กล้านั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถ
อาคารสูงเรียงรายผ่านสายตาไปทีละหลัง
เขาไม่ได้เดินทางคนเดียว
รถหลายคันกำลังเคลื่อนผ่านถนนเส้นเดียวกัน
ด้านหน้าและด้านหลังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
กล้าถอนหายใจเบา ๆ
“แค่ไปประชุม จำเป็นต้องมีคนมาส่งขนาดนี้เลยหรือไง”
ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันกลับมา
“วันนี้ไม่ใช่การประชุมธรรมดาครับ”
กล้าพยักหน้า
“ผมรู้”
เขาหันกลับไปมองด้านนอกอีกครั้ง
ก็เพราะรู้...
เขาถึงยังรู้สึกไม่ค่อยชิน
วันนี้มีตัวแทนจากหลายประเทศเดินทางมารวมตัวกัน
ไม่ใช่เรื่องของประเทศเดียว
ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มเล็ก ๆ
แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ...
โลกใหม่
เมื่อรถมาถึง
กล้าเดินลงมา
ด้านหน้าของเขามีอาคารขนาดใหญ่
เจ้าหน้าที่จำนวนมากยืนประจำตำแหน่ง
ผู้คนเดินผ่านเข้าไปทีละกลุ่ม
บางคนแต่งกายเป็นทางการ
บางคนมาพร้อมคณะติดตาม
กล้าเพียงมองอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้านใน
“กล้า!”
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
กล้าหยุดเดิน
ก่อนหันกลับไป
ชายคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา
กล้ามองอยู่ไม่กี่วินาที
ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ?”
อีกฝ่ายหัวเราะทันที
“ประโยคนี้ฉันควรถามแกมากกว่า”
กล้ายิ้ม
ทั้งสองเดินเข้าหากัน
ไม่ได้กอด
ไม่ได้พูดถึงเรื่องเก่า
เพียงยกมือขึ้นจับกันสั้น ๆ
แต่สำหรับทั้งคู่...
แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
“คิดว่าจะไม่มาเสียอีก”
ชายคนนั้นพูด
“เรียกตัวมาขนาดนี้ ไม่มาก็แปลกแล้ว”
“ก็จริง”
ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ
ไม่นาน
กล้าก็เริ่มเห็นคนอื่น
บางคน...
เขาเคยร่วมต่อสู้ด้วยกัน
บางคนเคยยืนอยู่ข้างกันในวันที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด
บางคนเคยคิดว่า...
อาจไม่มีวันได้กลับบ้านอีกแล้ว
แต่ตอนนี้
พวกเขากลับมายืนอยู่ในโลกเดิม
และกำลังจะเข้าไปนั่งในห้องประชุมเดียวกัน
เมื่อกล้าเดินเข้าไปด้านใน
เขาก็เห็นโต๊ะประชุมขนาดใหญ่
เก้าอี้จำนวนมากเรียงรายอยู่รอบห้อง
ด้านหน้ามีที่นั่งสำหรับตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ
ส่วนด้านหนึ่ง...
มีเก้าอี้อีกกลุ่มหนึ่งแยกออกมา
กล้ามองอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนเดินไปยังที่นั่งของตัวเอง
มีชื่อวางอยู่ตรงหน้า
เขานั่งลง
จากนั้นจึงมองไปรอบ ๆ
คนที่นั่งอยู่ใกล้กัน...
ล้วนเป็นคนที่เขารู้จัก
อย่างน้อยก็จากโลก 1
จำนวนทั้งหมด
ประมาณสิบห้าคน
บางคนกำลังพูดคุยกัน
บางคนเงียบ
บางคนมองไปรอบห้องด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก
ชายที่ทักกล้าก่อนหน้านี้นั่งลงข้าง ๆ
เขามองป้ายชื่อบนโต๊ะของตัวเอง
ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“ชีวิตนี้ไม่คิดเลยว่าจะได้นั่งเก้าอี้แบบนี้”
กล้ามองตาม
“ฉันก็เหมือนกัน”
“ครั้งก่อนที่พวกเรามานั่งรวมกัน...”
ชายคนนั้นหยุดพูด
กล้าไม่ได้ถามต่อ
ทั้งคู่รู้ว่ากำลังคิดถึงอะไร
“ช่างมันเถอะ”
อีกฝ่ายพูดขึ้นในที่สุด
“วันนี้ไม่เหมือนวันนั้น”
กล้าพยักหน้า
“หวังว่าจะเป็นแบบนั้น”
ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามา
ไม่นานนัก
ที่นั่งส่วนใหญ่ก็เต็ม
เสียงพูดคุยค่อย ๆ ลดลง
ประตูด้านหน้าถูกปิด
ชายคนหนึ่งลุกขึ้น
เขามองไปรอบห้อง
“ขอบคุณทุกท่านที่เดินทางมาในวันนี้”
กล้าเอนหลังเล็กน้อย
เขารู้ดีว่าการประชุมครั้งนี้มีความหมายอย่างไร
แต่เมื่อได้ยินประโยคแรก...
เขาก็รู้ทันทีว่า
สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
คงไม่ง่ายอย่างที่คิด
“ประเด็นหลักของการประชุมวันนี้”
ชายคนนั้นกล่าวต่อ
“คือการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป”
ห้องทั้งห้องเงียบลง
ไม่มีใครพูด
แต่กล้าเห็นได้ชัดว่า
หลายคนเริ่มขยับตัว
บางคนหันไปมองตัวแทนของประเทศอื่น
คำพูดเพียงประโยคเดียว
เพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป
“อย่างไรก็ตาม”
ชายคนนั้นกล่าวต่อ
“ในขณะนี้ เรายังไม่มีข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับจำนวนบุคคลที่สามารถเดินทางได้”
มีเสียงกระซิบดังขึ้นทันที
กล้าหันไปมองชายที่นั่งข้าง ๆ
อีกฝ่ายขมวดคิ้ว
“ยังไม่รู้จำนวน?”
“ดูเหมือนจะอย่างนั้น”
กล้าตอบเบา ๆ
บนโต๊ะด้านหน้ามีเอกสารถูกแจกออกไป
กล้าหยิบขึ้นมาอ่าน
ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นเรื่อง
การเตรียมทีม
ความปลอดภัย
การติดต่อ
และการจัดลำดับบุคคล
แต่ไม่มีตรงไหน
ระบุจำนวนที่แน่นอน
เขาวางเอกสารลง
และเริ่มเข้าใจทันทีว่า
ปัญหากำลังจะเกิดตรงไหน
ตัวแทนคนหนึ่งยกมือขึ้น
“หากยังไม่ทราบจำนวน”
เขากล่าว
“เราควรเริ่มต้นด้วยการจัดตั้งคณะสำรวจขนาดเล็ก”
ตัวแทนอีกฝ่ายพูดขึ้นทันที
“ประเทศใดจะเป็นผู้กำหนดว่าใครอยู่ในคณะสำรวจ?”
ไม่มีใครตอบทันที
ชายคนแรกกล่าวต่อ
“เราสามารถจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันได้”
“แล้วใช้มาตรฐานเดียวกันในการคัดเลือก”
“มาตรฐานของใคร?”
คำถามดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยน
แต่ยังไม่มีใครขึ้นเสียง
ทุกคนยังพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
สุภาพเกินไป...
จนกล้ารู้สึกได้ว่าทุกประโยคมีน้ำหนักของตัวเอง
“เราควรให้สิทธิ์ประเทศที่มีทรัพยากรในการสนับสนุนการสำรวจมากกว่า”
“ถ้าเช่นนั้น ประเทศที่ไม่มีทรัพยากรจะไม่มีสิทธิ์หรือ?”
“ผมไม่ได้พูดเช่นนั้น”
“แต่สิ่งที่คุณกำลังเสนอมีความหมายไม่ต่างกัน”
กล้าถอนหายใจเบา ๆ
ชายข้าง ๆ หันมามอง
“เริ่มแล้วสินะ”
กล้าไม่ได้ตอบ
เพียงมองไปยังโต๊ะด้านหน้า
เขาเคยเห็นคนแย่งอาหาร
แย่งอาวุธ
แย่งโอกาสในการมีชีวิตรอด
แต่ภาพตรงหน้าต่างออกไป
คนเหล่านี้ไม่ได้แย่งสิ่งของ
พวกเขากำลังแย่ง...
สิทธิ์ที่จะได้ไปก่อน
ไม่นานนัก
ชายคนหนึ่งหันมาทางกลุ่มสิบห้าคน
“ผมคิดว่า”
สายตาหลายคู่หันตามมา
“ก่อนที่เราจะพูดถึงจำนวนบุคคล”
“เราควรรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เคยผ่านโลกนั้นมาก่อน”
กล้านิ่งลง
ชายข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ
“มาแล้ว”
กล้ามองเขา
“อะไร?”
“โยนมาให้พวกเรา”
กล้าไม่ได้ตอบ
เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูก
สายตาหลายสิบคู่กำลังจับจ้องมายังคนทั้งสิบห้าคน
บางคนเคยไปโลก 1
บางคนเคยร่วมรบ
บางคนเคยสูญเสียคนสำคัญ
แต่ไม่มีใครในกลุ่มนี้...
รู้ว่าการเดินทางครั้งใหม่จะเป็นอย่างไร
กล้าจึงไม่รู้ว่าจะตอบอะไร
จนกระทั่งชายคนหนึ่งถามขึ้น
“หากต้องจัดทีมแรก”
“พวกคุณคิดว่าควรเลือกคนแบบไหน?”
คนในกลุ่มสิบห้าคนเริ่มมองหน้ากัน
ไม่มีใครตอบทันที
สุดท้าย...
ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“คนที่ต่อสู้ได้”
อีกคนส่ายหน้า
“ไม่พอ”
“ถ้าส่งแต่คนสู้เก่งไป แล้วไม่มีคนทำอย่างอื่นล่ะ?”
“หมายความว่า?”
“พวกเราเคยอยู่ที่นั่น”
เขามองไปรอบ ๆ
“อีกโลกหนึ่งไม่ใช่สนามรบตลอดเวลา”
กล้านิ่งฟัง
“ถ้าจะส่งคนไปจริง”
ชายคนนั้นกล่าวต่อ
“ก็ต้องมีคนที่ใช้ชีวิตได้”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนเงียบลง
กล้าเองก็พยักหน้าเบา ๆ
เพราะมันเป็นเรื่องจริง
ต่อให้ต่อสู้เก่งแค่ไหน
หากใช้ชีวิตไม่ได้
สุดท้ายก็อาจอยู่รอดไม่ได้เช่นกัน
ชายที่นั่งข้าง ๆ กล้ากลับยิ้มออกมา
เขามองคนในกลุ่มสิบห้าคน
ก่อนพูดเบา ๆ
“พูดเหมือนพวกเราเก่งมาตั้งแต่แรกเลยนะ”
กล้าหันไปมองทันที
“อะไรของนาย?”
อีกฝ่ายพยายามกลั้นหัวเราะ
“ก็ถ้าคนพวกนี้รู้ว่า ตอนพวกเราเพิ่งไปถึงโลก 1 กันใหม่ ๆ...”
กล้าหรี่ตา
“หยุดเลย”
“ทำไม?”
“ไม่ต้องพูด”
“ก็แค่ว่า...”
ชายคนนั้นมองไปรอบห้อง
ตัวแทนจากหลายประเทศกำลังตั้งใจฟัง
บางคนจดบันทึก
บางคนมองกลุ่มสิบห้าคนด้วยสายตาจริงจัง
ราวกับว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่มีประสบการณ์มากที่สุดในเรื่องโลกใหม่
ชายคนนั้นถอนหายใจ
“ถ้าพวกเขารู้ว่าตอนนั้นพวกเราเคยทำอะไรไว้...”
“ฉันบอกให้หยุด”
“ใส่เสื้อผ้าปะปนกันมั่วไปหมด”
กล้าหลับตาลงทันที
“...”
“บางคนเสื้อหลวมจนแทบหลุด”
“เฮ้ย”
ชายอีกคนในกลุ่มสิบห้าคนหันมาทันที
“อย่าพูดถึงเรื่องนั้นนะ”
ชายข้าง ๆ กล้าหันไปมอง
“ทำไม?”
“มึงก็อยู่ในกลุ่มนั้นเหมือนกัน”
“แต่ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่ม”
“แล้วใครเริ่ม?”
คนหลายคนในกลุ่มเงียบไปพร้อมกัน
จากนั้น...
สายตาหลายคู่ค่อย ๆ หันไปทางกล้า
กล้าชะงัก
“อย่ามองฉัน”
ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“มึงนั่นแหละ”
“ฉันจำไม่ได้”
“แต่พวกกูจำได้”
กล้าถอนหายใจ
“มันนานแล้ว”
“นานแค่ไหนก็ไม่ลืม”
“แล้วตอนนั้นใครเป็นคนตะโกนให้วิ่ง?”
ชายอีกคนถาม
“ไม่ใช่ฉัน”
“มึงตะโกนว่า ‘วิ่งก่อน!’”
“ฉันพูดเพราะคิดว่ามีอะไรมา”
“แล้วมีอะไรมาไหม?”
กล้าเงียบ
ชายข้าง ๆ ตอบแทนทันที
“ไม่มี”
“...”
“พวกเราวิ่งกันรอบเมือง”
“...”
“ใส่เสื้อผ้าปะปนกันมั่วไปหมด”
“...”
