“ ท่านครับ เราได้รับแจ้งมาจากกองทัพที่ 7 จากเมือง X มีรายงานการค้นพบเชื้อไวรัสปริศนากำลังแพร่ระบาดภายในเมือง ”
ภายในห้องประชุมมีชายสวมสูทนั่งมองดูเอกสารกองใหญ่ ด้านหลังของเขามีธงชาติแขวนเอาไว้ หลังจากที่เขาได้ฟังรายงานจากกองทัพที่ 7 เมือง X บนใบหน้าของเขาก็เกิดความวิตกกังวลในทันทีเพราะการแพร่เชื้อถือเป็ภัยคุกคามที่อันตรายมากที่สุด
“ แพร่นานหรือยัง ”
“ นับเป็เวลา 3 วันได้แล้วครับที่เชื้อแพร่กระจาย ”
“ ทำไมพึ่งมาบอกตอนนี้ แล้วมันกระจายไปมากน้อยแค่ไหน ” ประธานาธิบดีหันมองหน้าเลขา เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะรายงานขอบเขตการแพร่เชื้อภายในเมือง X ไปกี่เปอร์เซ็นต์
“ ท่านครับ มันแพร่กระจายไปทั่วเมือง จากรายงานที่ส่งมาอธิบายแบบนั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็สิ่งสุดท้ายที่เราได้รับจากกองทัพที่ 7 เมือง X ครับ ”
วีดีโอบนแท็บเล็ตเปิดให้ประธานาธิบดีได้มองเห็น ทันใดนั้นเองเขาถึงขั้นเบิกตากว้างเนื่องจากว่าเชื้อไวรัสที่กระจายไปทั่วเมือง X คือเชื้อไวรัสที่ราวกับหลุดออกมาจากหนัง มันได้เปลี่ยนทั่วทั้งเมือง X ให้ตกสู่ความวุ่นวายด้วยการเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็ซอมบี้
“ บ้าจริง ทำไมพึ่งรายงานเื่นี้! ” ประธานาธิบดีร้องะโด้วยท่าทางโกรธ เนื่องจากว่าเมือง X จบสิ้นแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้โกรธมากกว่านั้นคือการรายงานที่ล่าช้า เนื่องจากตอนนี้เชื้อคงแพร่กระจายไปไกลกว่าเมือง X เป็ที่เรียบร้อย
“ ท่านครับ เกิดข้อผิดพลาดขึ้นกับการส่งข้อมูล เราควรจะได้รับการติดต่อจากกองทัพที่ 7 ั้แ่ 3 วันก่อน ข้อมูลนี้กลับพึ่งส่งมาถึง ”
“ หมายความว่ายังไง ”
“ ข้อมูลถูกส่งมานานแล้วมันกลับพึ่งมาถึง ดูเหมือนจะมีคนคอยดักจับสัญญาณเอาไว้แล้วค่อยปล่อยออกมา ”
“ ติดต่อเ้าหน้าที่ที่ติดอยู่กับเมือง X แล้วหรือยัง ”
“ เราพยายามติดต่อแล้วครับ แต่ไม่สามารถติดต่อกับทางฝั่งนั้นได้ ”
ประธานาธิบดีเริ่มสอบถาม แม้รัฐบาลจะทำงานล่าช้า เอกชนที่มีเครือธุรกิจภายในเมือง X จะต้องได้รับผลกระทบั้แ่วันแรกคงจะมีการเคลื่อนไหว แต่เมื่อเขาเห็นเอกสารรายงานที่เลขาสรุปมาให้ บนใบหน้าของเขาก็ปรากฎความโกรธเนื่องจากว่าทุกคนเหมือนจะถูกปิดปากด้วยเงินค่าชดเชยหลังจากได้รับผลกระทบ ที่น่าหงุดหงิดมากที่สุดคือสำนักข่าวรับรู้ถึงการสื่อสารของเมือง X ล่มไปเป็เวลา 3 วัน พวกเขากลับเลือกที่จะเงียบเฉย ราวกับเป็หนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดให้เชื้อแพร่กระจาย
ขณะที่ประธานาธิบดีกำลังโกรธ เ้าหน้าที่อีกหลายคนก็ได้วิ่งเข้ามาในห้องแล้วรายงานสิ่งที่น่าวิตกกังวลใจ เนื่องจากว่าคนของพวกเขาขาดการติดต่อไปหลายนาย ซึ่งตำแหน่งเ่าั้ล้วนแล้วอยู่รอบๆเมือง X ไปทั้งสิ้น
“นำเื่เชื้อตัวนี้เข้าที่ประชุมก่อนที่มันจะแพร่ไปจนควบคุมไม่ได้ แล้วก็ ไปหาตัวการมาให้ได้ ใครมันเป็คนปล่อยเชื้อนี้! ”
---------------------------------------------------------------
“ ยังเร็วไม่พออีกเหรอ ”
โยฮันมองไปยังข้าวกระสอบใหญ่ มันถูกทิ้งเอาไว้ภายในร้านสะดวกซื้อ เพียงแต่ว่ากลางกระสอบกลับมีรูถูกเจาะเข้าไปด้านใน ทำให้คนที่เข้ามาเก็บอาหารกระป๋องไม่ได้นำมันติดตัวกลับออกไปด้วย
นับว่าเป็ร้านสะดวกซื้อแห่งที่ 5 แล้วในวันนี้ที่เขาพบ เพียงแต่ว่าข้างในถูกขนย้ายอาหารออกไปเกือบหมด เหลือแค่สิ่งที่ไม่สามารถกินติดต่อกันได้เยอะเช่น น้ำพริก น้ำปลา เครื่องปรุงรสต่างๆ
โยฮันกลับจำใจต้องยกข้าวหลายกระสอบใส่เข้าไปในกระเป๋าเดินทาง คนที่ทิ้งพวกมันคงยังไม่รู้ว่าการวิวัฒนาการทำให้ต้านทานเชื้อไวรัสได้จึงทิ้งพวกมันเอาไว้ ในส่วนของแอลลี่หากเธอกินให้พอดี ร่างกายจะค่อยๆขจัดเชื้อที่ติดอยู่บนข้าวออกจนไม่เป็อันตรายกับตัวของเธอ
กระเป๋ารูดซิบจนตึง เหลืออีกเพียง 1 กระเป๋าที่เขาจะใส่สิ่งของกลับบ้าน โยฮันจึงรีบวิ่งกลับไปยังเส้นทางร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เขาเข้าใช้งานประจำ ขณะวิ่งเขายังคงตวัดมีดในมือทั้งสองข้างฆ่าซอมบี้ตามไหล่ทาง ตัวใดที่มีค่าวิวัฒนาการเกิน 30 ล้วนถูกสังหารป้องกันไม่ให้พวกมันแข็งแกร่งเกินไป
กระเป๋าสะพายทั้ง 4 ใบเริ่มรู้สึกเกะกะ แม้อยากจะหาที่ซ่อนแล้วกลับมาเก็บพวกมันในภายหลังเขากลับไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะมีคนมาพบเจอหรือไม่ก็มีซอมบี้มาพบเห็น
เขาจำได้ดีถึงตอนที่ต้องทิ้งของที่คิดว่าจะมาเก็บภายหลังไป จึงไม่กล้าวางทุกๆอย่างทิ้งเอาไว้ในที่ลับตาคน
เพล้ง!
ประตูทางเข้าถูกเตะด้วยเท้าก่อนจะวิ่งชนเศษกระจกเข้าไปด้านใน เมื่อไฟฉายส่องเข้าไปในร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โยฮันก็พบเข้ากับร่องรอยของผู้รอดชีวิตเข้ามาที่นี่ก่อนตัวของเขา หากที่นี่ไม่มีใครเข้ามา มันจะต้องมีซอมบี้มากหน้าหลายตาวิ่งเข้ามาโจมตีเขา ทว่าภายในกลับมีกลิ่นเน่าเหม็นและศพซอมบี้นอนตายเกลื่อน นับว่าโชคดีที่หลายอย่างยังอยู่ครบ
เมื่อวิ่งไปยังโซนที่ไม่คิดจะเข้าไปเพราะค่าไฟในปัจจุบันถูกจนไม่ต้องติดสิ่งใดเพิ่มเพื่อลดค่าไฟฟ้า โยฮันก็พบว่าหลอดไฟติดแผงโซลาร์เซลล์ภายในโซนหายไปทั้งหมด เขารู้เลยว่ากลุ่มคนที่มาถึงก่อนคงจะเก็บพวกมันออกไป เขาจึงวิ่งตามหาเครื่องสำรองไฟฟ้า ภายในกลับเหลืออยู่หลายเครื่องเพราะมีน้ำหนักที่มาก โยฮันกลับมองข้ามเมื่อเขาเห็นตัวเลือกที่ดีกว่า
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่และตู้ควบคุมการจ่ายไฟสำหรับติดตั้งกับแผงโซลาร์เซลล์คือสิ่งที่เขา้า หากเขานำเครื่องสำรองไฟกลับบ้าน เขาจะต้องตามหาน้ำมันเพื่อใช้ปั่นไฟ สำหรับแผงโซลาร์เซลล์เขาไม่ต้องทำอะไรนอกจากติดตั้งให้มันรับแสงแดดเพียงเท่านี้ก็มีไฟฟ้าใช้งาน
หลังจากมองหาอุปกรณ์จำเป็ทั้งหมดอยู่นาน โยฮันได้วิ่งไปเข็นรถมา 2 คันแล้วใช้เชือกผูกมันเอาไว้ด้วยกัน จากนั้นเขาก็เริ่มเก็บม้วนสายไฟขนาดต่างๆ ตามด้วยตู้ควบคุมการจ่ายไฟเพื่อนำกลับไปที่บ้าน สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือแบตเตอรี่แห้งและแผงโซลาร์เซลล์ เมื่อนำทุกอย่างใส่ลงไปบนรถเข็นจนมีน้ำหนักเกือบ 1 ตัน โยฮันกลับไม่คิดออกจากร้านเขาได้วิ่งไปยังแผนกเครื่องมือเพื่อนำสว่านและอุปกรณ์ต่างๆกลับบ้านเช่นกัน ต่อให้โรงรถจะมีพวกมันอยู่แล้ว เขากลับ้าแบตเตอรี่สำรองเพื่อให้เครื่องมือสามารถเจาะผนังได้
“ ให้ตายสิ คิดผิดแล้วที่จะเข็นรถกลับบ้าน”
เพียงแค่เข็นรถออกมาหน้าทางเข้าร้าน โยฮันพบว่าเสียงล้อของมันทำให้เกิดเสียงเล็กแหลมเสียดแทงแก้วหู เขาจึงมองออกไปนอกร้านก่อนจะพบเข้ากับรถกระบะเก่าๆคันหนึ่งที่น่าจะเป็ของลูกค้าจึงวิ่งไปทุบประตูแล้วต่อไฟตรงเพื่อสตาร์ทรถก่อนจะถอยมันมาใส่รถเข็น แม้รถยนต์จะมีเสียงที่ดัง มันกลับทำให้เขามั่นใจว่าแผงโซลาร์เซลล์จะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนจนแตก
“ เดี๋ยวสิ เกือบลืมแล้วไหมล่ะ ”
รถยนต์สตาร์ททิ้งไว้หน้าร้าน ไม่นานโยฮันก็วิ่งกลับออกมาจากร้านหลังจากลืมบางอย่าง สิ่งที่เขาลืมคือแท่งกราวด์ทองแดง ทว่าสิ่งนี้เขาไม่ได้จะนำไปติดตั้งร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ เขา้าลูกดอกสำหรับปืนยิงปลา สิ่งที่มีคุณสมบัติที่พอจะทดแทนลูกดอกได้คือแท่งกราวด์เหล่านี้ หลังจากโยนขึ้นหลังรถกระบะ โยฮันก็เริ่มขับมันกลับบ้าน โดยที่เขาพยายามขับไปให้ใกล้บ้านมากที่สุด การที่เขาขับมันเข้าไปจอดหน้าบ้านอาจจะมีปัญหาได้ ดังนั้นเขาจึงต้องนำมันไปจอดในที่ที่สามารถเคลื่อนย้ายของหลังรถกระบะไปถึงบ้านโดยไม่ได้รับความเสียหาย
ปึง ปึงปึง แฮร์
เสียงกระแทกปึงดังขึ้นต่อเนื่อง ซอมบี้ที่ขวางทางล้วนถูกชนจนล้มระเนระนาด ตัวใดค้างอยู่บนกระโปรงรถถูกโยฮันคว้าคอผ่านกระจกรถแล้วโยนมันลงไปไม่อย่างนั้นอาจจะลอยไปหลังกระบะทำให้แผงโซลาร์เซลล์ของเขาแตกเสียหาย เมื่อมาถึงเส้นทางที่ไม่สามารถผ่านไปได้เพราะมีซากรถขวางทาง โยฮันทำเพียงยกรถกระบะข้ามสิ่งกีดขวางพลางแสดงใบหน้าใเช่นเดียวกัน ไม่คิดไม่ฝันว่าพละกำลังของตนเองจะมากมายมหาศาลเช่นนี้
ท่ามกลางรถกระบะที่กำลังเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วมาพร้อมเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์และเสียงของซอมบี้ ได้มีสายตาหลายคู่มองจ้องมาจากตึกสูงเพื่อดูคนภายในรถกระบะที่กำลังขับชนซอมบี้บนถนนมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่งที่พวกเขาไม่รู้จัก
อย่างไรก็ตามกลุ่มคนที่มองจ้องลงมาจากดาดฟ้ากลับขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่ามีคนที่วิวัฒนาการกำลังโยนร่างซอมบี้ลงจากหน้ากระจกรถ
“ มองไม่เห็นเลย ไม่รู้ว่ามันเป็ใคร ”
กล้องส่องทางไกลมองจ้องไปยังหน้ารถเพื่อดูว่าใครที่เป็เ้าของ ชายที่ถือกล้องกลับส่ายหน้าเพราะคนที่อยู่บนรถสวมหมวกไอ้โม่งปกปิดใบหน้าเอาไว้
“ มีอะไรอยู่บนรถบ้าง ” หนึ่งในชายถือปืนมองลอดผ่านกล้องที่มีความสามารถซูมระยะไกล เมื่อเขาเห็นสิ่งที่อยู่หลังกระบะจึงแสดงใบหน้าสงสัย ของส่วนมากเกี่ยวกับแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมด ทว่ากลับมีสิ่งที่ทำให้เขาอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น เมื่อไม่สามารถเห็นสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าทั้ง 5 ใบบนหลังรถได้
“ เอาไง ลองไปดูหน่อยไหม ”
“ ะุปืนเราเหลือเยอะหรือเปล่า ”
“ ก็น่าจะกวาดซอมบี้ได้อีกสักถนน ”
“ คิดว่ามันคุ้มไหมกับตามไปดูว่าอะไรอยู่ในกระเป๋าทั้ง 5 ใบนั่น ”
บุหรี่ในมือของชายหลายสิบคนโยนทิ้งลงบนพื้น ก่อนที่พวกเขาจะหันมองหน้ากัน การปล้นกลายเป็สิ่งที่ถูกต้องสำหรับพวกเขาหาก้ามีชีวิตรอด เพียงแต่ว่าะุกลับกลายเป็สิ่งหายากพวกเขาจึงคิดว่าการออกไปเสี่ยงเพื่อตามดูว่าอะไรอยู่ภายในกระเป๋าทั้ง 5 ใบอาจจะได้ไม่คุ้มเสียหากว่ามันไม่ใช่อาหาร
“ ปล่อยมันไปก่อน ไม่แน่เราอาจจะได้ประโยชน์มากกว่านี้ ”
รถกระบะค่อยๆลดความเร็วลงแล้วเลี้ยวเข้าไปจอดในซอกตึก ด้านในมีถังขยะใบใหญ่ใช้สำหรับทิ้งขยะของผู้คนภายในตึก ทันทีที่จอดรถ โยฮันจึงเริ่มยกกระเป๋าทั้ง 5 ใบขึ้นหลังแล้วเดินออกจากซอกตึกพลางมองดูว่ามีใครกำลังแอบดูเขาหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแอบส่องเขาจึงรีบวิ่งออกจากตึกไปยังซอยที่อยู่อีกฝั่งจากนั้นก็ข้ามกำแพงออกไปพลางเตะประตูตึกวิ่งเข้าไปด้านในเพื่อที่จะทะลุไปอีกฝั่ง ภายใต้การวิ่งลัดเลี้ยวไปตามตึกและข้ามกำแพงไปราว 5 นาทีเขาก็กลับมาถึงบ้าน โยฮันไม่รอช้าโยนกระเป๋าข้ามรั้วเข้าไปข้างในจากนั้นก็วิ่งกลับไปทางเดินเพื่อเคลื่อนย้ายทุกอย่างที่อยู่บนหลังกระบะมาที่นี่
แอลลี่ได้ยินเสียงตกกระแทกพื้นเธอจึงจ้องมองผ่านรูเล็กๆของหน้าต่าง เธอไม่เห็นพี่ชายด้านนอกบ้าน ทว่ากลับมีกระเป๋า 5 ใบคล้ายกับที่พี่ชายของเธอสะพายทิ้งเอาไว้ข้างกำแพง เธอจึงรู้ว่าพี่ชายกลับมาแล้ว ทันใดนั้นก็มีแผงโซลาร์เซลล์ราว 5 แผงค่อยๆยื่นผ่านกำแพงเข้ามาวางพิงกำแพงภายในบ้านอย่างเบามือ หลังจากผ่านไปอีกราว 10 นาทีเธอก็พบว่ามีอุปกรณ์หลายอย่างค่อยๆโยนข้ามกำแพง สิ่งใดไม่สามารถทนแรงกระแทกได้จะถูกยกเข้ามาอย่างเบามือจนสุดท้ายพี่ชายของเธอก็กระโจนกลับเข้ามาในบ้าน
“ แอลลี่มาช่วยฉันหน่อย ”
แอลลี่รีบเปิดหน้าต่างชั้น 1 เพื่อเข้ามาหาพี่ชาย หลายสิ่งที่วางอยู่บนพื้นเธอไม่ค่อยรู้ว่าเป็อะไร ทว่าเธอนั้นรู้ว่าพี่คิดจะทำสิ่งใดเพราะแผงโซลาร์เซลล์มีสอนในหนังสือเรียน
“ พี่จะติดพวกมันเหรอ ”
“ ใช่ เราจำเป็ต้องมีไฟฟ้าใช้ ”
“ แต่บ้านเรามีพื้นที่ไม่พอจะติดมันนะ ”
แผงโซลาร์เซลล์มีทั้งหมด 20 แผง นับว่าเป็จำนวนที่เยอะพอสมควร โยฮันกลับไม่ได้คิดที่จะติดตั้งบนหลังคาบ้าน หากเขาทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ผู้คนจะเห็นบ้านของเขาเด่นชัดจนกลายเป็จุดสนใจ ดังนั้นแผงโซลาร์เซลล์เหล่านี้เขาจะนำไปติดตั้งที่ตึกฝั่งตรงข้าม เพียงแค่หันหน้าขึ้นไปบนฟ้าก็สามารถผลิตกระแสไฟให้เขาได้แล้ว นี่จึงเป็สาเหตุที่เขาต้องนำสายไฟเส้นยาวกลับมาด้วยหลายม้วน
“ อาหารสำเร็จรูปหายากมาก ดูเหมือนจะมีกลุ่มอื่นๆไปเก็บมาหมดแล้ว ยังดีที่มีข้าวและเครื่องปรุงและน้ำพริก ”
“ พี่คะ ถุงข้าวถูกเจาะแล้วนี่ ”
แอลลี่ลากกระเป๋าเข้าบ้าน เธอได้สำรวจด้านในพบว่าถุงข้าวทั้งหมดถูกเจาะเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ ด้านในควรจะมีน้ำลายของซอมบี้ทิ้งเอาไว้ การจะนำมาประกอบอาหารอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยง
“ ใช่ ข้างในถูกเจาะแล้วจึงไม่มีใครนำไปด้วย แต่เรายังไม่ได้ทดสอบดูเลยว่าถ้าต้มในอุณหภูมิสูงๆ เชื้อซอมบี้จะหายไปหรือเปล่า แต่ถ้ามันไม่หายเธอก็ค่อยๆกินทีละน้อยๆ”
“ หนูเข้าใจแล้ว ”
“ แยกมันเก็บไว้ อย่านำไปกองรวมกันเอาไว้ที่เดียว ”
“ เผื่อจะมีคนเข้ามาขโมยงั้นเหรอ ”
“ ใช่ เอาล่ะเข้าไปหลบในบ้าน ฉันต้องรีบติดตั้งเครื่องมือพวกนี้ ”
โยฮันวิ่งเข้าไปในโกดังแล้วนำเชือกมาพันแผงโซลาร์เซลล์เข้าไว้ด้วยกัน จากนั้นก็สะพายพวกมันขึ้นหลังมุ่งหน้าไปยังตึกอีกฝั่ง สถานที่ที่เขา้าคือดาดฟ้า เพื่อวางแผงโซลาร์เซลล์รับแสงแดด หากเขาสามารถติดตั้งเสร็จเร็วเย็นนี้น่าจะมีไฟฟ้าให้พอหุงข้าว
ปึง!
ประตูดาดฟ้าเปิดกว้างก่อนจะปลดแผงโซลาร์เซลล์ลงจากหลังแล้วนำพวกมันไปวางบนดาดฟ้าตึก หลังจากนั้นโยฮันก็เริ่มต่อสายไฟจากแผงโซลาร์เซลล์ทั้งหมดเข้าด้วยกันตามด้วยเชื่อมต่อพวกมันเข้ากับตู้ควบคุมการจ่ายไฟ หลังจากตรวจวัดพบว่ามีกระแสไฟเกิดขึ้นเขาจึงรีบวิ่งกลับบ้านแล้วนำแบตเตอรี่แห้งขึ้นมาบนยอดตึกแล้วเชื่อมต่อมันเข้ากับตู้ควบคุม นับว่าเป็เื่ที่ดีไม่น้อยที่เขาเรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้ามาและทำงานในด้านนี้ จึงไม่ใช่เื่ยากที่เขาจะต่อแผงโซลาร์เซลล์เพื่อนำไฟเข้าไปใช้ภายในบ้าน
หลังจากตรวจสอบระบบพร้อมเขาก็เชื่อมต่อสายไฟม้วนใหญ่กับตู้ควบคุมการจ่ายไฟ แล้วโยนม้วนสายไฟลงจากตึก ก่อนจะรีบดึงสายไฟเข้าไปเชื่อมต่อเบรกเกอร์ภายในบ้านเพื่อทำให้บ้านกลับมาใช้งานไฟฟ้าได้อีกครั้ง
“ แอลลี่ อย่าเปิดหลอดไฟ มันจะสะดุดตาเกินไปถ้าบ้านเรามีแสงสว่าง ”
“ หนูทำกับข้าวได้ใช่ไหม ”
“ ได้ แต่ต้องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ”
แอลลี่พยักหน้าด้วยความเข้าใจ เธอจึงลองหุงข้าวเป็ลำดับแรกเพราะอยากรู้ว่าเชื้อซอมบี้จะหายไปไหมหากให้ความร้อนเป็เวลานาน แม้ก่อนหน้าเธอจะอุ่นอาหารแช่แข็งกินแล้วก็ตาม เชื้อมันกลับคงอยู่เพราะไม่ได้อุ่นผ่านความร้อนเกิน 5 นาที
หลังจากที่โยฮันเห็นน้องสาวทำอาหาร เขาจึงรีบนำแบตเตอรี่ภายในบ้านออกมาชาร์จ จากนั้นก็วิ่งกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าตึก เขา้าปิดตายที่นี่ป้องกันไม่ให้ใครขึ้นมาตัดไฟ.