ด้วยความจริงที่ว่าตำหนักยุทธ์วิญญาณครามต้องการที่จะปกป้องสภาพแวดล้อมของหุบเขาเมฆาล่องให้เป็นไปตามธรรมชาติ ทางสํานักจึงได้สร้างกฎที่ห้ามไม่ให้ผู้ใดจุดไฟหรือทําอันใดที่จะเป็นการทําลายสภาพแวดล้อมนั้น ทว่าเย่จื่อเฟิงหาได้เล่นตามกฎไม่
เหตุผลที่แรดสายฟ้าตั้งรกรากใกล้กับหนองน้ำใส ประการแรกเป็นเพราะที่นั่นมีแหล่งน้ำ ประการที่สองแถวนั้นมีหญ้าวิญญาณอัสนีขึ้นอยู่เป็นจํานวนมาก
เย่จื่อเฟิงสายตาจับจ้องไปที่หญ้าวิญญาณอัสนีเหล่านี้ตั้งแต่มาถึงแล้ว นี่คือเหตุผลที่เขาจำต้องเอาชนะแรดสายฟ้า
ตามกฎของสํานักนั้น ทําให้เย่จื่อเฟิงไม่สามารถนํากระเป๋าเก็บของหรืออุปกรณ์มิติเข้ามาในหุบเขาได้ สิ่งที่เขานํามาได้คือกระเป๋าที่ใส่อาหารและเตาปรุงยาใบเล็กๆ ที่ฮูหยินถังเตรียมไว้ให้เท่านั้น หากเขาสามารถเก็บรวบรวมหญ้าวิญญาณอัสนีทั้งหมดที่อยู่รอบๆ นี้ เขาก็สามารถใช้มันเพิ่มพลังของตัวเองได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้มันเพิ่มความต้านทานสายฟ้า ซึ่งทําให้การล่าแรดสายฟ้าเป็นไปได้โดยง่าย
แต่ว่ากุญแจสำคัญในตอนนี้คือ เขาจะเข้าไปเก็บหญ้าวิญญาณอัสนีพวกนั้นมาได้อย่างไร ถ้าแรดสายฟ้ายังคงเฝ้าป้วนเปี้ยนอยู่ที่นั่น หากเขาพยายามเข้าไปใกล้มากเกินไป ก็อาจถูกกระแสอัสนีฟาดผ่าจนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ เมื่อเขาล้มลงหลังจากถูกกระแสอัสนีฟาดผ่า เขาคงต้องถูกนอแรดแทงตายอย่างน่าอเนจอนาถเป็นที่สุด
เย่จื่อเฟิงนั้นกำลังท้าทายสิ่งที่อยู่ระดับสูงกว่าตัวเอง เขารู้ตั้งแต่เริ่มแล้วว่าตนเองจะต้องเอาชนะแรดพวกนี้ด้วยสติปัญญา แม้ว่าเจ้าแรดจะแข็งแกร่งมากเพียงใด ทั้งยังมีสายอัสนีปกคลุมร่างหรือมีสติปัญญาอยู่บ้าง แต่มันก็ยังห่างชั้นกับมนุษย์อยู่ดี
ภารกิจดังกล่าวมีกำหนดเวลาทั้งสิ้นสามวัน แม้ว่าเขาจะทําภารกิจสําเร็จในเสี้ยววินาทีสุดท้ายของวันสุดท้าย แต่มันก็ถือว่าสําเร็จอยู่ดี
เขาจึงไม่เร่งรีบนั่งลงอย่างใจเย็น เฝ้าจับตาสังเกตการกระทําของแรดสายฟ้านั่นทุกย่างก้าว เขากําลังมองหาโอกาสที่จะเข้าไป เขาเฝ้าสังเกตเรียนรู้การเคลื่อนไหวและนิสัยของมัน จากมุมมองของคนภายนอก เย่จื่อเฟิงดูเหมือนคนโง่ที่ได้แต่นั่งมองโดยไม่ทําอันใด
เจ้าแรดสายฟ้าเองก็สังเกตเห็นถึงการกระทําของเย่จื่อเฟิงเช่นกัน มันเฝ้ามองแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างระมัดระวังราวกับพยัคฆ์กําลังจับจ้องเหยื่อ หนึ่งชั่วยามผ่านไป สองชั่วยามผ่านไป เย่จื่อเฟิงยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ โดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อยปกติแล้ว เมื่อศัตรูที่แข็งแกร่งทั้งสองเจอกัน การต่อสู้จะต้องปะทุขึ้น แต่เย่จื่อเฟิงกลับอดทนอย่างใจเย็น นี่เป็นครั้งแรกที่แรดสายฟ้าได้เห็นมนุษย์ที่ใจเย็นและอดทนมากขนาดนี้ ปกติแล้วพวกนั้นจะต้องโจมตีใส่มันทันทีแน่นอน
นั่นเป็นเพราะทั่วทั้งหุบเขาแห่งนี้เป็นเพียงสถานที่ทําภารกิจของเย่จื่อเฟิงเท่านั้น แต่สําหรับแรดสายฟ้าแล้ว หุบเขาแห่งนี้คือบ้าน มันจะต้องมีรังหรือครอบครัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง และที่ที่มันกําลังเฝ้าอยู่ต้องเป็นแค่แหล่งอาหารของมันเท่านั้น
เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วความมืดของยามราตรีเริ่มคืบคลานเข้ามา เย่จื่อเฟิงยังคงนั่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหนราวกับคนตาย แล้วในที่สุดมันเจ้าแรดสายฟ้าก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป มันเริ่มวิ่งเหยาะๆ เข้าไปพุ่มไม้เตี้ยๆ ด้านหลัง
เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาของเย่จื่อเฟิงก็สว่างวาบขึ้นมาทันที โอกาสของเขามาถึงแล้ว! เจ้าแรดน่าจะมีบางอย่างที่ต้องไปทํา ดีกว่ามานั่งเฝ้าหญ้าวิญญาณอัสนี ตราบใดที่เขาไม่บุ่มบ่ามก็ไม่มีทางที่ทั้งสองจะต้องต่อสู้กันเพื่อย่าวิญญาณอัสนีหนึ่งหรือสองต้นเท่านั้น
หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว สี่ก้าว.... หลังจากที่เจ้าแรดเดินเข้าไปในป่าถึงสิบก้าว เย่จื่อเฟิงก็ยังคงสงบนิ่ง เขาคิดว่าจะรออีกสักหน่อย แต่ทันใดนั้นท่ามกลางพุ่มไม้ก็เกิดการสะเทือนอย่างรุนแรง เขาเห็นแรดขนาดใหญ่สองตัว ตัวเล็กหนึ่งตัวเดินออกมาจากป่า
เย่จื่อเฟิงรู้สึกตกใจจนเผลอสบถออกมา "บัดซบ ยังมีแรดอีกสองตัว” เวลานี้เขาไม่อาจทนรอได้อีกต่อไป หากแรดอีกสองตัวเดินเข้า เขาคงไม่สามารถเก็บเกี่ยวหญ้าวิญญาณอัสนีได้
เขาพุ่งตัวขึ้นไปราวกับลูกธนู วิ่งตรงไปยังหญ้าวิญญาณอัสนีขึ้นอย่างสุดชีวิต
เขาไม่ได้ต้องการหญ้าวิญญาณอัสนีจำนวนมากมายอะไร เขาแค่ต้องการแค่หยิบมือ พอที่จะดูดซับมันได้ในเวลาอันสั้น!
แรดสายฟ้าทั้งสามคิดว่าเย่จื่อเฟิงจะมาทำร้าย ฉับพลันนั้นเองมันจึงปลดปล่อยกระแสสายอัสนีออกจากร่างราวกับกระแสธาราเอ่อล้นป้องกันตนเองทันที แม้เย่จื่อเฟิงจะวิ่งฝ่าเข้าไปยังตำแหน่งหญ้าวิญญาณอัสนีอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็โดนกระแสสายอัสนีฟาดหนึ่งครั้ง พลังของมันช่างน่าเหลือเชื่ออย่างที่สุด กระแสสายอัสนีอันทรงพลังจำนวนนับไม่ถ้วน ฟาดผ่าลงสู่พื้นปฐพีบังเกิดเป็นฝุ่นละอองฟุ้งกระจายตลบอบอวล จนเย่จื่อเฟิงต้องสูดฝุ่นควันเหล่านี้เข้าไป
แรดสายฟ้าไม่เข้าใจถึงความตั้งใจของเย่จื่อเฟิง พวกมันคิดเพียงว่าเย่จื่อเฟิงคือศัตรูที่รุกล้ำอาณาเขตของพวกมัน ในฐานะผู้ปกครองเขตนี้ มีหรือที่พวกมันจะยอมให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาได้!
เย่จื่อเฟิงกระโดดขึ้นแล้ววิ่งต่อไปอย่างบ้าคลั่ง ในตอนที่วิ่งอยู่นั้น เขาได้ปล่อยปราณแห่งความตายออกจากฝ่ามือใส่แรดที่ตัวเล็กที่สุด แม้ว่าสายฟ้าของแรดสายฟ้าตัวเต็มวัยจะน่ากลัว แต่เจ้าหนูที่ยังไม่โตเต็มที่นั้น จึงไม่น่าจะป้องกันฝ่ามือของเขาได้
และแล้วเย่จื่อเฟิงเดาถูก เมื่อเขาผลักฝ่ามือออกไปแรดตัวน้อยก็หยุดเดินแล้วเริ่มตัวสั่น ส่วนแรดสองตัวที่เหลือเองก็หยุดเดินแล้วก้าวออกมาข้างหน้าเจ้าแรดตัวน้อยเพื่อป้องกันการโจมตีของเย่จื่อเฟิง
เย่จื่อเฟิงยิ้มอย่างเย็นชาแล้วถือโอกาสนี้ เข้าไปยังบริเวณที่มีหญ้าวิญญาณอัสนีขึ้นอยู่ เมื่อเห็นลําต้นที่เรียวยาวของหญ้าวิญญาณอัสนีเขาก็รีบถอนมันออกมาแล้ววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตโดยไม่หันกลับไปมองด้านหลัง
แรดทั้งสามส่งเสียงคํารามออกมา เมื่อแรดโตทั้งสองเห็นเย่จื่อเฟิงได้ทําลายของที่อยู่ในอาณาเขตของตน มันก็ไล่ตามด้วยความโทสะ
สายฟ้าหลายสายพุ่งเข้าใส่เย่จื่อเฟิง แต่ด้วยความสามารถในการตอบสนองที่รวดเร็วของเย่จื่อเฟิง สายฟ้าทั้งหมดจึงไม่โดนเขา
ตามกฎของการทําภารกิจ เย่จื่อเฟิงสามารถวิ่งหนีไปไหนก็ได้ตราบเท่าที่เขาไม่ได้วิ่งหนีออกนอกเขตทําภารกิจ แต่ว่าแรดสายฟ้านั้นไม่สามารถออกจากพื้นที่นี้ได้ พวกมันจําเป็นต้องปกป้องอาณาเขตที่มีจากสัตว์อสูรตนอื่นและปกป้องลูกของพวกมัน เมื่อเย่จื่อเฟิงวิ่งออกจากอาณาเขตไป พวกแรดก็ตัดสินใจเลิกไล่ตาม
"ในที่สุด...” เย่จื่อเฟิงนั่งแอบหลังต้นไม้ใหญ่ เขายังคงได้ยินเสียงคํารามที่โกรธเกรี้ยวของแรดพวกนั้นจากด้านหลัง
ทั่วทั้งตัวของเย่จื่อเฟิงนั้นชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ หายใจติดขัด หลังจากแน่ใจแล้วว่าแรดสายฟ้าสองตัวนั้นจากไปแล้ว เขาก็ลงไปนอนกองกับพื้นแล้วผ่อนลมหายใจออกมา เส้นผมกระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง
แรดสายฟ้าเพียงตัวเดียวก็เพียงพอที่จะทําให้เขารู้สึกปวดหัวแล้ว แต่นี่มีถึงสามยิ่งทําให้ภารกิจของเขายากขึ้นไปอีก
หลังจากรออยู่สักพักหนึ่ง เขาก็เดินกลับไปที่ที่เขาได้ทิ้งกระเป๋าไว้ เขาหยิบเตาหลอมยาใบเล็กๆ ออกมาวางบนพื้น แล้วหยิบเอาหญ้าวิญญาณอัสนีเล็กน้อยใส่เข้าไปในเตาหลอมยา หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นไปรวบรวมกิ่งไม้แห้งเพื่อก่อไฟ
"พวกแกไม่ต้องห่วง หลังจากที่ข้าได้ดูดซับปราณจากหญ้าวิญญาณอัสนีแล้ว ข้าจะจัดการพวกเจ้าทั้งหมดเอง!”
เย่จื่อเฟิงเผยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ก่อนวางมือลงบนเตาหลอมยา แล้วถ่ายลมปราณบางส่วนเข้าไปตรวจสอบแล้วพบว่า ไออัสนีสีฟ้าสีฟ้าของหญ้าวิญญาณอัสนีนั้นอัดแน่นจนเกิดเป็นเสียงฟู่ๆ อยู่ตรงกลาง เขารออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มดูดซับไออัสนีสีฟ้าผ่านทางฝ่ามือแล้วเข้าสู่ร่างกาย ไออัสนีสีฟ้าโคจรไปเส้นลมปราณทั่วร่าง แล้วเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกระแสอัสนีเล็กๆ ที่แผ่ออกจากตัวเอง
ก่อนที่ผู้ใดจะเรียนการปรุงยานั้น จําเป็นต้องเรียนการสกัดกลั่นสิ่งต่างๆ ก่อน และหญ้าวิญญาณเองก็เป็นหนึ่งในนั้น คนนั้นจะต้องกลั่นหญ้าวิญญาณออกมาจนหมดก่อนที่จะเรียนการปรุงยา แน่นอนว่านักปรุงยาผู้เชี่ยวชาญอย่างเย่จื่อเฟิงนั้น สามารถสกัดกลั่นหญ้าวิญญาณอัสนีพวกนี้เพื่อดูดซับพลังได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเขาดูดซับไอปราณจากหญ้าพวกนี้จนหมด ก็ถึงเช้าของวันที่สามแล้ว
"อืมมม ร่างของข้าเกือบจะพร้อมแล้ว” เย่จื่อเฟิงลืมตาขึ้น เขารับรู้ได้ถึงพลังสายอัสนีวิ่งพล่านไปทั่ว หากเทียบกับก่อนหน้านี้ ความต้านทานสายฟ้าของเขานั้นเพิ่มขึ้นมาหลายเท่า ตอนนี้การต่อสู้กับแรดสายฟ้าจึงถือเป็นเรื่องง่าย
เย่จื่อเฟิงลุกขึ้นแล้วเดินไปทางแรดสายฟ้า เมื่อเห็นแบบนั้น แรดสายฟ้าเองก็ลุกขึ้นยืนเหมือนกัน
เย่จื่อเฟิงยิ้ม "อ้อ พวกเจ้าตื่นกันแล้วสินะ” หลังจากนั้นแววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาแล้วจิตสังหารก็ปะทุขึ้นจากทั่วร่าง
"น่าเสียดาย มันน่าจะดีกว่าหากพวกเจ้าตายขณะกําลังหลับฝัน”
แล้วเขาก็หยิบมีดออกมาแล้วพุ่งเข้าหาแรด ซึ่งครั้งนี้เขาพุ่งตรงเข้าปะทะพวกมันทันที
มนุษย์ที่น่ารังเกียจซึ่งพวกมันได้ไล่ไปเมื่อสามวันก่อน กลับกล้าเข้ามาท้าชนซึ่งๆ หน้า แรดสายฟ้ารู้สึกราวกับตนเองถูกดูถูกจึงกู่ร้องคํารามก้องพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เย่จื่อเฟิงเช่นกัน สายฟ้านับไม่ถ้วนฟาดผ่าลงมา แต่ด้วยร่างที่สามารถต้านทานสายฟ้าได้เย่จื่อเฟิงจึงไม่กลัวอีกต่อไป
ทันใดนั้นเย่จื่อเฟิงก็หยุดให้สายฟ้าฟาดลงมา ลมปราณสีฟ้าได้มารวบรวมกันอยู่ตรงจุดตันเถียนในตอนที่สายฟ้าผ่าโดนตัวเอง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ร่างของเย่จื่อเฟิงนั้นเป็นเหมือนดังสายล่อฟ้า สายฟ้าที่ผ่าลงมาไหลผ่านตัวเขาลงไปยังพื้นดิน
"ข้าทําสําเร็จ!” เย่จื่อเฟิงรู้สึกตื่นเต้นมาก ตั้งแต่นี้เขาจะไม่ถูกสายฟ้าทําให้บาดเจ็บอีก! สายฟ้าเป็นสิ่งเดียวที่ขัดขวางไม่ให้เขาทําภารกิจสําเร็จ และตอนนี้เขาไม่ต้องกลัวมันอีกต่อไป เขากระโดดไปข้างหน้า ข้ามผ่านแรดตัวโตทั้งสองไป แล้วพุ่งตรงไปยังแรดน้อย
สายฟ้าของแรดสายฟ้านั้นเป็นการโจมตีหมู่ หากคนทั่วไปกระโดดขึ้นบนอากาศ มันก็จะถูกกระแสอัสนีฟาดผ่าตายทันที ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดโง่พอที่จะทําเหมือนเย่จื่อเฟิง
หลังจากดูดซับลมปราณสายฟ้าเข้าไปในร่าง ความต้านทานสายฟ้าของเขาก็พุ่งขึ้นสูงเกินกว่าคนทั่วไป สายฟ้าที่แรดโตทั้งสองปล่อยออกมาไม่สามารถทําอันตรายเขาได้เลยแม้แต่น้อย พวกมันทําได้เพียงมองเย่จื่อเฟิงกระโดดข้ามตัวเองไป
ในการฆ่าฟันนั้น จําเป็นต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด หากออมมือให้กันล่ะก็ พวกเขาจะต้องรู้สึกเสียใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น หากแรดทั้งสามสามารถล้อมเย่จื่อเฟิงได้ล่ะก็ เช่นนั้นเขาก็เหมือนกับถูกฆ่าไปแล้ว
ดังนั้นเย่จื่อเฟิงจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็ว มีดที่อยู่ในมือได้ปาดผ่านแรดตัวน้อยออกมาอย่างรวดเร็วและหมดจด
หัวของแรดน้อยกระเด็นขึ้นไปบนฟ้า โลหิตพุ่งกระฉูดออกจากคอ
จบตอน