถึงแล้วว่าเด็กหนุ่มที่ลูซิโอ้พามา คือคุณชายน้อยของพวกเขานั่นเอง
"สุขสันต์วันเกิดครับ คุณชายน้อย!!!"
พวกเขาพูดขึ้นมากันอย่างพร้อมเพรียงด้วยความเคารพ ในแววตาของพวกเขาไม่สามารถปกปิดซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้เลย เพราะในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นคุณชายน้อยที่เป็นตำนานสักที!!!
Writer : ที่หายไปไม่ใช่อะไรนะ ไรต์ติดธุระ แล้วลืมลงเรื่องนี้เลยยยยยย!!!