Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 45 ประกาศผล

            เกมส์ฟุตบอลที่น่าอึดอัดดำเนินผ่านไป การทดสอบนี้ค่อนข้างจะน่าเบื่อหน่ายกว่าการทดสอบที่ผ่านมาหลายเท่านัก เพราะทั้งสอบทีมสะเปะสะปะอย่างมาก ต่างคนก็ต่างตะลุมบอนสลับกันไปมา

            ทว่าท่ามกลางหมู่พวกเขาก็มีผู้ที่โดดเด่นอยู่สองสามคน โดดเด่นจนสะดุดตา

            เจษที่เล่นได้ดีทุกจังหวะก็ไม่สามารถช่วยทีมได้มากนัก เพราะเขาส่งบอลให้เพื่อนทีไรพวกเขาก็จะเสียบอลแทบจะทันที

             และทีมของเจษที่เล่นได้ดีมีอยู่แค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่โดดเด่น

            ก็อย่างว่าแหละฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นกันเป็นทีม มีแค่เขาเล่นดีคนเดียวก็ไม่อาจแบกทีมชนะได้ขนาดนั้น นี่คนจริงๆนะไม่ใช่ซุปเปอร์แมน

            พอผ่านนานไปเจษก็โดนประกบติดถึงสองคน เมื่อฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าเขาเล่นได้ดีเเละได้บอลบ่อยๆ

            แต่ถึงแม้ว่าเจษจะมีตัวประกบมาเพิ่ม พวกเขาก็ทำอะไรเจษไม่ค่อยได้นัก เพราะเจษมักมีหนทางเอาตัวรอดอย่างที่พวกเขาคาดไม่ถึงอยู่เสมอๆ

            จนบางครั้งฝั่งศัตรูถึงกับถอดใจที่จะเข้ามาแย่งบอลกับเจษ

            พอเวลาผ่านไปถึงสิบหานาที การทดสอบชุดแรกก็ได้จบลง ซึ่งทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้มากนัก บอลส่วนมากจะคลุกคลิกอยู่ตรงกลาง ไม่มีทีมใดทีมหนึ่งมีโอกาสง้างเท้ายิงเลย

            ในเวลาต่อมาผู้คัดเลือกชุดที่สองทำการทดสอบต่อ จะมีผู้เล่นที่โดดเด่นมากไหมก็ต้องมาดูที่ผลงานกันต่อจากนี้..

            ..

            ทางด้านเจษที่กำลังเดินออกจากสนาม เขามีอาการหอบอย่างหนัก

            แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!

            ขณะนี้เจษเดินหอบหายใจจนลิ้นห้อย สภาพเขาดูแทบไม่ได้ราวกับสุนัขตกน้ำ

            เจษรู้สึกเหนื่อยล้าร่างกายเป็นอย่างมาก มากขนาดที่ว่าเขาไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน รวมถึงชีวิตก่อนหน้านี้ด้วย เขาไม่เคยเหนื่อยล้าเช่นนี้จริงๆ

            'ทำไมร่างกายเราถึงได้อ่อนแอขนาดนี้นะ..'เจษครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่เข้าใจสุดๆว่าเป็นเพราะเหตุใด

            เจษได้แต่คิดแล้วก็สงสัย แต่ว่าเขาก็คิดได้ในเวลาไม่นาน อาจเป็นเพราะที่นี่คือทวีปยุโรปที่เล่นฟุตบอลกันเป็นจริงเป็นจัง การแข่งขันระดับมัธยมในประเทศไทยจึงไม่สามารถเทียบได้เลย..

            'มันเป็นแบบนี้เองสินะ! ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเล่นฟุตบอลกันพอดาษๆ แต่ว่ามันคนละระดับกับที่เราแข่งชิงแชมป์เมื่อตอนนั้นเลย..'

            ในเวลาต่อมาเจษก็ได้แต่นั่งรอให้ชุดที่สองแข่งจบ ซึ่งการแข่งขันของพวกเขาก็ไม่ต่างจากพวกเจษมากนักหรอก บางทีอาจน่าเบื่อกว่ามาก

            เจษรอไม่นานนักแค่ประมาณสามสิบนาทีเท่านั้นหลังจากชุดที่สองก็แข่งขันกันจบ ต่อมาก็ถึงเวลาประกาศผล

            ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เจษก็รู้สึกว่าเนื้อตัวร้อนระอุมากขึ้นเท่านั้น ขนลุกขนชันไปหมด เพราะตื่นเต้นกับการประกาศผล

            'ฉันจะผ่านการคัดเลือกไหมนะ! ผ่าน! ต้องผ่านให้ได้!!'

            ในรอบนี้เจษไม่ได้มั่นใจเหมือนในรอบที่แล้ว เพราะมีคนเล่นดีอยู่พอสมควร แต่ว่าเขาก็แอบหวังลึกๆในใจว่าจะผ่านการทดสอบได้..

            ..

            ผู้บรรยายในชุดสูทคนเดิมได้ก้าวขึ้นเวทีของเขาพร้อมกับกระดาษหนึ่งแผน ในเวลาต่อมาเขาก็พูดขึ้นทันที

            "เอาล่ะ ต่อจากไปนี้จะเป็นการประกาศผลรอบสุดท้าย ใครที่ผ่านทางเราก็ยินดีต้อนรับ ส่วนคนที่ไม่ผ่านก็เจอกันใหม่ปีหน้า!! เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาจะประกาศผลคนแรกนะบัดนี้..

            คนที่ผ่านคนแรกได้แก่..ลูอีส กัลเซโล่!!"

            "เยสสสสส!!!!" คนที่โดนเรียกชื่อกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง

            ส่วนเจษที่เป็นผู้ฟัง..

            ฟรูด!!!

            เจษที่กำลังดื่มน้ำอยู่เขาถึงกลับพ้นน้ำออกจากปาก เพราะตกใจกับคำตัดสิน

            'เฟ้ย! ล้อเล่นรึเปล่า! ไอ้นี่มันผ่านได้ยังไง!!'

            เจษรู้สึกไม่เชื่อกับสิ่งที่ตนได้ยิน เพราะวัยรุ่นชาวโปรตุเกสคนนี้นั้นเขาเห็นการเล่นของมันมากับตา นอกจากการเลี้ยงดีแล้วนั้นอย่างอื่นก็ไม่มีห่าเหวอะไรดีเลย มันผ่านได้ยังไงฟ๊ะ!!!

            "..คนที่สอง แม็คอาเธอร์"

            ผู้ประกาสไม่ปล่อยให้เจษคิดนานนัก เขาเอ่ยคนถัดไปในเวลาต่อมา ซึ่งชื่อที่สองก็ไม่ใช่เจษอีกเช่นเคย ทำให้หัวใจเขาพลันหล่นไปที่ตาตุ่ม..

            "..คนที่สาม วิคเตอร์ บัลเบเดส"

            "..คนที่สี่ แอนโทนี"

            "..คนที่ห้า จอร์แดน วิลสัน.."

            ".."

            เจษเมื่อรู้ว่าไม่มีชื่อของตนก็รู้สึกตัวเบาหวิว ลมสามารถพัดเขาปลิวได้ตลอดเวลา อาการตื่นเต้นก่อนหน้านี้เหลือแค่จิตใจที่แตกสลาย..

            ..

            ..

            หลายนาทีถัดมาเจษมีสีหน้าที่ครึมลงเรื่อยๆเมื่อรู้ว่าตนเองไม่ผ่านจริงๆ เขารู้สึกเสียใจและรู้สึกสงสัยในการตัดสินเป็นอย่างยิ่ง จนอยากจะถามคณะกรรมการให้กระจ่างว่าทำไมตนถึงไม่ผ่าน

            แต่ก็ได้แค่คิดเพียงเท่านั้น ใครเขาจะมาสนใจเด็กนอกทวีปอย่างเขา..

            ซึ่งภายในหัวของเจษมันตื้อไปหมดในขณะนี้เพราะเขาครุ่นคิดสิ่งต่างๆอย่างหนัก

            อาการของเจษราวกับนักมวยพึ่งฟื้นจากการโดนน็อค ที่ฟื้นขึ้นมาก็รู้สึกจำสิ่งต่างๆได้พอรางๆ กับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น

            เจษรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวเขามันช้าไปหมด ขนาดมีคนมาสะดิดเขาก็แทบจะไม่รู้สึกตัว

            เจษได้แต่คิดถึงตอนที่เขาใช้เวลาในการทดสอบ เขาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้กับมันอย่างเต็มที่เพื่อหวังว่าตนเองจะผ่านการคัดเลือก

            เขาเสียทั้งเวลา แรงกายและแรงใจไปกับมัน

            เขาลงทุนกับมันไปเยอะมาก แล้วดูผลตอบแทนที่ได้รับกลับมา..

            คือความว่างปล่าว ความหดหู่ ความเจ็บปวดเสียใจในสิ่งที่ตนเองทุ่มเทลงไป..

            'ทำไม่ถึงได้เป็นแบบนี้! ทำไมกัน! ฉันพลาดอะไรไปงั้นหรอ??'

            เจษพลางก้มหน้าคิดอย่างหนักแล้วก็เดินออกไปจากตรงจุดนั้น เขาอยากกลับบ้านเพื่อพักแทบใจจะขาด

            พอเจษเดินมาถึงห้องโถงรับรอง อิงอรก็วิ่งมาหาเจษด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

            "ไม่เป็นไรลูก ลูกทำเต็มที่แล้ว.."ริมฝีปากเล็กของเธอเอ่ยปลอบเจษอย่างห่วงใย

            ".."

            ..

            ทางด้านสมิทกับบรูโน่ที่ชมผลประกาศอยู่ไม่ไกล ทั้งคู่นั้นแสดงสีหน้าที่หลากหลาย..

            "อะไรล่ะนั้น เป็นไปได้ไง!!"บรูโน่แทบจะไม่เชื่อสายตาที่ตนเองว่าทีมงานจะรับสมัครเช่นนั้นจริงๆ

            "..เป็นอย่างที่ฉันได้ยินมาจริงๆสินะ.."สมิทเอ่ยออกมาอย่างล้นหลาม

            ทั้งสองคนนิ่งเงียบอยู่นานก่อนที่บรูโน่จะถามสมิทเพื่อนสนิทของตน

            "สมิทจากนี้แกจะเอาไงต่อ.."

            "..คงต้องลาออกอย่างที่เคยพูดไว้"

            "ฉันก็เหมือนกัน.."

            ..

            "..แกมากับฉันไหม? เมื่อไม่นานมานี้ฉันได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจมา.."

            "ฉันไป! ฉันก็ว่าแล้วว่าคนที่ได้ถ้วยแชมป์มาจะเนื้อหอมมากฮ่าๆๆ"

            ..

            ..

            ทางด้านเจษกับอิงอรที่กำลังเตรียมตัวจะเดินทางกลับโรงแรม

            ขณะนี้เจษกำลังนั่งพักเหนื่อยอย่างหดหู่อยู่นั่น  เขาเสียใจอย่างมากที่ตนเองทำตามเป้าหมายไม่ได้ เขารู้สึกผิดหวังกับผลงานตนเองมาก

            อิงอรผู้เป็นแม่ก็รู้สึกเศร้าใจตามเมื่อเห็นลูกเป็นเช่นนี้ ก็พลางปลอบโยนเขาอย่างห่วงใย

            "ลูกทำได้ดีแล้วล่ะ อย่าลืมสิการคัดเลือกนี่ไม่ใช่แค่ที่เดียว เรายังเหลืออีกตั้งหกที่เลยนะ!"

            "ผมทราบครับ แต่มัน.."ร่างหนาไม่ค่อยอยากจะพูดอะไรเท่าไหร่ ขนาดพูดเขายังไม่ค่อยจะมีแรงเลย

            "เรากลับกันเถอะลูก คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้วด้วย.."

            'ใช่! นี่ก็ผ่านไปแล้ว เราจะมามัวจมปลักอยู่ที่นี่ไม่ได้!!' เจษแววตาโรจน์ในเวลาต่อมา เขาค่อยๆปรับอารมณ์และให้กำลังใจตนเองว่าการเดินทางของเขายังไม่จบ!

            สองแม่ลูกเดินทางออกจากสโมสรสรสปอร์ติ่ง ลิสบอนแห่งนี้อย่างมีกำลังใจ..

            ..

            ..

            ..

            ..

            "..เดี๋ยวก่อนครับคุณวิลเลียมส์!!"

             

             

             

             

                                          I’m number 4

    คล้ายกับเรื่องRebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล ที่คุณอ่าน