ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 32 รับตำแหน่ง

    “ คุณหมอรู้ไหมว่าสี่ผู้อาวุโสไม่ได้สนใจว่าฉันจะหายจากโรคนี้หรือไม่ แต่สนใจตัวคุณหมอมากกว่า?”

    “ สนใจผม?”

    “ ใช่หากคุณหมอไม่สามารถดึงดาบออกมาได้ คุณหมอจะกลายเป็นสาวกของวิหารอนันดา ไปตลอดชีวิตไม่มีทางถอนตัวได้”

    “ ผมรู้”

    “ แล้วคุณหมอไม่กลัวหรือไง”  ธิดาเทพหันมาจ้องหน้ากับ อัสนี

    “ วิหารเทพ มีอิทธิพลคับฟ้ามีสาขาอยู่ทั่วโลก มีธุรกิจมากมาย ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มทุนที่เงินมากที่สุดติดอันดับ1 ใน 10 ของโลกแม้นจะปิดบังความลับมากมาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรผมพูดถูกหรือไม่”

    “ หมอยังไม่รู้อีกอย่างหากคุณหมอเป็นสาวกของวิหารอนันดา หมอจะต้องกลายเป็นพ่อพันธุ์ให้กับราชวงศ์ตองอูของเรา”

    อัสนีพอได้ยินก็ถึงกับอึ้งเอ่ยออกมาเบาๆว่า

    “ตอนนี้ถอนตัวทันไหม?”

    “ ไม่ทันแล้วนี่คือคำมั่นสัญญาของวิหารอนันดา กับ คุณหมออัสนี เชิญคุณหมอเข้าไปใน เขตต้องห้ามของวิหารอนันดาได้แล้ว”  สี่ผู้อาวุโส วิหารอนันดาประกาศออกมาพร้อมๆ กัน

    ไลลา กับ เทพธิดาจัสมินพาอัสนีเดินเข้าไปสถานที่ต้องห้าม ของวิหารอนันดาทันที

    ทางเข้าสถานที่ต้องห้ามนั้นเป็นทางเดินลงไปชั้นใต้ดินกว่าสามสิบเมตร ด้านในแม้นจะมีบรรยากาศมึดมิดมีแสงไฟสาดส่องเป็นระยะ แต่ออกซิเจนก็หนาแน่น ไม่ทำให้คนเข้ามาแล้วอึดอัดพอลงมาชั้นล่างสุด ก็เป็นลานกว้าง  อัสนีถูกพามาหน้าแท่นบูชาขนาดใหญ่ด้านบนมีแท่นหินศิลาสี่เหลี่ยมขนาดไม่ต่ำกว่า 2 ตันกลางศิลามีดาบสีเงินปักอยู่ตรงกลาง มีป้ายเขียนเอาไว้ว่า พระแสงดาบมุเตา

    “ นี่คือดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาซึ่งเป็นศาสตราวุธคู่กายของ พระเจ้าบุเรงนอง ผู้ชนะสิบทิศก่อนที่พระองค์จะเสด็จสวรรคค ได้ทำการปักดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา ลงบนพื้นศิลาก้อนนี้แล้วตรัสอธิฐานว่า

    เมื่อผู้ใดสามารถดึงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาออกจากศิลาดำนี้ได้ผู้นั้นจะยิ่งใหญ่เหนือกว่าข้าผู้ที่ได้ชื่อว่า ผู้ชนะสิบทิศ  เขาจะได้ครอบครองดาบมุเตาและสมบัติของข้าทั้งหมดจากนั้นไม่นานพระองค์ก็เสด็จสู่สวรรคต

    บรรดาโอรสทั้งหมดก็พยายามดึงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา แต่ก็หาได้มีผู้ใดดึงออกไม่จนกระทั่งราช์วงศ์ตองอูล่มสลาย  วิหารอนันดาได้เก็บซ่อนดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตานี้เอาไว้หลายร้อยปีพอเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ที่พม่า จึงได้ขนย้ายมาอยู่ที่นี่  มีผู้คนมากมายต่างก็ขอทดลองดีงดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้แต่ต้องกลายเป็นสาวกของ วิหารอนันดามาแล้วจำนวนนับไม่ถ้วน เคยมีคนฝ่าฝืนกฏคนเหล่านั้นก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้  คุณหมอคงทราบกฏนี้ดีแล้ว“ ไลลาอธิบาย

