มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 96.การประชุม

    กล้านั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

    อาคารสูงเรียงรายผ่านสายตาไปทีละหลัง

    เขาไม่ได้เดินทางคนเดียว

    รถหลายคันกำลังเคลื่อนผ่านถนนเส้นเดียวกัน

    ด้านหน้าและด้านหลังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

    กล้าถอนหายใจเบา ๆ

    “แค่ไปประชุม จำเป็นต้องมีคนมาส่งขนาดนี้เลยหรือไง”

    ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันกลับมา

    “วันนี้ไม่ใช่การประชุมธรรมดาครับ”

    กล้าพยักหน้า

    “ผมรู้”

    เขาหันกลับไปมองด้านนอกอีกครั้ง

    ก็เพราะรู้...

    เขาถึงยังรู้สึกไม่ค่อยชิน

    วันนี้มีตัวแทนจากหลายประเทศเดินทางมารวมตัวกัน

    ไม่ใช่เรื่องของประเทศเดียว

    ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มเล็ก ๆ

    แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ...

    โลกใหม่

    เมื่อรถมาถึง

    กล้าเดินลงมา

    ด้านหน้าของเขามีอาคารขนาดใหญ่

    เจ้าหน้าที่จำนวนมากยืนประจำตำแหน่ง

    ผู้คนเดินผ่านเข้าไปทีละกลุ่ม

    บางคนแต่งกายเป็นทางการ

    บางคนมาพร้อมคณะติดตาม

    กล้าเพียงมองอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนจะเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้านใน

    “กล้า!”

    เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง

    กล้าหยุดเดิน

    ก่อนหันกลับไป

    ชายคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา

    กล้ามองอยู่ไม่กี่วินาที

    ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    “ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ?”

    อีกฝ่ายหัวเราะทันที

    “ประโยคนี้ฉันควรถามแกมากกว่า”

    กล้ายิ้ม

    ทั้งสองเดินเข้าหากัน

    ไม่ได้กอด

    ไม่ได้พูดถึงเรื่องเก่า

    เพียงยกมือขึ้นจับกันสั้น ๆ

    แต่สำหรับทั้งคู่...

    แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

    “คิดว่าจะไม่มาเสียอีก”

    ชายคนนั้นพูด

    “เรียกตัวมาขนาดนี้ ไม่มาก็แปลกแล้ว”

    “ก็จริง”

    ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ

    ไม่นาน

    กล้าก็เริ่มเห็นคนอื่น

    บางคน...

    เขาเคยร่วมต่อสู้ด้วยกัน

    บางคนเคยยืนอยู่ข้างกันในวันที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด

    บางคนเคยคิดว่า...

    อาจไม่มีวันได้กลับบ้านอีกแล้ว

    แต่ตอนนี้

    พวกเขากลับมายืนอยู่ในโลกเดิม

    และกำลังจะเข้าไปนั่งในห้องประชุมเดียวกัน

    เมื่อกล้าเดินเข้าไปด้านใน

    เขาก็เห็นโต๊ะประชุมขนาดใหญ่

    เก้าอี้จำนวนมากเรียงรายอยู่รอบห้อง

    ด้านหน้ามีที่นั่งสำหรับตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ

    ส่วนด้านหนึ่ง...

    มีเก้าอี้อีกกลุ่มหนึ่งแยกออกมา

    กล้ามองอยู่ครู่หนึ่ง

    ก่อนเดินไปยังที่นั่งของตัวเอง

    มีชื่อวางอยู่ตรงหน้า

    เขานั่งลง

    จากนั้นจึงมองไปรอบ ๆ

    คนที่นั่งอยู่ใกล้กัน...

