แสงอรุณแรกของวันใหม่ฉาบทาไปทั่วผืนดินปลุกให้ฮวาเสี่ยวซีลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนตลอดการเดินทางแรมเดือนที่ผ่านมาสายลมเย็นยามเช้าพัดโชยมาสัมผัสผิวกาย ราวกับปลุกเร้าให้ทุกอณูในร่างกายตื่นตัว
"เฮ้อ...สบายจัง อากาศดี๊ดี..." นางยืดเส้นยืดสาย บิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้านสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าที่ยังคงเย็นฉ่ำ
เข้าปอดลึกๆมองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แสงอ่อนๆของดวงอาทิตย์ที่เพิ่งพ้นขอบฟ้าสาดส่องเป็นสีทองอร่าม งดงามจนแทบอยากหยุดหายใจ
เสียง “"อ้อ...แอ้..."แผ่วเบาของเจ้าอ้วนน้อยดังมาจากภายในตู้รถม้าราวกับเป็นการทักทายยามเช้าที่แสนจะสดใสฮวาเสี่ยวซีหันไปมองลูกชายตัวน้อยที่เริ่มตื่นแล้วดวงตากลมแป๋วสีดำขลับจ้องมองมายังนางอย่างไร้เดียงสา มือเล็กๆ ป้อมๆยกขึ้นมาโบกไปมาอย่างน่ารักน่าชัง
"ตื่นแล้วเหรอเจ้าตัวเล็ก" ฮวาเสี่ยวซียิ้มกว้างให้ลูกชาย ก่อนจะหันกลับมาควบคุมม้าต่อไปแต่เสียงอ้อแอ้นั้นก็ยังคงดังต่อเนื่องราวกับเป็นการเรียกร้องความสนใจจากผู้เป็นแม่
"รอประเดี๋ยวเถิดลูกข้ากำลังจะพาเจ้าไปกินข้าวแล้ว" นางพึมพำกับลูกชายเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะเร่งฝีเท้าของม้าให้เร็วขึ้นเล็กน้อย หวังว่าจะถึงจุดพักเสียทีเพื่อที่จะได้ดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างเต็มที่
ไป๋หลินอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเดินกลับมาจากทำธุระส่วนตัวใบหน้าของทั้งคู่ดูสดใสรับเช้าวันใหม่ส่วนเหล่าพวกโจรที่ถูกมัดเรียงรายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ นั้นกลับมีสีหน้าเศร้าสร้อย น้ำตาคลอเบ้าด้วยความทุกข์ใจ
"แม่นาง...ปล่อยพวกเราไปเถิด..." เสียงหัวหน้าโจรแหบแห้งอ้อนวอน ดวงตาแดงก่ำ"พวกเรายังมีภรรยา ลูกๆ อีกสิบกว่าชีวิตที่ต้องเลี้ยงดู หากพวกเราถูกจับไปพวกเขาจะอยู่อย่างไร..." น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเวทนา
ฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยแนบอกพาเด็กน้อยไปจัดการธุระส่วนตัวอย่างทะนุถนอมหลังจากนั้นก็ป้อนข้าวต้มเนื้อเนียนให้ลูกชายตัวน้อยอย่างใจเย็นเมื่อเจ้าอ้วนน้อยอิ่มหนำสำราญจนหลับปุ๋ยไปอีกครั้งนางก็วางลูกน้อยลงในคอกอย่างเบามือ หันกลับมาเผชิญหน้ากับ "สินค้า"ที่มีค่าของนาง
"เอาล่ะพวกเจ้าลุกขึ้น!" ฮวาเสี่ยวซีสั่งเสียงใส แต่แฝงไปด้วยอำนาจพวกโจรที่นั่งคอตกอยู่รีบลุกขึ้นตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้นางเดินสำรวจเชือกที่มัดพวกมันไว้อย่างละเอียด ก่อนจะยิ้มกริ่มอย่างมีแผน
"พวกเจ้าโชคดีจริงๆที่ข้ากำลังต้องการเงินค่าเดินทางเข้าเมืองหลวงพอดี"นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนจะเมตตาแต่แววตาเจ้าเล่ห์กลับบ่งบอกเจตนาที่แท้จริง
"ข้าจะพาพวกเจ้าไปส่งทางการที่เมืองหลวงรับเงินรางวัลเสียหน่อย... ฮิ ๆ ๆ ได้เงินอีกแล้ว" นางหัวเราะเบาๆในลำคออย่างอารมณ์ดี
จากนั้นฮวาเสี่ยวซีก็สั่งให้พวกโจรเดินตามหลังรถม้าโดยใช้เชือกผูกร่างของพวกมันติดกันเป็นแถวยาวราวกับกำลังต้อนฝูงสัตว์เข้าเมืองหลวงไป๋หลินมองภาพนั้นด้วยความขำขันระคนเหนื่อยใจ แต่ก็ไม่ได้ทัดทาน ความคิดแปลกประหลาดของสหาย
รถม้าเคลื่อนที่ช้าๆอีกครั้ง โดยมีฮวาเสี่ยวซีเป็นผู้ควบคุมบังเหียนและมีขบวนนักโทษจำเป็นเดินตามหลังมาอย่างน่าเวทนาแสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาบนใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจกับการ
ได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยบังเอิญในใจของนางเริ่มวาดฝันถึงชีวิตที่สงบสุขภายในจวนแม่ทัพพร้อมกับเงินรางวัลที่กำลังจะได้มาในอีกไม่ช้า
การเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆผู้คนและเกวียนสินค้านานาชนิดหลั่งไหลเข้ามาจากทุกสารทิศ เสียง
จอแจของผู้คนเสียงล้อเกวียนบดไปบนถนน และเสียงร้องของพ่อค้าแม่ค้าดังระงมไปทั่วบริเวณคือเหล่าโจรร้ายที่ถูก
มัดเรียงรายเป็นขบวนยาวเหยียด พากันวิ่งเหยาะๆตามหลังรถม้ามาด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ ราวกับฝูงหมูที่ถูกเชือดแล้ว
แต่ยังไม่ตายสนิทใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำดำเขียว เสื้อผ้าขาดวิ่นเปรอะเปื้อนดินโคลนบางคนก็
หอบหายใจตัวโยนด้วยความเหนื่อยล้า บ้างก็ก้มหน้าก้มตาด้วยความอับอายสร้างความสนใจและเสียงซุบซิบจากผู้คนที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
ผู้คนต่างพากันหยุดมองขบวนประหลาดนี้ด้วยความสงสัยและประหลาดใจบ้างก็ชี้ชวนกันดูด้วยความขบขัน บ้างก็ซุบซิบนินทาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ้างก็แสดงความสงสารต่อสภาพอันน่าเวทนาของเหล่าโจรร้าย
ฮวาเสี่ยวซีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยควบคุมม้าอย่างสง่างาม ราวกับเป็นแม่ทัพผู้กล้าที่นำเชลยศึกกลับสู่เมืองหลวงนางไม่ได้สนใจสายตาที่จับจ้องมายังขบวนของตนเองเงินรางวัลที่กำลังจะได้มานั้นสำคัญกว่าเสียงซุบซิบนินทาของคน
แปลกหน้าเหล่านี้มากนักปล่อยให้พวกมันมองกันไป นางจะรีบนำ "สินค้า"อันมีค่านี้ไปส่งทางการโดยเร็วที่สุด
ทหารนายหนึ่งเดินเข้ามาใกล้รถม้าของฮวาเสี่ยวซีสายตาคมกริบกวาดมองเหล่าโจรร้ายที่ถูกมัดเรียงรายอยู่ด้านหลังด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจน้ำเสียงที่เอ่ยถามนั้นเข้มงวดและเต็มไปด้วยอำนาจ "พวกเจ้าเป็นใคร? และเหตุใดจึง
นำพาผู้คนในสภาพเช่นนี้เข้ามายังเมืองหลวง?จงให้การตามจริงมิเช่นนั้นพวกเจ้าอาจถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดได้!"
ฮวาเสี่ยวซีเลิกคิ้วเล็กน้อยมองหน้าทหารประจำประตูเมืองด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกสงสัย
"ท่านกล่าวหาว่าข้าสมรู้ร่วมคิดกับพวกโจรเหล่านี้หรือ?" นางถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสุภาพแต่ก็แฝงไปด้วยความไม่พอใจ "ท่านดูสภาพพวกมันเสียก่อนพวกมันถูกมัดแน่นหนาและหมดสภาพเช่นนี้ จะสมรู้ร่วมคิดกับข้าได้อย่างไร?
หรือท่านคิดว่าข้าเป็นโจรเสียเอง?"
ทหารประจำประตูเมืองถึงกับอึกอักใบหน้าเริ่มแดงก่ำเล็กน้อยไม่ทันที่จะหาคำมาโต้แย้งหญิงสาวผู้มีท่าทางไม่ยี่หระผู้นี้รองหัวหน้าทหารรักษาพระนครที่สวมชุดเกราะเต็มยศ ขี่ม้าสง่างามเข้ามาในบริเวณนั้นพลางเอ่ยถามเสียงดังด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดบริเวณประตูเมืองจึงมีความวุ่นวายเช่นนี้?"สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปยังขบวนรถม้าของฮวาเสี่ยวซีและเหล่าโจรร้ายที่ถูกมัดอยู่ด้านหลังด้วยความสงสัย
ทหารประจำประตูเมืองรีบทำความเคารพรองหัวหน้าทหารรักษาพระนครอย่างนอบน้อม"เรียนท่านรองหัวหน้า... คือว่าข้ากำลังสอบถามขบวนรถม้ากลุ่มนี้ขอรับพวกเขานำพาผู้คนในสภาพน่าสงสัยเข้ามาในเมืองหลวงข้าจึงได้ทำการสอบสวนตามหน้าที่..."
รองหัวหน้าทหารรักษาพระนครและทหารยามประตูเมืองที่ได้ยินคำกล่าวโอ้อวดแต่แฝงความถ่อมตนอย่างประหลาดของฮวาเสี่ยวซีถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่กรองหัวหน้าทหารฯ ยกมือลูบคางด้วยท่าทางครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียง
กึ่งประชดกึ่งชื่นชม "ความสามารถอันน้อยนิด... หากความสามารถของเจ้าคือ'น้อยนิด' เช่นนี้แล้วข้าเกรงว่าคงจะ
ไม่มีผู้ใดในใต้หล้าที่มีความสามารถน้อยไปกว่าเจ้าอีกแล้วกระมัง"ทหารยามประตูเมืองที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็น
ด้วยอย่างรวดเร็วพลางกลั้นหัวเราะกับคำพูดที่แสนจะย้อนแย้งของหญิงสาวผู้นี้
รองหัวหน้าทหารรักษาพระนครพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปสั่งทหารประจำประตูเมืองด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เอาล่ะ
พวกเจ้าจงนำตัวพวกมันไปยังศาลาว่าการประจำเมืองรอการสอบสวนและตัดสินโทษต่อไป"จากนั้นเขาก็หันกลับมา
มองฮวาเสี่ยวซีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นสุภาพและให้เกียรติมากขึ้น"เชิญแม่นาง โปรดตามข้าไปยังศาลาว่าการประจำเมืองเพื่อรับเงินรางวัลและให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"
ฮวาเสี่ยวซีประสานมือคำนับอีกครั้งอย่างนอบน้อมก่อนจะขึ้นรถม้าและควบคุมม้าให้เดินตามรองหัวหน้าทหารรักษาพระนครไปยังศาลาว่าการประจำเมืองขบวนรถม้าที่นำหน้าด้วยทหารองอาจและตามหลังด้วยเหล่าโจรร้ายที่ถูกมัด
แน่นหนาสร้างความสนใจให้กับผู้คนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เสียงซุบซิบและสายตาที่จับจ้องมายังขบวนของพวกนางไม่ได้ทำให้ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกประหม่าแต่อย่างใดนางกลับรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถนำตัวพวกโจรมาส่งทางการได้สำเร็จ
เมื่อมาถึงศาลาว่าการประจำเมืองฮวาเสี่ยวซีได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าหน้าที่นางให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดและได้รับเงินรางวัลจำนวนมากสมกับความดีความชอบ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่างฮวาเสี่ยวซีก็เดินทางกลับจวนพร้อมกับเงินรางวัลในมือและความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางแรมเดือนที่ผ่านมาในที่สุดนางก็จะได้พักผ่อนและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเสียที