The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    III บทที่161 เสริม

            บทที่161 เสริม

            พิธีก่อตั้งสำนักเทพอสูรอย่างเป็นทางการนั้นได้เปิดเผยแกนนำทั้งหมดทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่นี่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับทุกคน มันเป็นเหมือนกับการมุ่งสู่งจุดสูงสุดอันรุ่งเรืองของสำนักเทพอสูรในอดีตนั้นรัฐบาลกลางถือว่าเป็นศูนย์กลางอำนาจแต่บัดนี้สำนักเทพอสูรคือศูนย์กลางอำนาจ

            เนื่องจากประชากรที่ลดลงอย่างมากจนเหลือเพียงไม่กี่สิบล้านคนทั่วโลกทำให้การจัดการมันง่ายดายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

            เมื่อพิธีการสิ้นสุดลงเทวารีบเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกปิดผนึกสถานที่แห่งนี้ปิดผนึก สถานที่แห่งนี้คือที่ที่ประตูมิติแรกปรากฏขึ้นมามันเป็นฐานลับเก่าขององค์กรเรดอาย มันเป็นสถานที่ที่มีความลับสูงสุดของมนุษยชาติ

            เทวาเดินทางมาเพียงคนเดียวเพราะเร็วกว่าเมื่อเขาทราบถึงสถานที่แห่งนี้เพียงก้าวเดียวเขาก็สามารถมาปรากฏทในที่แห่งนี้ได้ในทันทีนี่ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องพาใครมาด้วยให้วุ่นวาย

            เมื่อเทวามาถึงเขาก็เห็นบุคคลทั้ง12กำลังใช้พลังของตนเองอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมประตูมิติที่เปิดอ้าอยู่กลางอากาศ

            ทั้ง12ก็คือกึ่งเทพนั่นเอง

            การมาถึงของเขาได้รับความสนใจจากทุกคน

            “สวัสดีทุกท่าน”เทวากล่าวทักทาย

            “โอ้เจ้าคือเจ้าหนูแฟนหนุ่มของคาเรนนี่เอง”หญิงสาวบรอนซ์นัยน์ตาสีเขียวเอ่ยกับเทวาเมื่อเห็นเขา

            เธอเป็นหญิงสาวที่งดงามมากไม่แพ้ซายูริหรืออายาเนะเลย แต่เทวาในตอนนี้ไม่ได้หมกมุ่นเรื่องผู้หญิงแล้วเขาจึงเมินเฉยกับความงามของเธออย่างสมบูรณ์แม้ว่าจะมีความชื่นชมบ้างแต่ไม่ได้หน้าม่อเหมือนในอดีต

            “หืมคุณรู้จักผมด้วย?”เทวาสงสัย

            “ใช่สิฉันคือผู้ปกป้องเขต12และคาเรนก็คือหนูน้อยของพวกเราดังนั้นฉันจะรู้จักกับเจ้าก็ไม่แปลก”หญิงสาวกล่าว

            “อย่างนั้นคุณก็คือกึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งป่าไม้สินะ”

            “ถูกต้องแล้วว่าแต่ยายหนูคาเรนไม่ได้มาด้วยเหรอ?”

            “เธอต้องจัดการธุระบางอย่างอยู่ทำไห้ไม่มาด้วยได้”

            สิ่งที่เทวากล่าวไม่ได้ผิดเลยสำนักเทพอสูรต้องการการจัดการ การบริหารของคาเรนนั้นยอดเยี่ยมมากในอดีตนั้นเธอไม่ได้มีความสามารถด้านนี้เลยแต่หลังจากทีได้รับมอบหมายจากเทวาให้สร้างสำนักเทพอสูรให้ยิ่งใหญ่เธอก็เปลี่ยนตัวเองและเรียนรู้การบริหารจัดการองค์กร

            ด้วยการเรียนรู้อันรวดเร็วนี้เองทำให้เธอกลายเป็นนักบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน

            สำนักเทพอสูรยังมีเรื่องมากมายให้จัดการดังนั้นคาเรนไม่อาจปลีกตัวมาได้และเมื่อวานก็มีสายเลือดใหม่เข้าร่วมกับสำนักเทพอสูรจนทำให้ศิษย์สำนักเทพอสูรเพิ่มขึ้นจากเดินจนแตะระดับ5หมื่นคนแล้วการจัดการคน5หมื่นเป็นทั้งง่ายดายและยุ่งยาก

            ยังดีที่แกนนำคนอื่นๆก็พัฒนาขึ้นในด้านการจัดการทำให้สำนักเพทอสูรเริ่มคงที่และส่อแววที่จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

            “งั้นหรอกเหรอน่าเสียดายจัง”กึ่งเทพจิตวิญญาณแห่งป่าไม้เอ่ยอย่างเสียดาย

            ในเวลานั้นเทวาก็สำรวจทุกคนเขาเห็นความอ่อนล้าและอาการบาดเจ็บที่ยังหลงเหลืออยู่อาการบาดเจ็บนี้ฝังรากลึกในร่างกายของพวกเขา แม้ว่าร่างกายของทั้ง12นั้นจะพิเศษอย่างมากจนเรียกว่าทำให้พวกเขาเป็นอมตะไม่แก่เฒ่าและไม่มีอายุขัยแต่ก็สามารถตายได้หากได้รับบาดเจ็บที่รุนแรงพอ

            ความแข็งแกร่งของพวกเขายังเป็นเพียงแค่ระดับปลายของระดับSRเท่านั้นอีกด้วย

            ระดับพลังนี้หากไม่ใช่เพราะความพิเศษอย่างยิ่งในพลังของทั้ง12คนพวกเขาก็ไม่ได้มีคุณค่าอะไรเลย

            “ว่าแต่เธอมาทำอะไร?”

            เทวากล่าวสิ่งที่ต้องการทันที

            สิ่งที่เขาต้องการคือการติดต่อกับซีโร่ผ่านประตูมิติความจริงทั่วโลกในยามนี้มีประตูมิติเปิดขึ้นมากันวุ่นวายจำนวนมากแต่ไม่มีประตูมิติไหนที่มีเสถียรภาพมากเท่ากับประตูมิติแห่งแรก เทวาที่กำลังต้องการรับรู้สถานการณ์ของซีโร่จึงจำเป็นต้องใช้ประตูมิติแห่งแรกนี้เท่านั้น

            หลังจากพูดคุยกันพอสมควรพวกเขาจึงให้เทวาได้ลองสิ่งที่เขาต้องการเทวาจึงเดินทางใกล้กับประตูมิติและใช้พลังของแหวนหยางของตนเองติดต่อแหวนหยินของซีโร่

            จากการทดสอบครั้งก่อนในตอนที่คาเรนใช้ติดต่อกับเทวาจากต่างโลกทำให้เทวาได้ทราบว่าพลังของแหวนหยินหยางนั้นทรงพลังกว่าที่คาดคิดมันสามารถติดต่อข้ามผ่านมิติอวกาศได้ ขอเพียงแค่มีช่องประตูมิติที่เชื่อมระหว่างสองโลกก็สามารถใช้มันติดต่อได้แล้ว

            ดังนั้นด้วยสถานการณ์ที่คล้ายๆกันนี้เองทำให้เทวามาทดลอง

            อย่างไรก็ตามโลกมิติของเทวาและโลกมิติเทพเจ้าก็เชื่อมต่อกันอย่างมากในปัจจุบัน

            เทวาติดต่อไป

            ในเวลานั้นปลายสายก็รับสายของเทวาเทวามองภาพของซีโร่ผ่านหน้าจอโฮโลแกรมจากฟังก์ชั่นของแหวน เขาเห็นสภาพที่เรียกได้ว่ายับเยินของซีโร่ผ่าหน้าจอเทวายังเห็นแขนข้างหนึ่งของซีโร่ขาดหายไปและตามร่างกายมีรอยดำไหม้อยู่เกือบทุกส่วน

            สถาพของเขาในตอนนี้น่าอนาถเป็นอย่างมาก

            “เป็นยังไงบ้างลุงยังไม่ตายสินะ?”เทวาเอ่ยปากถาม

            “เออยังไม่ตาย ถ้าตายแล้วหมาตัวไหนจะกดรับสายแกได้?”ซีโร่กล่าว

            “ฮะฮ้าปากยังคงแหลมคมเหมือนเดิม กดรับสายผมได้แสดงว่ายังปลอดภัยสินะ?”

            “อืมแต่ก็ไม่ได้ดีนัก ตอนนี้กำลังซ่อนตัวอยู่”

            “ไปเจอตอเข้าล่ะสิโดนซะหนักเลย”

            “ตอใหญ่ทีเดียวมันมีชื่อว่าอพอลโล่ พลังเพลิงของมันร้ายกาจมากแม้แต่เกราะมารก็ยังละลายความร้อนขนาดนี้เทียบได้กับพื้นผิวดวงอาทิตย์ได้เลย ฉันได้แต่หนีหัวซุกหัวซุนเพราะสู้ไม่ได้ดีที่ก่อนที่มันจะเจอที่ซ่อนของฉันมันก็กลับไปก่อนเมื่อวันก่อน ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะตายไปแล้วจริงๆก็ได้”ซีโร่อธิบาย

            เทวาจึงได้คิดบางทีแล้วการกำจัดแอเรสก็ทำให้สถานการณ์ของซีโร่ดีขึ้นเขาคาดว่าที่อพอลโล่กลับไปนั้นเพราะเรื่องที่เทวาสังหารแอเรสได้มันอาจทำให้โลกมิติเทพเจ้าปั่นป่วนและวุ่นวาย นี่ทำให้ชีวิตของซีโร่ถูกเทวาช่วยไว้ทางอ้อม

            “ก็ใครให้ลุงซ่าขนาดนั้นล่ะรอผมหน่อยก็ไม่ได้”

            “เด็กก็อยู่ส่วนเด็กไปสิ”

            “ลุงเดี๋ยวปั๊ดเลยนี่แต่เอาเถอะ ลุงปลอดภัยก็ดีแล้ว อ้อ พอดีว่าผมจะส่งของไปให้ลุงนะลุงก็รอรับไว้ด้วยล่ะ”

            “ของ?”

            เทวาไม่ลีลามากเขานำเอากระสวยทะลุมิติออกมานี่คือกระสวยมิติที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบแปลนที่เทวาได้รับมาพร้อมกับกระสวยมิติที่สมบูรณ์เทวาปล่อยให้เซบาสเตียนสร้างมันจากทรัพยากรที่มีอยู่และเซบาสเตียนก็สร้างได้ถึงสองสามเครื่องในปัจจุบัน

            เทวาจึงนำมาใช้ทันทีหนึ่งเครื่อง

            เขาให้เซบาสเตียนดัดแปลงบางส่วนและยังใช้ความรู้เชิงมิติขยายขนาดภายในให้กว้างขวางและดัดแปลงให้มันกลายเป็นที่อยู่อาศัยได้และไม่พังเมื่อมันเดินทางข้ามมิติแต่น่าเสียดายที่ความรู้ของเซบาสเตียนยังไม่เพียงพอทำให้เขาไม่อาจดัดแปลงให้มันเดินทางได้อีกรอบไม่อย่างนั้นเทวามันจะมีประโยชน์มากกว่านี้หากมันสามารถเดินทางไปกลับได้

            นอกจากนี้กระสวยมิติยังมีอันตรายระหว่างเดินทางข้ามมิติอีกด้วยทำให้มันยังไม่ได้เป็นยานพาหนะที่ยอดเยี่ยมสำหรับเทวาและเขาก็ได้มอบหมายให้เซบาสเตียนวิจัยต่อไป

            อันที่จริงพลังแหวกมิติของเทวานั้นทรงพลังกว่ามากแต่เขายังไม่ต้องการใช้พลังนี้ไปหาซีโร่นั่นเพราะว่าโลกของเขามีความปั่นป่วนอย่างมาก บางทีด้วยพลังของเขาในการเปิดประตูมิติไปยังโลกมิติเทพเจ้าอาจจะทำให้ความผันผวนของมิติของโลกพังทลายหรือเกินการควบคุมได้

            ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เทวาไม่ต้องการเห็น

            ตามการคำนวณของเซบาสเตียนเขาบอกกับเทวาว่าการที่เทวาใช้พลังแหวกมิติไปยังโลกมิติเทพเจ้าอาจจะทำให้ทั้งสองโลกเชื่อมต่อกันมากขึ้นและอาจกลายเป็นว่าประตูจะเปิดออกตลอดไปก็เป็นได้และนั่นจะทำให้มอนสเตอร์เข้าออกได้อย่างอิสระ

            เทวาจึงใช้กระสวยมิติในการซัพพอร์ตซีโร่

            สิ่งที่เทวาส่งไปให้ซีโร่มีหลายอย่างมากไม่ว่าจะน้ำยาหรือยาเม็ดฟื้นฟูอาหารและสิ่งจำเป็นอื่นๆรวมถึงอาวุธที่จำเป็นการ์ดฝึกฝนและไอเท่มบางอย่างที่อาจจะมีส่วนช่วยเหลือซีโร่

            สิ่งที่เทวาส่งไปนั้นช่วยซีโร่ได้มากเพราะเขาจำเป็นต้องรักษาตัวและการ์ดฝึกฝนมีส่วนช่วยให้เขาสามารถพัฒนาขึ้นในเวลาอันสั้น

            หลังจากที่เทวาส่งทั้งหมดไปแล้วนั้นเขาก็กล่าวกับซีโร่

            “เอาล่ะลุงดูแลตัวเองดีๆนะผมจะไปที่โลกโน้นในเวลาไม่นาน”

            “เออ”

            “ลาก่อนลุง”

            ทั้งสองตัดการติดต่อกัน

            เมื่อเสร็จสิ้นการสนทนาเทวาก็พูดคุยกับกึ่งเทพทั้ง12คนอยู่ชั่วขณะและจากมา

            เทวาครุ่นคิดกับตนเองอยู่เงียบๆและจ้องมองท้องฟ้าที่มีคลื่นมิติอันบิดเบี้ยวปรากฏเป็นระยะโลกของเขานั้นเชื่อมต่อกับโลกมิติเทพเจ้ามากเกินไปและประตูมิติแรกนั้นก็ยังเปิดออกมันเป็นเหมือกนับก้างปลาขนาดใหญ่ที่ขวางลำคอของเทวา

            เทวาต้องการกำจัดมันออกแต่ว่าเขาไม่มีหนทางดีๆเลย

            แม้ว่าเทวาไม่ได้รักในมนุษยชาติมากนักและในสายตามีเพียงแค่พวกของตนเองแต่อย่างน้อยที่นี่ก็คือบ้านของเขา เขาไม่ต้องการให้บ้านของเขาสามารถให้ใครเข้าออกได้โดยง่ายเขาต้องการให้ที่นี่ตัดขาดจากโลกมิติเทพเจ้า

            ความจริงเทวาอยากจะลองใช้พลังแหวกมิติเปิดซ้อนทับกับประตูมิติแห่งแรกที่เปิดอยู่นั้นโดยหวังว่าด้วยพลังของเขามันจะทำให้ประตูมิติแห่งแรกนั้นถูกทำลาย

            น่าเสียดายมันก็เป็นแค่ความคิดของตนเองเท่านั้นเพราะเขาไม่กล้าลอง

            เทวาจึงจมกับความคิดของตนเองและโดยไม่รู้ตัวเขาก็มาถึงสถานที่ซากปรักหักพังที่หนึ่ง

            มันเป็นกึ่งกลางระหว่างทางกลับหากเขาใช้พลังของตนเองเขาจะสามารถกลับบ้านได้ในก้าวเดียว แต่เพราะเขาใจลอยทำให้เขาใช้เวลาเอื่อยเฉื่อยเช่นนี้

            เวลานั้นเองที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างๆหนึ่งที่นั่งอยู่บนซากปรักหักพัง

            เทวาชะงักไปแววตาของเขามีทั้งความแปลกใจและสับสน เพราะเขาไม่คิดว่าจะได้เจอคนๆนี้ในสถานที่เช่นนี้และดูจากการที่เขาพบเจออีกฝ่ายในสถานที่เช่นนี้ก็หมายความว่าอีกฝ่ายนั้นมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว

            เวลานั้นชายผู้นั้นก็มองมาทางเทวา

            เขายิ้มแล้วกล่าวกับเทวา

            “สวัสดีเทวานี่คือการพบเจอกันครั้งแรกด้วยตัวตนจริงๆของพวกเราสินะ”

            เทวาหยุดกึกเพราะเขามองเห็นข้อมูลของอีกฝ่ายผ่านเกมเมอร์อาย

            “ฮ่าๆฉันรู้สึกได้ว่าเธอสำรวจตัวฉันอยู่นะเนี่ย พลังของไกอาช่างไม่ธรรมดาจริงๆดูท่าทางข้อมูลของฉันทั้งหมดก็อยู่ในสายตาของเธอแล้วสินะ ฉันชักจะอยากรู้แล้วสิว่าไกอาประเมินฉันว่ายังไงบ้าง”ชายคนนั้นหัวเราะ

            เทวากลืนน้ำลายเล็กน้อยเพราะข้อมูลของชายตรงหน้าและยังเสียวสันหลังเพราะคำพูดของเขาอีกต่างหากแต่เทวาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วและสงบนิ่งลง

            “ขอโทษที่เสียมารยาทแต่ผมไม่คิดว่าคุณจะรู้เยอะขนาดนี้”

            “เพราะผ่านการใช้ชีวิตและไปมาหลายที่นั่นแหละนะ”

            “ว่าแต่...คุณมาพบผมทำไมกันครับคุณเวก้าหรือจะให้ผมเรียกชื่อจริงของคุณดี”

            ที่แท้แล้วชายเบื้องหน้าเทวาก็คือเวก้านักวิทยาศาสตร์ผู้ลี้ลับของรัฐบาลกลางนั่นเอง


    ..............................


    คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน