เกมราชันสงครามออนไลน์

    ตอนที่ 176 พอดีมือข้ามันโจมตีไปเอง

            ตอนที่ 176 พอดีมือข้ามันโจมตีไปเอง

            “เทคนิคนี่มัน!การควบคุมรูปแบบย่อยของเทคนิคผนึกจิตวิญญาณลงในอาวุธไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนสร้างวิธีการควบคุมรูปแบบย่อยแบบนี้ได้สำเร็จ เหลือเชื่อมาก”อาร์เดลมองไปที่การกระทำของกายด้วยความหลงใหลนี่เป็นครั้งแรกที่อาร์เดลอยากจะมีตามากกว่านี้เพื่อมองดูเทคนิคที่กายกำลังใช้ให้มากขึ้น

            ในตอนนี้อาร์เดลไม่เข้าไปหยุดกายแต่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ เหมือนกับลูกศิษย์ที่กำลังเรียนรู้จากอาจารย์ไม่มีผิด

            กายไม่รู้แม้แต่น้อยว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันน่าทึ่งแค่ไหนสำหรับอาจารย์ช่างโลหะซึ่งจริง ๆ กายก็ไม่รู้เพราะเขาทำทุกอย่างตามที่เขียนไว้ในพิมพ์เขียวเท่านั้นแน่นอนว่าในตอนนี้กายไม่มีเวลามาสนใจอาร์เดลเขากำลังทุ่มสมาธิและจิตใจทั้งหมดไปที่การหลอมสร้างค้อนหลอมอัคคี

            จากวินาทีผ่านไปเป็นนาทีและจากนาทีผ่านไปเป็นชั่วโมงจนกระทั่งผ่านไป10 ชั่วโมงเต็ม ๆ ในที่สุดกายก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายเขายกเบ้าหล่อที่มีค้อนหลอมอัคคีอยู่ด้านในก่อนจะทุบเอาค้อนออกมาและชุบแข็งมันอีกครั้ง

            ก่อนจะใช่ด้ามจับและเก็บรายละเอียดจนในที่สุดค้อนที่มีลวดลายเหมือนกับรอยแตกของพื้นดินซึ่งเต็มไปด้วยเปลวเพลิงและแม็กม่าก็ปรากฏสู่สายตาและค่อยๆ ดับลงกลายเป็นลวดลายของโลหะตามปกติ

            ขนาดค้อนนั้นใหญ่เท่าค้อนสั่นสะเทือนแต่น้ำหนักกลับไม่มากเท่าถึงอย่างนั้นค้อนหลอมอัคคีก็ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากมันราวกับมีคลื่นความร้อนแผ่ออกมาเล็กน้อยอยู่ตลอดเวลา

            กายไม่รอช้าหยิบยกมันขึ้นมาก่อนจะลองเหวี่ยงทุบลงไปที่ทั่งตีเหล็กที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยแรงของนักรบฝึกหัด ขั้น 3

            ปัง!

            เสียงค้อนกระทบทั่งตีเหล็กดังขึ้นตามปกติที่โลหะกระทบกันพร้อมทั้งมีประกายไฟกระจายออกมาเล็กน้อยแต่กับมีบางสิ่งต่างออกไป นั้นก็คือบริเวณทั่งตีเหล็กที่โดนค้อนหลอมอัคคีทุบลงไปนั้นกับกล้ายเป็นสีแดงจากความร้อนแม้จะไม่ถึงขั้นหลอมละลาย แต่ก็ให้ผลที่เหมือนกับการเอาทั่งตีเหล็กโดนลงไปในเตาหลอมเป็นเวลานาน

            กายอยากจะรู้ว่าถ้าเขาทุบลงไปติดๆ กันทั่งตีเหล็กจะร้อนจนหลอมบิดรูปหรือไม่

            ในเมื่อสงสัยกายก็ไม่รอช้าจัดการทุบลงไปอีกสามครั้งติดกันจนกระทั่งทั่งตีเหล็กนั้นร้อนและไม่อาจจะทนได้อีกจึงเกิดการบิดรูปให้เห็นได้อย่างชัดเจน

            ดีมาก...กายมองค้อนหลอมอัคคีในมือด้วยความพอใจ

            “ตรวจสอบ”

            “ชื่อค้อนหลอมอัคคี”

            “ระดับ5 ขั้นสุดยอด”

            “ความสัมพันธ์กับค้อนหลอมอัคคี88%”

            “ผู้สร้างเดวิน”

            หมายเหตุ: ในทุกการโจมตีมีโอกาส 1% ที่จะปลดปล่อยระเบิดอัคคีออกมาเปอร์เซ็นต์จะสะสมเพิ่มขึ้นในทุกการโจมตีระหว่างการต่อสู้

            …

            กายมองไปที่หน้าจอการตรวจสอบอย่างสนใจในครั้งนี้มีการเพิ่มขึ้นมากับการตรวจสอบของระบบอีกแล้วนั้นคือด้านหลังของระดับอาวุธ ปกติแล้วมันจะแสดงแค่ระดับของตัวเลขเท่านั้นแต่ครั้งนี้ได้มีการเพิ่มขั้นในระดับมา

            ซึ่งกายรู้อยู่แล้วว่านอกจากการแบ่งเป็นระดับนั้นในระดับเดียวกันยังแบ่งย่อยเป็นขั้นลงไปอีกเหมือนกับที่ครั้งนั้นเขาเคยเอาดาบเดซี่ไปตรวจสอบและก็ได้รับการประเมินจากนักประเมินเชสนักประเมินราคาทั่วไป ประจำร้านขายอาวุธต้นไม้เงินเคยเป็นนักล่าสมบัติมาก่อน

            ซึ่งตอนนั้นดาบเดซี่ได้รับการประเมินเป็นดาบระดับ5 ขั้นกลางเท่านั้น

            ซึ่งขั้นของระดับนั้นมีขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสุดยอด ราคาเองก็จะต่างกันไปยิ่งเมื่อถูกประเมินเป็นระดับสูงแล้วก็มีราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัวตามไปด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับสุดยอด อย่างค้อนหลอมอัคคีเลยเพียงแค่ราคาของวัตถุดิบก็มากถึงหมื่นเหรียญทองแล้ว

            ถ้าจะขายจริงๆ ราคามันคงสูงถึง 3-4 หมื่นเหรียญทองหรืออาจจะมากกว่าและนี่ยังไม่รวมกับการที่มันสามารถผนึกจิตวิญญาณการต่อสู้ลงไปได้

            ตอนนี้ถ้านับอาวุธที่มีเราจะมีค้อนสั่นสะเทือนซึ่งเป็นระดับ 5 ขั้นสูง ดาบหักสังหาร (เสียหาย) ระดับ 5ขั้นสุดยอดและค้อนหลอมอัคคี ระดับ 5 ขั้นสุดยอดซึ่งทั้งสามนี้คืออาวุธที่กายใช้เป็นหลัก

            นอกจากนั้นยังมีหน้าไม้กลระดับ 4 ขั้นกลาง ธนูโลหะของกองทัพนครดาราฟ้า ระดับ 4 ขั้นต่ำที่เขาเก็บไว้อยู่อีกซึ่งพอมาคิดดูแล้วแค่อาวุธในตัวของเขาก็มากพอจะให้ผู้เล่นคนอื่น ๆนั้นตาลุกวาวกันเลยทีเดียว

            ฮ่าๆ แต่นี่คือสิทธิพิเศษของช่างโลหะล่ะนะ...กายหัวเราะในใจอย่างภาคภูมิแม้จะไม่ค่อยชอบงานเกี่ยวกับโลหะแต่โชคชะตากลับให้เขาวนเวียนเข้ามาเกี่ยวกับมันอยู่เรื่อย ดังนั้นหลัง ๆมานี้กายทำใจได้แล้วและก็เริ่มสนุกไปกับมัน

            แต่ที่ทำให้กายดีใจจริงๆ นั้นคือในหมายเหตุนั้นมีการอธิบายความสามารถของค้อนหลอมอัคคีไว้ด้วย

            ในทุกการโจมตีมีโอกาส1% ที่จะปลดปล่อยระเบิดอัคคีออกมาเปอร์เซ็นต์จะสะสมเพิ่มขึ้นในทุกการโจมตีระหว่างการต่อสู้กายอ่านข้อความนี้ซ้ำไปวนมากถ้าเขาเข้าใจไม่ผิดทุกการโจมตีด้วยค้อนหลอมอัคคีจะสะสมเพลิงจนอัดแน่นและมีโอกาสระเบิดออกมาเพิ่มขึ้น1 เปอร์เซ็นต์ นั้นหมายความว่าถ้าเขาโจมตี 100ครั้งจะเกิดการระเบิดเพลิงออกมาอย่างแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก

            ค้อนหลอมอัคคีคงจะเป็นอาวุธที่เราใช้ไปได้อีกนาน...แต่พอมาคิดดูเรื่องของระบบแล้วยิ่งเวลาผ่านไปความสามารถในการตรวจสอบของระบบเกมก็ยิ่งพัฒนาขึ้นราวกับระบบเกมกำลังพัฒนาตัวเองเรื่อยๆ ไปพร้อมกับผู้เล่นที่เรียนรู้โลกราชัน...กายไม่คิดหาคำตอบของคำถามนี้ต่อเขาเพียงเก็บมันไว้ในใจเท่านั้น

            ณขณะนั้นเองอยู่ ๆกายก็รู้สึกเวียนหัวและเหมือนจะคลื่นไส้จากการที่ฝืนใช้ร่างกายจนเกินไปแม้แต่เขาที่เป็นนักรบฝึกหัดขั้น 3ก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจในการหลอมค้อนหลอมอัคคี

            ในตอนนั้นคำเตือนการสร้างและใช้งานค้อนหลอมอัคคีคือต้องเป็นนักรบฝึกหัดขั้นสามเป็นอย่างต่ำซึ่งตอนนี้กายเข้าใจแล้วว่าการหลอมค้อนหลอมอัคคีนั้นกลืนกินพลังกายและพลังสมาธิมากแค่ไหนถ้าไม่ใช่นักรบฝึกหัดขั้น 3 เขาคงไม่อาจจะสร้างมันสำเร็จและก็คงไม่สามารถใช้งานมันได้

            เราควรออกไปนอนพักสักหน่อย...กายไม่ฝืนตัวเอง

            เขาคิดจะเก็บค้อนหลอมอัคคีเข้าไปในแหวนมิติและออกไปพักสักหน่อยแต่ก่อนที่เขาจะได้เก็บค้อนหลอมอัคคีลงในแหวนมิติหมายเลข 13ก็มีเสียงหญิงสาวถามขึ้นมาจากด้านข้างด้วยความตื่นเต้นซะก่อน

            “เจ้าทำได้อย่างไร?”อาร์เดลที่อยู่ด้านข้างถามกายขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ตระหนก

            กายที่ยืนอยู่ก็ตกใจราวกับโดนใครเหยียบหางรีบถอยหนีทั้งระยะห่างในทันที ก่อนจะยกค้อนหลอมอัคคีขึ้นมาทำท่าป้องกัน

            อาร์เดลเห็นท่าทีของกายก็ตกใจด้วยเช่นกันเพราะไม่คิดว่ากายจะตกใจและแสดงท่าทีระมัดระวังขนาดนี้ ซึ่งการที่กายตกใจขนาดนี้เพราะเมื่อครู่เขาเกือบจะเก็บค้อนหลอมอัคคีเข้าไปในแหวนมิติหมายเลข 13ซึ่งถ้ามีคนเห็นเข้าคงเป็นเรื่องแน่นอน

            เกือบไปเราประมาทไปซะได้...

            ว่าแต่เธอมายืนตั้งแต่เมื่อไหร่…ไม่สิ!พิมพ์เขียว!

            กายที่พึ่งรู้สึกตัวว่าข้างๆ นั้นมีคนมายืนอยู่ แต่เมื่อมองดูและเห็นว่าเป็นอาจารย์ช่างโลหะอาร์เดลเขาก็ตั้งสติรีบหันไปคว้าพิมพ์เขียวของค้อนหลอมอัคคีที่เขาคัดลอกออกมาจากหนังสือบันทึกช่างโลหะก่อนจะรีบถามกลับไป

            “ทำ?ทำอะไร? ว่าแต่ท่านมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

            “ยืนข้าก็มายืนตั้งนานแล้ว เรื่องนั้นช่างมันเถอะเจ้าเรียนรู้การควบคุมรูปแบบย่อยของเทคนิคผนึกจิตวิญญาณลงวัตถุนั้นมาจากไหน?”

            “เรียน?ในฐานะช่างโลหะท่านคิดว่าข้าจะตอบอย่างนั้นเหรอ”กายอ้างในเรื่องความรู้ของช่างโลหะในทันที

            ความรู้ในสายช่างโลหะนั้นถือว่าเป็นของมีค่ามากสำหรับช่างโลหะและช่างโลหะส่วนใหญ่จะไม่มีใครแบ่งปันความรู้ของตัวเองออกไปฟรี ๆ อย่างแน่นอนซึ่งถ้าอยากจะเรียนรู้ในความรู้ช่างโลหะนั้นจะต้องมีของแลกเปลี่ยนแต่นั้นอยู่ที่ว่ากายจะตกลงหรือไม่

            และถ้าคนทั่วไปอยากเรียนอาจจะขอเข้ามาเป็นผู้ช่วยช่างโลหะฝึกหัดอย่างที่นาธานและมิล่า ผู้ช่วยช่างโลหะฝึกหัดของเขาที่ร้านไร้ขอบเขตซึ่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับกายอยู่ดีว่าจะถ่ายทอดไปหรือไม่

            แน่นอนว่ากายยอมปฏิเสธอาร์เดลแน่นอน

            เขายังจำเรื่องในนครดาราฟ้าได้ตอนการประมูลครั้งนั้นมีหลายคนเหมือนจะตามหาความรู้ในบันทึกช่างโลหะและหนึ่งในสามปรามาจารย์ช่างโลหะดูเหมือนจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังด้วย

            ดังนั้นกายจึงระวังตัวในเรื่องความรู้ในหนังสือบันทึกช่างโลหะมากเขาจะไม่เปิดเผยความรู้พวกนี้ออกไปและถ้าเปิดเผยออกไป กายก็จะอ้างว่าเป็นความรู้ของเขาเองซึ่งอย่างเช่นเทคนิคการบีบอัดโลหะที่สอนให้นาธานและมิล่าเพราะกายเชื่อว่าสองคนนั้นไม่มีทางเปิดเผยความรู้เขามั่ว ๆ แน่อีกอย่างพวกเขาทั้งสองเป็นเหมือนกึ่งลูกศิษย์ของกาย

            “ชิ!...จากความสามารถของเจ้าคงไม่ใช่แค่ช่างโลหะทั่วไปยิ่งไม่ต้องพูดถึงช่างโลหะฝึกหัดเลยเจ้าคงมาถึงระดับของอาจารย์ช่างโลหะแล้วสินะ... ในฐานะอาจารย์ช่างโลหะด้วยกันบอกเงื่อนไขของเจ้ามาว่าต้องการอะไรถึงยอมสอนการควบคุมรูปแบบย่อยนั้นให้ข้า”อาร์เดลเดินเข้ามาหากาย พร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันของนักรบแท้จริง ขั้น 3 ออกมา

            กายถอยหลังหนีจนหลังติดกำแพงแต่อาร์เดลก็ยังไม่หยุด เธอแนบชิดกายจนเขานั้นได้กลิ่นหอมจากตัวของเธอ

            ด้วยความที่อาร์เดลนั้นสูงและหุ่นสวยราวกับนางแบบทำให้ใบหน้าของทั้งสองนั้นเสมอกันดวงตาของอาร์เดลนั้นจ้องไปที่ดวงตาของกายไม่ขยับไปไหนราวกับว่าถ้าเขาไม่ยอมบอกเงื่อนไขก็จะไม่ยอมปล่อยกายไป

            ตอนนี้กายรู้สึกว่าตนกลายเป็นสาวน้อยผู้อ่อนแอที่กำลังถูกรังแกโดยมาเฟียหนุ่ม

            “ข้าไม่คิดจะสอนท่าน”กายกล่าวอย่างหนักแน่น

            ปัง!

            ในตอนนั้นเองอาร์เดลก็ใช่ฝ่ามือทุบเข้าไปที่กำแพงข้างๆ ศีรษะของกายสะดุ้งตกใจเพราะไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้

            เชี่ย...เราลืมไปว่าเธอคือนักรบแท้จริงแถมจะไม่ใช่แค่ระดับหนึ่งด้วย...กายเหลือบมองด้วยห่างตายังจุดที่ฝ่ามือของอาร์เดลจบฝังไปซึ่งมันเป็นรอยฝ่ามือลึกเข้าไปในผนัง ทำเอากายกลืนน้ำลายด้วยความกลัวเล็กน้อย

            “ท่านคิดจะข่มขู่ข้าที่นี่คือป้อมปราการตะวันออก...”

            “ขอโทษที่พอดีมือข้ามันโจมตีไปเอง เจ้าคงไม่ว่าอะไรสินะ”สีหน้าของอาร์เดลไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย แต่เธอก็ถอยออกมาจากกายไม่กดดันเขาอีก

            ผู้หญิงคนนี้....กายพูดไม่ออกเขาได้แต่เงียบไป ก่อนจะกล่าวขึ้นมา “ข้าเข้าใจแต่ท่าก็ต้องเข้าใจด้วยข้าไม่คิดจะสอนให้คนนอกอีกอย่างตอนนี้เราอยู่ในสงครามข้าต้องรีบไปเตรียมพร้อมในการสู้รบคงต้องขอตัวก่อน”

            กายกล่าวจบก็รีบถือค้อนหลอมอัคคีและพิมพ์เขียวออกมาจากโรงหลอมอาวุธทันที

            ขณะที่เดินไปด้วยกายก็บ่นในใจไปด้วย

            เฮ้อ...ทำไมเราถึงเจอแต่NPCสาวสวยที่ชอบใช้กำลังกันแถมสถานการณ์ของเรากับอาร์เดลที่แทบไม่รู้จักกันถึงพัฒนามาเป็นแบบนี้ได้จริงสิ...ถ้าคิดเฉพาะในเรื่องช่างโลหะ อาร์เดลคือ NPC ที่มีพลังระดับสูงในสายช่างโลหะที่เราเจอเป็นคนแรกเลย

    คล้ายกับเรื่องเกมราชันสงครามออนไลน์ ที่คุณอ่าน