หลังจากเจ้าหญิงเทย่าได้มอบหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้เจ้าหญิงอัจฉราให้กับ เอม่า สาวใช้ในวังที่เธอไว้ใจ และเลือกเสื้อผ้าพร้อมเครื่องประดับให้บุญแล้ว เธอเปิดห้องบรรทมของพระมารดาของเธอเพื่อให้บุญได้ใช้เป็นห้องนอนส่วนตัวในยามที่บุญพักอยู่ที่วัง ทั้งๆ ที่เธอและกษัตริย์วิเซรัสไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าห้องนี้หลังการสวรรคตของพระมารดาของเธอเมื่อเจ็ดปีก่อน นอกจากให้อามีลี่สาวใช้คนสนิทของเจ้าหญิงเทย่าเข้ามาทำความสะอาดห้องในบางครั้งเท่านั้น เจ้าหญิงทั้งสองนั่งคุยกันในห้องนี้จนถึงบ่ายสามโมง เจ้าหญิงเทย่าจึงได้ไปที่ห้องทรงงานเพื่อหารือกับท่านโหรานิมิต
“ท่านได้พบเจ้าหญิงอัจฉราแล้ว คิดว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง?”
เจ้าหญิงเทย่าถามท่านโหรานิมิต
“พระองค์ทรงมีพระสิริโฉมงดงามยิ่งกว่าหญิงใดๆ พะยะค่ะ พระธิดา”
ท่านโหรานิมิตตอบเธอ
“เฮ้อ…ท่านโหรานิมิต เรื่องนี้ใครๆ ก็เห็นอยู่แล้ว เราเองก็เหมือนกับถูกมนต์สะกดเมื่อได้พบพี่บุญครั้งแรก เราคงไม่ต้องเรียกท่านมาเพื่อถามเรื่องนี้หรอกน่า”
องค์หญิงตำหนิเขาเมื่อไม่ได้คำตอบตามที่ต้องการ
“กระหม่อมขอประทานอภัยพะยะค่ะ อีกสิ่งหนึ่งที่หม่อมฉันเห็นก็คือ เจ้าหญิงอัจฉราทรงมีพระสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดยิ่งนักพะยะค่ะ ทรงทราบในทันทีที่ทอดพระเนตรว่าชายผู้นั้นเป็นคนของอาณาจักรริปโปเซียที่แฝงตัวเข้ามา และพระองค์ยังทรงหลบหลีกเขาได้ทันท่วงที ราวกับทรงทราบการเคลื่อนไหวของเขาได้ด้วยพะยะค่ะ”
เมื่อท่านโหรานิมิตพยายามตอบใหม่ องค์หญิงก็มีสีหน้าพึงพอใจ
“แบบนี้ค่อยสมกับเป็นที่ปรึกษาของเราหน่อย เราเกือบจะส่งท่านไปเลี้ยงม้าและทำความสะอาดคอกหลวงซะแล้วสิ”
องค์หญิงแซวเขาเล่น
“พระธิดาทรงมีพระอารมณ์ขันอีกแล้วพะยะค่ะ”
ท่านโหรานิมิตถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ท่านคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เธอจะเป็นเทพธิดาแห่งโชค?”
องค์หญิงขอความเห็นจากเขา
“พระพักตร์ของเจ้าหญิงอัจฉราคล้ายกับผู้หญิงในรูปนั้นมากพะยะค่ะ และพระองค์ยังมีพระปรีชาสามารถเหนือคนทั่วไป แบบนี้ก็เป็นไปได้มากพะยะค่ะ แล้วพระองค์ประสูตรวันที่เท่าไหร่หรือพะยะค่ะ?”
ท่านโหรานิมิตแสดงความเห็นและถามองค์หญิง
“ถ้าตามบัตรประชาชน ก็ตามที่นายการุณเคยรายงานท่าน ว่าตรงกับวันเกิดของเรา แต่ความจริงแล้วพี่บุญก็คือเด็กที่หายสาบสูญไปตอนที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อ 22 ปีที่แล้ว มีคนสองคนที่สามารถยืนยันเรื่องนี้กับเราได้ คือตำรวจคนที่ทำคดีนี้ในเวลานั้น และชาวบ้านที่ช่วยพาเด็กคนนี้หนีออกไปจากที่เกิดเหตุ”
เจ้าหญิงเทย่าบอกท่านโหรานิมิตโดยเลี่ยงการพูดชื่อของอารียาเพราะรับปากบุญไว้แล้วว่าจะไม่เล่าเรื่องของพวกเธอให้ใครฟัง
“ก็แสดงว่าความจริงแล้วพระองค์ประสูตรในวันที่ 7 เมษายน วันที่ท่านเทพธิดาลงมาจุติหรือพะยะค่ะ? เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ไม่ผิดแน่พะยะค่ะ พระธิดาทรงพบท่านเทพธิดาแห่งโชคได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทรงพระปรีชายิ่งนักพะยะค่ะ”
ท่านโหรานิมิตรู้สึกชื่นชมเจ้าหญิงเทย่า
“ท่านอย่าได้บอกใครเรื่องวันประสูตรขององค์หญิงอัจฉรานะ ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจว่าเธอเกิดก่อนเราในวันเดียวกันกับเรา…ส่วนการที่เราพบท่านเทพธิดาได้ ที่จริงแล้วก็มาจากข้อมูลและคำแนะนำของท่านโหรานิมิตนั่นแหล่ะ แต่พี่บุญไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรหรอกนะ นอกจากเธอสามารถจะรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวเธอได้ เหมือนเมื่อตอนบ่ายนี้ที่ทรงทราบได้ว่าชายผู้นั้นไม่ใช่คนของเรา และสามารถจะหลบหลีกเค้าได้ทัน”
องค์หญิงบอกท่านโหรานิมิต
“แล้วเจ้าหญิงอัจฉราทรงทราบเรื่องชายผู้นั้นได้อย่างไรหรือพะยะค่ะ?”
เขาถามองค์หญิงด้วยความอยากรู้
“เราก็เพิ่งถามพี่บุญมาเมื่อครู่นี้ ทรงบอกว่าเธอเคยมีลูกทัวร์ที่มาจากประเทศริปโปเซียซึ่งสวมรองเท้าแบบเดียวกันนี้หลายคน แต่ละคนต่างก็เล่าให้ฟังเหมือนกันว่า ราชินีแคโรสทรงให้ผลิตรองเท้าและนาฬิกายี่ห้อนี้เพื่อแจกจ่ายให้กับทหารและประชาชนภายในประเทศ ซึ่งไม่ได้มีการส่งออกไปขายนอกประเทศ จึงมีเฉพาะคนในประเทศริปโปเซียเท่านั้นที่สวมรองเท้าและนาฬิกาแบบเดียวกันนี้ ตอนที่พี่บุญเสด็จมาถึงห้องรับรองแขกก็ทรงรู้สึกถึงอันตรายที่อยู่ภายในห้อง จึงทรงสังเกตเห็น”
องค์หญิงเล่าให้ท่านโหรานิมิตฟังตามที่บุญได้บอกกับเธอ
“พลังที่ทำให้รู้สึกถึงอันตรายหรือเพคะ? นี่อาจเป็นพลังของท่านเทพธิดาแห่งโชคที่สามารถช่วยพวกเราในการเจรจากับราชอาณาจักรทั้งสองก็ได้เพคะ”
ท่านโหรานิมิตให้ความเห็นหลังจากเพิ่งรู้เรื่องความสามารถพิเศษของบุญ
“เราเองก็แปลกใจนะ...ท่านโหรานิมิตลองคิดดู บริษัทนำเที่ยวได้จัดให้มัคคุเทศก์สาวที่ชื่อคุณอัจฉราเป็นคนนำสามหนุ่มจอมโชคร้ายเที่ยวชมเมืองเชียงใหม่ พวกเค้าทั้งสามได้พบท่านเทพธิดาตั้งแต่ก่อนจะออกตามหาท่านซะอีก คุณอัจฉรายังมีวันเกิดในบัตรประชาชนตรงกับวันเกิดของเรา เธอชื่นชมและอยากเจอเรามาก และที่ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังพาพวกเราไปพบกับคนสองคนที่รู้ความจริงของเด็กที่สูญหาย ทุกอย่างดูราวกับว่า...ได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้เราแล้ว”
องค์หญิงบอกท่านโหรานิมิตเรื่องความบังเอิญที่ผิดปกติเกี่ยวกับบุญในระหว่างการตามหาเทพธิดาจนทำให้เธอพบเทพธิดาแห่งโชคได้ภายในเวลาอันสั้น
“ทั้งหมดก็อาจจะเป็นเพราะพระบารมีของพระธิดานะเพคะ”
ท่านโหรานิมิตแสดงความเห็น
“แต่เราว่าไม่ใช่เพราะเรานะ การที่เราได้พบพี่บุญ เรารู้สึกราวกับว่าเป็นเธอเองที่มีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดเราให้เข้าไปหาเธอ ไม่ได้มาจากการที่เราออกไปตามหาท่านเทพธิดาและก็ไม่ใช่เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เป็นพลังในตัวเธอที่พาเราไปพบเธอเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และพี่บุญก็ดูเหมือนจะไม่ทรงรู้ตัวด้วย”
องค์หญิงคิดว่าเป็นพลังของเทพธิดาแห่งโชคที่นำเธอไปพบกับบุญ
“หากเป็นดังที่พระธิดาทรงสันนิษฐาน พระธิดาก็อาจจะทรงเกี่ยวข้องโดยตรงกับพระประสงค์ของท่านราชาแห่งเทพที่ทรงมีพระบัญชาให้ท่านเทพธิดาแห่งโชคลงมาจุติบนโลกก็ได้พะยะค่ะ”
ท่านโหรานิมิตแสดงความเห็นในเรื่องสาเหตุการมาจุติของเทพธิดาว่าอาจจะเกี่ยวกับเจ้าหญิงเทย่า
“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงนอกเหนือความสามารถในการรับรู้ของเราแล้วล่ะ คงมีเพียงท่านพ่อและพี่บุญเท่านั้นที่สามารถรับรู้พระประสงค์นี้ได้ อาจมีอีกคนที่อยู่เบื้องหลังความพยายามในการกำจัดเธอที่รับรู้เรื่องนี้ด้วย แต่ใครกันนะที่ต้องการจะกำจัดพี่บุญ?”
องค์หญิงกล่าวถึงคนที่ฝันเรื่องการมาจุติของเทพธิดา
“พระธิดาทรงหมายความว่า…เจ้าหญิงอัจฉราทรงพระสุบินนิมิตเช่นเดียวกับองค์เหนือหัวเรื่องท่านราชาแห่งเทพและท่านเทพธิดาแห่งโชคหรือพะยะค่ะ?”
ท่านโหรานิมิตถามองค์หญิงเพราะเขายังไม่ทราบเรื่องที่บุญเคยฝันถึงเทพธิดาแห่งโชค
“ใช่แล้วล่ะ ในคืนวันที่เราไปถึงเชียงใหม่ พี่บุญฝันเหมือนกับที่ท่านโหรานิมิตเคยเล่าให้เราฟังทุกอย่าง และไม่มีทางที่เธอจะทราบเรื่องความฝันนี้มาก่อนเลย”
องค์หญิงบอกเขาเรื่องความฝันที่บุญเล่าให้เธอฟัง ทำให้ท่านโหรานิมิตมีท่าทางแปลกใจ
‘ถ้าหากว่าเจ้าหญิงอัจฉราเป็นท่านเทพธิดาแห่งโชค นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้’
ท่านโหรานิมิตรำพึงกับตัวเองก่อนจะให้ความเห็นกับองค์หญิง
“กระหม่อมคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไป เจ้าหญิงอัจฉราจะทรงทราบเกี่ยวกับพระกรณียกิจที่พระองค์ทรงรับบัญชาจากท่านราชาแห่งเทพให้มาปฏิบัติบนโลกให้ลุล่วง และพระธิดาเองก็อาจจะทรงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วยนะพะยะค่ะ”
“หากเราสามารถช่วยเหลืออะไรท่านเทพธิดาได้ เราก็ยินดีที่จะทำทุกอย่าง”
องค์หญิงกล่าวขณะที่เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอเห็นเอม่ากำลังพาบุญเดินไปที่เรือนรับรองราชทูต
“เจ้าหญิงอัจฉราคงเสด็จไปเยี่ยมดูอาการท่านราชทูตของราชินีแคโรส”
องค์หญิงกล่าว
“เราจะไว้วางใจชายผู้นี้ได้หรือพะยะค่ะ?”
ท่านโหรานิมิตมองไปนอกหน้าต่างเช่นกัน เขายังคงไม่ไว้ใจคนของราชินีแคโรสผู้นี้
“ดูเหมือนว่าพี่บุญกำลังไปตรวจสอบให้อยู่ หากเขาเป็นอันตรายกับพวกเรา พี่บุญก็คงจะรู้สึกได้ด้วยความสามารถพิเศษของเธอเอง ท่านอย่าได้วิตกไปเลย เดี๋ยวท่านไปหาชุดที่สมฐานะราชทูตให้เขาใส่มาในงานคืนนี้ด้วยนะ”
เจ้าหญิงเทย่าบอกท่านโหรานิมิต
“พะยะค่ะ พระธิดา”