“น่าอายชิบหาย”
คนในกลุ่มสิบห้าคนบางคนเริ่มกลั้นหัวเราะไม่อยู่
ชายคนหนึ่งรีบก้มหน้าลง
ไหล่สั่นเบา ๆ
กล้าหันไปมอง
“มึงหัวเราะอะไร?”
“เปล่า”
“มึงหัวเราะอยู่”
“ฉันแค่ไอ”
“ไออะไร ไหล่สั่นขนาดนั้น”
“เงียบสิวะ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกมาจากกลุ่ม
ทำให้ตัวแทนหลายคนหันมามองด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือ?”
ตัวแทนคนหนึ่งถาม
กล้าหันกลับไปทันที
“ไม่มีอะไรครับ”
ชายข้าง ๆ เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ไม่มีอะไรเลยครับ”
จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง
กล้ามองเขาเขม็ง
“ถ้าพวกมึงรู้นะ...”
กล้ามองไปยังคนทั้งห้อง
ก่อนพูดเบา ๆ
“อายทั้งโลกแน่”
คราวนี้
แม้แต่คนที่พยายามกลั้นหัวเราะอยู่
ก็เริ่มหลุดยิ้มออกมา
แต่สำหรับคนอื่นในห้อง
พวกเขายังคงเป็น
กลุ่มผู้รอดชีวิต
ผู้ที่เคยผ่านโลกใหม่
ผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าคนทั่วไป
ไม่มีใครรู้ว่า...
ก่อนจะมีวันนี้
คนทั้งสิบห้าคนเคยเป็นเพียงกลุ่มคนธรรมดา
ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
วันต่อไปของตัวเองจะเป็นอย่างไร
และบางเรื่อง...
ก็คงไม่มีใครอยากให้ถูกเปิดเผย
โดยเฉพาะเรื่อง
เสื้อผ้าปะปนกันมั่ว ๆ และการวิ่งวุ่นอยู่รอบเมือง
ตัวแทนจากประเทศหนึ่งเปิดเอกสารขึ้นมา
“แล้วผู้ที่มีความสามารถพิเศษล่ะ?”
คำถามนี้ทำให้สายตาหลายคู่หันกลับมายังกลุ่มสิบห้าคนอีกครั้ง
“ควรมีจำนวนเท่าไร?”
กล้าเลิกคิ้วเล็กน้อย
ชายที่เคยร่วมรบกับเขาหัวเราะเบา ๆ
“เริ่มเลือกคนแล้ว”
กล้ามองไปด้านหน้า
เขาไม่ชอบคำถามนี้
ไม่ใช่เพราะไม่อยากตอบ
แต่เพราะเขารู้ดีว่า
ทันทีที่เริ่มพูดถึง
คนมีพลัง
เรื่องทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
กล้ากำลังจะพูด
แต่ชายอีกคนในกลุ่มสิบห้าคนกลับพูดขึ้นก่อน
“ก่อนจะถามว่าควรส่งคนมีพลังไปกี่คน”
ทุกคนหันไปมองเขา
“ผมคิดว่าเราควรถามก่อนว่า”
เขาหยุดไปชั่วครู่
“พวกคุณมั่นใจแค่ไหนว่า คนที่ส่งไปจะยอมกลับมา?”
ห้องประชุมเงียบลง
ไม่มีใครตอบทันที
กล้ามองชายคนนั้น
เขาจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นหนึ่งในคนที่กลับมาจากโลก 1
และคำพูดนั้น...
ไม่ใช่คำพูดขู่
มันเป็นเพียงคำถาม
แต่เป็นคำถามที่ไม่มีใครอยากตอบ
ชายคนเดิมนั่งลง
กล้ามองไปรอบห้อง
ตัวแทนแต่ละประเทศ
เอกสาร
รายชื่อ
และเก้าอี้จำนวนมาก
จู่ ๆ เขาก็นึกถึงสิ่งหนึ่ง
ครั้งก่อน...
พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือก
ไม่มีใครถามว่าอยากไปหรือไม่
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป
ครั้งนี้
มีคนจำนวนมากนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน
เพื่อพยายามตัดสินว่า...
ใครจะได้เป็นคนเลือกเดินเข้าไปเอง
กล้าเอนหลังพิงเก้าอี้
ก่อนมองไปยังเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่บางส่วน
การประชุมยังไม่จบ
และดูเหมือนว่า...
วันนี้
พวกเขายังหาคำตอบไม่ได้
แต่กล้ารู้แล้วว่า
ปัญหาของการเดินทางครั้งต่อไป
อาจไม่ได้อยู่ที่อีกโลกหนึ่งเพียงอย่างเดียว
บางครั้ง...
ปัญหาก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนจะเดินผ่านประตู