    อัสนีพยักหน้ารับรู้แล้วก็ค่อยๆ เดินไปที่แท่นศิลา

    จากนั้นก็หลับตายกมือขึ้นฟ้าแล้วเอ่ยออกมาตามที่ ดวงตามัจจุราชแนะนำ

    “ ข้าแต่ฟ้าผู้ควบคุมชะตาแห่งเหล่ามวลมนุษย์ข้าแต่มวลปฐพีที่ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่งแห่งชีวิต ข้าพเจ้า นายอัสนี เมฆาสวรรค์  ผู้ที่กำเนิดมาบนแผ่นนี้ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ขอยินดีรับเคราะห์กรรม ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ที่จะเกิดจากดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาเล่มนี้ ด้วยเทอญ”

    อัสนีเอ่ยจบฟ้าดินก็ส่งเสียงคำรามก้องไปทั่วฟ้า เหมือนเป็นสัญญาณรับรู้ว่า

    มีผู้สืบทอดดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาแล้วนับตั้งแต่บัดนี้อัสนีดึงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาที่เริ่มสั่นระริกๆ ออกมาแต่มันก็ไม่สามารถดึงออกมาได้ แต่ร่างของอัสนีกับสั่นเทาไปทั้งตัวแล้วก็กระอักเลือดออกมา พุ่งเข้ามาที่ตัวดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตา พลันดาบที่ดูเก่าๆขึ้นสนิม ก็พลันส่องแสงประกายวาบออกมาอัสนีถึงได้ดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาจากศิลาได้ แล้วชูขึ้นไปบนอากาศ สายฟ้าบริเวณด้านนอกดังสนั่นท้องฟ้า จนคนที่อยู่ในพื้นใต้ดิน ยังได้ยิน แสงประกายสาดส่องออกมาจากดาบทำให้ชั้นใต้ดินถึงกับสว่างไสวไปทั่ว

    ธิดาเทพจัสมิน และไลลาสองคน ถึงกับต้องคุกเข่าลงไปกับพื้น ทำการเคารพต่อพระแสงดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาพร้อมกับอัสนี

    “คืนนี้เริ่มรักษากันเลย” อัสนีเอ่ยออกไปพอเห็นธิดาเทพคุกเข่ากับพื้นก็รีบประคองนางขึ้นมายืนเหมือนเดิม

    ธิดาเทพมองหน้าอัสนีด้วยความรู้สึกที่สับสนแต่สุดท้ายก็ได้แต่พยักหน้า พาอัสนีออกไปข้างนอก

    พอก้าวขึ้นไปจากประตูทางเข้า  ก็พบกับ สี่ผู้อาวุโสศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหารอนันดา  กับเหล่าสาวกของวิหารอนันตา นับร้อยชีวิตเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าพระแสงดาบศักดิ์สิทธิ์

    “ ขอคำนับ ดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาและ เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์วิหารอนันดา”

    อัสนีเองถึงกับเสียอาการไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับเหตุการณ์เบื้องหน้าเช่นนี้

    “ ให้พวกเขาลุกขึ้นแล้วกล่าวอะไรสักหน่อย ตอนนี้คุณหมอคือเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ของวิหารอนันดาของเราแล้ว”

    “   เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์อะไรไม่เห็นมีใครบอกมาก่อนเลย”

    “  เรื่องนี้เอาไว้อธิบายภายหลัง”

    ธิดาเทพเอ่ยอัสนีก็บอกให้พวกเขาลุกขึ้น  สี่ผู้อาวุโสเข้ามาใกล้ๆ แล้วมองดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาด้วยความเคารพ

    “ต่อไปเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์ มีสิทธิ อำนาจเปรียบได้กับ ธิดาเทพ ต่อไปธิดาเทพจะให้คำอธิบายกับท่านโดยละเอียด” หนึ่งในผู้อาวุโส มองหน้าอัสนีแล้วมองไปที่ธิดาเทพแล้วพยักหน้าให้กันแล้วก็ถอยหลังออกไปจนหมด

    “กลับเรือนกล้วยไม้กันก่อน”  ธิดาเทพพาเอ่ยไลลาก็แสดงท่าทีนอบน้อมอัสนีมากกว่าเดิม ผายมือให้เขาเดินตามธิดาเทพไปส่วนนางคอยเดินอยู่ด้านหลัง

    ณ เรือนกล้วยไม้ธิดาเทพเริ่มพูดขึ้นมาว่า

    “ นึกไม่ถึงจริงๆผ่านมาสามร้อยปี วิหารอนันดาของเรา ก็มี เทพบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว”

    “แล้วเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์นี่ เป็นสาวกของวิหารอนันดาหรือไม่”

    “ท่านไม่ได้เป็นสาวกของวิหารอนันดา แต่เป็นผู้นำสูงสุดของเราต่างหาก”ไลลากล่าวด้วยความนอบน้อม

    “ อะไรนะทำไมไม่มีใครบอกเรื่องนี้มาก่อน ผม..ไม่ผมไม่เป็น ผมยังอยากรักษาคนไข้มากกว่า”

    อัสนีเอ่ยออกมาทันทีจู่ จู่จะให้เขาเป็นผู้นำวิหารอนันดา เขาไม่มาทำเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน

    “ท่านเทพบุตรไม่จำเป็นต้องอาศัยที่วิหารของเรา ไม่ต้องทำงานให้กับวิหารเพราะว่าท่านเปรียบได้กับเจ้าของวิหารอนันดา นอกจากท่านจะได้ทองคำ 1ตันเป็นเจ้าของแล้ว ยังมีรายได้ต่อเดือน อีกเดือนละ 50 ล้านบาทและหากจำเป็นจะใช้เงินเพิ่มเติม หากไม่เกิน 50 ล้านบาทก็สามารถเบิกกับแผนกการเงินของเราได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

    แต่หากเกิน 500ล้านต้องแจ้งต่อสี่ผู้อาวุโสของวิหารอนันดาเท่านั้น ส่วนท่านเทพบุตรจะไปเป็นหมอรักษาคนไข้ต่อก็สามารถทำได้เลย โดยที่จะไม่มีบุคคลภายนอกล่วงรู้เลย ว่าท่านคือผู้นำของวิหารอนันดาของเรา” 

    ไลลาอธิบายอัสนีก็ถึงกับนิ่งงันไป หากเขาได้ทองคำ 1ตันมาเขาก็สามารถทำให้มูลนิธิสามารถช่วยรักษาคนป่วยได้เพิ่มมากขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

    “ ผมต้องทำอะไรบ้าง”

    ไลลาไม่ตอบได้แต่คำนับ แล้วกลับออกจากห้องโถงไป เหลือเพียงธิดาเทพกับอัสนีที่มองหน้าธิดาเทพเหมือนรอคอยคำตอบ

    “ รักษาฉันให้หายก่อนค่อยว่ากัน เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะค่ำแล้วคุณหมอต้องการเครื่องมืออะไรเพิ่มเติมหรือไม่”

    อัสนีส่ายหัว เขาใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์มู่เตาเล่มเดียวก็พอแล้ว

    “คุณหมอหิวแล้วหรือยัง วันนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่”

    อัสนีพยักหน้าธิดาเทพก็ยิ้ม แล้วก็เดินออกไปสั่งแม่ครัวให้ทำอาหารทันที

    “ ธิดาเทพบอกภารกิจให้เทพบุตรศักดิ์สิทธ์แล้วหรือยังเจ้าคะ”

    “ ยังเลยไม่รู้จะเริ่มยังไง”

    “ ให้ไลลาบอกกับเขาดีไหมเจ้าคะ”

    “ ไม่ห้ามบอกเด็ดขาด”

    “ ทำไมเจ้าคะ ไลลาว่าคุณหมอก็เป็นคนหน้าตาดี นิสัยก็ดี รักษาก็ขั้นเทพ แถมยังเป็นคนที่บรรพบุรุษเลือกให้อีกด้วย”

    “ ยังไม่พอไปสืบประวัติส่วนตัวของเขามาให้มากกว่า นี้คนที่จะเป็นผู้นำของเราต้องไม่ประวัติด่างพร้อยเป็นอันขาด”

    “ เจ้าค่ะ”ไลลาออกไปสืบสวนในทันที

    ตกกลางคืนอัสนีถูกพามาที่ห้องลับ มีประตูเหล็กหนาถึงสิบนิ้วและยังมีเหล็กหนาสี่เหลี่ยมกั้นเอาไว้อีกสี่เส้นมีร่องรอยประตูที่กระแทกจากข้างในมาอย่างรุนแรง

    ไลลาเห็นอัสนีสงสัยเลยกล่าวว่า

    “ประตูเหล็กหนาสิบนิ้วเปลี่ยนทุกๆ สามวัน พลังของเทพธิดาในยามกลางคืนนั้นเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ”

    พอประตูเหล็กถูกเปิดก็พบว่า มีเสาเหล็กหนาตั้งอยู่แปดเสามีโซ่หนากว่าสามนิ้วถูกมัดโยงกับแขนขาและลำคอของ เทพธิดาจัสมินเอาไว้

    “ต้องป้องกันขนาดนี้เลยหรือครับ”

    “ กลัวแล้วหรือไงคุณหมอ”  เทพธิดาเอ่ยจบก็พยักหน้าให้กับไลลา ที่ได้เปิดกลไกมีกรงหนาขนาดใหญ่ปล่อยลงมาคุ้มกันอีก 1ชั้น  อัสนีเพ่งมองอย่างละเอียด ทั้งโซ่และ กรงขัง ผนังห้อง ล้วนมีอักขระยันต์กักขังเขียนป้องกันเอาไว้

    “เวลาเหลือไม่มากแล้ว ไลลารีบออกไป คุณหมอหากกลัว ก็ไม่ต้องอยู่ก็ได้”

    เทพธิดาจัสมินเอ่ยอย่างจริงจัง

    “ ผมไม่กลัวอยู่แล้ว”

    ไลลามองเวลาก็รีบออกไปแล้วเข้าไปพบกับสี่ผู้อาวุโส ตอนนี้กำลังนั่งมองมอนิเตอร์ ของห้องหมออัสนี และ เทพธิดาจัสมิน

    “ ไลลา เธอคิดว่าหมออัสนีจะมีอันตรายไหม”  ผู้อาวุโสอันดับ1 เอ่ยด้วยความเป็นห่วงอัสนี

    “ คนที่น่าห่วงน่าจะเป็นธิดาเทพของเรานะ หมออัสนีมีดาบศักดิ์สิทธิ์มุเตาอยู่ในมือ หากเขาเกิดบ้าคลั่งขึ้นมาใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายธิดาเทพของเรา จะทำอย่างไร”

    ผู้อาวุโสชาย อันดับ2 เอ่ยขึ้นมาบ้าง

    “ ทุกๆ คนก็รู้ร่างที่สองของธิดาเทพนั้นร้ายกาจขนาดไหน เคยส่งคนเข้าไปเคยมีใครรอดออกมาบ้างไหม”  ผู้อาวุโสหญิงอันดับ 3 ออกความเห็นบ้าง

    “ ศิษย์คิดว่าหมออัสนีต้องรักษา ธิดาเทพได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

    ไลลาเอ่ยอย่างมั่นใจ

    “อะไรที่ทำให้เธอมั่นใจขนาดนั้น”

    “ศิษย์มั่นใจเพราะบรรพบุรุษได้เคยทำนายไว้ว่าผู้ที่ดึงดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา จะกลายเป็นผู้นำของวิหารอนันดาดังนั้นท่านต้องช่วยธิดาเทพให้พ้นจากโรคร้ายนี้ได้อย่างแน่อนเจ้าค่ะ”

    พอฟังไลลาเอ่ยเช่นนี้ทั้งสี่ผู้อาวุโส ก็ได้แต่สงบใจลง ได้บ้าง แม้นจะไม่ค่อยมั่นใจนักว่าอัสนีจะช่วยธิดาเทพจัสมินได้

    “ให้ยอดฝีมือของเราทุกคนมารอที่หน้าห้อง หากมีปัญหา รีบเปิดประตูเข้าไปจะได้ช่วยเหลือกัน”

    ส่วนภายใน้ห้องเวลานี้ ดวงตาของธิดาเทพเริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นสีขาว มองมาที่เขาด้วยหางตาแบบว่าดูถูกเต็มที่

    “ เหอ เหอ เหอวันนี้พวกเจ้าคิดส่ง เนื้อชายหนุ่ม กระดูกอ่อนให้กับข้า หรือต้องการให้ข้ายื้อชีวิตสาวน้อยคนนี้ให้นานขึ้นหรือยังไง”

    ธิดาเทพดวงตาขาวผู้นี้เอ่ยพร้อมกับมองไปที่กล้องวงจรปิดเหมือนจะสื่อสารไปที่สี่ผู้อาวุโสของวิหารอนันดา.........

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน