ณ ร้านคาเฟ่เจ้าดังประจำเมืองหลวงของอาณาจักรเวสเทล่าภายในร้านที่คับคั่งไปด้วยเด็กสาวจากทั้งตระกูลขุนนางและตระกูลคหบดีของเมืองหลวง กลับมีส่วนหนึ่งของร้านที่ถูกเว้นว่างเอาไวไม่มีใครกล้าเข้าไปนั่งเลยแม้แต่คนเดียว
ส่วนดังกล่าวเป็นส่วนที่นั่งของเคาน์เตอร์ร้านที่มีร่างของเจ้าของร้านที่ทุกคนมักเรียกกันติดปากว่ามาสเตอร์ยืนเช็ดแก้วสลับกับชงเครื่องดื่มของลูกค้าภายในร้านอยู่แม้ว่าใครหลายๆคนในร้านจะอยากเข้าไปพูดคุยกับอีกฝ่ายมากแค่ไหนก็ตามแต่ก็ดูเหมือนว่าตรงส่วนนั้นจะกลายเป็นจุดต้องห้ามที่ทุกคนไม่กล้าไปเฉียดใกล้ไปเสียอย่างนั้นแล้ว
และที่นั่นเองก็มีร่างของชายคนหนึ่งในชุดคลุมบรรณารักษ์ประจำหอสมุดประจำอาณาจักรนั่งอยู่ลวดลายบนเสื้อคลุมบ่งบอกถึงตำแหน่งที่อยู่ในระดับสูงสุดของสถานที่ดังกล่าวโดยที่เจ้าของเสื้อคลุมก็กำลังพูดคุยอยู่กับเจ้าของร้านคาเฟ่แห่งนี้อย่างสนิทสนมด้วยภาษาที่ไม่มีใครในร้านนั้นฟังออกเลยแม้แต่คนเดียว
“มีผีอาละวาดในบ้านร้างของเขตข้างๆงั้นหรือครับ?”นาธานพูดอย่างแปลกใจพลางวางแก้วที่เช็ดแล้วลงบนที่วางข้างหลังตัวเองก่อนจะหันกลับมาหาชายสวมแว่นที่พึ่งเอ่ยปากเล่าเรื่องลี้ลับที่พึ่งเกิดขึ้นในระแวกใกล้ๆนี้ให้กับตนได้ฟัง
“นายกลับบ้านทุกวันไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก แต่ชั้นนี่สิ เจอเอกสารขอให้จัดที่พักชั่วคราวในเขตหอสมุดให้พวกลูกน้องที่อยู่เขตนั้นเป็นตั้งๆเลยเนี่ย”คลูสที่ดูเหมือนว่าวันนี้จะโดดจากงานที่หอสมุดมาตอบพลางเอาส้อมเขี่ยขนมในจานของตัวเองไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายจนนาธานที่หันมาเห็นก็อดว่าอีกฝ่ายไม่ได้
“คลูสอย่าเล่นของกินสิครับ”
“โทษทีๆ”สิ้นเสียงเอ็ดของเจ้าของร้าน บรรณารักษ์ประจำหอสมุดก็ถดมือพลางยิ้มแหยๆนั่นทำให้นาธานพ่นลมหายใจออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
“จะว่าไปบรรณารักษ์ของหอสมุดลิเทียร์บางส่วนเองก็พักอยู่เขตนั้นนี่นะครับ” เพราะว่าเขตที่หอสมุดนั้นตั้งอยู่รวมถึงร้านของนาธานเองนั้นอยู่ในเขตการค้าของเมืองหลวงที่ไม่ได้อนุญาตให้บ้านที่ไม่ได้เปิดร้านค้านั้นตั้งอยู่ในจุดนี้ทำให้พนักงานหอสมุดที่ไม่ได้มีบ้านเป็นของตัวเองนั้นก็จะพักอยู่ในหอพักของหอสมุดที่อยู่ที่เขตข้างๆแทนและนั่นเองก็คงเป็นที่มาของเอกสารขอให้จัดที่พักชั่วคราวที่คลูสบ่นไปเมื่อครู่
ส่วนที่นาธานนั้นไม่ทราบถึงเรื่องนี้ก็มาจากการที่ช่วงนี้เขากลับไปนอนที่คฤหาสน์อยู่แทบทุกวันรวมถึงพนักงานในร้านของเขาเองก็ไม่มีใครที่อยู่ในเขตดังกล่าวด้วยแม้ว่าตอนเช้าของบางวันเขาจะไปซื้อวัตถุดิบของร้านที่ขาดไปมาตุนจะเห็นหลายๆร้านในเขตการค้าซุบซิบอะไรกันก็ตาม แต่ชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ใส่ใจจึงไม่รู้เรื่องนี้เลยนั่นเอง
นี่ยังไม่รวมเรื่องลูกค้าของเขาส่วนใหญ่เป็นพวกลูกสาวคนมีเงินที่ไม่มีใครซักคนอยู่ในเขตนี้ด้วยเลยล่ะนะ
“ก็ใช่น่ะสิหลายๆคนเลยโดนหลอกจนหัวโกร๋นกันเป็นแถบๆ ตอนนี้บางคนเลยไปขออยู่บ้านเพื่อนแทนจนกว่าเรื่องจะสงบไอพวกที่ไปไหนไม่ได้นี่ก็สภาพแย่มาทำงานกันทุกวัน วุ่นวายกันไปหมดแล้วเนี่ย”ว่าจบ บรรณารักษ์หนุ่มก็เบ้ปากกลอกตามองบนกับเรื่องวุ่นๆที่ทำให้หอสมุดของตนเองแทบจะกลายเป็นแหล่งรวมพวกพนักงานสภาพยังกับศพเดินได้ที่ทำงานกันแทบไม่รอดจำนวนมากแทนแล้ว
“แล้วทำไมถึงไม่อนุมัติเรื่องจัดที่พักชั่วคราวในเขตหอสมุดให้ไปล่ะครับพวกบรรณารักษ์ที่มาทำงานจะได้ไม่สภาพกลายเป็นแบบนั้นกัน” ลูกชายของร้านเมลฟอร์ดถามอีกฝ่ายพลางรับออเดอร์จากพนักงานของร้านที่เอามาให้เมื่อครู่แล้วจึงเริ่มทำเครื่องดื่มของลูกค้าไปด้วยระหว่างรอคำตอบจากเพื่อนของตนที่ปล่อยเสียงเฮ้อออกมาเฮือกใหญ่
“ชั้นทำงั้นได้ก็ดีสิฟะไม่งั้นชั้นคงไม่ต้องมานั่งปวดกบาลอย่างงี้หรอกอย่าลืมสิว่าอะไรๆหลายๆส่วนในหอสมุดมันเป็นที่ห้ามเข้านะเอ้อขนาดชั้นเองบางทียังไม่ค่อยอยากจะเฉียดเข้าไปเลยถ้าไม่จำเป็นแล้วไหนจะพวกเอกสารสำคัญๆอีก แค่ตอนเวลาทำงานชั้นยังต้องระวังแล้วระวังอีกเลยขืนให้มาพักกันตอนกลางคืนด้วยชั้นไม่ต้องแหกตาตื่นมานั่งตรวจตามันทุกคืนเลยรึไงฟะ?” คลูสบ่นในขณะที่นาธานที่ยืนฟังไปด้วยชงเครื่องดื่มไปด้วยก็ทำได้เพียงแค่ฉีกยิ้มแหยๆให้กับเพื่อนตนเอง
เพราะว่ากันตามตรงแล้วในหอสมุดนั้น นอกจากเป็นที่เก็บตำราต่างๆแล้วยังเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญต่างๆของราชวงศ์และประเทศรวมไปถึงของหลายๆอย่างที่เกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมได้ทั้งที่มันอยู่ในโลกนี้อยู่แล้ว หรือที่มันมาจากโลกนู้นได้อย่างไรก็ไม่ทราบได้ฉะนั้นการป้องกันจึงเข้มงวดและแน่นหนาเป็นอย่างมาก
แต่ในส่วนนั้นนาธานเชื่อว่าคลูสคงไม่ได้ห่วงมันเท่ากับเอกสารของทางราชวงศ์กับประเทศหรือเอกสารของหอสมุดเองที่ชอบมีคนพยายามจะเข้ามาขโมยอยู่เป็นนิดหรอกเพราะดูเหมือนว่าบรรณารักษ์สูงสุดคนนี้จะต้องเจอกับสถานการณ์แบบนั้นอยู่เป็นประจำจนระแวงแล้วระแวงอีกขนาดแค่เวลาทำงานยังขนาดนั้น ถ้ากลางคืนยังอนุญาตให้มีคนเข้ามาในเขตหอสมุดอีกอีกฝ่ายคงไม่ได้นอนเป็นแน่
“แล้วเรื่องผีที่อาละวาดอยู่นั่นจะเอายังไงกันล่ะครับถ้าแก้ตรงนี้ไม่ได้ ผมว่าคลูสคงได้หัวหมุนกับการที่พวกบรรณารักษ์มาประท้วงเพราะเรื่องนี้แน่ครับ”เจ้าของร้านคาเฟ่เอ่ยปากถามหลังจากยื่นเครื่องดื่มที่ชงเสร็จให้กับพนักงานไปเรียบร้อยแล้ว
“ชั้นเองก็ไม่รู้ฟ่ะเรื่องผีนี่มันไกลเกินตัวชั้นจริงๆนั่นแหละ แกมีไอเดียอะไรมะนาธาน?”
“อีกแล้วนะครับคลูส...”พอคลูสพูดจบ นาธานก็ถอนหายใจพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเอือมๆ
“อะไร๊?”ฝ่ายคลูสที่เจอสายตาเอือมๆพุ่งเข้าใส่ก็เลิกคิ้วทำหน้าเหรอหราใส่เพื่อนที่เวลาเจอกันมักใส่หน้ากากจนบางทีเขาก็นึกว่ามันคงเป็นอวัยวะอีกส่วนของอีกฝ่ายไปแล้ว
“ชื่อผมครับ”
“ก็นาธานก็ถูกแล้วนี่?”
“คุณนี่จะลืมที่ผมขอทุกรอบเลยจริงๆใช่ไหมครับเนี่ย...ผมบอกแล้วไงครับว่าถ้าอยู่ข้างนอกให้เรียกผมว่าลิเบอต้าน่ะ”
“แล้วที่นี่มันข้างนอกตรงไหนกันฟะร้านนายชัดๆ” บรรณารักษ์หนุ่มกล่าวพลางชี้มือลงไปด้านล่างพร้อมกับทำหน้างงๆว่าตนเองทำอะไรผิดนั่นส่งผลให้นาธานถึงกับนวดขมับตัวเองไม่ให้เผลอปรี๊ดใส่เพื่อนจอมยียวนคนนี้ไปเสียก่อน
“คลูสครับ...”
“เออๆรู้แล้วๆ นายอย่าทำตัวจู้จี้จุกจิกแบบเดียวกับยัยกระดานที่หอสมุดได้ไหมฟะ?แค่ยัยนั่นคนเดียวชั้นก็เซ็งจะแย่แล้วนะ” สุดท้ายแล้วคลูสก็ยกมือยอมแพ้ พลางบ่นกระปอดกระแปด ทำปากยื่นเหมือนเด็กๆที่ไม่ได้ดั่งใจ
“ก็สมควรแล้วล่ะครับที่คุณลิซ่าเขาจะหัวเสียน่ะเฮ้อ...ก็ดูปากคุณสิครับ...”
“ปากชั้นทำไมฟะ?”
“ปากเสียไงครับ”สิ้นคำ ฝ่ายคนที่โดนด่าก็ยักไหล่ไม่แคร์ จนนาธานต้องถอนหายใจอีกคำรบ
“พักเรื่องปากชั้นไว้ก่อนนั่นแหละตอนนี้มาที่เรื่องหลักก่อนดีกว่านา นายพอจะมีไอเดียอะไรมะลิเบอต้า?”
“ไอเดียหรอครับ...กับผีนี่ก็มัน...”เจ้าของร้านหนุ่มลากเสียงยาวก่อนจะกุมคางครุ่นคิด
“ผีอะไรของพวกเจ้ากันรึ?”ในขณะที่นาธานกำลังยืนคิดอยู่นั้นเองร่างสูงของชายอีกคนหนึ่งก็เดินมาหานาธานกับคลูสที่อยู่กันตรงเคาน์เตอร์พร้อมกับเอ่ยทักถึงเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่ด้วยภาษาเดียวกันกับที่ทั้งสองคนใช้
“โย่ว! ว่างอยู่หรอกเรอะไอคุณดยุคหน้าไหม้?”
“วันนี้ไม่มีงานอย่างงั้นหรือครับเฟอร์?”ทั้งสองกล่าวทักทายผู้มาใหม่ตามนิสัยของตัวเองในขณะที่เฟอร์ก็จัดมะเหงกก้อนโตลงกลางหัวเพื่อนปากเสียของตัวเองไปหนึ่งทีแล้วจึงค่อยนั่งลงข้างๆอีกฝ่าย
“พอดีวันนี้เราไม่มีเรื่องที่ต้องทำน่ะเลยแวะไปหอสมุดว่าจะชวนไอเจ้าปากเสียนี่มาร้านของเจ้าแต่เลขาของเจ้านี่มาฟ้องเราซะก่อน เราเลยตรงมาที่นี่แทนเลยน่ะ อ้อเอสเปรสโซ่แก้วนะ”
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา”
“เดี๋ยวๆๆๆๆๆใครตั้งให้ยัยนั่นเป็นเลขาชั้นฟะ!?” ดูเหมือนว่าการที่เฟอร์เรียกลิซ่าว่าเป็นเลขาของคลูสนั้นจะทำให้เจ้าตัวถึงกับเหวอกินโวยวายขึ้นมาทันที
“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่แล้วนะคลูสใช่ไหมลิเบอต้า?” ฝ่ายเฟอร์ที่เห็นช่องแซวอีกฝ่ายก็หันไปพูดพลางส่งมาให้คนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ช่วยซ้ำตัวปากเสียประจำกลุ่ม
“ก็ตามที่เฟอร์ว่านั่นแหละครับ”นาธานกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางจัดการเอสเปรสโซ่ให้เพื่อนอีกคนที่พึ่งมาถึง
และพอเจ้าของร้านอย่างนาธานพูดจบดยุคหนุ่มก็เหล่ตามองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วยิ้มที่มุมปากให้เชิงเยาะเย้ยด้านบรรณารักษ์ประจำหอสมุดลิเทียร์ที่โดนเพื่อนของตัวเองรุมแกล้งก็จัดการยกนิ้วกลางสองข้างชูใส่ทั้งคู่ จนโดนมะเหงกจากเพื่อนทั้งสองไปอีกคนละตุ้บ
“เขตนั้นมีเรื่องแบบนี้ด้วยรึเนี่ย...” ในระหว่างที่เจ้าของร้านอย่างนาธานกำลังชงกาแฟให้กับเฟอร์ คลูสก็จัดการเล่าเรื่องที่พวกตนคุยกันเมื่อครู่ให้อีกฝ่ายฟังพอเล่าจบ กาแฟของเฟอร์ก็เสร็จพอดีอีกฝ่ายจึงยกแก้วกาแฟขึ้นจิบก่อนจะเปรยออกมาอย่างแปลกใจ
“ใช่ไหมล่ะแต่ตอนนี้ที่ชั้นกังวลอยู่ก็คือถ้าเป็นงี้ต่อไป หอสมุดได้มีม็อบมาประท้วงกันแหง...”ด้านคลูสเองก็ดูเหมือนจนวิธีการแล้วเช่นเดียวกันก็ลงไปนอนไถโต๊ะอย่างหมดแรง
“แล้วทำไมไม่ให้พวกอัศวินไปดูล่ะครับคลูสเผื่อจะได้อะไรบ้าง?” นาธานลองเสนอทางที่ตัวเองคิดออกดูแต่คลูสที่ยังก้มหน้าไถโต๊ะอยู่ก็ยกมือขึ้นมาโบกเชิงว่าไม่ได้พร้อมกับเสียงอู้อี้ที่ออกมาจากปากอีกฝ่ายที่ไถโต๊ะอยู่แบบนั้นจนเฟอร์ต้องจับคอเสื้อดึงขึ้นมาให้ตัวต้นเรื่องพูดชัด
“อัศวินนะเฟ๊ยไม่ใช่หมอผี...ถึงได้จะให้ไปไล่ผีน่ะแถมไม่ใช่ไม่มีใครขอให้ทางอัศวินที่ประจำเขตนั้นไปดูด้วยแต่ไอพวกอัศวินที่ไปดูก็โดนหลอกกันมาจนไม่มีใครกล้าไปตรวจแล้วเนี่ยชั้นถึงได้จนหนทางอยู่แบบนี้ไง”
“หืม?เดี๋ยวนะคลูสเจ้าบอกว่าบ้านร้างเขตข้างๆนี้ใช่ไหม?ใช่ตรงที่ห่างจากโบสถ์มานิดหน่อยใช่ไหม?” เฟอร์ที่นิ่งฟังเป็นหลักหันมาถามเหมือนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้แล้วต้องการคำยืนยันจากคลูสที่รู้เรื่องมากที่สุดในนี้
“เอ่อ...มันก็ใช่แหละไหงนายรู้ได้ฟะเฟอร์?”
“นิดหน่อยน่ะ...อืม...เอางี้เรามีความคิดดีๆจะเสนอ พวกเจ้าลองฟังดูก่อนละกันนะ” ว่าจบดยุคหนุ่มก็ใช้ความคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มมุมปากเหมือนคิดอะไรบางอย่างออกแล้วจึงบอกกับเพื่อนทั้งสองที่ยังคงคิดไม่ตกอยู่เช่นกัน
“ฟังซักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรอยู่แล้วล่ะครับคลูสล่ะครับ?”นาธนเอ่ยพลางหันไปหาคนที่หัวหมุนเพราะเรื่องผีอาละวาดนี้เต็มๆอย่างคลูส
“พูดอย่างกับชั้นมีทางเลือกงั้นแหละ?”ด้านคลูสเองก็บ่นพลางเบ้ปาก แล้วเคาะโต๊ะรอคนที่บอกว่าคิดอะไรออกพูด
“ที่เราจะบอกก็คือ...ทำไมเราไม่ไปสำรวจบ้านร้างนั้นกันเล่าจะได้กระจ่างกันไปเลยว่ามันคือผีจริงๆหรือไม่น่ะ” เฟอร์พูดทั้งรอยยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้านไร้ซึ่งความกลัวใดๆทั้งสิ้น
“หา!? สำรวจไอบ้านร้างต้นข่าวเนี่ยนะ!?” พอเฟอร์พูดจบคลูสที่เกร็งรอฟังก็ถึงกับหลุดตะโกนออกมาด้วยความตกใจนาธานเองแม้ว่าจะนิ่งอยู่ไม่โวยวายแบบเดียวกับคลูสแต่เขาเองก็ตกใจกับข้อเสนอที่เฟอร์พูดออกมาเช่นเดียวกัน แต่แค่ไม่ได้พูดออกมาเท่านั้นเอง
“เดี๋ยวเลย!ไหงมันออกมาแบบนี้ฟะ! แล้วนายคิดได้ไงว่าให้พวกเราแห่ไปดูบ้านผีสิงนั่นอ่ะ!”คลูสที่เห็นว่านาธานนั้นไม่หือไม่อืออะไรก็โวยวายต่ออย่างไม่ยอม
“ก็เจ้าบอกว่าคนของเจ้าแห่มาโวยวายเรื่องนี้ไม่ใช่รึ?ก็ถือว่าไปพิสูจน์ซะเลยสิว่ามันมีหรือมันไม่มีน่ะขืนเจ้ามานั่งนึกงกๆอยู่แบบนี้ล่ะก็ ไม่ได้อะไรแน่นอน” เฟอร์เองก็โต้กลับจนทำให้คลูสหมดคำพูดพอเห็นว่าทำอะไรไม่ได้ ฝ่ายต้นเรื่องที่มาปรึกษาก็นั่งกุมหัวคิดไม่ตกอยู่เงียบๆ
“ถึงผมจะไม่ได้ว่าอะไรก็เถอะนะครับเฟอร์แต่ว่าอย่าลืมเรื่องความปลอดภัยนะครับ เพราะยังไงๆถึงคลูสเขาจะบ้าๆบอๆแบบนี้แต่เขาก็ถือว่าเป็นคนสำคัญของอาณาจักรเรานะครับ” นาธานที่เห็นว่าคลูสเงียบไปก็หันมาพูดกับเฟอร์ด้วยความเป็นห่วงเพราะแม้ว่าเขาจะไม่ได้แย้งเกี่ยวกับแผนนี้แต่ความปลอดภัยของคลูสก็ต้องมาก่อนเช่นกัน
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงหรอกลิเบอต้าเราคิดไว้เมื่อครู่แล้วน่ะว่าจะทำยังไง รอเพียงแค่เจ้านี่ตกลงเพียงแค่นั้น”อีกฝ่ายตอบพลางชี้ไปที่ตัวปัญหาที่นั่งกุมหัวอยู่ข้างๆนาธานที่เห็นเพื่อนบรรณารักษ์ของตนนั้นนิ่งไปพักใหญ่ก็ตัดสินใจจะเอ่ยปลอบพร้อมกับโน้มน้าวแต่ฝ่ายคลูสกลับดีดตัวลุกขึ้นมาตะโกนอย่างเหลืออดจนลูกค้าในร้านสะดุ้งไปตามๆกัน
“โว๊ยยยยยยยยยยยย!!!เอาก็เอาวะ! อีกกี่วันห๊ะเฟอร์!?” ตะโกนจบ คลูสก็หันไปถามคนข้างตัวอย่างหงุดหงิด
“เราน่าจะเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในสามวันว่าอย่างไรเล่า คลูก้า ลิเทียร์?” ฝ่ายเฟอร์ก็ตอบพลางฉีกยิ้มกวนอารมณ์ให้จนจนนาธานที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของคนทั้งสองนั้นเห็นเส้นเลือดที่ข้างขมับของคลูสที่เต้นตุบๆออกมาเลยทีเดียว
"เออ!ตกลงก็ได้ฟะ! แต่พวกนายสองคนต้องมาด้วยนะเฮ้ย! ฮึ่ย!"คลูสที่เจอรอยยิ้มกวนประสาทจากเฟอร์เข้าไปก็กระชากเสียงบอกให้ทั้งเฟอน์ที่เป็นคนเสนอไอเดีย และนาธานที่ยืนฟังไปกับตนด้วยแล้วหันหลังเดินกระทืบเท้าตึงตังออกจากร้านไปทันทีปล่อยให้ทุกคนในร้านนิ่งอึ้งกับอาการปรี๊ดแตกของอีกฝ่าย ก่อนที่นาธานจะหันไปพูดกับเฟอร์ที่ปิดปากหัวเราะแบบรักษาท่าทางอยู่อย่างอ่อนใจ
"ก็รู้อยู่ว่าคลูสจุดเดือดต่ำก็ไปแหย่เขาอีกนะครับเฟอร์"
"ฮ่ะๆแต่ก็เป็นทาฃออกที่ดีไม่ใช่รึไงเล่า?" อีกฝ่ายตอบอย่างไร้ความรู้สึกผิดพลางแกว่งแก้วกาแฟในมืออย่างสบายใจ
"เฮ้อ...ไม่เถียงครับว่าแต่คุณรู้อะไรบางอย่างสินะครับเฟอร์ ไม่คิดจะบอกอะไรผมหน่อยรึครับ?"นาธานเอ่ยปากถามอีกฝ่ายต่อแต่คำตอบที่ได้รับจากดยุคหนุ่มกลับเป็นเพียงนิ้วชี้ที่ยกแตะริมฝีปากเป็นเชิงไม่ยอมตอบจากเจ้าตัวจนนาธานถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายออกมาอีกรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่ทราบได้
"ถอนหายใจมากๆระวังหน้าของเจ้าจะแก่ก่อนวัยนะลิเบอต้าเอ๋ย"แถมยังไม่วายพูดกวนประสาทเจ้าของร้านหนุ่มไปอีกหนึ่งคำรบ
"คิดว่าเป็นเพราะใครกันล่ะครับคุณนอร์ทครับ" นาธานที่รู้สึกหมดคำพูดก็บ่นออกมาก่อนจะหันไปเรียกบริกรคนหนึ่งของร้านด้วยภาษาของโลกนี้
"เอ่อ...ครับมาสเตอร์..."ฝ่ายบริกรคนนั้นหรือนอร์ทที่ยังตกใจกับการปรี๊ดแตกของคลูสไม่หายก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มจากเรื่องเมื่อครู่และฐานะของชายอีกคนที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์หน้านาธาน
"เดี๋ยวไปบอกคุณไมลัสที่หลังครัวว่าจัดพวกขนมไปให้พอดีกับพวกลูกค้าที่โต๊ะทีนะแล้วบอกลูกค้าด้วยล่ะว่าเป็นคำขอโทษจากทางร้านเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่น่ะ"
"ได้ครับมาสเตอร์ลิเบอต้า...แต่ว่า...ขนมพวกนั้นจะให้เก็บบิลที่ใครอย่างนั้นรึครับ?"สิ้นคำถามของนอร์ท นาธานก็ชะงักปากที่จะตอบไปเมื่อครู่ลงพร้อมกับฉุกคิดอะไรบางอย่าง ในขณะที่หางตาเองก็เหล่ไปที่คนสร้างเรื่องเมื่อครู่
"เก็บที่ท่านดยุคอันบราได้เลยครับคุณนอร์ทอ้อ เปลี่ยนจากคำขอโทษจากทางร้านเป็นคำขอโทษจากท่านดยุคแทนด้วยนะครับ" สิ้นคำเฟอร์ที่กำลังจะยกกาแฟขึ้นจิบต่อก็ชะงักพร้อทกับหันมามองหน้าคนพูดเมื่อครู่อย่างตกใจ
"เอ่อ...แน่ใจนะครับ?"นอร์ทเองที่ได้ฟังก็ยังไม่แน่ใจนักพลางหันมามองคนที่โดนเพื่อนขูดรีดอย่างสายฟ้าแลบที่ยังคงอึ้งอยู่
"เอ่อ...ลิเบอต้าเพื่อนรัก...ล้อเล่นใช่ไหม?"เฟอร์ถามเพื่อนของตนอย่างกล้าๆกลัวๆก่อนจะเจอกับสายพิฆาตของเจ้าของร้านหนุ่มที่ส่งมาให้แม้ว่าปากจะยังยิ้มอยู่ก็ตามที
จนสุดท้าย...ดยุคหนุ่มก็พยักหน้ารับตกลงไปอย่างเสียไม่ได้ปล่อยให้บริกรของทางร้านหายเข้าไปแจ้งเรื่องกับทางครัวในขณะที่คนโดนเก็บเงินก็พยายามทำตัวลีบๆหลบสายตาพิฆาตของเพื่อนที่ส่งมาจนชวนให้ร้อนๆหนาวๆไปด้วย
...........................................................................................
เฉลย

แค่จะมาบอกว่าเราได้ภาพปกใหม่เฉยๆ~
เอ้อ แล้วก็
พอดีไรต์ลองเปลี่ยนวิธีเขียนในตอนพิเศษนี้ดู คิดเห็นยังไงก็บอกกันน่อ