ซ่านซี กระโดด สืบฝีเท้าออกมาเบื้องหน้าทันที สายตาเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น ว่าเขาจะไม่มีทางแพ้ “ข้าประลองกับเจ้าเอง”
แม้แต่ผู้อาวุโสลำดับที่ 3 หยวนหาญ เห็นเด็กหนุ่มผู้นี้ เขายังหดหรี่ดวงตาจนเล็กแคบแหลมคม “หืม!! สายตาเจ้าหนูนี่ไม่เลว ไม่เลว”
เมื่อซ่านซี ระเบิดปราณพลัง สำแดงกระบวนท่าย่างก้าวพายุโหมกระหน่ำ ร่างที่โอบล้อมไปด้วยลมแรง ราวกับเป็นพายุ ก็หายออกไปดั่งสายลมที่พัดไหว บวกกับกระบวนท่า ลูกเตะหมุนควงสวาท มันก็ทำให้ เถียนชง ต้องทำการตั้งท่ารับการโจมตีออกไปเป็นพัลวัน
เมื่อทั้งสองเข้าพัวพันกัน ออกไปหลายสิบกระบวนท่า ซิงอี้ ที่ชมชอบเถียนชง นางแทบไม่อยากเชื่อว่า เด็กหนุ่มซ่านซี จะร้ายกาจไล่ต้อน เถียนชง ที่กายาแข็งแกร่ง ให้ฝีเท้าเขาต้องก้าวถอยหลังได้
พร้อมผู้คุมที่มองชม การปะทะจะเอ่ยชม ซ่านซี ออกมาไม่ขาดปาก “เหมือนว่า ซ่านซีเขาจะยกระดับวิชา ไปสู่ระดับสูงได้แล้วซินะ ดูความรวดเร็ว ความรุนแรง ในการทะลุทะลวงปราณพลัง ควบแน่นเป็นพายุเหล่านั้นซิ ถึงกับกลบความห่างชั้น ขอบเขตขั้นพลังย่อย ของเถียนชงได้”
“อ่าๆ ไม่แน่ซ่านซี อาจจะชนะการประลองครั้งนี้ ก็เป็นได้” คนอื่นๆ ได้ยินพวกเขา ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
เสียงฟู่!! ปัง!! ที่ดังออกมาไม่ขาดจากการปะทะกัน ทำให้เถียนชง ต้องใบหน้าฉุนเฉียวเดือดดาลขึ้นมา ปากกัดกรามกรอดไว้น้อยๆ ก่อนจะส่งวิชากระบวนท่า หมัดกำปั้นหมียักษ์ ออกไปปะทะกระบวนท่า เข้าใส่กันในเสี้ยวขณะ วัดปราณพลังความรุนแรงใส่กัน ไปหลายวินาที
ก่อนกำปั้นแตกร้าว เถียนชงจะปรากฏขึ้นมาน้อยๆ แล้วละออกจากกันในเสี้ยวพริบตา ซ่านซี เด็กหนุ่มหล่อคลี่ยิ้มยินดี ออกมากว้าง มองเย้ยหยันอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างไม่ปิดบัง
“เจ้า!!” เถียนชงเขาถึงกับเดือดดาลเดี๋ยวหน้าดำ เดี๋ยวหน้าเขียวไม่น่ามอง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนแน่น ครั้นคิดจะทุ่มสุดกำลัง จัดการเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า เขาก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้า เมื่อผู้อาวุโสลำดับที่ 3 หยวนหาญ เอ่ยสั่งหยุดการประลอง
“เจ้าหนู เจ้ามีนามว่าอะไร”
เด็กหนุ่มประสานฝ่ามือ กล่าวตอบออกมาด้วยน้ำเสียงโอหัง “ซ่านซี ขอรับ”
ผู้อาวุโสลำดับที่ 3 หยวนหาญ มองเด็กหนุ่มอย่างตั้งใจ แม้แต่ฝ่ามือยังยกขึ้นมาถูคาง หากได้เด็กคนนี้เป็นศิษย์ไม่แน่ เด็กคนนี้จะนำชื่อเสียงมาให้เขาก็เป็นได้ เมื่อการประลอง10สำนักใหญ่ ทั่วอาณาจักรมาถึง
ก่อนหยวนหาญ จะเอ่ยพูดออกมาอย่างไม่ปิดบัง เมื่อเห็น ศักยภาพ พรสวรรค์ไร้ขีดจำกัดของเด็กคนนี้ “เจ้าคงจะตรวจสอบ หินคริสตัลศักยภาพ พรสวรรค์ได้สีแดงซินะ มาเป็นลูกศิษย์ของข้าดีหรือไม่ ตระกูลของข้าถือว่ามีอิทธิพล ภายในอาณาจักรขอบทวีปแจกันแห่งนี้ หากเจ้าได้ตระกูลหยวนของข้า เป็นร่มเงาข้าเชื่อมั่นว่า เจ้าจะเดินไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน จากของล้ำค่าที่เรามี แถมยังได้ข้า ผู้อาวุโสลำดับที่ 3 หยวนหาญ ของสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง เป็นอาจารย์อีก”
ซ่านซี ครั้นได้ยินเช่นนั้นเขามีท่าทีคิดหนักทันที ใจหนึ่งเขาก็ไม่อยาก หักหลังผู้เป็นอาจารย์ ทว่าข้อเสนอนี้เย้ายวนใจเขาไม่น้อย แต่คนที่ไม่พอใจที่สุดยามนี้ เกรงว่าจะเป็นเถียนชง กลายเป็นเขาที่กำลังจะโดนเขี่ยตกกระป๋อง ใบหน้าเขาจึงเต็มเปี่ยม ไปด้วยความไม่ยินยอม
ถงอี้ ศิษย์หัวกะทิลำดับสอง ของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เขาไม่ยินยอมให้ ซ่านซีได้ดิบได้ดีเพียงผู้เดียวเท่านั้น ฝีเท้าเขาก้าวออกมาเบื้องหน้า กล่าวพูดออกมา ถึงความต้องการเขาทันที
“ท่านผู้อาวุโส หยวนหาญ ข้าเองก็อยากเป็นศิษย์ของท่าน”
เสียงแค่นเดือดดาลผู้คุมต่างๆ สบถด่าขึ้นมาทันใด ครั้นเห็นการกระทำของถงอี้ “เจ้า ไอ้เด็กเวรถงอี้ เจ้าช่างหน้าไม่อายจริงๆ”
ก่อนเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะยกฝ่ามือห้ามปราม ไม่ให้ห้องโถงรับรอง เกิดความวุ่นวายไปมากกว่านี้ เขาล้วนรู้ดีข้อเสนออีกฝ่าย เย้ายวนใจมากแค่ไหน เส้นทางข้างหน้าพวกเขาจะเดินไปได้ไกล ไร้อุปสรรค
แม้แต่หยวนหาญ ที่มองชมเรื่องสนุก เขายังคลี่ยิ้มออกมากว้าง ก่อนไต่ถาม เด็กหนุ่มถงอี้ ออกมา “หากข้าพาเจ้าไป ข้าจะได้ประโยชน์อะไร จากเจ้า?”
ถงอี้เม้มริมฝีปากไว้แน่น ก่อนกล่าวตอบออกมา “ภายในห้องฝึกฝนเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง มีหินอุกกาบาต หายากจากท้องฟ้า ข้าเคยอ่านเจอว่า มันมีพลังห้วงอวกาศที่ลึกลับ”
ผู้คนสบถด่า ถงอี้ ออกมาทันที แม้พวกเขาจะรับรู้ว่าไอ้เด็กเวรนี่ ฉลาดเป็นกรดก็ตาม “ไอ้เด็กเวร เลี้ยงเสียข้าวสุกเอ๊ย!!” แม้แต่ศิษย์หัวกะทิ ยังกล่าวสบถด่าออกมาเช่นกัน
ถงอี้ ที่ใบหน้ามืดทะมึน เขากล่าวพูดสวนออกมาทันที “พวกเจ้าอย่าพูดดีไปหน่อยเลย พวกเจ้าเหล่าศิษย์หัวกะทิ ต่างก็อยากเป็นศิษย์ ของผู้อาวุโส หยวนหาญ ได้รับอภิสิทธิ์พิเศษไม่ต่างจากข้า ไม่ใช่หรืออย่างไร... อีกอย่างเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เองก็ปกปิดความลับ ของเขาแก่พวกเราเช่นกัน”
“เจ้า!! เจ้า!!” คำพูดนั้นแทงใจดำ เหล่าศิษย์หัวกะทิทั้ง4ไม่น้อย
ผู้อาวุโส หยวนหาญได้ยินเขามีท่าทีสนอกสนใจ หินอุกกาบาตขึ้นมาทันใด “หืม!! อย่างนี้เองซินะ ที่เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ถึงเลื่อนขั้นพลังเป็นนักปราชญ์ได้”
ก่อนเสียงถอนลมหายใจ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะดังออกมายาว ทำให้รอบๆ เงียบงันลงไป เมื่อเขาเอ่ยพูด “เหล่าศิษย์หัวกะทิทั้ง5 พวกเจ้าเลือกเอา จะอยู่กับข้าหรือจะไปกับ ผู้อาวุโส หยวนหาญ ข้าจะไม่รั้งตัวพวกเจ้าไว้” แม้ท่าทีผู้คุมจะไม่ยิมยอมก็ตาม ทว่าพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อหนึ่งคนเลือกที่จะเดิน ไปหาผู้อาวุโส หยวนหาญ คนอื่นๆ ก็ตัดสินใจ ไม่ยากเย็นนัก พวกเขาทั้ง4 ต่างก็พยักหน้าพร้อมใจกันข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง อย่างไม่ลังเล
ก่อนเสียงถอนลมหายใจ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะดังออกมายาวอีกคำรบใหญ่ พร้อมใบหน้าของเขา ที่ดูแก่ชราลงไปหลายปี “หลางเทียน เจ้าไปเอาหินอุกกาบาต มาส่งมอบให้ ผู้อาวุโส หยวนหาญ”
เด็กหนุ่มนั่งแคะขี้มูก ที่มองชมสถานการณ์ เขาสะดุ้งตัวโหยงขึ้นมาทันที แม้แต่คนอื่นๆ ยังไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน จากปากเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ทว่าก็รับรู้ความเสียใจ ของชายวัยกลางมีมากถึงเพียงใด