เมื่อเห็นว่าคนตระกูลหยางกลับไปหมดแล้ว ซิ่วอิงลืมตาขึ้นมามองสบตากับเ้าเมือง ที่แสดงสีหน้าเหมือนรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของตน จึงส่งยิ้มให้เขาอย่างเอียงอาย(เป็มารยาของนาง)
เ้าเมืองที่มีแต่บุตรชายคนเดียวไม่มีบุตรสาว เมื่อเห็นกริยาของซิ่วอิงก็ยิ้มกว้างออกมา แล้วกล่าวขึ้นว่า
“ ข้าคิดว่า.. เมื่อสักครู่เ้าคงจะรับรู้ทุกอย่างแล้ว ไปทานอาหารกับข้าและฮูหยินสักมื้อเถิด.. นางไม่มีบุตรสาวเห็นเ้าแล้วนางคงรู้สึกดีมากๆ.. ตามข้ามา”
“ เ้าค่ะท่านเ้าเมือง..” ซิ่วอิงกล่าวรับคำเสียงใส แล้วเดินตามเ้าเมืองชินไปยังห้องอาหาร
ภายในห้องอาหาร ฮูหยินและสาวใช้เตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว ฮูหยินรู้จากพ่อบ้านมาว่า คุณหนูจ้าวรักษาบุตรชายนางจนหายดี และกำลังนั่งบ่มเพาะลมปราณเพื่อเลื่อนระดับ นางรู้สึกมีความสุขเป็อย่างมาก จึงให้แม่ครัวทำอาหารเสียมากมายหลากหลายชนิด จนโต๊ะแทบไม่มีที่ว่าง
เมื่อเห็นสามีและซิ่วอิงเดินเข้ามา ฮูหยินชินจึงกล่าวขึ้นว่า
“ ท่านพี่ คุณหนูจ้าว.. มาทานอาหารด้วยกัน ข้าให้แม่ครัวทำไว้หลายอย่างเชียวละ..”
“ เ้าค่ะฮูหยิน”
ซิ่วอิงตอบรับอย่างมีมารยาท เธอรอให้ผู้สูงวัยทั้งสองคนนั่งลงก่อน แล้วค่อยนั่งลงด้านซ้ายมือของเ้าเมือง เมื่อสาวใช้ตักข้าววางเรียบร้อย ทุกคนเริ่มทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย เ้าเมืองกับฮูหยินตักกับใส่ถ้วยให้ซิ่วอิงไม่ขาด
แต่ด้วยความที่ซิ่วอิงเป็คนทานน้อยไม่นานก็อิ่ม เ้าเมืองและฮูหยินเมื่อเห็นซิ่วอิงแสดงออกมาว่าอิ่มแล้ว จึงพากันอิ่มตามไปด้วย แล้วสั่งสาวใช้นำน้ำชามาให้
ระหว่างที่ดื่มชาเ้าเมืองชินกล่าวขึ้นมา
“ คุณหนูจ้าว.. ข้าขอยืนยันคำพูดเดิม เ้าเป็ผู้มีพระคุณกับครอบครัวข้า ต่อไปเื่ของเ้าก็คือเื่ของข้าเช่นกัน”
“ ซิ่วอิงขอบคุณท่านเ้าเมืองเป็อย่างสูง.. ตัวข้าและครอบครัวเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในเมืองได้ไม่กี่วัน ต่อไปคงต้องรบกวนท่านเ้าเมืองแล้ว”
ซิ่วอิงกล่าวตอบอย่างเจียมตัว
“ ฮ่ะๆ.. เื่รบกวนนั้นไม่ต้องกล่าวถึง เ้าเป็เด็กสาวอายุเพียงเท่านี้ กลับมีระดับปราณที่ข้าตรวจสอบไม่ได้ อีกทั้งยังเป็ผู้ปรุงโอสถเหรียญตราัฟ้า.. หากทุกคนรู้มีผู้ใดบ้างที่ไม่อยากผูกมิตรกับเ้า.. ฮ่ะๆๆ”
เ้าเมืองชินกล่าวออกมา พร้อมกับหัวเราะลั่นด้วยความพอใจ
“ ยังมีอีกหลายอย่างที่ซิ่วอิงต้องเรียนรู้.. หวังว่าท่านเ้ามืองและฮูหยินไม่ตระหนี่ที่จะสั่งสอน..”
ฮูหยินชินมองเด็กสาวตรงหน้าตาเป็ประกาย ยิ่งมองยิ่งพิศก็ยิ่งถูกใจ ทั้งรูปร่างหน้าตางดงาม กิริยามารยาทเรียบร้อย อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เข้มแข็งแต่ไม่แข็งกร้าว พร์หรือความสามารถก็สูงสุด จนคนรุ่นเดียวกันคงไม่มีใครเทียบนางได้
อีกทั้งนางมีแต่บุตรชายเพียงคนเดียว พอโตขึ้นเอาแต่บ่มเพาะฝึกยุทธ โตขึ้นอึกหน่อยก็เข้าสำนักัฟ้า ส่วนสามีนั้นงานยุ่งจนแทบไม่มีเวลา วันทั้งวันสองพ่อลูกหายหัวไปกันหมด ทำให้นางรู้สึกเหงาเป็อย่างมาก
ฮูหยินชินมองซิ่วอิงด้วยสายตาต้องตาต้องใจ ยิ่งมองยิ่งอยากได้ จึงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ คุณหนูจ้าว.. ในเมื่อเป็เช่นนี้ ต่อไปเ้าเรียกข้าว่า ‘ท่านป้า’ เรียกเ้าเมืองว่า ‘ท่านลุง’ ได้หรือไม่..”
“ นั่นสิ.. ต่อไปเ้าก็คิดเสียว่าพวกเราเป็ครอบครัวเดียวกัน.. ดีหรือไม่..”
ทั้งเ้าเมืองและฮูหยินต่างพูดด้วยความรู้สึกเดียวกัน
ซิ่วอิงใช้จิติญญามองคนทั้งคู่ รับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีของทั้งสองคน จึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ประสานมือโค้งคำนับ แล้วกล่าวว่า
“ อิงเอ๋อร์.. คารวะท่านลุง ท่านป้าเ้าค่ะ..”
“ ดีๆ.. ดียิ่งนัก..”
ฮูหยินชินพูดเสียงสั่นด้วยความดีใจ เช่นเดียวกับเ้าเมืองที่หัวเราะลั่นห้อง พร้อมกับกล่าวออกมา
“ นับว่าเป็โชคดีของข้ากับฮูหยิน.. ที่ได้สาวน้อยคนเก่งอย่างเ้ามาเป็หลาน.. ฮ่ะๆๆ..”
“ เป็วาสนาของข้าเช่นกันเ้าค่ะ.. ท่านลุง ท่านป้า.. ข้ามีของเล็กน้อยจะมอบให้กับพวกท่าน..”
ซิ่วอิงกล่าวจบมองไปยังสาวใช้กับพ่อบ้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เ้าเมืองชินรู้ความ้าของเธอ จึงโบกมือให้พวกเขาออกไปทั้งหมด
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใด ซิ่วอิงพลันวาดวงเวทย์ขึ้นกลางอากาศ แล้วสะบัดมือให้วงเวทย์ครอบคลุมทั้งห้องอาหาร เพื่อปิดกั้นการรับรู้จากคนภายนอก ก่อนจะนำน้ำทิพย์ดาราออกมา 2 ขวด และโอสถอีก 1 ขวด ภายในมีโอสถระดับนภาความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนอยู่ 5 เม็ด จากนั้นมอบให้แก่เ้าเมืองชิน
“ นะ นี่.. นี่มันน้ำทิพย์ดารา โอสถทะลวงปราณฟ้าระดับนภาความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน.. จะ เ้า.. อิงเอ๋อร์ .. ฮูหยินนี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่ ”
เ้าเมืองพูดปากสั่นมือสั่น เมื่อเห็นของที่ซิ่วอิงมอบให้ เขายังจำได้ดีตอนรักษาบุตรชายของตน ซิ่วอิงให้บุตรชายดื่มน้ำทิยพ์ดาราไปครึ่งขวด แล้วนี่นางถึงกับมอบให้อีกสองขวด เขาจะพูดกับนางอย่างไรได้อึก
เมื่อคิดถึงน้ำทิพย์ดาราและโอสถระดับนภา เ้าเมืองชินพลันนึกขึ้นได้ว่า ไม่กี่วันก่อนมีการประมูลของเหล่านี้ที่หอประมูล แต่ตัวเขานั้นประมูลไม่ได้เลยสักอย่างเดียว แต่ตอนนี้เขากลับได้มาทั้ง 2 อย่าง
เ้าเมืองชินมองซิ่วอิงสลับกับมองของในมือ ไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อไปดี ฮูหยินชินเห็นอาการตกตลึงของสามี นางคิดว่าของที่ซิ่วอิงมอบให้ต้องมีค่ายิ่ง จึงเอ่ยขึ้นว่า
“ อิงเอ๋อร์.. เ้าดียิ่ง”
“ ท่านลุง ท่านป้า.. โอสถทะลวงปราณเป็ข้าปรุงขึ้นมาด้วยตนเอง แต่น้ำทิพย์ดาราเป็ของที่ท่านอาจารย์มอบให้ข้า ก่อนจะกลับไปยังที่ที่ท่านจากมา ”
ซิ่วอิงกล่าวพลางชี้ไปบนฟ้า เ้าเมืองชินที่มีความรู้กว้างขวาง รับรู้ถึงความหมายของซิ่วอิงทันที เขาพยักหน้าให้นางในใจก็คิด
‘อาจารย์ของนาง.. เป็คนจากเบื้องบนหรือนี่ ข้าไม่แปลกใจเลยที่นางเก่งกาจทุกด้านเช่นนี้’
“ หลานหวังว่า.. ท่านลุงท่านป้าจะเก็บทุกอย่างไว้เป็ความลับนะเ้าคะ..”
“ ดะ ได้.. ได้สิ.. ข้ากับฮูหยินไม่มีวันบอกใครเด็ดขาด ขอบใจเ้ามากอิงเอ๋อร์..”
เ้าเมืองกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง ฮูหยินชินพยักหน้าเบาๆอย่างเห็นด้วยเช่นกัน
“ ขอบคุณเ้าค่ะ..”
หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้น ซิ่วอิงได้บอกเล่าให้เ้าเมืองชินและฮูหยิน รับรู้ถึงจุดประสงค์และเป้าหมายของเธอ ไม่ว่าจะเป็การสร้างบ้านนอกเมืองเพื่อปลูกพืชพันธ์ต่างๆ การรับคนงานจำนวนมาก การเปิดร้านขายโอสถ ร้านขายอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ต่างๆ ร้านรับเหมาก่อสร้างที่ร่วมกับเถ้าแก่จูและช่างลู่ ร้านน้ำชา เหลาอาหาร โรงเตี๊ยม กลุ่มทหารรับจ้าง
สุดท้ายเป็เื่ที่ตนเองมีโครงการจะสร้างตลาดร่วมกับเ้าเมือง อีกทั้งเื่ที่เธอจะขยายกิจการต่างๆเหล่านี้ ไปยังเมืองอื่นๆเช่นเดียวกัน
ทุกเื่ที่ซิ่วอิงกล่าวถึง ทำเอาเ้าเมืองและฮูหยินอ้าปากค้างอย่างตื่นตลึง ด้วยไม่คิดว่าเด็กสาวอายุเพียงเท่านี้ กลับมีเื่มากมายในความคิดของนาง
ซิ่วอิงพูดคุยกับเ้าเมืองและฮูหยินอย่างสนุกนาน จนเมื่อเห็นว่าได้เวลาอันสมควร จึงขอตัวกลับไปยังจวนของตนเอง ก่อนกลับเธอได้เอ่ยชวนฮูหยินและเ้าเมือง ไปเที่ยวชมยังจวนของเธอ ซึ่งทั้งสองคนก็รับปากว่าจะไปแน่นอน
‘เส้นทางกลางเมืองัฟ้า’
ยามบ่ายแก่ๆ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆครึ้ม จนแสงอาทิตย์ไม่สามารถสาดแสงหลุดรอดลงมาได้มากนัก อากาศเย็นสบายสายลมโชยเอื่อย ทำให้บรรยากาศในเมืองัฟ้าตอนนี้ ชวนให้เดินเล่นเป็อย่างมาก
ซิ่วอิงที่สมหวังในจุดประสงค์ของตนเอง จึงเดินกลับจวนอย่างไม่เร่งรีบเท่าใดนัก ตอนนี้เธอนำหน้ากากดำมาสวมใส่ปิดบังใบหน้าอีกครั้ง โดยที่การสวมหน้ากากหรือหมวกแพรปิดหน้าในเมืองนี้ หาได้แปลกประหลาดแต่อย่างใด เพราะจอมยุทธหรือคุณหนูคุณชาย ส่วนใหญ่ต่างปิดบังใบหน้าตนเองกันทั้งนั้น
ขณะที่สองเท้าเรียวยาวก้าวไปด้านหน้า สายตาของเธอมองร้านค้าสองข้างทาง ดูว่ามีอะไรที่น่าซื้อไปฝากมารดา น้องสาวหรือคนของเธอได้บ้าง แล้วไม่นานก็ได้ตามประสงค์ เพราะตอนนี้แหวนมิติของเธอเต็มไปด้วยของกินของใช้ แม้กระทั่งของเล่นแปลกตาที่เธอซื้อหามาเก็บไว้
ตอนนี้ซิ่วอิงยืนมองสถานที่แห่งนึง เป็ที่โล่งกว้างประมาณ 10 หมู่หลังตลาดกลางเมือง ซึ่งสอบถามชาวบ้านแถบนี้บอกว่าเป็ที่ของเ้าเมืองชิน เพราะไม่มีหัวทางการค้าเท่าใดนักจึงปล่อยทิ้งร้างไว้แบบนี้ หากเป็ที่ของพ่อค้าหรือตระกูลใหญ่ คงถูกสร้างเป็เหลาอาหารหรือโรงเตี๊ยมไปนานแล้ว
ซิ่วอิงมีแผนการมากมายเมื่อเห็นที่แห่งนี้ แต่ที่เข้าตาที่สุดคือตลาดกลางการเกษตรนั่นเอง หากสร้างตลาดขึ้นมาตรงนึ้ ต้องเป็ที่ชื่นชอบของบรรดาคนซื้อและคนขายอย่างแน่นอน เพราะติดกับตลาดสองข้างทางกลางเมืองนั่นเอง
เมื่อดูทุกอย่างจนพอใจ ซิ่วอิงหันหลังเดินออกมาตั้งใจกลับจวน
แต่ทันใดนั้นเอง..
‘พรึ่บบ’
เบื้องหน้าของซิ่วอิง กลับมีร่างของคนคนนึงเข้ามายืนขวางเอาไว้ ซิ่วอิงหยุดเดินแล้วมองร่างตรงหน้า เป็ชายหนุ่มคนนึงวัยไม่เกิน 16-17 ปี สวมใส่เสื้อผ้าชาวบ้านธรรมดา หน้าตาก็บ้านๆธรรมดา พลังปราณขั้นจิติญญานั้น ทำให้ยิ่งธรรมดาเข้าไปอีก
“ ท่านคือนายน้อยจ้าวซิ่วอิง.. ใช่มั้ยขอรับ”
แต่แล้ว คำพูดแรกที่ออกจากปากของเขา กลับทำให้หัวใจของซิ่วอิงเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที
“ ถูกแล้ว.. ข้าคือจ้าวซิ่วอิง แล้วเ้าเป็ใครเหตุใดมาขวางทางข้า “
“ เรียนนายน้อย.. ข้าน้อยชื่ออาซิ่น เป็คนของท่านตงห่าวขอรับ "
ชายหนุ่มธรรมดาเอ่ยบอกที่มาของตน
“ หือ.. คนของท่านลุงตงงั้นหรือ.. เ้ามีเื่อันใด”
เมื่อรู้ว่าเป็คนของตงห่าว ซิ่วอิงจึงลดท่าทีดุดันลง
“ ข้าน้อยเป็คนของท่านตง.. มีหน้าที่คอยหาข่าวในเมืองขอรับ”
“ อืม.. แล้วเ้ามาหาข้ามีอะไร”
“ เอ่อ.. ข้าน้อยได้ข่าวสำคัญมาเื่นึงขอรับ”
ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยบอก
“ ข่าวอะไร.. ”
ซิ่วอิงถามเสียงแข็ง เริ่มหงุดหงิดกับท่าทางอ้ำอึ้งของชายหนุ่ม
“ เอ่อ.. ท่านพ่อของนายน้อย.. ถะ ถูกจับตัวไปขอรับ..”
ชายหนุ่มผู้แสนธรรมดาบอกออกมา พร้อมกลืนน้ำลายเหนียวหนึบลงคอ
“ เ้าว่าอะไรนะ..??"
………………………………….……………….
+ เพิ่งสงบไปครึ่งวัน มีเื่มาหาอีกแล้ววว +