หรั่งยอมรับว่าแอบคล้อยตามอยู่นิดๆ เพราะไม่ว่าใครล้วนอยากเป็นอมตะ แถมยังคงความหนุ่มตลอดกาล ไหนจะมีพละกำลังที่เหลือล้นเป็นออฟชั่นเสริมอีก ทว่าก็มีบางสิ่งที่ติดใจ จึงลองเอ่ยถาม
" แล้วถ้าได้กลายเป็นปีศาจ ผมจะโหดเหี้ยม กระหายการฆ่าแบบพวกคุณหรือเปล่า "
อลิซชะงักฝีเท้า ดวงตาคมซึ้งเปล่งประกายแวววาว เพราะรู้สึกดีใจเหลือเกินที่เห็นหรั่ง......เริ่มสนใจในข้อเสนอ จึงยิ้มให้เล็กน้อย พร้อมไขข้อข้องใจ
" อืม......ข้อนี้ ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การกลายพันธุ์นั้นกระตุ้นเร้าให้ผู้คนแสดงสันดานดิบออกมา ซึ่งถ้ามองตามจริง ความชั่วช้าเหล่านั้นก็สิงสู่อยู่ในจิตใจของมนุษย์อยู่แล้ว "
หรั่งไตร่ตรอง สมองพยายามทำงานอย่างหนัก เพื่อจะได้เข้าใจในสิ่งที่อลิซพูด ไม่นาน เขาก็เข้าถึงคำตอบ
" ที่คุณพูดมา หมายความว่า.....ถึงจะไม่กลายพันธุ์ มนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วช้าอยู่แล้ว "
อลิซพยักหน้ารับคำช้าๆ ก่อนจะส่งยิ้มเยือกเย็นให้ ปิดท้ายด้วยการกล่าวต่อไปอีก
" นั่นคือความจริงทุกประการ เพราะถ้าเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่มีสันดานดิบอยู่ในตัว เรื่องบัดซบทั้งหลายทั้งมวลคงไม่เจือปนในประวัติศาสตร์อันยาวนานของพวกเจ้าหรอก ถ้าไม่เชื่อ ลองไปศึกษาเรื่องการข่มขืนที่นานกิงสิ นั่นเป็นตัวอย่างชั้นดีที่จะยืนยันคำพูดของข้า "
แม้หรั่งจะเป็นนักกีฬาเอ๊กซ์ตรีมที่ไม่นิยมการอ่านหนังสือ หรือเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่คำว่า....ข่มขืนที่นานกิง ก็เป็นอะไรที่ติดหูอยู่เหมือนกัน เพราะเคยรับฟังในช่องยูทูปยามขับรถ
" เอ......ชื่อนี้คุ้นๆแฮะ หรือว่า.....จะเป็นเรื่องนั้น "
พอหรั่งนึกออก ขนทั่วกายก็ลุกชูชัน เพราะเท่าที่ฟังมา เหตุการณ์นี้จะเกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารญี่ปุ่นได้รุกรบรวดเร็วจนมาถึงนานกิง เมืองใหญ่ของจีน จากนั้นพวกนักรบเดนตายก็ลงมือสังหารประชาชนหลายแสนอย่างเหี้ยมโหดและวิปริต จนไม่น่าเชื่อว่านี่คือการกระทำของมนุษย์
" ระ.....หรือว่าจะจริง บางที มนุษย์อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วช้าที่สุดในโลกก็เป็นได้"
ท่าทางของอลิซดูผ่อนคลายลง เพราะเริ่มมองเห็นลู่ทางที่จะทำให้เหยื่อหนุ่มมาเป็นสาวก เลยเกลี้ยกล่อมต่อไป สองมือผายออก เสมือนจะเชื้อเชิญอยู่ในที
" ใช่แล้ว มนุษย์นั้นชั่วร้าย เห็นแก่ตัว และโหดเหี้ยมโดยสันดาน ยอมทำลายทุกอย่าง เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ดังนั้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพวกเราเถอะ "
หรั่งรู้สึกลังเล ใจนึงอยากร่วมตี้กับปีศาจ เพราะพวกมันล้วนเต็มไปด้วยพละกำลัง แถมยังเป็นอมตะ ไม่แก่ไม่ตาย แต่อีกใจดันห่วงแฟนสาวและพี่ชาย
"ถ้าเราต้องกลายเป็นปีศาจแบบพวกมัน แล้วเก๋และพี่อานนท์จะอยู่ยังไง มิต้องออกห่างจากพวกเขาหรือ เพราะถ้าขืนอยู่ใกล้ เราอาจคลั่งจนสังหารสองคนนั้น "
" หึ หึ หึ ข้อนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ถ้ายังอาวรณ์ถึงพวกเขา ก็แค่เจ้าเข้าร่วมกับเรา แล้วตามไปเปลี่ยนสองคนนั่นเป็นแวมไพร์ แค่นี้ทุกคนก็ได้อยู่ร่วมกันตลอดกาล "อลิซอ่านความคิดของหนุ่มลูกครึ่งออก จึงดักคอไว้ได้อีก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวาทศิลป์ชั้นเลิศของปีศาจสาว หรือบรรยากาศที่เป็นใจ หรั่งจึงเริ่มเห็นดีเห็นงาม แต่เศษเสี้ยวในมโนทวารกลับขบคิด
" เอ๊ะ! แล้วถ้าต้องกลายเป็นพวกมัน เราจะสังหารผู้บริสุทธิ์ได้หรือ อย่างเช่นน้องจ๊ะจ๋า เธอไม่มีความผิดอะไร แต่กลับต้องสังเวยชีวิตให้ไอ้ปีศาจบ้ากาม" สำนึกผิดชอบชั่วดีของหรั่งเริ่มกลับคืนสู่จิตใจ ทำให้เขาสับสนอย่างรุนแรง เลยยกมือขวาขึ้นกุมขมับ
อลิซรู้ความคิดของหรั่ง และนั่นทำให้ปีศาจสาวร้อนใจ เพราะไม่คิดว่าหนุ่มลูกครึ่งจะเกิดจิตสำนึกที่ดีจนแสดงอาการขัดแย้งออกมา ทว่ามันก็ชวนเธออยากได้สาวกนายนี้มากขึ้น
" อืม......ของใดที่ได้มาง่ายๆ ยิ่งไร้คุณค่า ดังนั้นไม่ว่ายังไง เราต้องได้หรั่งมาครอบครอง ด้วยพ่อหนุ่มคนนี้คือเพชรแท้ เพราะขนาดปั่นหนักถึงเพียงนี้ เขายังไม่หลงมัวเมาในอำนาจเฉกเช่นคนทั่วไป"
ความปรารถนาที่รุนแรง ส่งผลให้ดวงตาของอลิซเปล่งประกายฆ่าฟันออกมา ขาขวาย่อลงเล็กน้อย เพราะปีศาจสาวตั้งใจจะพุ่งเข้าใส่หนุ่มหล่อ แต่ไม่ทันได้ทำตามประสงค์ หรั่งก็ร้องถาม
" แล้วถ้าจะกลายเป็นแบบพวกคุณ ผมจะต้องทำยังไง "
คำพูดนี้ ทำให้อลิซยั้งฝีเท้าเอาไว้ เพราะมันหมายถึงการยอมเข้าร่วมด้วยความยินดี เธอจึงหยุดคุกคามชั่วคราว แล้วก้าวเข้าหาหนุ่มหล่อ
" ไม่ต้องทำอะไร แค่ยอมให้ข้ากอดเจ้าซักที "
" เดี๋ยวก่อน แล้วผมจะเจ็บปวดมั้ย " หรั่งแก้เกม ด้วยการถอยห่าง ทำให้ปีศาจสาวเริ่มหงุดหงิด
" ฮึ่ม.....ท่ามากนักนะ เจ้ามนุษย์คนนี้ แต่ยังไง เราก็ต้องใจเย็นไว้ก่อน เพราะการได้สาวกด้วยความยินยอม ย่อมดีกว่าบังคับฝืนใจ " เมื่อคิดได้ดังนั้น ปีศาจสาวจึงสงบใจ แล้วตะล่อมต่อ
" ไม่เจ็บปวดทรมานหรอก กระบวนการเปลี่ยนสายพันธุ์จะเกิดขึ้นเพียงแวบเดียว จากนั้นเจ้าก็จะได้รับรู้ถึงร่างกายใหม่ที่เป็นอมตะ ดังนั้นอยู่เฉยๆ แล้วรอรับอ้อมกอดของข้าเถอะ "ปีศาจสาวเตรียมก้าวเข้าไปหาหนุ่มหล่อ ทว่าเป้าหมายของเธอกลับเผ่นหนีออกไปอีก
" เหวอ.....ไม่เอา น่ากลัว ผมไม่อยากเป็นแบบพวกคุณแล้ว "
ปีศาจสาวฉุนเฉียวอย่างรุนแรง เพราะหนุ่มหล่อมัวแต่เล่นแง่อยู่ตลอด แถมยังโยกโย้ไปมาไม่ขาด ใบหน้าสวยคมของเธอจึงแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งและบิดเบี้ยว ใบหูยืดยาวจนคล้ายค้างคาว ผิวขาวผ่องกลับกลายเป็นดำคล้ำ จากนั้นก็แผดเสียงแหลมสูงใส่
" พอกันที ข้าหมดความอดทนกับเจ้าแล้ว จงมาเป็นแบบพวกข้าซะเถอะ "
ทันทีที่สิ้นคำ อมนุษย์ก็กระโดดสูงสามเมตร แล้วถลาใส่หรั่งจากกลางอากาศ ดวงตาเรียวแหลมเล็งไปที่ลำคอ หวังจะเอาเขี้ยวคมฝังลงบนจุดนั้น
แต่ในขณะที่ปีศาจสาวใกล้ถึงตัวหรั่ง หล่อนก็มองเห็นรอยยิ้มของหนุ่มหล่อ อันฟ้องถึงชัยชนะ
" มันจบแล้ว เจ้าปีศาจ แกเสร็จชั้นแน่ "
เสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง หรั่งก็หยิบบางสิ่งที่วางพิงอยู่ริมกำแพง มันก็คือไม้ท่อนหนึ่งที่มีความยาวประมาณสองแขน ช่วงปลายถูกเหลาจนแหลม จากนั้นเขาก็ยกมันขึ้นตั้งฉาก แน่นอนว่าปีศาจสาวยั้งตัวไว้ไม่ทัน เพราะเธอได้ทะยานเข้ามาสุดกำลัง ทำให้ศาสตราจำเป็นพุ่งเสียบทะลุอก
" ฉึก......."
" กรี๊ด........."
โลหิตสีแดงฉานกระฉูดออกจากบาดแผล และพุ่งเข้าใส่หรั่งที่หยัดยืนอยู่เบื้องล่างจนชุ่มโชก แน่นอนว่าปีศาจสาวมิได้เข้าถึงเป้าหมายอย่างที่ต้องการ เพราะติดอยู่กับไม้ยาวที่แหลมคม ทว่าร่างเพรียวบางก็ล่วงล้ำมาถึงกลางท่อนลำ อันอยู่ห่างเพียงมือเอื้อม หนุ่มลูกครึ่งจึงโต้กลับด้วยแรงทั้งหมด เพื่อดันอสูรติดกำแพง
" ตายไปซะ เจ้าปีศาจ "
" ปึก....."
ปลายแหลมของไม้หักสะบั้น เพราะกระทบกับกำแพงคอนกรีตสุดแข็ง และด้วยแรงกระแทกที่หนักหน่วง ก็ทำให้ศาสตราจำเป็นทะลวงร่างบางมากกว่าเดิม ทั้งสองเลยทิ้งระยะห่างกันเพียงครึ่งก้าว
" อย่าอยู่เลย นังผีร้าย " หรั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ใบหน้าหล่อเหลาแลถมึงทึง อันผิดจากภาพลักษณ์หนุ่มเจ้าสำราญในยามปกติ
" กรี๊ด......เจ็บมาก หยุดเถอะ หรั่ง " ปีศาจสาวเริ่มคร่ำครวญ เสียงร้องฟังดูโหยหวน เหมือนเป็นกระแสสุดท้ายของชีวิต สองมือกุมบาดแผลที่เกิดจากไม้แหลมทิ่มหน้าอก
แน่นอนว่าหรั่งเริ่มใจสั่น เพราะถึงเขาจะเป็นนักกีฬาท้าความตายที่ใจเด็ด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้แทงบางอย่างที่ดูคล้ายมนุษย์ สุดท้ายหนุ่มหล่อก็ตัดสินใจ
" ไม่ได้ เราอย่าใจอ่อน ปล่อยนังปีศาจตนนี้ เพราะมันจะออกไปฆ่าผู้คนอีกมากมาย"
และในขณะที่หรั่งเตรียมจะปลิดชีพของปีศาจร้าย ด้วยการดันไม้แหลมให้มิดด้าม อลิซก็เลิกครวญ แล้วยิ้มเยือกเย็น
" หึ หึ หึ คิดว่าเจ้าชนะแล้วหรือ แค่แทงหน้าอกให้เป็นรู ไม่อาจสังหารข้าได้หรอกนะ "
" เอ๊ะ! ไม่จริงน่า " หรั่งเริ่มลนลาน แต่ไม่ทันได้ทำสิ่งใด มือบางของปีศาจสาวก็เหวี่ยงเข้ามา เขาเลยยกสองแขนขึ้นรับ ทว่าพละกำลังของอมนุษย์ก็ยังเหลือร้าย เลยดันกายสูงล่ำสันที่หนักกว่า 80กิโลให้ลอยไปกระแทกกำแพง
" โครม "
" อึก...." หรั่งสะอึก และทรุดกายลงนั่งคุกเข่า แถมยังปวดแปล๊บที่ชายโครงขวา อันบ่งบอกว่าน่าจะมีบางส่วนแตกหัก แต่เขายังไม่ละสายตาจากปีศาจร้าย เลยพบว่ามันกำลังเอาสองมือดึงท่อนไม้ยาวออกจากหน้าอก และพอทำสำเร็จ เลือดแดงฉานก็ไหลจากบาดแผล เสมือนกระแสน้ำที่หลั่งทะลักผ่านปลายก๊อก
ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าได้เห็นภาพที่ชวนสยองแบบนี้ มีหวังสติแตกหรือไม่ก็สลบไปแล้ว ทว่าหรั่งไม่อยู่ในกรณีนี้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนใจแข็งอะไรหรอก แต่เป็นเพราะถูกปีศาจสาวกดดันด้วยการเดินเข้ามาหาต่างหาก
" หรั่งอย่าดิ้นรนไปเลย ยอมเป็นของข้าแต่โดยดีเถอะ "
" บ้าชะมัด ไอ้ปีศาจมันใกล้เข้ามาแล้ว เราจะทำยังไงดี "
ทว่าในห้วงเป็นตายนั้นเอง หรั่งก็หันไปเห็นถังเหล็กขนาดย่อมที่ใช้ใส่ขยะ จึงเร่งพละกำลังที่ขับเคลื่อนจากอะดรีนาลีน เพื่อรุดเข้าไปหาสิ่งนั้น แล้วเหวี่ยงมันใส่ปีศาจร้าย
" โครม......."
ถังขยะนั้นเข้าเป้าเต็มๆ จนสิ่งปฏิกูลที่อยู่ข้างในแตกกระจาย ส่วนร่างเพรียวบางของอมนุษย์เซเล็กน้อย เปิดช่องให้หรั่งเห็นทางหนี จึงวิ่งสวนกลับไปยังทางเก่า ทิ้งให้ปีศาจสาวยืนหงุดหงิดอยู่ตามลำพัง
" ฮึ่ม......มนุษย์คนนี้อึดนักนะ แถมยังทำให้เราเจ็บตัว แต่ก็นั่นแหละ แบบนี้ยิ่งทำให้เจ้ามีคุณค่ามากขึ้น"
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/darksidewriter.versionend.of.the.alley