    ล้วนเป็นคนที่เขารู้จัก

    อย่างน้อยก็จากโลก 1

    จำนวนทั้งหมด

    ประมาณสิบห้าคน

    บางคนกำลังพูดคุยกัน

    บางคนเงียบ

    บางคนมองไปรอบห้องด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก

    ชายที่ทักกล้าก่อนหน้านี้นั่งลงข้าง ๆ

    เขามองป้ายชื่อบนโต๊ะของตัวเอง

    ก่อนหัวเราะเบา ๆ

    “ชีวิตนี้ไม่คิดเลยว่าจะได้นั่งเก้าอี้แบบนี้”

    กล้ามองตาม

    “ฉันก็เหมือนกัน”

    “ครั้งก่อนที่พวกเรามานั่งรวมกัน...”

    ชายคนนั้นหยุดพูด

    กล้าไม่ได้ถามต่อ

    ทั้งคู่รู้ว่ากำลังคิดถึงอะไร

    “ช่างมันเถอะ”

    อีกฝ่ายพูดขึ้นในที่สุด

    “วันนี้ไม่เหมือนวันนั้น”

    กล้าพยักหน้า

    “หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”

    ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามา

    ไม่นานนัก

    ที่นั่งส่วนใหญ่ก็เต็ม

    เสียงพูดคุยค่อย ๆ ลดลง

    ประตูด้านหน้าถูกปิด

    ชายคนหนึ่งลุกขึ้น

    เขามองไปรอบห้อง

    “ขอบคุณทุกท่านที่เดินทางมาในวันนี้”

    กล้าเอนหลังเล็กน้อย

    เขารู้ดีว่าการประชุมครั้งนี้มีความหมายอย่างไร

    แต่เมื่อได้ยินประโยคแรก...

    เขาก็รู้ทันทีว่า

    สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

    คงไม่ง่ายอย่างที่คิด

    “ประเด็นหลักของการประชุมวันนี้”

    ชายคนนั้นกล่าวต่อ

    “คือการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป”

    ห้องทั้งห้องเงียบลง

    ไม่มีใครพูด

    แต่กล้าเห็นได้ชัดว่า

    หลายคนเริ่มขยับตัว

    บางคนหันไปมองตัวแทนของประเทศอื่น

    คำพูดเพียงประโยคเดียว

    เพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป

    “อย่างไรก็ตาม”

    ชายคนนั้นกล่าวต่อ

    “ในขณะนี้ เรายังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับจำนวนบุคคลที่สามารถเดินทางได้”

    มีเสียงกระซิบดังขึ้นทันที

    กล้าหันไปมองชายที่นั่งข้าง ๆ

    อีกฝ่ายขมวดคิ้ว

    “ยังไม่รู้จำนวน?”

    “ดูเหมือนจะอย่างนั้น”

    กล้าตอบเบา ๆ

    บนโต๊ะด้านหน้ามีเอกสารถูกแจกออกไป

    กล้าหยิบขึ้นมาอ่าน

    ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นเรื่อง

    การเตรียมทีม

    ความปลอดภัย

    การติดต่อ

    และการจัดลำดับบุคคล

    แต่ไม่มีตรงไหน

    ระบุจำนวนที่แน่นอน

    เขาวางเอกสารลง

    และเริ่มเข้าใจทันทีว่า

    ปัญหากำลังจะเกิดตรงไหน

    ตัวแทนคนหนึ่งยกมือขึ้น

    “หากยังไม่ทราบจำนวน”

    เขากล่าว

    “เราควรเริ่มต้นด้วยการจัดตั้งคณะสำรวจขนาดเล็ก”

    ตัวแทนอีกฝ่ายพูดขึ้นทันที

    “ประเทศใดจะเป็นผู้กำหนดว่าใครอยู่ในคณะสำรวจ?”

    ไม่มีใครตอบทันที

    ชายคนแรกกล่าวต่อ

    “เราสามารถจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันได้”

    “แล้วใช้มาตรฐานเดียวกันในการคัดเลือก”

    “มาตรฐานของใคร?”

    คำถามดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง

    บรรยากาศเริ่มเปลี่ยน

    แต่ยังไม่มีใครขึ้นเสียง

    ทุกคนยังพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ

    สุภาพเกินไป...

    จนกล้ารู้สึกได้ว่าทุกประโยคมีน้ำหนักของตัวเอง

    “เราควรให้สิทธิ์ประเทศที่มีทรัพยากรในการสนับสนุนการสำรวจมากกว่า”

    “ถ้าเช่นนั้น ประเทศที่ไม่มีทรัพยากรจะไม่มีสิทธิ์หรือ?”

    “ผมไม่ได้พูดเช่นนั้น”

    “แต่สิ่งที่คุณกำลังเสนอมีความหมายไม่ต่างกัน”

    กล้าถอนหายใจเบา ๆ

    ชายข้าง ๆ หันมามอง

    “เริ่มแล้วสินะ”

    กล้าไม่ได้ตอบ

    เพียงมองไปยังโต๊ะด้านหน้า

    เขาเคยเห็นคนแย่งอาหาร

    แย่งอาวุธ

    แย่งโอกาสในการมีชีวิตรอด

    แต่ภาพตรงหน้าต่างออกไป

    คนเหล่านี้ไม่ได้แย่งสิ่งของ

    พวกเขากำลังแย่ง...

    สิทธิ์ที่จะได้ไปก่อน

    ไม่นานนัก

    ชายคนหนึ่งหันมาทางกลุ่มสิบห้าคน

    “ผมคิดว่า”

    สายตาหลายคู่หันตามมา

    “ก่อนที่เราจะพูดถึงจำนวนบุคคล”

    “เราควรรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เคยผ่านโลกนั้นมาก่อน”

    กล้านิ่งลง

    ชายข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ

    “มาแล้ว”

    กล้ามองเขา

    “อะไร?”

    “โยนมาให้พวกเรา”

    กล้าไม่ได้ตอบ

    เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูก

    สายตาหลายสิบคู่กำลังจับจ้องมายังคนทั้งสิบห้าคน

    บางคนเคยไปโลก 1

    บางคนเคยร่วมรบ

    บางคนเคยสูญเสียคนสำคัญ

    แต่ไม่มีใครในกลุ่มนี้...

    รู้ว่าการเดินทางครั้งใหม่จะเป็นอย่างไร

    กล้าจึงไม่รู้ว่าจะตอบอะไร

    จนกระทั่งชายคนหนึ่งถามขึ้น

    “หากต้องจัดทีมแรก”

    “พวกคุณคิดว่าควรเลือกคนแบบไหน?”

    คนในกลุ่มสิบห้าคนเริ่มมองหน้ากัน

    ไม่มีใครตอบทันที

    สุดท้าย...

    ชายคนหนึ่งพูดขึ้น

    “คนที่ต่อสู้ได้”

    อีกคนส่ายหน้า

    “ไม่พอ”

    “ถ้าส่งแต่คนสู้เก่งไป แล้วไม่มีคนทำอย่างอื่นล่ะ?”

    “หมายความว่า?”

    “พวกเราเคยอยู่ที่นั่น”

    เขามองไปรอบ ๆ

    “อีกโลกหนึ่งไม่ใช่สนามรบตลอดเวลา”

    กล้านิ่งฟัง

    “ถ้าจะส่งคนไปจริง”

    ชายคนนั้นกล่าวต่อ

    “ก็ต้องมีคนที่ใช้ชีวิตได้”

    คำพูดนั้นทำให้หลายคนเงียบลง

    กล้าเองก็พยักหน้าเบา ๆ

    เพราะมันเป็นเรื่องจริง

    ต่อให้ต่อสู้เก่งแค่ไหน

    หากใช้ชีวิตไม่ได้

    สุดท้ายก็อาจอยู่รอดไม่ได้เช่นกัน

    ชายที่นั่งข้าง ๆ กล้ากลับยิ้มออกมา

    เขามองคนในกลุ่มสิบห้าคน

    ก่อนพูดเบา ๆ

    “พูดเหมือนพวกเราเก่งมาตั้งแต่แรกเลยนะ”

    กล้าหันไปมองทันที

    “อะไรของนาย?”

    อีกฝ่ายพยายามกลั้นหัวเราะ

    “ก็ถ้าคนพวกนี้รู้ว่า ตอนพวกเราเพิ่งไปถึงโลก 1 กันใหม่ ๆ...”

    กล้าหรี่ตา

    “หยุดเลย”

    “ทำไม?”

    “ไม่ต้องพูด”

    “ก็แค่ว่า...”

    ชายคนนั้นมองไปรอบห้อง

    ตัวแทนจากหลายประเทศกำลังตั้งใจฟัง

    บางคนจดบันทึก

    บางคนมองกลุ่มสิบห้าคนด้วยสายตาจริงจัง

    ราวกับว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่มีประสบการณ์มากที่สุดในเรื่องโลกใหม่

    ชายคนนั้นถอนหายใจ

    “ถ้าพวกเขารู้ว่าตอนนั้นพวกเราเคยทำอะไรไว้...”

    “ฉันบอกให้หยุด”

    “ใส่เสื้อผ้าปะปนกันมั่วไปหมด”

    กล้าหลับตาลงทันที

    “...”

    “บางคนเสื้อหลวมจนแทบหลุด”

    “เฮ้ย”

    ชายอีกคนในกลุ่มสิบห้าคนหันมาทันที

    “อย่าพูดถึงเรื่องนั้นนะ”

    ชายข้าง ๆ กล้าหันไปมอง

    “ทำไม?”

    “มึงก็อยู่ในกลุ่มนั้นเหมือนกัน”

    “แต่ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่ม”

    “แล้วใครเริ่ม?”

    คนหลายคนในกลุ่มเงียบไปพร้อมกัน

    จากนั้น...

    สายตาหลายคู่ค่อย ๆ หันไปทางกล้า

    กล้าชะงัก

    “อย่ามองฉัน”

    ชายคนหนึ่งพูดขึ้น

    “มึงนั่นแหละ”

    “ฉันจำไม่ได้”

    “แต่พวกกูจำได้”

    กล้าถอนหายใจ

    “มันนานแล้ว”

    “นานแค่ไหนก็ไม่ลืม”

    “แล้วตอนนั้นใครเป็นคนตะโกนให้วิ่ง?”

    ชายอีกคนถาม

    “ไม่ใช่ฉัน”

    “มึงตะโกนว่า ‘วิ่งก่อน!’”

    “ฉันพูดเพราะคิดว่ามีอะไรมา”

    “แล้วมีอะไรมาไหม?”

    กล้าเงียบ

    ชายข้าง ๆ ตอบแทนทันที

    “ไม่มี”

    “...”

    “พวกเราวิ่งกันรอบเมือง”

    “...”

    “ใส่เสื้อผ้าปะปนกันมั่วไปหมด”

    “...”

    “น่าอายชิบหาย”

    คนในกลุ่มสิบห้าคนบางคนเริ่มกลั้นหัวเราะไม่อยู่

    ชายคนหนึ่งรีบก้มหน้าลง

    ไหล่สั่นเบา ๆ

    กล้าหันไปมอง

    “มึงหัวเราะอะไร?”

    “เปล่า”

    “มึงหัวเราะอยู่”

    “ฉันแค่ไอ”

    “ไออะไร ไหล่สั่นขนาดนั้น”

    “เงียบสิวะ”

    เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกมาจากกลุ่ม

    ทำให้ตัวแทนหลายคนหันมามองด้วยความสงสัย

    “มีอะไรหรือ?”

    ตัวแทนคนหนึ่งถาม

    กล้าหันกลับไปทันที

    “ไม่มีอะไรครับ”

    ชายข้าง ๆ เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง

    “ไม่มีอะไรเลยครับ”

    จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง

    กล้ามองเขาเขม็ง

    “ถ้าพวกมึงรู้นะ...”

    กล้ามองไปยังคนทั้งห้อง

    ก่อนพูดเบา ๆ

    “อายทั้งโลกแน่”

    คราวนี้

    แม้แต่คนที่พยายามกลั้นหัวเราะอยู่

    ก็เริ่มหลุดยิ้มออกมา

    แต่สำหรับคนอื่นในห้อง

    พวกเขายังคงเป็น

    กลุ่มผู้รอดชีวิต

    ผู้ที่เคยผ่านโลกใหม่

    ผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าคนทั่วไป

    ไม่มีใครรู้ว่า...

    ก่อนจะมีวันนี้

    คนทั้งสิบห้าคนเคยเป็นเพียงกลุ่มคนธรรมดา

    ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า

    วันต่อไปของตัวเองจะเป็นอย่างไร

    และบางเรื่อง...

    ก็คงไม่มีใครอยากให้ถูกเปิดเผย

    โดยเฉพาะเรื่อง

    เสื้อผ้าปะปนกันมั่ว ๆ และการวิ่งวุ่นอยู่รอบเมือง

    ตัวแทนจากประเทศหนึ่งเปิดเอกสารขึ้นมา

    “แล้วผู้ที่มีความสามารถพิเศษล่ะ?”

    คำถามนี้ทำให้สายตาหลายคู่หันกลับมายังกลุ่มสิบห้าคนอีกครั้ง

    “ควรมีจำนวนเท่าไร?”

    กล้าเลิกคิ้วเล็กน้อย

    ชายที่เคยร่วมรบกับเขาหัวเราะเบา ๆ

    “เริ่มเลือกคนแล้ว”

    กล้ามองไปด้านหน้า

    เขาไม่ชอบคำถามนี้

    ไม่ใช่เพราะไม่อยากตอบ

    แต่เพราะเขารู้ดีว่า

    ทันทีที่เริ่มพูดถึง

    คนมีพลัง

    เรื่องทุกอย่างจะเปลี่ยนไป

    กล้ากำลังจะพูด

    แต่ชายอีกคนในกลุ่มสิบห้าคนกลับพูดขึ้นก่อน

    “ก่อนจะถามว่าควรส่งคนมีพลังไปกี่คน”

    ทุกคนหันไปมองเขา

    “ผมคิดว่าเราควรถามก่อนว่า”

    เขาหยุดไปชั่วครู่

    “พวกคุณมั่นใจแค่ไหนว่า คนที่ส่งไปจะยอมกลับมา?”

    ห้องประชุมเงียบลง

    ไม่มีใครตอบทันที

    กล้ามองชายคนนั้น

    เขาจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นหนึ่งในคนที่กลับมาจากโลก 1

    และคำพูดนั้น...

    ไม่ใช่คำพูดขู่

    มันเป็นเพียงคำถาม

    แต่เป็นคำถามที่ไม่มีใครอยากตอบ

    ชายคนเดิมนั่งลง

    กล้ามองไปรอบห้อง

    ตัวแทนแต่ละประเทศ

    เอกสาร

    รายชื่อ

    และเก้าอี้จำนวนมาก

    จู่ ๆ เขาก็นึกถึงสิ่งหนึ่ง

    ครั้งก่อน...

    พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือก

    ไม่มีใครถามว่าอยากไปหรือไม่

    แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป

    ครั้งนี้

    มีคนจำนวนมากนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน

    เพื่อพยายามตัดสินว่า...

    ใครจะได้เป็นคนเลือกเดินเข้าไปเอง

    กล้าเอนหลังพิงเก้าอี้

    ก่อนมองไปยังเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่บางส่วน

    การประชุมยังไม่จบ

    และดูเหมือนว่า...

    วันนี้

    พวกเขายังหาคำตอบไม่ได้

    แต่กล้ารู้แล้วว่า

    ปัญหาของการเดินทางครั้งต่อไป

    อาจไม่ได้อยู่ที่อีกโลกหนึ่งเพียงอย่างเดียว

    บางครั้ง...

    ปัญหาก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนจะเดินผ่านประตู

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน