“ คุณหมอรู้ไหมว่าสี่ผู้อาวุโสไม่ได้สนใจว่าฉันจะหายจากโรคนี้หรือไม่ แต่สนใจตัวคุณหมอมากกว่า?”
“ สนใจผม?”
“ ใช่หากคุณหมอไม่สามารถดึงดาบออกมาได้ คุณหมอจะกลายเป็นสาวกของวิหารอนันดา ไปตลอดชีวิตไม่มีทางถอนตัวได้”
“ ผมรู้”
“ แล้วคุณหมอไม่กลัวหรือไง” ธิดาเทพหันมาจ้องหน้ากับ อัสนี
“ วิหารเทพ มีอิทธิพลคับฟ้ามีสาขาอยู่ทั่วโลก มีธุรกิจมากมาย ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มทุนที่เงินมากที่สุดติดอันดับ1 ใน 10 ของโลกแม้นจะปิดบังความลับมากมาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรผมพูดถูกหรือไม่”
“ หมอยังไม่รู้อีกอย่างหากคุณหมอเป็นสาวกของวิหารอนันดา หมอจะต้องกลายเป็นพ่อพันธุ์ให้กับราชวงศ์ตองอูของเรา”
อัสนีพอได้ยินก็ถึงกับอึ้งเอ่ยออกมาเบาๆว่า
“ตอนนี้ถอนตัวทันไหม?”
“ ไม่ทันแล้วนี่คือคำมั่นสัญญาของวิหารอนันดา กับ คุณหมออัสนี เชิญคุณหมอเข้าไปใน เขตต้องห้ามของวิหารอนันดาได้แล้ว” สี่ผู้อาวุโส วิหารอนันดาประกาศออกมาพร้อมๆ กัน
ไลลา กับ เทพธิดาจัสมินพาอัสนีเดินเข้าไปสถานที่ต้องห้าม ของวิหารอนันดาทันที
ทางเข้าสถานที่ต้องห้ามนั้นเป็นทางเดินลงไปชั้นใต้ดินกว่าสามสิบเมตร ด้านในแม้นจะมีบรรยากาศมึดมิดมีแสงไฟสาดส่องเป็นระยะ แต่ออกซิเจนก็หนาแน่น ไม่ทำให้คนเข้ามาแล้วอึดอัดพอลงมาชั้นล่างสุด ก็เป็นลานกว้าง อัสนีถูกพามาหน้าแท่นบูชาขนาดใหญ่ด้านบนมีแท่นหินศิลาสี่เหลี่ยมขนาดไม่ต่ำกว่า 2 ตันกลางศิลามีดาบสีเงินปักอยู่ตรงกลาง มีป้ายเขียนเอาไว้ว่า พระแสงดาบมุเตา
“ นี่คือดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาซึ่งเป็นศาสตราวุธคู่กายของ พระเจ้าบุเรงนอง ผู้ชนะสิบทิศก่อนที่พระองค์จะเสด็จสวรรคค ได้ทำการปักดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา ลงบนพื้นศิลาก้อนนี้แล้วตรัสอธิฐานว่า
เมื่อผู้ใดสามารถดึงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาออกจากศิลาดำนี้ได้ผู้นั้นจะยิ่งใหญ่เหนือกว่าข้าผู้ที่ได้ชื่อว่า ผู้ชนะสิบทิศ เขาจะได้ครอบครองดาบมุเตาและสมบัติของข้าทั้งหมดจากนั้นไม่นานพระองค์ก็เสด็จสู่สวรรคต
บรรดาโอรสทั้งหมดก็พยายามดึงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา แต่ก็หาได้มีผู้ใดดึงออกไม่จนกระทั่งราช์วงศ์ตองอูล่มสลาย วิหารอนันดาได้เก็บซ่อนดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตานี้เอาไว้หลายร้อยปีพอเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ที่พม่า จึงได้ขนย้ายมาอยู่ที่นี่ มีผู้คนมากมายต่างก็ขอทดลองดีงดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้แต่ต้องกลายเป็นสาวกของ วิหารอนันดามาแล้วจำนวนนับไม่ถ้วน เคยมีคนฝ่าฝืนกฏคนเหล่านั้นก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ คุณหมอคงทราบกฏนี้ดีแล้ว“ ไลลาอธิบาย
อัสนีพยักหน้ารับรู้แล้วก็ค่อยๆ เดินไปที่แท่นศิลา
จากนั้นก็หลับตายกมือขึ้นฟ้าแล้วเอ่ยออกมาตามที่ ดวงตามัจจุราชแนะนำ
“ ข้าแต่ฟ้าผู้ควบคุมชะตาแห่งเหล่ามวลมนุษย์ข้าแต่มวลปฐพีที่ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่งแห่งชีวิต ข้าพเจ้า นายอัสนี เมฆาสวรรค์ ผู้ที่กำเนิดมาบนแผ่นนี้ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ขอยินดีรับเคราะห์กรรม ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ที่จะเกิดจากดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาเล่มนี้ ด้วยเทอญ”
อัสนีเอ่ยจบฟ้าดินก็ส่งเสียงคำรามก้องไปทั่วฟ้า เหมือนเป็นสัญญาณรับรู้ว่า
มีผู้สืบทอดดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาแล้วนับตั้งแต่บัดนี้อัสนีดึงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาที่เริ่มสั่นระริกๆ ออกมาแต่มันก็ไม่สามารถดึงออกมาได้ แต่ร่างของอัสนีกับสั่นเทาไปทั้งตัวแล้วก็กระอักเลือดออกมา พุ่งเข้ามาที่ตัวดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา พลันดาบที่ดูเก่าๆขึ้นสนิม ก็พลันส่องแสงประกายวาบออกมาอัสนีถึงได้ดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาจากศิลาได้ แล้วชูขึ้นไปบนอากาศ สายฟ้าบริเวณด้านนอกดังสนั่นท้องฟ้า จนคนที่อยู่ในพื้นใต้ดิน ยังได้ยิน แสงประกายสาดส่องออกมาจากดาบทำให้ชั้นใต้ดินถึงกับสว่างไสวไปทั่ว
ธิดาเทพจัสมิน และไลลาสองคน ถึงกับต้องคุกเข่าลงไปกับพื้น ทำการเคารพต่อพระแสงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาพร้อมกับอัสนี
“คืนนี้เริ่มรักษากันเลย” อัสนีเอ่ยออกไปพอเห็นธิดาเทพคุกเข่ากับพื้นก็รีบประคองนางขึ้นมายืนเหมือนเดิม
ธิดาเทพมองหน้าอัสนีด้วยความรู้สึกที่สับสนแต่สุดท้ายก็ได้แต่พยักหน้า พาอัสนีออกไปข้างนอก
พอก้าวขึ้นไปจากประตูทางเข้า ก็พบกับ สี่ผู้อาวุโสศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหารอนันดา กับเหล่าสาวกของวิหารอนันตา นับร้อยชีวิตเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าพระแสงดาบศักดิ์สิทธิ์
“ ขอคำนับ ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาและ เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์วิหารอนันดา”
อัสนีเองถึงกับเสียอาการไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับเหตุการณ์เบื้องหน้าเช่นนี้
“ ให้พวกเขาลุกขึ้นแล้วกล่าวอะไรสักหน่อย ตอนนี้คุณหมอคือเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ของวิหารอนันดาของเราแล้ว”
“ เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์อะไรไม่เห็นมีใครบอกมาก่อนเลย”
“ เรื่องนี้เอาไว้อธิบายภายหลัง”
ธิดาเทพเอ่ยอัสนีก็บอกให้พวกเขาลุกขึ้น สี่ผู้อาวุโสเข้ามาใกล้ๆ แล้วมองดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาด้วยความเคารพ
“ต่อไปเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ มีสิทธิ อำนาจเปรียบได้กับ ธิดาเทพ ต่อไปธิดาเทพจะให้คำอธิบายกับท่านโดยละเอียด” หนึ่งในผู้อาวุโส มองหน้าอัสนีแล้วมองไปที่ธิดาเทพแล้วพยักหน้าให้กันแล้วก็ถอยหลังออกไปจนหมด
“กลับเรือนกล้วยไม้กันก่อน” ธิดาเทพพาเอ่ยไลลาก็แสดงท่าทีนอบน้อมอัสนีมากกว่าเดิม ผายมือให้เขาเดินตามธิดาเทพไปส่วนนางคอยเดินอยู่ด้านหลัง
ณ เรือนกล้วยไม้ธิดาเทพเริ่มพูดขึ้นมาว่า
“ นึกไม่ถึงจริงๆผ่านมาสามร้อยปี วิหารอนันดาของเรา ก็มี เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว”
“แล้วเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์นี่ เป็นสาวกของวิหารอนันดาหรือไม่”
“ท่านไม่ได้เป็นสาวกของวิหารอนันดา แต่เป็นผู้นำสูงสุดของเราต่างหาก”ไลลากล่าวด้วยความนอบน้อม
“ อะไรนะทำไมไม่มีใครบอกเรื่องนี้มาก่อน ผม..ไม่ผมไม่เป็น ผมยังอยากรักษาคนไข้มากกว่า”
อัสนีเอ่ยออกมาทันทีจู่ จู่จะให้เขาเป็นผู้นำวิหารอนันดา เขาไม่มาทำเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน
“ท่านเทพบุตรไม่จำเป็นต้องอาศัยที่วิหารของเรา ไม่ต้องทำงานให้กับวิหารเพราะว่าท่านเปรียบได้กับเจ้าของวิหารอนันดา นอกจากท่านจะได้ทองคำ 1ตันเป็นเจ้าของแล้ว ยังมีรายได้ต่อเดือน อีกเดือนละ 50 ล้านบาทและหากจำเป็นจะใช้เงินเพิ่มเติม หากไม่เกิน 50 ล้านบาทก็สามารถเบิกกับแผนกการเงินของเราได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
แต่หากเกิน 500ล้านต้องแจ้งต่อสี่ผู้อาวุโสของวิหารอนันดาเท่านั้น ส่วนท่านเทพบุตรจะไปเป็นหมอรักษาคนไข้ต่อก็สามารถทำได้เลย โดยที่จะไม่มีบุคคลภายนอกล่วงรู้เลย ว่าท่านคือผู้นำของวิหารอนันดาของเรา”
ไลลาอธิบายอัสนีก็ถึงกับนิ่งงันไป หากเขาได้ทองคำ 1ตันมาเขาก็สามารถทำให้มูลนิธิสามารถช่วยรักษาคนป่วยได้เพิ่มมากขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก
“ ผมต้องทำอะไรบ้าง”
ไลลาไม่ตอบได้แต่คำนับ แล้วกลับออกจากห้องโถงไป เหลือเพียงธิดาเทพกับอัสนีที่มองหน้าธิดาเทพเหมือนรอคอยคำตอบ
“ รักษาฉันให้หายก่อนค่อยว่ากัน เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะค่ำแล้วคุณหมอต้องการเครื่องมืออะไรเพิ่มเติมหรือไม่”
อัสนีส่ายหัว เขาใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์มู่เตาเล่มเดียวก็พอแล้ว
“คุณหมอหิวแล้วหรือยัง วันนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่”
อัสนีพยักหน้าธิดาเทพก็ยิ้ม แล้วก็เดินออกไปสั่งแม่ครัวให้ทำอาหารทันที
“ ธิดาเทพบอกภารกิจให้เทพบุตรศักดิ์สิทธ์แล้วหรือยังเจ้าคะ”
“ ยังเลยไม่รู้จะเริ่มยังไง”
“ ให้ไลลาบอกกับเขาดีไหมเจ้าคะ”
“ ไม่ห้ามบอกเด็ดขาด”
“ ทำไมเจ้าคะ ไลลาว่าคุณหมอก็เป็นคนหน้าตาดี นิสัยก็ดี รักษาก็ขั้นเทพ แถมยังเป็นคนที่บรรพบุรุษเลือกให้อีกด้วย”
“ ยังไม่พอไปสืบประวัติส่วนตัวของเขามาให้มากกว่า นี้คนที่จะเป็นผู้นำของเราต้องไม่ประวัติด่างพร้อยเป็นอันขาด”
“ เจ้าค่ะ”ไลลาออกไปสืบสวนในทันที
ตกกลางคืนอัสนีถูกพามาที่ห้องลับ มีประตูเหล็กหนาถึงสิบนิ้วและยังมีเหล็กหนาสี่เหลี่ยมกั้นเอาไว้อีกสี่เส้นมีร่องรอยประตูที่กระแทกจากข้างในมาอย่างรุนแรง
ไลลาเห็นอัสนีสงสัยเลยกล่าวว่า
“ประตูเหล็กหนาสิบนิ้วเปลี่ยนทุกๆ สามวัน พลังของเทพธิดาในยามกลางคืนนั้นเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ”
พอประตูเหล็กถูกเปิดก็พบว่า มีเสาเหล็กหนาตั้งอยู่แปดเสามีโซ่หนากว่าสามนิ้วถูกมัดโยงกับแขนขาและลำคอของ เทพธิดาจัสมินเอาไว้
“ต้องป้องกันขนาดนี้เลยหรือครับ”
“ กลัวแล้วหรือไงคุณหมอ” เทพธิดาเอ่ยจบก็พยักหน้าให้กับไลลา ที่ได้เปิดกลไกมีกรงหนาขนาดใหญ่ปล่อยลงมาคุ้มกันอีก 1ชั้น อัสนีเพ่งมองอย่างละเอียด ทั้งโซ่และ กรงขัง ผนังห้อง ล้วนมีอักขระยันต์กักขังเขียนป้องกันเอาไว้
“เวลาเหลือไม่มากแล้ว ไลลารีบออกไป คุณหมอหากกลัว ก็ไม่ต้องอยู่ก็ได้”
เทพธิดาจัสมินเอ่ยอย่างจริงจัง
“ ผมไม่กลัวอยู่แล้ว”
ไลลามองเวลาก็รีบออกไปแล้วเข้าไปพบกับสี่ผู้อาวุโส ตอนนี้กำลังนั่งมองมอนิเตอร์ ของห้องหมออัสนี และ เทพธิดาจัสมิน
“ ไลลา เธอคิดว่าหมออัสนีจะมีอันตรายไหม” ผู้อาวุโสอันดับ1 เอ่ยด้วยความเป็นห่วงอัสนี
“ คนที่น่าห่วงน่าจะเป็นธิดาเทพของเรานะ หมออัสนีมีดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาอยู่ในมือ หากเขาเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายธิดาเทพของเรา จะทำอย่างไร”
ผู้อาวุโสชาย อันดับ2 เอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ ทุกๆ คนก็รู้ร่างที่สองของธิดาเทพนั้นร้ายกาจขนาดไหน เคยส่งคนเข้าไปเคยมีใครรอดออกมาบ้างไหม” ผู้อาวุโสหญิงอันดับ 3 ออกความเห็นบ้าง
“ ศิษย์คิดว่าหมออัสนีต้องรักษา ธิดาเทพได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
ไลลาเอ่ยอย่างมั่นใจ
“อะไรที่ทำให้เธอมั่นใจขนาดนั้น”
“ศิษย์มั่นใจเพราะบรรพบุรุษได้เคยทำนายไว้ว่าผู้ที่ดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา จะกลายเป็นผู้นำของวิหารอนันดาดังนั้นท่านต้องช่วยธิดาเทพให้พ้นจากโรคร้ายนี้ได้อย่างแน่อนเจ้าค่ะ”
พอฟังไลลาเอ่ยเช่นนี้ทั้งสี่ผู้อาวุโส ก็ได้แต่สงบใจลง ได้บ้าง แม้นจะไม่ค่อยมั่นใจนักว่าอัสนีจะช่วยธิดาเทพจัสมินได้
“ให้ยอดฝีมือของเราทุกคนมารอที่หน้าห้อง หากมีปัญหา รีบเปิดประตูเข้าไปจะได้ช่วยเหลือกัน”
ส่วนภายใน้ห้องเวลานี้ ดวงตาของธิดาเทพเริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นสีขาว มองมาที่เขาด้วยหางตาแบบว่าดูถูกเต็มที่
“ เหอ เหอ เหอวันนี้พวกเจ้าคิดส่ง เนื้อชายหนุ่ม กระดูกอ่อนให้กับข้า หรือต้องการให้ข้ายื้อชีวิตสาวน้อยคนนี้ให้นานขึ้นหรือยังไง”
ธิดาเทพดวงตาขาวผู้นี้เอ่ยพร้อมกับมองไปที่กล้องวงจรปิดเหมือนจะสื่อสารไปที่สี่ผู้อาวุโสของวิหารอนันดา.........