ภายในเรือนพักของอาจารย์เจียง บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำชาที่รินลงในถ้วยเบาๆ หลี่เฟิ่งเล่าเรื่องราวการต่อสู้และการใช้มีดสั้นปริศนาช่วยถอนพิษให้หลิงเทียนฟังอย่างละเอียด อาจารย์เจียงนั่งฟังอย่างตั้งใจ ใบหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม แต่แววตาฉายประกายความลึกซึ้ง
"วิชาที่เจ้าใช้ดูดซับพิษนั้น... ช่างน่าอัศจรรย์นัก" อาจารย์เจียงกล่าวเสียงเรียบ "มีดสั้นของเจ้าไม่ใช่เพียงอาวุธธรรมดา แต่มันคือ อาวุธวิญญาณ ที่มีพลังพิเศษเฉพาะตัว"
"อาวุธวิญญาณหรือขอรับ?" หลี่เฟิ่งถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่" อาจารย์เจียงพยักหน้า "อาวุธวิญญาณคืออาวุธที่ได้รับการบ่มเพาะพลังปราณและจิตวิญญาณของผู้สร้างมาอย่างยาวนาน จนเกิดเป็นพลังชีวิตของตนเอง แต่มีดสั้นของเจ้านั้นมีพลังที่แตกต่างออกไป มันดูดซับและเปลี่ยนแปลงพลังงานได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน"
"แล้วข้าจะสามารถควบคุมพลังนั้นได้อย่างไรขอรับ?" หลี่เฟิ่งถามด้วยความกระตือรือร้น
อาจารย์เจียงวางถ้วยชาลงอย่างช้าๆ "นั่นคือสิ่งที่ข้าจะสอนเจ้าต่อไป หลี่เฟิ่ง"
"วิชาที่เจ้าจะเรียนรู้นับจากนี้ไป ไม่ใช่เพียงกระบวนท่าหรือลมปราณ แต่คือ จิตกระบี่ " อาจารย์เจียงกล่าวเน้นย้ำ "จิตกระบี่คือระดับที่สูงกว่าการใช้กระบวนท่า เป็นการหลอมรวมจิตใจของผู้ใช้ให้เป็นหนึ่งเดียวกับอาวุธ เป็นการใช้พลังจากจิตใจเพื่อเสริมคมมีดและวิชาของตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น"
หลี่เฟิ่งตั้งใจฟังทุกคำพูดของอาจารย์เจียง เขารู้สึกว่านี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ
"การฝึกจิตกระบี่นั้นแตกต่างจากการฝึกฝนทั่วไป" อาจารย์เจียงกล่าวต่อ "มันต้องใช้สมาธิที่แน่วแน่ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงธรรมชาติของพลังปราณและจิตวิญญาณ"
เส้นทางแห่งการบ่มเพาะจิตกระบี่นับจากวันนั้น หลี่เฟิ่งเริ่มต้นการฝึกฝน จิตกระบี่ ภายใต้การแนะนำของอาจารย์เจียง การฝึกฝนของเขามุ่งเน้นไปที่การทำสมาธิและการเชื่อมโยงจิตใจเข้ากับมีดสั้นปริศนา
อาจารย์เจียงมักจะพาหลี่เฟิ่งไปยังสถานที่ต่างๆ ในหุบเขาเมฆาคราม เช่น ลานหินใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ริมน้ำตกที่ไหลเชี่ยว หรือถ้ำที่เงียบสงัด เพื่อให้หลี่เฟิ่งได้ฝึกฝนสมาธิในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
"จงหลับตาลง หลี่เฟิ่ง" อาจารย์เจียงสั่งในวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขานั่งอยู่บนก้อนหินริมน้ำตก "จงฟังเสียงสายน้ำที่ไหลริน สัมผัสถึงลมที่พัดผ่านกายเจ้า จงทำให้จิตใจของเจ้าสงบนิ่งราวกับผืนน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น จากนั้นจงนึกถึงมีดสั้นของเจ้า จงรู้สึกถึงการเชื่อมโยงระหว่างเจ้ากับมัน"
หลี่เฟิ่งหลับตาลง เขาพยายามทำตามคำแนะนำของอาจารย์เจียง ในตอนแรก จิตใจของเขายังคงฟุ้งซ่านด้วยเรื่องราวต่างๆ แต่เมื่อเขาพยายามสงบลง เขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในมีดสั้นปริศนา ราวกับว่ามีดเล่มนั้นกำลังมีชีวิตและกำลังหายใจร่วมกับเขา
วันแล้ววันเล่า หลี่เฟิ่งใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำสมาธิและการฝึกฝนจิตกระบี่ เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายและจิตใจของตนเอง พลังปราณของเขาดูเหมือนจะไหลเวียนได้คล่องแคล่วขึ้น และการควบคุมพลังก็แม่นยำยิ่งขึ้น
"เมื่อใดที่เจ้าสามารถใช้จิตใจควบคุมพลังปราณได้โดยสมบูรณ์ นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของจิตกระบี่ที่แท้จริง" อาจารย์เจียงกล่าว "คมมีดที่เฉียบคม ไม่ได้มาจากเนื้อเหล็กที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่มันมาจากจิตใจที่บริสุทธิ์และมั่นคงของผู้ใช้"
หลี่เฟิ่งฝึกฝนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขานึกถึงความแค้นที่ฝังลึก ความปรารถนาที่จะนำความยุติธรรมกลับคืนมา และความรับผิดชอบที่เขาต้องแบกรับ มันคือแรงผลักดันที่ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้น
การทดสอบครั้งแรก: คมมีดแห่งจิตวิญญาณวันหนึ่ง อาจารย์เจียงนำหลี่เฟิ่งมายังลานกว้างแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยหินรูปทรงแปลกประหลาด
"วันนี้ข้าจะทดสอบจิตกระบี่ของเจ้า" อาจารย์เจียงกล่าว "จงใช้พลังจากจิตใจของเจ้าเพื่อโจมตีหินก้อนนั้น โดยไม่ต้องขยับกายแม้แต่น้อย"
หลี่เฟิ่งพยักหน้า เขายืนห่างจากก้อนหินขนาดใหญ่ประมาณสิบก้าว หลับตาลง และตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่ เขานึกถึงมีดสั้นปริศนาในมือของเขา และพยายามรวมศูนย์พลังจิตทั้งหมดไปที่ปลายคมมีด
ในตอนแรก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลี่เฟิ่งไม่ท้อถอย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และใช้จิตสัมผัสถึงพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในมีดสั้นของเขา เขารู้สึกราวกับว่ามีดเล่มนั้นกำลังเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของเขาอย่างสมบูรณ์
"ชิ้ง!"
ทันใดนั้น! เสียงหวีดหวิวดังก้องในอากาศ แสงสีเงินจางๆ แผ่ออกมาจากมีดสั้นปริศนาที่อยู่ในมือของหลี่เฟิ่ง และพุ่งตรงไปยังก้อนหินขนาดใหญ่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
"เคร้ง!"
เสียงกระทบดังกังวาน ก้อนหินขนาดใหญ่แตกร้าวเป็นแนวเส้นตรง ราวกับถูกฟันด้วยคมมีดที่มองไม่เห็น หลี่เฟิ่งลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ เขามองดูก้อนหินที่แตกร้าว แล้วมองมีดสั้นในมือของตนเอง
"ยอดเยี่ยม!" อาจารย์เจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "เจ้าทำได้แล้ว หลี่เฟิ่ง! เจ้าสามารถใช้ คมมีดแห่งจิตวิญญาณ ได้แล้ว!"
"ข้า... ข้าไม่คิดว่าจะทำได้ขอรับ" หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยความประหลาดใจ
"นั่นคือพลังที่แท้จริงของจิตกระบี่" อาจารย์เจียงกล่าว "เมื่อใดที่จิตใจของเจ้าสงบนิ่งและมั่นคง เจ้าจะสามารถใช้พลังจากจิตวิญญาณเพื่อเสริมคมมีดและวิชาของเจ้าให้ไร้ขีดจำกัด"
จุดหักมุม: สภาวะ 'ไร้สำนึก' และการพัฒนาวิชาตัวเบาในวันหนึ่งขณะที่หลี่เฟิ่งกำลังฝึกฝนวิชาตัวเบาตามปกติ เขาพยายามที่จะผสานจิตกระบี่เข้ากับการเคลื่อนไหวของตนเอง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และทำให้จิตใจของตนเองสงบนิ่งที่สุด
ทันใดนั้น! หลี่เฟิ่งรู้สึกราวกับว่าจิตใจของเขาหลุดออกจากร่างไปชั่วขณะ ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะช้าลงอย่างน่าประหลาด เสียงลมหายใจของเขาเองก็ดูเหมือนจะหายไป การเคลื่อนไหวของเขากลายเป็นธรรมชาติและลื่นไหลอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับว่าเขาไม่ได้คิดที่จะเคลื่อนไหว แต่ร่างกายของเขากลับเคลื่อนไหวไปเองอย่างเป็นธรรมชาติและไร้ร่องรอย
หลี่เฟิ่งเข้าสู่สภาวะ 'ไร้สำนึก' ในการฝึก ทำให้วิชาตัวเบาของเขาพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด:
ในสภาวะนั้น หลี่เฟิ่งสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ร่างของเขาวูบไหวราวกับเงาที่เลือนหายไปในอากาศ มีดสั้นปริศนาในมือของเขาสะบัดไปมาด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า ราวกับว่าเขาสามารถปรากฏตัวได้ทุกที่ที่ต้องการ
อาจารย์เจียงที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่บริสุทธิ์และลึกล้ำที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่เฟิ่ง มันเป็นสภาวะที่นักฝึกกำลังภายในหลายคนใฝ่ฝันที่จะเข้าถึง นั่นคือ สภาวะ 'ไร้สำนึก' หรือ 'เข้าถึงเต๋า'
เมื่อหลี่เฟิ่งหลุดออกจากสภาวะนั้น เขาก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
"เจ้า... เจ้าเข้าถึงสภาวะ 'ไร้สำนึก' ได้แล้วรึ!" อาจารย์เจียงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและยินดี
"ไร้สำนึก... คืออะไรขอรับ อาจารย์?" หลี่เฟิ่งถามด้วยความสงสัย
"สภาวะ 'ไร้สำนึก' คือสภาวะที่จิตใจและร่างกายของเจ้าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เจ้าเคลื่อนไหวโดยไม่ต้องคิด ทำให้วิชาของเจ้าเป็นไปตามธรรมชาติและไร้ข้อจำกัด" อาจารย์เจียงอธิบาย "นี่คือสิ่งที่ยากจะเข้าถึงนัก แม้แต่ยอดจอมยุทธบางคนก็ยังไม่อาจเข้าถึงได้ในชีวิตนี้"
อาจารย์เจียงมองหลี่เฟิ่งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง "เจ้าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองแล้ว หลี่เฟิ่ง วิชาตัวเบาของเจ้าจะพัฒนาไปอีกขั้น และเจ้าจะสามารถใช้มีดสั้นปริศนาได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น"
หลี่เฟิ่งรู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล เขาตระหนักว่าการฝึกฝนจิตกระบี่ได้นำพาเขาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นกว่าที่เคยจินตนาการไว้มากนัก
พลังแห่งจิตกระบี่ ได้เบ่งบานในตัวของหลี่เฟิ่งแล้ว เขากลายเป็นยอดฝีมือที่สามารถควบคุมพลังจากจิตใจเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับมีดและวิชาของตนเองได้อย่างสมบูรณ์
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ดีว่ายิ่งเขาแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ พันธมิตรไร้เงา ก็ยิ่งจะจับตามองเขามากขึ้นเท่านั้น การปรากฏตัวของสภาวะ 'ไร้สำนึก' นี้ อาจเป็นดาบสองคมที่จะนำพาเขาไปสู่จุดที่อันตรายที่สุดในชีวิตนัก...