ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    ยากจะยอมรับ

    ตอนที่211 ยากจะยอมรับ

               เพียงผ่านพ้นมาคืนเดียวข่าวที่ว่ามี่หนิงหยางคือโอรสองค์โตของฮ่องเต้ถูกพูดถึงไม่ทั่วทุกมุมเมืองด้วยเรื่องโชคชะตาของมี่หนิงหยางที่ดีจนคนล้วนอิจฉาแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นโอรสจริงๆ ดังนั้นแล้วเรื่องของเขาจึงถูกพูดถึงไปต่างๆและยังวิเคราะห์ไปนานาอีกบ้างก็ว่ามี่หนิงหยางเขารู้เรื่องอยู่แล้วแต่กลัวว่าจะถูกปองร้ายจึงได้ทำตัวสร้างปัญหาไร้สาระวันๆหรือก็ว่าเขาอยากจะทำตัวแบบไหนก็ทำเพราะสุดท้ายก็มีคนหนุนหลังที่ใครก็ไม่กล้าขัดอยู่แล้วแต่นั่นก็แค่คำวิจารณ์ที่ชาวบ้านแต่งขึ้นเท่านั้นใครเล่าจะล่วงรู้ว่าจริงๆแล้วมันเป็นเช่นไรกันแน่

     

    ‘เพล่งงง’กาและจอกชากระเบื้องเนื้อดีที่เคยวางประดับอยู่บนโต๊ะถูกปัดตกพื้นด้วยแรงเหวี่ยงของอารมณ์อย่างแรงจนกระทั่งน้ำชาร้อนๆในกาสาดกระเซ็นถูกนางกำลังที่ยืนก้มหน้ารอรับใช้ไปหลายคน ใครทำนะหรือ  ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นฮองเฮานั่นเองสืบเนื่องจากตอนเย็นเมื่อวานที่เกิดเรื่องในตำหนักจัดงานเลี้ยงเรื่องราวได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากคำพูดของผู้เป็นสามีทั้งหมดนางได้ยินจนร่างกายรับไม่ไหวจนตั้งถูกพาตัวกลับตำหนักเพื่อพักผ่อนพอตื่นขึ้นมาอีกวันก็รับรู้ว่าเรื่องเมื่อวานไม่ใช่ความฝันที่นางหลอกตัวเองเหมือนที่นางหลอกตัวเองมาตลอดหลายปีมันกลับเป็นเรื่องจริงที่นางรับไม่ได้จนต้องระบายออกมาด้วยการลงกับอะไรสักอย่างเหมือนที่นางพึ่งทำลงไป

    “ไม่จริงไม่ ไม่ ม่ายยยยย”

    “เสด็จแม่หยุดก่อนพะยะค่ะ”องค์ชายใหญ่ที่พึ่งจะถูกเลื่อนมาเป็นองค์ชายสองเมื่อคืนรีบเข้ามาประคองห้ามอารมณ์มารดาทันทีเมื่อนางเริ่มอาระวาดอีกรอบ

    “ไม่ได้เรื่องนี้ข้าต้องไปพูดกับฝ่าบาทให้รู้เรื่อง”

    “ท่านแม่เรื่องมันชัดแจ้งแล้ว ไม่มีอะไรต้องไปถกแล้ว”

    “ปล่อยปล่อยข้า เป็นเพราะเจ้า เจ้าไม่ได้เรื่องสักอย่าง”นางจะต้องหาทางระบายสักอย่างเมื่อบุตรชายอยู่ตรงหน้า นางก็เริ่มด่าทอบุตรชายแทนดูเหมือนว่าใครก็ไม่ดีพอสำหรับนางสักคน

     

     

    “คุณชายคุณชายออกมารับประทานอาหารก่อนเถิดขอรับ นี่มันจะเที่ยงแล้วนะขอรับ”พ่อบ้านสกุลมี่เอ่ยร้องเรียกผู้เป็นนายตั้งแต่ช่วงเช้าเขาเว้นระยะมาเรียกอยู่อย่างนี้ แต่ก็ไร้วี่แววผู้เป็นนายแต่อย่างใดแต่ที่แน่ๆเขารู้ว่ามี่หนิงหยางยังคงอยู่ด้านในไม่ได้ออกไปไหน

    “คุณชายขอรับออกมาเถิด ท่านพ่อบ้านเรียกจนจะเป็นลมแล้วนะขอรับ”ลี่กันเด็กหนุ่มที่เป็นผู้ติดตามของเขาร้องเรียกช่วยพ่อบ้านอีกแรงแต่คำพูดของเขาต้องได้รับสายตาเขียวปัดจากอีกคนส่งมาให้เป็นเด็กเป็นเล็กกล้าว่าคนอื่นไร้เรี่ยวแรง ช่างไร้มารยาท

    “แฮร่ๆๆข้าอยากให้คุณชายออกมาเร็วๆแค่นั้นเองขอรับ” ลี่กันเอ่ยบอกพ่อบ้านสูงวัยอย่างกลัวๆ

    “เจ้านี่นา”พ่อบ้านได้แต่ชี้หน้าคาดโทษไปเท่านั้น เพราะเรื่องสำคัญคือคนที่อยู่ด้านในมากกว่า

    “ข้าอยากอยู่คนเดียว”เสียงร้องมาจากด้านในเป็นการไล่กลายๆ ด้วยบ่าวสองวัยหน้าห้องเริ่มส่งเสียงก่อกวนเขามากขึ้นมี่หนิงหยางจึงได้เอ่ยปากออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาเมื่อคืน

     

     

    “ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรอง”

    “ฝ่าบาทได้โปรด”

    “ฝ่าบาทททท”เหล่าขุนนางในท้องพระโรงที่ร่วมประชุมในช่วงเช้าต่างถกเถียงกันเรื่องของมี่หนิงหยางพวกเขาร่วมกันยื่นฏีกาคัดค้านสิ่งที่ฮ่องเต้ตรัสออกมาตั้งแต่เมื่อคืน

    ‘พลั่กกก’เสียงที่ดังขึ้นหยุดเสียงร้องขอให้พระองค์ให้ไตร่ตรองอีกครั้งได้ดี ด้วยมือที่ตบลงบนลงที่พักแขนอย่างแรงจนขุนนางพากันสะดุ้งกันหลายคน ปกติพระองค์จะใจเย็น แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยจริงๆ

    “ฝ่าบาท”กงกงที่รับใช้ข้างกายเอ่ยออกมาเบาๆ ด้วยความเป็นห่วงในร่างกายของเขา

    “วันนี้พอแค่นี้แหละ”สิ้นคำพูดเขาก็เดินออกจากท้องพระโรงไปทันทีเขาไม่อยากอยู่ฟังเสียงทัดท้านใดๆในห้องนี้แล้ว สุดท้ายเขาก็ทำได้แต่หนีสินะสุดท้ายเขาก็ต้องทำตัวเหมือนพวกขี้แพ้อยู่ดี แม้กระทั่งกับคนที่เขารักเขาก็ยังดูแลให้ดีไม่ได้

     

               ผ่านมาอีกหลายวันคลื่นจากทะเลยังคงสงบนิ่ง เหล่าเม็ดทรายเม็ดกรวดบนพื้นดินยังคงอยู่นิ่งแต่ก็มีหวาดหวั่นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเหมือนว่ามีการเตรียมรับมือสถานการณ์คลื่นแรงซัดเข้าฝั่งอย่างดีแล้วเหมือนกับตอนนี้ที่ข่าวคราวจากในวังยังคงเงียบนิ่ง เหล่าชาวบ้านก็ยังรอเรื่องราวต่อไปที่จะมีออกมาอยู่ตลอดๆสำหรับเหล่าชาวบ้านแล้วใครจะขึ้นจะลงพวกเขาก็ไม่ได้รับความมเดือดร้อนนักเพราะอย่างไรก็ต้องใช้แรงตัวเองในการทำงานเพื่อหาเงินซื้อข้าวกินอยู่ดีซึ่งต่างจากเหล่าขุนนางทั้งหลายที่ความมั่นคงของชีวิตขึ้นอยู่กับคนที่ตนสนับสนุนไปแล้วเกินครึ่งถ้าเลือกฝั่งผิดชีวิตคือเปลี่ยนเลยทันที ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงยังนิ่งอยู่รอสถานการณ์ต่อไปก่อนดูว่าฝั่งไหนจะเริ่มเคลื่อนไหวก่อน จะได้เลือกได้ถูกต้อง

    “ในวงสนทนามีแต่เรื่องเดียวเลยนะเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยขึ้นวันนี้นางมาดูแลร้านอาหารจึงได้ยินลูกค้าถกแต่เรื่องของมี่หนิงหยางกันไม่ขาดปากเขาก็เป็นคนดังจริงๆนะ ไม่ว่าจะตอนนี้ หรือว่าแต่ก่อนก็มีคนพูดถึงอยู่ตลอดไม่ว่าจะเรื่องอะไร แม้แต่กินแล้วไม่จ่ายยังถูกคนพูดถึงอยู่หลายวันเลย

    “นั่นสิเรื่องคงรู้ไปยังเมืองอื่นๆแล้วหละมั้งตอนนี้”สิ่งที่ลี่ถิงเอ่ยชิงเถาจึงพยักหน้าเห็นด้วย เรื่องใหญ่ระดับแคว้นจริงๆ

    “เรื่องจะเป็นอย่างไรต่อนะคุณชายมี่จะได้เป็นรัชทายาทจริงๆใช่ไหม”ลี่ถิงเอ่ยออกมาแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบจากน้องสาวเท่าไหร่นางแค่เอ่ยอย่างลอยๆกับตัวเองเท่านั้น

    “เข้าใจยากจริงๆ”ชิงเถาเอ่ยเบาๆ แต่จากที่นางรู้จักกับมี่หนิงหยางมานางไม่คิดว่าอีกคนจะชื่นชอบหรือยึดติดกับตำแหน่งเท่าไหร่ยิ่งเรื่องยุ่งยากแบบนี้เขาคงไม่ชอบเท่าไหร่หรอก

     

               มี่หนิงหยางไม่รอให้เรื่องราวคาราคาซังนานไปกว่าที่เป็นอยู่เขาขังตัวเองเพื่อทบทวนเรื่องราวอยู่ในห้องคนเดียวมาหลายวันแล้วใครมาเยี่ยมก็ถูกปฏิเสธไปทั้งหมด เขาใช้เวลาตกใจค้างกับความจริงที่ได้รู้ตั้งแต่ว่นนั้นที่รู้ความจริงในงานเลี้ยงเขาก็ยังไม่ได้พบใครอีกเลย ได้แต่เก็บเงียบแล้วสั่งให้คนของเขาเอาข้อมูลของครอบครัวเขาที่สืบหาได้มาให้เขาทั้งหมดก่อนหน้านี้เขาก็เคยสั่งให้คนไปสืบเรื่องของพ่อแม่เขาเช่นกัน แต่ก็ได้อะไรมาไม่มากด้วยเรื่องราวทุกอย่างที่เขารับรู้พอจะเป็นเบาะแสคือมาจากผู้บอกว่าเป็นบิดาที่แท้จริงตอนนี้เท่านั้นดังนั้นแล้วมันจึงมีทั้งเรื่องจริงและเท็จ

    “ถึงว่าสืบหาอย่างไรก็ไม่ได้เรื่องสักที” มี่หนิงหยางเอ่ยกับตัวเองอย่างนึกสมเพชสิ่งที่ไม่เคยนึกถึงหรือกุญแจสำคัญจะเป็นตัวของฮ่องเต้ที่อยู่ใกล้ตัวมาตลอดเลย

    “หึในเมื่อเป็นแบบนี้ คงต้องแสดงอำนาจของข้าแล้วสินะ อำนาจที่ข้าสร้างขึ้นเอง”น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นข่มทับความเย้อหยันตัวเองก่อนหน้าไปหลงเหลือแต่ความเย่อยิ่งเท่านั้นถึงเวลาที่เขาต้องสยายปีกที่เก็บซ่อนไว้ใต้เนื้อผ้าแล้วสินะเขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่รอให้ใครมาสั่งให้ทำอะไรก็ได้อีกแล้ว

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน