เทพสงครามมังกรเทวะ

    อำนาจแห่งแสงเทพสมุทร

    การจัดการสัตว์อสูรระดับนิพพานชั่วพริบตาของเฟยหรงนั้นได้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คนทุกหมู่เหล่า ในเวลานี้เสียงเฮไม่ขาดสายจากชาวบ้านดังขึ้นมาด้วยความดีใจ ในที่สุดก็มีคนจัดการเหล่าสัตว์อสูรที่ทำลายหมู่บ้านได้เสียที เฟยหรงในสายตาของพวกเขานี้เปรียบได้กับวีรบุรุษเลยก็ว่าได้

     

    "เอ่อ ขอคุณท่านมากที่ช่วยเหลือพวกเราและขออภัยด้วยที่ข้าเคยเสียมารยาทต่อหน้าของท่าน"หัวหน้ากลุ่มผสานมือคาราวะเฟยหรงด้วยความนับถือจากใจจริงปราณกระบี่ที่เฟยหรงสร้างขึ้นนั้นแม้แต่ผู้อาวุโสบางคนยังทำไม่ได้ แม้จะทำได้แต่ก็ไม่ได้มากมายเช่นเฟยหรงอย่างแน่นอนดังนั้นพวกเขาจึงรู้ได้ในทันทีว่าชายคนนี้ย่อมมีฐานะที่สูงส่งและไม่ธรรมดา

     

    เฟยหรงพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะหยิบหยกชิ้นหนึ่งออกมาก่อนที่ตัวเขาจะเขียนอักขระต่างๆใส่ลงไปในหยกอย่างรวดเร็ว และส่งให้กับหัวหน้ากลุ่ม

     

    "ส่งคนเอาหยกนี้ไปให้กับท่านเจ้านิกายโดยตรง ส่วนคนอื่นรีบอพยพคนใหม่หมู่บ้านเดี๋ยวนี้!!"เฟยหรงเอ๋ยคำสั่งในทันที หัวหน้ากลุ่มพลันทำตามอย่างไม่ลังเล เขาได้ให้ระดับเทวะคนหนึ่งกลับไปพร้อมกับหยกข้อความของเฟยหรงส่วนตัวเขาและลูกน้องอีกคนพากันไปอพยพชาวบ้านออกไป เหลือไว้เพียงแต่พวกเฟยหรงเท่านั้นที่ยังคงอยู่ที่นี่

     

    "หืม พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมด??"เฟยหรงหันกลับมาพร้อมกล่าวถาม ในขณะนี้เหล่ยอิง หมิ่งฉี รวมไปถึงเฟยอวิ้นเฉิน และเฟยหว่านถิงนิ่งอึ้งสีหน้าเหม่อลอยอย่างถึงที่สุด

     

    "ท่านเป็นใครกันแน่??"เหล่ยอิงพูดขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก ด้วยความเก่งกาจเช่นนี้ของชายหนุ่มแน่นอนนางย่อมรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนที่มีฐานะธรรมดาๆเป็นแน่แท้ แต่นางเองก็ไม่เคยเห็นผู้อาวุโสคนใดที่มีฝีมือมากมายขนาดกำจัดสัตว์อสูรระดับนิพพานและเทวะนับร้อยได้ในพริบตาเช่นนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นางจะกล่าวถาม

     

    "เอ่อ......"เฟยหรงชะงักไปชั่วครู่และรีบดึงฮั่วหลิงหลิงมารับหน้าแทน ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะแล้วกล่าวตอบสหายของนาง "ฮิฮิ เหล่ยอิง เมิ่งฉี เฟยหรงก็คือเฟยหรงสามีของข้าจะเป็นใครไปได้ละ"

     

    "หลิงหลิงนั่นไม่ใช่ที่พวกเราอยากรุ้เสียหน่อย ข้าแค่อยากรู้ว่าเขามีสถานะอะไรในหอกระบี่ดาวตกเท่านั้นเอง"เหล่ยอิงกล่าวพร้อมทำหน้ามุ้ยเห็นได้ชัดเลยว่าสหายของนางพยายามที่จะหลีกเหลี่ยงคำตอบ

     

    "โอ้ เรื่องนั้นเอง เขาเป็นนายน้อยของหอกระบี่ดาวตกน่ะแต่จะเรียกอย่างนั้นได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะเจ้าตัวแทบจะอยู่ไม่ติดนิกายเลย"ฮั่วหลิงหลิงกระทุ้งซอกใส่ชายหนุ่มไปหนึ่งที ในเวลานี้ไม่เพียงเมิ่งฉีและเหล่ยอิงเท่านั้นที่ตกตะลึง เฟยหว่านถิงเองก็เช่นกัน ส่วนเฟยอวิ้นเฉินนั้นตอนนี้ตัวสั่นเทิ้มเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

     

    เขาผู้เคยพบความอัปยศจากชายหนุ่มมาทำไมจะจำไม่ได้แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดว่าชายหนุ่มที่หล่อเหลาคนนี้จะเป็นคนๆเดียวกันกับเฟยหรงเมื่อตอนนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว เฟยหรงยกยิ้มให้กับเมิ่งฉีและเหล่ยอิงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมิ่งฉีและเหล่ยอิงที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นอดไม่ได้ที่จะหมั้นใส้อย่างไร้สาเหตุ เพราะมันเป็นเหมื่อนสัญญานบอกว่า 'ช่วยไม่ได้พวกเจ้าไม่ได้ถามข้าเองอย่างไรอย่างนั้น'

     

    ซึ่งพวกนางก็ต้องยอมกล่ำกลืนความโกรธเคืองเล็กๆนั้นกลับเข้าไปในทันที มันเป็นความผิดของพวกนางเองที่ไม่ได้ถามถึงรายละเอียดของอีกฝ่ายให้แน่ชัด แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิดในใจเล็กๆ

     

    แต่เฟยหรงแน่นอนเขาไม่ได้กล่าวอธิบายสิ่งใดต่อไป ผ่านไปไม่ถึงวันกองกำลังของหอกระบี่ดาวตกก็ถูกนำมาในทันใด และยังประกอบไปด้วยระดับจักรพรรดิขั้นปลายถึงสิบคนและผุ้นำพวกเขามาก็คือเฟยเทียนนั่นเอง

     

    เฟยหรงลอยทะยานไปบนฟากฟ้าและมาหยุดอยู่ตรงที่บิดาของเขากำลังลอยอยู่กล่าวรายงานทุกสิ่งที่ตนรู้ให้เฟยเทียนได้ฟังจนหมดสิ้น เฟยเทียนได้ยินดังนั้นเขาและลูกชายก็เร่งพุ่งทยานไปยังจุดที่เฟยหรงว่าในทันที ใจกลางป่าใหญ่นั้นในเวลานี้ม่านพลังเริ่มกระพริบไหวราวกับจะหายไปในไม่ช้า

     

    "พวกมันกำลังจะสร้างคลื่นสัตว์อสูร ม่านพลังเหล่านี้คงจะเป็นตำหนักรัตติกาล แต่มันสร้างขึ้นเพื่ออะไรกันละ"เฟยเทียนกล่าวอย่างฉงนสงสัยม่านพลังที่ดำมือเช่นนี้จะไม่ใครที่ใช้มันอีกนอกจากตำหนักรัตติกาลอันเลื่องชื่อเรื่องความเลวทราบและโหดร้าย แต่ชายหนุ่มยังไม่รู้สาเหตุว่ามันถูกสร้างขึ้นมาทำไมและเพื่ออะไรจึงไม่สามารถตัดสินได้ว่าพวกมันมาดีหรือมาร้ายกันแน่

     

    "ท่านพ่อ เป็นไปได้ไหมว่าพวกมันจะใช้คลื่นสัตว์อสูรนี้ในการฆ่าล้างตระกูลระดับสูงที่ไม่สวามิภักทั้งหมดน่ะ"เฟยหรงกล่าวถามนี่คือความเป็นไปได้เดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้

     

    "ไม่มีอะไรแน่นอน แต่มันไม่น่าจะง่ายดายปานนั้น ลำพังขุมกำลังของพวกมันก็สามารถบดขยี้ขุมกำลังระดับสูงได้อย่างสบายๆไม่น่าจะทำอะไรให้ยุ่งยากขนาดนี้ ช่างเถอะเอาเป็นว่าตอนนี้เราต้องจัดการมันเสียก่อน โชคดีที่เจ้าใช้แสงแห่งเทพสมุทรได้ การลบล้างไอปราณความมืดเหล่านี้ย่อมไม่ใช่ปัญหาอะไรมากนัก ขอเพียงลบล้างปราณมืดเหล่านี้ได้พ่อว่าพวกมันก็น่าจะสงบขึ้นไปน้อยเลยทีเดียว"เฟยหรงกล่าวอธิบาย

     

    "ขอรับเช่นนั้นเริ่มกันเลยดีกว่า"เฟยหรงกล่าวและตั้งท่าเตรียมพร้อม

     

    "ผู้อาวุโสรับคำสั่ง จัดตั้งค่ายกลกระบี่เทวะเดี๋ยวนี้!!"

     

    "ขอรับ!!"

     

    สิ้นสุดคำกล่าวของเฟยเทียนเหล่าผู้อาวุโสทั้งสิบแยกย้ายกันออกไปห้าทิศทาง และผสานมืออย่างพร้อมเพรียงกันทันใดนั้นกระบี่ขนาดยักษ์หลายพันเล่มดิ่งลงมาจากฟ้าและแทงลงไปที่ผื่นดินกลายเป็นกำแพงโอบล้อมม่านพลังสีดำเอาไว้ในทันใด

     

    เฟยเทียนเมื่อเห็นค่อยกลในการป้องกันเสร็จสิ้นแล้วเขาก็พยักหน้าในทันใด เพียงแค่หนึ่งความคิดเขาก็สามารถเชือดเฉือนม่านพลังให้ขาดไปสองท่อนได้ในพริบตา อำนาจแห่งเทพกระบี่นี้ช่างน่าพิศวงเสียจริงๆ

     

    เมื่อม่านพลังเปิดออกเหล่าสัตว์อสูรกู่ร้องด้วยความโกรธเกรี้ยมในทันใดพร้อมจะทะยานออกไปทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่อาจทำได้โดยง่ายค่อยกลกระบี่เทวะป้องกันพวกมันเอาเอาไว้ไม่ให้ออกไปไหน เฟยหรงที่ได้โอกาสจึงไปยืนอยู่ใจกลางม่านพลังที่โดนตัดออกในทันที

     

    "แสงเทพสมุทร!!"เสียงสว่างสีน้ำเงินครามประกายเจิดจ้า หยาดน้ำแห่งความเมตตาไหลรินจากฟ้ากลายเป็นเม็ดฝนชะโลมไปทั่วทั้งใจกลางไปในทันที สัวต์อสูรที่ดูคุ้มคลั่งอยู่เมื่อครู่ค่อยๆที่จะสงบลงไปเรื่อยๆจนในที่สุดพวกมันก็เลิกต่อต้านพลังแห่งความเมตตานี้ ออร่าสีดำถูกขจัดออกจนหมดสิ้นไม่เหลือชิ้นดีและสลายหายไปในที่สุด

     

    ไม่เพียงเท่านั้นแสงแห่งเทพสมุทรของเฟยหรงยังไม่กระตุ้นให้พวกมันบางตนพัฒนาขั้นพลังอีกด้วย สัตว์อสูรระดับราชันเทวะและจักรพรรดิเทวะทุกตนพากันก้มหัวและหมอบลงด้วยความเคารพประดุจมองเห้นเทพผู้มีเมตตา พวกมันล้วนมีสติปัญหาดังนั้นการกระทำเช่นนี้จึงไม่แปลกแต่อย่างใด

     

    เฟยหรงยกยิ้มในใจขอร่าแห่งเทพสมุทรของเขากลายเป็นร่างพลังงานสีน้ำเงินแผ่กระจายอำนาจไปทั่วทุกสารทิศ นี่คือพรแห่งเทพสมุทรที่มอบให้แด่ป่าแห่งนี้และต่อไปสายธารในป่าแห่งนี้ทุกสายจะเป็นสายธารทิพย์ช่วยในการบ่มเพาะได้อีกด้วย

     

    "เท่านี้ก็เรียบร้อย"เฟยหรงยกยิ้ม การที่เขาสามารถให้พรแก่ผืนน้ำได้นั้นมันเป็นเพราะเฟยหรงได้ใช้แสงแห่งเทพสมุทรมากจำนวนมากในครั้งนี้และทำให้เขาเข้าถึงสายเลือดและลมปราณเทพสมุทรอย่างลึกซึ้ง และนั่นถือเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับชายหนุ่มเช่นกัน อาจจะกล่าวได้ว่าทั้งเขาและเหล่าสัตว์อสูรในป่าต่างได้รับผลประโยชน์ร่วมกันนั่นเอง

     

    'ปราณเทพสมุทรนี้เข้าใจง่ายยิ่งนัก แท้จริงมันคือเจตจำนงค์แห่งความเมตตาที่ประสานเข้ากับปราณแห่งวารีนี่เอง'เฟยหรงเข้าใจปราณเทพสมุทรอย่างแจ่มแจ้งในทันทีที่ใช้มันออกมาในครานี้

     

    "ยอดเยี่ยมมากลูกพ่อ ครานี้พวกตำหนักรัตติกาลได้กระอักเลือดกันเป็นแน่แท้ แม้จะไม่รู้ว่ามันต้องการอะไรแต่การที่มันรวบรวมสัตว์อสูรมากมายเช่นนี้เกรงว่าต้องเป็นแผนการใหญ่เป็นแน่ ฮ่าๆๆๆ"เฟยเทียนหัวเราะร่า เฟยหรงพยักหน้าอย่างเข้าใจเขาเองก็คิดไว้ว่าเรื่องที่พวกมันจะทำมันไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

     

    "เอาละพ่อจะกลับไปหอกระบี่ก่อน เจ้าก็รีบพาหลิงหลิงกลับละ ดูเหมือนว่าท่านตากับท่านยายของเจ้ากำลังจะกลับมหาสมุทรนิรันทร์แล้ว"

     

    "ขอรับ เอาไว้ข้าจะตามไป"เฟยเทียนพยักหน้าให้ลูกชายก่อนที่ตัวเองจะทยานร่างหายไปพร้อมกับบรรดาผุ้อาวุโส ส่วนเฟยหรงนั้นแน่นอนว่าเขาก็กลับไปหาฮั่วหลิงหลิงตามเดิม แต่เมื่อเขามาถึงบรรยากาศมันก็ไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากทั้งเหล่ยอิงและเมิ่งฉีนั้นกลับทำท่าทีเงียบขรึมใส่เขาเสียอย่างนั้นแถมพวกนางยังพูดคุยกับเขาอย่างสุภาพอย่างถึงที่สุดอีกด้วย

     

    "เฮ่ๆพวกเจ้าไม่ต้องพุดสุภาพกับข้าเช่นนี้ก็ได้นะ เห็นแค่ข้าเป็นสามีของหลิงหลิงก็พอแล้วตำแหน่งนายน้อยอะไรนั่นช่างมันเถอะ"

     

    "ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ!! ท่านเป็นถึงประมุขน้อยนะเจ้าคะ จะให้พวกข้าเสียมารยาทเช่นนั้นได้อย่างไร"เหล่ยอิงว่ากล่าวส่วนเมิ่งฉีนั้นก็พยักหน้าอย่างเรียบเฉย เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับกุมขมับในทันใด นี่พวกนางเป็นอะไรกันไปหมดละเนี้ย

     

    "หุหุ สามีพวกนางเคื่องท่านอย่างไรละ เอาเช่นนี้เป็นไง...."ฮั่วหลิงหลิงกระซิบเฟยหรงในทันใด ชายหนุ่มที่ได้ยินก็ยกยิ้มและทำท่าทีสนใจในทันที ถึงอย่างไรพวกนางก็เป็นสหายของฮั่วหลิงหลิงเขาเองก็ไม่ได้อยากมีปัญหากับพวกนางมากนัก และควรผูกมิตรกับพวกนางเอาไว้จะดีกว่า

     

    "มันจะดีจริงๆหรือ"เฟยหรงกล่าวอย่างไม่แน่ใจ ฮั่วหลิงหลิงขยิบตาให้ชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนที่นางจะเดินไปอยู่ด้านหลังในทันที

     

    "อะแฮ่ม! พวกเจ้าจะพูดกับข้าแบบห่างเหินเช่นนี้จริงๆหรือ"เฟยหรงหันไปกล่าวกับทั้งเหล่ยอิงและเมิ่งฉีเช่นนั้น พวกนางต่างพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ แน่นอนพวกนางไม่ได้ทำไปเพราะไร้เหตุผล เนื่องจากที่เหล่ยอิงเกิดในราชวงศ์การที่จะพูดคุยกับคนที่มีตำแหน่งสูงว่าอย่างสุภาพนั้นคือสิ่งที่โดนพร่ำสอนีและเมิ่งฉีเองก็ไม่ต่างกัน

     

    "เช่นนั้นก็แล้วแต่พวกเจ้าแล้วกัน ในเมื่อพวกเจ้ายอมรับข้าในฐานะนายน้อยไม่ใช่สหายงั้นสูตรการปรุงยาระดับหกกับวิธีเข้าสู่แก่นแท้แห่งวิถีกระบี่คงไม่ต้องแล้วกระมั่ง ช่างน่าเสียดายนัก"เฟยหรงแทรงถอนหายใจก่อนหันหลังกลับไปพร้อมกับภรรยาสาวเจ้าแผนการ

     

    ทางฝั่งหญิงสาวทั้งสองที่ได้ยินเช่นนั้นพวกนางหูตาตื่นกันในทันที เมื่อครู่นี้พวกนางได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่ สูตรการปรุงยาระดับหกกับวีธีเข้าสู่แก่นแท้แห่งวิถีกระบี่ นั่นมันความรู้ที่ล้ำค่ามากเชียวนะ แล้วพวกนางจะยอมปล่อยมันไปง่ายๆได้อย่างไร

     

    "ดะ เดี๋ยวก่อน!!"พวงนางพากินบินตายเฟยหรงในทันใด ในเวลานี้เหลือเพียงเฟยหว่านถิงและเฟยอวิ้นเฉินเท่านั้นที่ยังคงอยู่

     

    "เห้อ ท่านทวดช่างทำผิดมหันต์นักที่ไล่ครอบครัวของท่านปู่สามออกมาเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นตระกูลเฟยคงจะรุ่งโรจน์กว่าในเวลานี้เป็นแน่แท้"เฟยหว่านถิงกล่าวพร้อมถอนหายใจ แต่สำนึกได้ตอนนี้ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว

     

     

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน